ข่าว
100 year

ถูกสุดในสามโลก! ทดสอบ MERCEDES-BENZ GLC220d 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์6 ส.ค. 2562 10:00 น.
SHARE

SUV - Sport utility vehicle ยานยนต์อเนกประสงค์ออฟโรดที่สามารถแล่นไปได้ในทุกๆ พื้นที่และมีการขับขี่ที่สบายเหมือนรถเก๋ง นับเป็นความคาดหวังที่สูงมากในการที่จะเอาชนะรถ SUV คู่แข่งซึ่งกำลังทำตลาดอย่าง BMW X3 / AUDI Q5 / LEXUS NX ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง แชสซีส์ จุดศูนย์ถ่วงและอากาศพลศาสตร์ เป็นจุดที่ทำให้การสร้าง SUV ของแบรนด์ตราดาวต้องใช้ความพยายามมากกว่าที่เคยเป็นมา ความสามารถและประสิทธิภาพของตัวรถอันสูงส่งที่ถูกกำหนดโดยแบรนด์คู่แข่ง ส่งผลให้ทีมวิศวกรของ Mercedes Benz มีงานล้นมือในการพัฒนา SUV ไซส์กลางรุ่น GLC

นานมาแล้วก่อนการถือกำเนิดของ GLC ค่ายตราดาว Mercedes Benz เล็งเห็นว่ารถ SUV สามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ การโกยเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยออกจากกระเป๋าของพวกคนรวยที่ชอบรถอเนกประสงค์ ด้วยการผลิตรถออฟโรดหรูที่มีการใช้งานตอบโจทย์คนมีเงินอย่าง GLC ทำให้แบรนด์เยอรมันอย่าง Mercedes-Benz ต้องลงมือลงแรงอย่างหนักเพื่อพัฒนารถออฟโรดหรูที่สามารถแข่งขันในตลอดรถพรีเมียมซึ่งมีคู่แข่งร่วมสัญชาติอย่าง BMW และ Audi ค่ายตราดาวจึงเริ่มต้นทำการวิจัยพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ยานยนต์แบบออฟโรดที่มีอยู่เดิม โดยใช้โมเดล GLK มาทำการปรับปรุงพัฒนาใหม่หมด ไล่เรียงจากเปลือกตัวถัง โครงสร้างของตัวรถไปจนถึงเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิดของผู้บริหาร GLC มีเรือนร่างที่เชื่อมโยงกับความงามเกิดจากงานออกแบบอันเข้มข้นของทีมดีไซน์ รถ Mercedes Benz GLC 2019 รุ่นก่อนปรับโฉมที่นำมาทดสอบในอาทิตย์นี้ก็คือ GLC220d 4MATIC ซึ่งเป็นรุ่นดัมพ์ราคาให้ถูกลงก่อนที่ GLC รุ่น Facelift จะเข้ามาทำตลาด SUV ระดับบนในประเทศไทยประมาณปลายปีนี้ 

GLC220d 4MATIC รุ่นถูกสุด ราคา 3 ล้าน มีรูปลักษณ์แบบรถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีขนาดความกว้างของตัวถังอยู่ที่ 1,890 มิลลิเมตร ยาว 4,656 มิลลิเมตร สูง 1,639 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,621 ระยะห่างของล้อหลัง 1,617 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,873 มิลลิเมตร สัดส่วนของความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 181 มิลลิเมตร หนัก 1,845 กิโลกรัม Mercedes Benz GLC มีเรือนร่างที่สมส่วนมีความสวยงามน่าใช้น่าขับและทำตลาดได้ดีในไทยทั้งรุ่นตัวถังปกติและรุ่น Coupe สำหรับรุ่นประหยัด GLC 220d 4MATIC ถูกตัดอุปกรณ์ออกไปพอสมควรเพื่อการทำราคาให้ถูกลง ส่วนเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนยังคงเหมือนเดิมด้วยการใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 180 แรงม้าที่เน้นความประหยัดกับเกียร์อัตโนมัติสุดเนียนอย่าง 9-G Tronic จากการเรียนรู้ที่เพิ่มพูนประสบการณ์สำหรับการทำตลาดรถหรู ด้วยเทคโนโลยีของขุมกำลังและชุดเกียร์ในระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย

