BMW X4 รุ่นใหม่เป็นคู่แข่งของ Mercedes-Benz GLC Coupe หลังจากเจนเนอเรชั่นแรกที่ลืมตาออกมาดูโลกในปี 2014 มาจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2019 การมาถึงของ New X4 xDRIVE 20d M-Sport เป็นการสานต่อความสำเร็จของรถออฟโรดอเนกประสงค์ในตระกูล X ไล่เรียงจาก BMW X1 ครอสโอเวอร์ครอบครัวที่ขายดีและมีราคาไม่แพง BMW X2 น้องเล็กคนสุดท้องที่โผล่มาในปี 2018 กับเรือนร่างแบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ขับเคลื่อนล้อหน้าพร้อมราคานำเข้าชวนสะดุ้ง BMW X3 เอสยูวีไซส์กลางที่กำลังไล่ล่ารถคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz GLC และ Audi Q5 ส่วน BMW X5 ผู้พี่ที่เพิ่งจะปรับเปลี่ยนโมเดลใหม่ไปสดๆ ร้อนๆ ก็กำลังทำตลาดอย่างเข้มข้นในไทย สำหรับ BMW X6 สปอร์ตออฟโรดหุ่นทรมานใจสาวได้รับความนิยมพอสมควรในกลุ่มสปอร์ตเอสยูวีที่ต้องชนกับ Mercedes-Benz GLE Coupe และ Audi Q8 แว่วๆ มาว่า New X6 จะโผล่ออกมาท้าชนกับรถคู่แข่งในเร็ววันนี้ ส่วน BMW X7 พี่ใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดที่ขยับตัวขึ้นชั้นไปสู่เรือนร่างที่ใหญ่โตน้องๆ ยักษ์ เป็นเรือธงเอสยูวีสุดหรูราคาเฉียดๆ 10 ล้านบาทที่ขับได้ดีเหลือกำลังลาก

...

...

เมื่อมองดูรุ่นของรถยนต์ในตระกูล X คุณจะพบว่า BMW X2 /X4 และ X6 จะมีรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวเน้นความสปอร์ตและการขับขี่ที่ต้องมีความบันเทิงเริงรมย์เป็นหลัก ความสำเร็จของรถรุ่นพี่อย่าง BMW X6 เจนเนอเรชั่นแรกและเจนเนอเรชั่นที่ 2 กวาดยอดขายทั่วโลกมากถึง 250,000 คัน ถึงแม้จะมีแฟนคลับ BMW บางคนที่ไม่ชอบส่วนท้ายที่ลาดเทแบบ Sport Coupe แต่ความชอบของคนเราโดยเฉพาะรถยนต์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันคนรวยส่วนใหญ่ชอบรถอเนกประสงค์ที่สามารถขับลุยทางออฟโรดได้ เป็นรถที่สามารถพาคุณและครอบครัวกลับถึงบ้านในวันที่มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังอยู่บนถนน ยานยนต์ตระกูล X จาก BMW ทำสิ่งที่คนใช้รถต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราจึงยังเห็น X2 X4 และ X6 วิ่งอยู่บนถนนทั่วโลก

...

...

BMW New X4 ใหม่ รุ่นที่ขายในไทยเป็นรุ่น xDRIVE 20d M-Sport รหัสตัวถัง G02 เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร 190 แรงม้ามีหน้าตาคล้ายๆ กับฝาแฝดของ BMW New X3 รูปแบบของกระจังหน้าคล้าย X4 เจนเนอเรชั่นแรกแต่ใช้กระจังแบบอัตโนมัติที่สามารถเปิด-ปิดบริเวณซี่กระจังแนวตั้ง เมื่อเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่กระจังหน้าจะปิดตัวเองเพื่อลดแรงต้านทานของกระแสอากาศ และเมื่อเครื่องยนต์เข้าถึงอุณหภูมิทำงาน กระจังหน้าจะเปิดออกแบบอัตโนมัติเพื่อนำกระแสลมไปช่วยระบายความร้อนให้กับห้องเครื่องยนต์ กระจังแบบอัตโนมัติทำงานร่วมกับพัดลมไฟฟ้า เป็นเทคโนโลยีของระบบอากาศพลศาสตร์ที่ใช้แนวคิดง่ายๆ แต่ช่วยลดแรงต้านทานของลมและช่วยทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของ New X4 ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย กันชนหน้าของ M ออกแบบโดยใช้ร่องและช่องนำอากาศที่เชื่อมโยงกับสไตล์ที่ดุดันในเวอร์ชั่น M ตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของ New X4 อยู่ที่ cd 0.30 สูสีกับ GLC แบบกินกันไม่ลง ไฟหน้าของ New X4 เป็นระบบไฟ LED แบบ Active ทั้งไฟสูงและไฟต่ำรวมถึงไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights ไฟหน้า Adaptive LED มีกำลังในการส่องสว่างไกล 600 เมตร ทำงานในระบบอัตโนมัติ ใน X4 รุ่นใหม่ ระบบไฟ Adaptive LED ถูกปรับตั้งให้ตอบสนองเร็วขึ้นมากเมื่อวิ่งเข้าไปในที่มืด ไฟสูงส่องทั้งด้านหน้าและด้านข้าง พร้อมกลไกอัตโนมัติที่ช่วยลดมุมของลำแสงเพื่อลดแสงสะท้อนจากป้ายจราจร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยบนถนนที่ไม่มีแสงไฟ ระบบอัตโนมัติของชุดไฟ Adaptive ยังตรวจจับรถยนต์ที่วิ่งอยู่ด้านหน้าและด้านข้างได้เร็วขึ้น โดยจะปรับลดแสงไฟลงต่ำทันทีที่เซนเซอร์ตรวจพบแม้จะวิ่งอยู่ไกลเป็นกิโล ระบบไฟแบบใหม่หมุนตามองศาของแกนพวงมาลัย ไฟต่ำปรับให้มีมุมที่กว้างขึ้น รวมถึงไฟตัดหมอก LED ที่แรงขึ้นแต่ไม่แยงตารถที่แล่นสวนมา

งานวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานของ New X4 รหัสตัวถัง G02 เป็นแบบ Modular CLAR platform Cluster Architecture เป็นโครงสร้างหลักในรถรุ่นเรือธงอย่าง Series-7 G11, Series-5 G30 X3 G01 และ New series-3 G20 ที่เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ และออกวางขายแทนที่ 3-Series F30 ตังถังที่ได้รับการขัดเกลาใหม่ในส่วนท้ายทำให้ New X4 รุ่นล่าสุดมีความสวยงามลงตัวมากยิ่งขึ้น BMW New X4 มีขนาดความยาวรวม 4,752 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,918 มิลลิเมตร สำหรับสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,621 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,864 มิลลิเมตร ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายมีขนาด 525 ลิตรเมื่อยังไม่ได้พับเบาะหลัง และเมื่อพับเบาะหลังลงราบกับพื้น พื้นที่เก็บสัมภาระจะเพิ่มเป็น 1,430 ลิตร เมื่อเทียบขนาดของตัวถังกับ BMW X4 เจนเนอเรชั่นแรก เจ้า New X4 รุ่นใหม่ จะมีความยาวเพิ่มขึ้น 81 มิลลิเมตร กว้างขึ้นอีก 37 มิลลิเมตร ส่งผลไปถึงพื้นที่เบาะคู่หน้าที่กว้างมากยิ่งขึ้น สำหรับความสูงนั้น New X4 ถูกลดระดับของความสูงให้เตี้ยลงนิดเดียวแค่ 3 มิลลิเมตร ส่วนความยาวฐานล้อเมื่อวัดจากดุมหน้าไปจนถึงดุมหลังนั้นยาวขึ้นอีก 54 มิลลิเมตร ฐานล้อที่ยาวขึ้นเพิ่มพื้นที่โดยสารของเบาะหลัง รวมถึงแนวหลังคาที่ลาดเอียงลงไปยังส่วนท้ายก็ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้กับผู้โดยสารที่เบาะหลังเนื่องจากการออกแบบอันชาญฉลาดของพื้นที่เบาะหลังทั้งการวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่ให้มาอย่างพอเพียงไม่สร้างความรู้สึกคับแคบแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ทรงด้านข้างที่ลงตัวเกิดจากการทำงานอย่างหนักของสำนัก BMW Design เส้นนำสายตาที่เจ้าของรถบางคนไม่เคยสังเกต เป็นแนวเส้นบริเวณบานประตูทั้งด้านบนและด้านล่างที่เข้ามาเพิ่มมิติแสงเงาให้ New X4 ดูขลังและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ขอบซุ้มล้อพลาสติกสีเดียวกับตัวถังมีรอยต่อสุดเนี้ยบเท่ากับพอดีกับรอบครึ่งวงกลมของซุ้มล้อบ่งบอกถึงความประณีตของงานประกอบ ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วไม่ใหญ่มากจนต้องไปลดความสูงของแก้มยางซึ่งจะทำให้เกิดอาการกระด้าง ล้อ M ขนาด 19 นิ้ว 7.5 J x 19 ลวดลายของล้อ M Double-Spoke แบบ 5 ก้านคู่ล้างทำความสะอาดได้ง่ายโดยเฉพาะการล้วงมือเข้าไปล้างคาร์ลิปเปอร์เบรก ยาง Runflat คู่หน้าของ Bridgestone รุ่น Alenza 001 ยางหน้าขนาด 245/50 R19 ยางหลัง 245/50 R19 แก้มยางที่สูงมีส่วนช่วยทำให้ New X4 นั่งนิ่มสบายก้นแม้จะเป็นยางรันแฟลต เมื่อขับผ่านผิวถนนที่ขรุขระแก้มยางรุ่นนี้ก็ยังช่วยซับแรงสั่นสะเทือนร่วมกับช่วงล่างได้ดี กันชนหลังแบบทูโทน ครึ่งบนสีขาว