ไฟหน้าของ GLC220d ใช้ระบบส่องสว่างแบบ LED High Performance ไฟหรี่กลางวันหรือ LED Daytime Running Light รวมถึงไฟต่ำและไฟสูงแบบ Dynamic Projector ที่ให้ความสว่างและมีความคมชัดสูง แต่ไม่มีระบบไฟอัตโนมัติหรือ Multi Beam LED ที่อยู่ใน GLC รุ่นที่มีราคาแพงกว่า สปอยเลอร์หน้าออกแบบให้มีช่องรับอากาศด้านล่างใต้กระจังหน้าและช่องรับอากาศบริเวณมุมของสปอยเลอร์ ล้อมกรอบด้วยงานโครเมี่ยมสีเงินที่ส่งเสริมให้รูปทรงด้านหน้าของโมเดล GLC รุ่นถูกสุดมีความสง่างามสมควรกับระดับของราคาค่าตัว ฝากระโปรงหน้ายกสันนูนขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มแสงเงา เสาหน้าหรือเสา A pillar วางองศาที่มีความลาดเอียงมากกว่าโมเดลเก่าอย่าง GLK เพื่อลดแรงต้านของกระแสอากาศ ส่วนทรงของตัวรถด้านข้างเน้นความไหลลื่นของเส้นสาย กระจกมองข้างติดตั้งกรอบไฟเลี้ยวตามสมัยนิยม เส้นด้านข้างตัวรถลากจากแก้มหน้าผ่านแนวบานประตูหน้า-หลังไปจนถึงใต้มือจับที่เปิดประตูบานหลัง

กรอบกระจกบานประตูทั้งสี่หุ้มเดินเส้นด้วยงานโลหะพวกอะลูมินั่มอัลลอยสีเงิน ซุ้มล้อมีชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกบุเอาไว้ในรูปแบบและสไตล์ของรถออฟโรดที่เน้นการลุย ล้ออัลลอยในรุ่น GLC220d 4Matic ใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านแบบใหม่ขนาดขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Dueler H/P Sport ไซส์ 235/60R18 เหมาะกับการวิ่งใช้งานทั้งทางเรียบและทางฝุ่นพอหอมปากหอมคอ ถ้าคิดจะลุยหนักแบบไม่เสียดายช่วงล่างก็ต้องจัดยางออฟโรดเต็มรูปแบบเพื่อการตะกุยดินที่ดีกว่านี้ Dueler H/P Sport มีแก้มยางที่สูงปรี๊ดทำให้เวลาขับไม่ต้องกังวลว่าจะไปตกหลุมจนล้อดุ้งยางแหก อาจไม่หล่อหรือเต็มเหมือนล้อ 20 นิ้ว ใน GLC43 AMG แต่ขับแล้วสบายใจรูดได้ทุกสภาพถนน

ส่วนท้ายออกแบบได้สมส่วนและมีความสวยงาม โดยเฉพาะงานดีไซน์ไฟท้าย LED ทรงยาวรี บั้นท้ายของ GLC อวบอ้วนกลมมนด้วยดีไซน์ที่ลื่นไหล ฝาท้ายของ Mercedes Benz GLC220d รุ่นประหยัดใช้การเปิด-ปิดด้วยมือ ไม่มีระบบไฟฟ้าอัตโนมัติเหมือนรุ่นแพง! รูปแบบของไฟท้ายมีความคล้ายคลึงกับไฟท้ายของ Macan ซึ่งเป็นรถ SUV จากแบรนด์ Porsche ไฟท้ายทรงยาวรีใช้หลอดไฟแบบ LED เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการส่องสว่างและมุมมองที่ให้ความปลอดภัยสำหรับรถคันข้างหลัง กระจกบานฝาท้ายมีใบปัดน้ำฝนติดมาให้ รวมถึงไฟเบรกดวงที่สามที่ติดตั้งอยู่ด้านบนบริเวณกึ่งกลางของกระจกบานฝาท้าย สิ่งที่ช่วยทำให้บั้นท้ายของเจ้า Mercedes Benz GLC ดูดีขึ้นก็คือสปอยเลอร์หลังและท่อระบายไอเสีย (แบบปลอมๆ) ที่ใช้โลหะสีเงินล้อมกรอบ นอกจากงานโลหะสีเงินที่ทำให้ดูแพงขึ้นแล้ว ยังมีชิ้นงานกรุปิดทับท่อระบายไอเสียและหม้อพักท้ายซึ่งใช้แผ่นอัลลอยสีเงินปิดทับส่วนล่างทั้งหมดเพื่อเพิ่มความสวยงามในด้านมุมมอง ในด้านของภาพลักษณ์ที่สื่อออกมา GLC220d รุ่นมาตรฐานนั้นให้ความหรูหรามากกว่ามุมมองในแบบสปอร์ตของ GLC รุ่นพิเศษที่ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนของ AMG จากงานโลหะสีเงินที่มีความโดดเด่นมากกว่าชิ้นงานตกแต่งสีดำ

ห้องโดยสารของ GLC220d มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่าง และมีการตัดออปชั่นที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อทำราคาให้โดนใจคนที่อยากได้ ภายในไล่จากคอนโซล เบาะกับงานตกแต่งมีความหรูหราแบบรียบๆ ไม่ฉูดฉาดเหมือน GLC รุ่นที่มีค่าตัวสูงกว่า Mercedes Benz ใช้รูปแบบภายในที่ลงตัวของ C-Class W205 มาปรับใช้กับโมเดล GLC ด้วยการแปลงรูปแบบของคอนโซลและอุปกรณ์บางชิ้นที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความสวยงาม เบาะหนังสีเทา-ดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว แผงประตู ปุ่มและสวิตช์สำหรับสั่งงานที่เน้นความหรู ด้วยงานออกแบบและตกแต่งห้องโดยสารที่อ้างอิงความหรูกับโมเดลรุ่นพี่ การปรับรุ่นแยกย่อยสำหรับการตกแต่งภายในที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน เชื่อมโยงบรรยากาศภายในห้องโดยสารสไตล์ Mercedes-Benz ผนวกเข้ากับการใช้งานผ่านผิวสัมผัสของวัสดุ เช่น หนังเทียม อะลูมิเนียม พลาสติกเกรดดี ลายไม้สีน้ำตาลที่มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ รายละเอียดต่างๆ ทำอย่างพิถีพิถัน

แดชบอร์ดและคอนโซลกลางมีขนาดใหญ่ ใช้รูปแบบของแดชบอร์ดใน C-Class มาปรับขนาดให้เข้ากับพื้นที่ภายในของ New GLC แผงคอนโซลแบบชิ้นเดียววางช่องระบายอากาศทรงกลมสไตล์ C-Class พนักเท้าแขนเชื่อมกับอุโมงค์เพลากลางแบ่งเขตแดนของพื้นที่ระหว่างคนขับกับผู้โดยสารตอนหน้าอย่างชัดเจนและออกมาในแนวสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เส้นสายลวดลายของภายในที่มีความชัดเจนในตัวตนบนความหรูหรามีระดับ ทัชแพดเชื่อมต่อการทำงานกับจอแสดงผลส่วนกลาง สั่งงานด้วยระบบสัมผัสเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานจริงจังได้ค่อนข้างยากแต่แป้นทรงกลมที่ใช้หมุนนั้นใช้งานได้ดีมาก Mercedes-Benz พัฒนาแป้นดังกล่าวเพื่อลดปุ่มกดหรือสวิตช์สั่งงานไม่ให้รกรุงรังมากเกินไป คอนโซลกลางประดับประดางานลายไม้สีน้ำตาลเข้มที่ให้ความรู้สึกถึงความเคร่งขรึมในฐานะที่เป็นยนตรกรรมแนวออฟโรดหรู

ต่ำลงมาจากจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสเป็นช่องแอร์ทรงกลม 3 วง กับแผงควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบแยกโซนที่ใช้งานได้ง่าย แป้นแบบทัชแพดครอบคลุมการใช้งานโดยสามารถเขียนตัวอักษรหรือตัวเลขแต่พอลองแล้วกลับยาก ระบบ Comand Online สื่อสารกับโลกภายนอกด้วยอินเทอร์เน็ต ตำแหน่งศูนย์กลางของการแสดงผลมีแผงควบคุมระบบปรับอากาศซึ่งจะแสดงผลที่หน้าจอสำหรับการปรับตั้งระบบแอร์ในห้องโดยสาร ฟังก์ชั่นอันหลากหลายของการปรับตั้งที่ทำออกมาให้มีความน่าใช้งานผสมกับความง่ายในการเข้า-ออกจากเมนู จอภาพมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว ของ GLC220d ดูเล็กจิ๋วและไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งออปชั่นที่ถูกตัดออกไปและต้องจ่ายเงินเพิ่มหากอยากได้

พวงมาลัยสามก้าน มีแป้นเปลี่ยนเกียร์เล็กๆ ติดมาให้ที่ด้านหลังของพวงมาลัยในตำแหน่งที่จะใช้นิ้วกดได้ถนัด ปุ่มควบคุมจอ MID ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บลูทูธ GLC มีห้องโดยสารกว้าง พื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมากพอที่จะวางเท้าได้อย่างไม่อึดอัด หากคุณไม่ใช่คนที่ตัวสูงโย่งถึง 190 เซนติเมตรก็สามารถนั่งจากกรุงเทพฯ ไปหัวหินได้อย่างสบายๆ การเพิ่มขึ้นของขนาดความยาวของห้องโดยสารใน GLC เกิดขึ้นจากความพยายามในการปรับพื้นที่ภายในให้เกิดประโยชน์กับการใช้งานมากที่สุด เกือบทุกปัจจัยในห้องโดยสารของ GLC ขึ้นตรงกับความสะดวกสบาย พื้นที่สำหรับวางเท้าถูกขยายตามวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบ เพื่อทำให้สามารถเข้าและออกจากรถได้สะดวกมากขึ้น วิศวกรของ Mercedes Benz ยังมีการออกแบบเพื่อเพิ่มขนาดของช่องเก็บสัมภาระโดยมีระดับพื้นที่โหลดสัมภาระให้พอเพียงต่อการใช้งาน เบาะนั่งด้านหลังใช้รูปแบบของการพับ 40/20/40 ปริมาตรของพื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายที่ 550 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงราบกับพื้นจะได้พื้นที่มากถึง 1,600 ลิตร

GLC 220 d 4MATIC วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 2,143 ซีซี อัดอากาศด้วยเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบดีเซลคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น กำลัง 125 กิโลวัตต์ (170 แรงม้า) แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,200 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังแบบ 9 G Tronic พร้อมฟังก์ชั่น Auto Start/Stop

เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ มีการปรับลดแรงม้าและแรงบิดลงเล็กน้อยเพื่อการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ของ GLC250d แม้จะมีความจุเท่ากันแต่การปรับจูนนั้นแตกต่างกันด้วยกำลังและแรงฉุดลากที่น้อยกว่านิดหน่อย เครื่องยนต์ได้รับการจูนอัพโดยเน้นไปที่อัตราสิ้นเปลือง ทำให้ GLC220d ประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น อากาศพลศาสตร์ที่ผ่านการขัดเกลาในอุโมงค์ลมระหว่างการพัฒนาทำให้ตัวเลขค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศดีขึ้น (cd 0.31) นอกเหนือไปจากระบบแอร์โรไดนามิกและขุมกำลังแล้ว วิศวกรรมระบบส่งกำลังขั้นสูงจาก Mercedes Benz ยังขยายขอบเขตด้าน Dynamic ของเกียร์ให้เหนือกว่ารถคู่แข่งในด้านอัตราทด การปล่อยมลพิษที่ลดลงและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

เกียร์ 9 สปีด 9-G Tronic ควบรวมการทำงานของเกียร์เข้ากับโหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ระบบรองรับที่มอบความสบายในการนั่งขับหรือโดยสาร ความคล่องตัวในเมือง การปรับปรุงที่ชัดเจนของ GLC กลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับครอบครัว SUV ของ Mercedes Benz ชุดเกียร์ 9G Tronic เป็นชุดส่งกำลังที่พัฒนาขึ้นมาโดยวิศวกรของ Mercedes Benz เน้นไปที่อัตราทดกว้างและครอบคลุมทุกย่านความเร็ว มีระบบการควบคุมการจัดการ DYNAMIC SELECT กับโปรแกรมการขับที่เป็นมาตรฐานติดตั้งมาให้จากโรงงาน เช่นเดียวกับ BMW X3 ที่ใช้เกียร์ ZF 8 สปีด ใน GLC220d มีโหมดการขับเคลื่อนเริ่มจาก ECO / COMFORT / SPORT / SPORT +

ชุดขับสี่ 4MATIC ทำงานโดยเข้ามาควบคุมกระจายแรงบิดที่ขึ้นตรงกับการวิเคราะห์ของคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่จะคอยประเมินผลตรวจจับล้อที่เกิดอาการลื่นไถล โดยจะทำการลดแรงบิดในล้อที่หมุนฟรีแล้วถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อที่ยึดเกาะกับผิวถนน สำหรับการขับเคลื่อนปกติ กำลังจะถูกส่งถ่ายไปที่ล้อหลังมากกว่าล้อหน้า ต่อเมื่อลุยทางออฟโรดการทดแรงบิดจะผกผันไปตามสถานการณ์ของการขับเคลื่อนที่มีความแตกต่างกันไป GLC ถูกออกแบบมาสำหรับการวิ่งฝ่าเส้นทางทุรกันดาน ใช้ลากจูงรถพ่วง อำนวยความสะดวกสำหรับการขับใช้งานเมื่อออกจากเส้นทางปกติเพื่อการลุยทางลูกรัง โครงสร้างตัวถังเน้นความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะวิ่งแบบไต่เนินชันหรือไหลลงจากทางที่มีความลาดชัน

GLC ทุกรุ่นมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4Matic สามารถกระจายถ่ายเทแรงบิดแบบผกผันจากล้อหน้าไปล้อหลังหรือจากล้อหลังมายังล้อหน้าได้ 45% ถึง 55% ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางที่วิ่งผ่าน การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังเชื่อมโยงกับระบบควบคุมการทรงตัว ESP® / ASR และ 4ETS ระบบควบคุมการจัดการแบบไดนามิกนี้ มีให้สำหรับการจัดการที่เหนือกว่าและสามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน คลัตช์หลายแผ่นที่แตกต่างกันในชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4Matic ช่วยเพิ่มการยึดเกาะระหว่างยางกับผิวถนน เช่น การขับบนหิมะหรือน้ำแข็ง แรงล็อกขั้นพื้นฐาน 50 นิวตันเมตร ระหว่างเพลาด้านหน้าและเพลาหลังกับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อต้องลากจูงวัตถุที่ส่งผลกับเสถียรภาพของตัวรถ 

ออปชั่นที่ถูกตัดออกไปของ GLC220d 4MATIC บางอย่างก็ไม่ค่อยได้ใช้แต่บางอย่างก็ใช้งานเป็นประจำ การเทราคา 3,040,000 บาท ของรุ่นประกอบในประเทศทำให้ของบางอย่างต้องถูกตัดออกไป เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ฝาท้ายไฟฟ้า ไฟหน้าแบบ Multi Beam LED ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE) ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO ราคาที่หั่นจนทำให้เกิดความอยากต้องตัดออปชั่นดีๆ ออกไปพอสมควร หากไม่คิดมากและไม่ยึดติดกับ GLC ตัวเต็มที่ให้มาครบ ราคาสามล้านก็ถือว่าพอรับได้ เพราะ GLC220d 4MATIC มีการขับขี่ที่ดีงามโดยเฉพาะการใช้งานในชีวิประจำวันที่มีทั้งการขับในเมืองและออกทางไกลไปท่องเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุดพักผ่อน 

เบาะปรับไฟฟ้าสามารถปรับตั้งเบาะสำหรับท่าขับที่เข้ากับเรือนร่างได้อย่างพอดิบพอดี หากชอบขับแบบมองเห็นได้รอบตัวก็ต้องยกเบาะให้สูงเข้าไว้โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ขนาดของตัวถังที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็ไม่ได้เล็กจนรู้สึกเสียดายเงิน GLC เป็นออฟโรดสายพันธุ์หรูตัวถังขนาดกลางของมันนั่งได้สบาย เบาะหลังมีพื้นที่มากพอสำหรับคนตัวโตๆ การพับเบาะหลังจะเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 550 ลิตร เป็น 1,600 ลิตร มากพอที่จะยัดกระเป๋าใบใหญ่ ถุงกอลฟ์ หรือแม้แต่จักรยานได้อย่างสบายๆ ผมใช้เวลาขับในเมืองสามสี่วัน พอสบโอกาสหลังจากผ่านช่วงเวลาของวันหยุดยาวก็นำเจาออฟโรดตราดาว GLC รุ่นสุดท้ายออกวิ่งทดสอบทางไกล ก่อนที่รุ่นปรับโฉมจะถูกนำออกมาขายในช่วงปลายปีนี้ 

จุดเด่นหลักๆ ของ GLC ก็คือระบบขับเคลื่อนและช่วงล่าง เครื่องยนต์ดีเซลสองลิตรเทอร์โบ รหัส OM651 มีเรียวแรงที่ใช้ได้ การใช้โหมดเริ่มต้นหรือโหมด COMFORT ขับออกทางไกลกลายเป็นโหมดขับเคลื่อนที่ลงตัว คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองตรงไปตรงมาไม่ย้วยเท่ากับโหมดประหยัดหรือ ECO อัตราสิ้นเปลืองในเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทันทีที่นำมันออกมาลากยาวๆ แบบนี้ ตัวเลข 16 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่บริหารการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างชาญฉลาด ทำให้เกิดความประหยัดและสบายกระเป๋าเมื่อต้องใช้รถกันทุกวันคุณก็ไม่อยากให้มันกินจุมากจนเกินไป การใช้ GLC 220d จะทำให้คุณเหลือเงินเอาไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นไม่ใช่เติมน้ำมันและผ่อนไปเดือนๆ นึงก็เงินหมดแล้ว สิ่งที่มันมอบให้กับคนขับเมื่อพาออกทางไกลก็คือความสบายและความแม่นยำในแบบที่รถยนต์ราคาสามล้านควรจะมี 

ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 9G-TRONIC หรือเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 อัตราทดรุ่นล่าสุดสร้างโดยวิศวกรของ Mercedes Benz ถูกติดตั้งให้เป็นเกียร์มาตรฐานใน GLC 220d 4MATIC / GLC 250 d 4MATIC / GLC43 AMG 4MATIC / GLC63s 4MATIC Plus การทำงานขึ้นอยู่กับโหมดที่ผู้ขับขี่ทำการเลือกสำหรับการควบคุมแบบ DYNAMIC เกียร์ 9 สปีด ครอบคลุมทุกสภาพเส้นทาง การผ่องถ่ายอัตราทดโดยเน้นไปที่ความคล่องตัวและการตอบสนองที่ดีของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะย่านของแรงบิดที่กว้างมากยิ่งขึ้นซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดเรียงอัตราทดของเกียร์ 9-G Tronic เกียร์โอเวอร์ไดรฟ หรือเกียร์ 8-9 เน้นประหยัดเชื้อเพลิง

ศักยภาพในการส่งกำลังที่เหนือกว่าเกียร์แบบอื่นๆ เน้นการขับใช้งานได้อย่างเต็มที่แต่ก็ต้องดูแลรักษาเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นเกียร์กันให้ดีๆ เกียร์ 9-G Tronic ของ GLC ยังมีการเปลี่ยนแปลงอัตราทดด้วยความว่องไวอย่างน่าประทับใจ มันสามารถกระโดดข้ามเกียร์ขึ้นๆ ลงๆ ด้วยความรวดเร็วปราศจากอาการกระตุกกระชาก จากเกียร์ 7 สามารถไหลข้ามเกียร์ 8 ขึ้นไปสู่เกียร์สุดท้ายได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้สีกว่ามันกำลังเปลี่ยนเกียร์ หรือลดเกียร์ลงจาก 9 ไป 7 และ 5 ถ้าคุณใช้เบรกหนักๆ เกียร์จะลดลงตามอย่างว่องไว ความแม่นยำและเรียบเนียน ให้อัตราทดที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นยันปลายของ 9-G Tronic ยังออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็วเพื่อแซง ผสานกับความอ่อนโยนนิ่มนวลไหลลื่นเมื่อเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงด้วย Paddle Shift

ช่วงล่างแบบมาตรฐาน ปรับตั้งอะไรไม่ได้แต่ก็น่าจะคงทนมากกว่าระบบ Air Suspension ที่ไม่ค่อยจะเหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทยเท่าใดนัก ค่าซ่อมช่วงล่างระบบถุงลมทำให้เศรษฐีไทยหลายคนเกิดอาการหงุดหงิด ช่วงล่างธรรมาดสามัญของ GLC ปรับตั้งมาเพื่อเน้นความนุ่ม โช้คอัพและสปริงทำงานร่วมกับยาง Dueler H/P Sport ไซส์ 235/60R18 ได้ดีเหนือความคาดหมาย นั่งสบายและนุ่มเงียบใช้ได้สมกับเป็นรถจากแบรนด์ตราดาว ช่วงล่างของมันยังรองรับการขับลุยฝ่าทางวิบากออฟโรดได้ดี ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่ 181 มิลลิเมตร สามารถข้ามผ่านหลุมหล่มบนทางออฟโรดแบบพอเอาตัวรอดได้ การวิ่งบนทางไฮเวย์ก็ให้ความนิ่มนวลซับแรงสั่นสะเทือนได้เจ๋งพอๆ กับราคาค่าตัว มันเป็นรถทีมีการถ่ายเทน้ำหนักในโค้งดี มีอาการโคลงตัวน้อยและทรงตัวในย่านความเร็วสูงอย่างมั่นคง ช่วงล่างหน้าดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกและแขนยึดโยงทำจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักและให้ความยืดหยุ่นได้ดีกว่าเหล็ก ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์ก็ยังมีชิ้นส่วนหลักๆ ที่ทำจากอะลูมิเนียมเช่นกัน เป็นอีกจุดเด่นที่ทำให้ GLC220d 4MATIC เป็นออฟโรดยกสูงที่ขับแล้วสบายก้นกบ เหมาะกับการเดินทางไกลขึ้นเหนือล่องใต้แบบไม่ต้องกลัวสะเทือนซาง

ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า Direct Steer System เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จะต้องพูดถึง เมื่อนั่งนิ่มแล้วก็ต้องมีพวงมาลัยที่แม่นยำจะทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายไม่ก่อให้เกิดความเครียดหรือความอ่อนล้าที่จะต้องมานั่งประคองพวงมาลัยแต่งองทรงเครื่องไปตลอดทาง คุณจะพบกับความแม่นยำและน้ำหนักที่เป็นเลิศในทุกย่านความเร็วจากการผ่องถ่ายของชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้า Direct Steer System ซึ่งเป็นระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่ของพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างว่องไวต่อความเร็วและเพิ่มอัตราส่วนการบังคับทิศทางเปลี่ยนไปตามมุมของพวงมาลัยได้อย่างเนียน อัตราส่วนของระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่มุมเพียง 5 องศา ให้ความรู้สึกค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ผลที่ได้คือการลดลงของมุมเลี้ยว การเปลี่ยนทิศทางที่ง่ายและเร็วด้วยการขยับพวงมาลัยนิดเดียวก็เพียงพอสำหรับการเปลี่ยนทิศทาง ระบบ Direct Steer System ได้รับการจัดอันดับว่าดีกว่าพวงมาลัยพาวเวอร์แบบเก่า มันตอบสนองได้เร็วทั้งการปรับน้ำหนักในย่านความเร็วที่แตกต่างกันออกไป ความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวทำให้เกิดความปลอดภัย ให้ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนทิศทางอย่างแม่นยำพร้อมความเสถียรเมื่อพวงมาลัยถูกปรับตั้งให้สอดรับกับการทำงานของช่วงล่างและล้อยาง

สำหรับการเก็บเสียงก็ทำออกมาได้ตามมาตรฐานของรถหรู เสียงยางและเสียงลมเริ่มได้ยินที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเร็วขึ้นมากกวานั้น การเก็บเสียงที่ดีของมันก็ยังช่วยทำให้เกิดสมาธิในการควบคุม ไม่ต้องมานั่งฟังเสียงยางเสียงลมที่ทำให้รู้สึกรำคาญใจ ส่วนเครื่องเสียงที่ให้มาก้ได้แค่พออาศัยไม่ใช่ทำออกมาสำหรับคนหูเพชรอย่างระบบเสียงรอบทิศทางของ Burmester® ที่อยู่ในรุ่นแพงกว่าอย่าง GLC250d AMG Dynamic เครื่องเสียงติดรถของ GLC220d เป็นชุดวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ให้ซุ้มเสียงกลางๆ หากอยากจะให้เจ็บกว่านี้ก็ต้องไปปรึกษาร้านเครื่องเสียงเพื่อลงของที่ดีกว่าที่ให้มาจากโรงงาน 

สรุปภาพรวมของการขับทดสอบ SUV รุ่นถูกสุด GLC220d 4MATIC การไม่มีฝาท้ายไฟฟ้าและเนวิเกเตอร์กับระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO อาจไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร แต่อุปกรณ์ที่โดนตัดออกไปเพื่อทำราคาให้โดนใจคนที่อยากได้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการขับขี่แต่อย่างใดทั้งสิ้น GLC รุ่นประหยัดเป็นรถที่ขับใช้ได้ ทรงตัวได้ดีในย่านความเร็วสูง ถ้าขับแบบสบายๆ ไหลไปเรื่อยอัตราสิ้นเปลืองจะดีงามมาก เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร อัดเทอร์โบของมันถูกออกแบบให้มีแรงบิดที่เหมาะสมกับการใช้งานและประหยัดเชื้อเพลิง เกียร์ 9 สปีดไหลลื่นและเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างว่องไว ช่วงล่างและพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้เป็นรถออฟโรดไซส์กลางที่ควบคุมได้ง่ายไม่โคลงเคลงจนทำให้รู้สึกเวียนหัว น้ำมัน 1 ถังไปได้ไกล 800 กิโลเมตร พื้นที่ภายในกว้างขวางกว่า C-Class และมีส่วนสูงที่สามารถลุยฝ่าน้ำท่วมได้ดี ราคา 3,040,000 บาท (สามล้านกับอีกสี่หมื่นบาท) ถูกกว่ารถคู่แข่งอย่าง BMW X3 xDRIVE20d xLINE ราคา 3,699,000 บาท และ Audi Q5 45TFSI Quattro S-Line ที่มีราคา 3,899,000 บาท ชอบแบบไหนก็เลือกไปสักคันนะครับ

รายละเอียดด้านเทคนิค GLC 220 d 4MATIC 

เครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง /4 สูบ /4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,143 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 125 กิโลวัตต์ 170 แรงม้า ที่ 3,ooo-4,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,800 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.3 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 210 กม./ชม.
ความจุถังน้ำมัน 66 ลิตร
พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 550-1,600 ลิตร
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles)

ขนาดล้อและยางหน้า-หลัง 235/60 R18 
มิติตัวถัง กว้าง 1,890 มิลลิเมตร ยาว 4,656 มิลลิเมตร สูง 1,639 มิลลิเมตร

ระบบความปลอดภัย GLC 220 d 4MATIC 
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง 
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)  
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ  Hill-Start Assist
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light)

ระบบความปลอดภัย GLC 220 d 4MATIC 
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) 
ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) 
ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator) 
ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system) 
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) 
เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) 
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) 
กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (reversing camera)

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLC 220 d 4MATIC 
ใบปัดน้ำฝนทำงานโดยอัตโนมัติ พร้อมเซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน 
ไฟหน้าแบบ LED High performance 
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน 
ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
กระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า 
กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัต

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก GLC 220 d 4MATIC 
กุญแจรีโมทคอนโทรล 
ระบบกันสะเทือนแบบคอมฟอร์ท 
ตกแต่งภายนอกแบบ Exclusive (กันชนหน้า-หลัง) 
ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ 
ล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน ขนาด 18" 
อุปกรณ์ปะยางฉุกเฉิน TIREFIT


อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLC 220 d 4MATIC 
ฟังก์ชั่น ECO start/stop 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน 
เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO
เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังพับได้ แบบ 1/3 และ 2/3 
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังปรับองศาได้ พร้อมกล่องเก็บของ ตาข่ายสัมภาระซ้าย-ขวา

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน GLC 220 d 4MATIC 
ฟังก์ชั่นพับพนักพิงผู้โดยสารด้านหลังอัตโนมัติ 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
พวงมาลัยนิรภัยพร้อมพาวเวอร์ ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ 
ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา 

ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start) 
ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 3 สี (ambient lighting) 
วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 
ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad 
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) 



อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MERCEDES-BENZMERCEDES-BENZ GLCMERCEDES-BENZ GLC220d 4MATICGLC220d 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศอาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้