บั้นท้ายของ New X4 สวยงามด้วยไฟท้ายทรงยาวแบบใหม่ใช้หลอด LED กันชนหลังแบบทูโทนของ M ครึ่งบนสีขาวหลังครึ่งล่างตัวกันชนหลังใช้สีเทา-ดำเพื่อเพิ่มความดุ ฝาท้ายทำงานด้วยระบบอัตโนมัติเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า กระจกมองหลังทรงรีอาจทำให้มุมมองของคนขับต่อการมองผ่านกระจกหลังค่อนข้างอับทึบแต่ก็สามารถมองเห็นได้ การพับเบาะผู้โดยสารตอนหลังจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 525 ลิตร เป็น 1,430 ลิตร ท่อระบายไอเสียทรงกลมฝั่งละท่อมีหม้อพักท่อท้ายซ่อนอยู่ตรงกลางด้านในของกันชนหลัง แนวหลังคาที่ลาดเอียงลงไปยังส่วนท้าย เป็นสไตล์ของ Sport SUV ยุคใหม่ที่คุณสามารถพบเห็นได้ในรถออฟโรดหรูอย่าง Porsche Cayenne Coupe Lamborghini Urus Mercedes-Benz GLC Coupe BMW X6 และ X4 ทั้งหมดเป็นรถเอสยูวียกสูง 4 ประตู รวมกับฝาท้าย แต่ทำไมชอบเรียกกันว่า Coupe! 

ห้องโดยสารแนวอนุรักษนิยมที่สง่างาม X4 มีภายในที่คล้ายกับการนำส่วนที่ดีของ Series-5 และ Series-7 มาผสมผสานกับท่านั่งของรถอเนกประสงค์ที่เน้นความสูงมากกว่ารถเก๋ง เบาะ M ทุกตำแหน่งหุ้มหนังและมีการตัดเย็บอย่างละเอียดลออด้วยหนังคุณภาพสูงพร้อมตะเข็บด้ายสีแดงที่ลามไปจนถึงแผงประตู เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตโอบอุ้มสรีระคนขับและคนนั่งอย่างพอดี เบาะคู่หน้าแปะตราสัญลักษณ์สีของ M-Power ปรับไฟฟ้าสามารถยกสูงหรือกดให้ลงต่ำได้ดั่งใจ เป็นการปรับที่ครอบคลุมมากที่สุดในบรรดายานยนต์ตระกูล X ของ BMW ท่านั่งจัดวางตำแหน่งมาดี โดยเฉพาะการใช้งานอุปกรณ์ภายในที่ BMW เน้นให้ความสำคัญกับคนขับมากเป็นพิเศษ เบาะหลังมีพื้นที่พอเพียงสำหรับผู้ใหญ่สองคนและเด็กเล็กๆ อีกหนึ่งซึ่งก็ควรจะนั่งในเบาะพิเศษของเด็กมากกว่า แม้เบาะหลังจะออกแบบให้นั่งได้สามคนแต่ก็จะอึดอัดไม่สบายตัวเท่ากับการนั่งแค่สอง เบาะหลังเย็บและเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงพร้อมแถบผ้าสัญลักษณ์ M เพื่อบ่งบอกงานตกแต่งภายในของรถคันนี้ว่าเป็นเวอร์ชั่น M-Sport นั่นเอง  

แดชบอร์ดคอนโซลทำจากโฟมขึ้นรูปหุ้ม ด้านบนหุ้มด้วยหนัง Sensatec ซึ่งเป็นหนังสังเคราะห์ สีเดียวกับเบาะพร้อมการเย็บเดินตะเข็บหนังด้วยด้ายสีแดงเหมือนกับเบาะและแผงประตู กาบบันได M ติดตั้งเฉพาะใต้บานประตูหน้า คอนโซลกลางมีงานอะลูมิเนียมแผ่นบางๆ หรือที่คนของ BMW เรียกมันว่า Aluminium Rhombicle with finishers Pearl Chrome ล้อมกรอบแผงช่องแอร์และลามไปถึงแผงประตูที่แปะตราสัญลักษณ์รูปตัว X ชุดควบคุมอุณหภูมิใช้ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 3 Zones มีหน้าตาคล้ายๆ กับ Series-7 ชุดเครื่องเสียงของ harman kardon 16 perfectly placed high-performance speakers ติดตั้งลำโพง 16 ตัว พร้อม Harman Kardon DSP amplifier กำลังขับ 600 วัตต์ หลังคา Panoramic Roof ทำงานเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ภายในห้องโดยสาร สีดำ Anthracite 

พวงมาลัย M ทรงสามก้านหน้าตาเหมือนของ Series-5 530i และ 630d GT พวงมาลัย M ติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddles Shift มีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นใช้ควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มสั่งงานด้วยเสียง

มาตรวัดแบบดิจิตอล TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ปรับเปลี่ยนรูปแบบของมาตรวัดได้ 3 แบบตามโหมดของการขับเคลื่อน เช่น ECO PRO / COMFORT / SPORT และโหมดปรับแยกย่อย INDIVIDUAL ที่ผู้ขับสามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ พวงมาลัยและเกียร์ตามความต้องการของตัวเอง จอภาพมาตรวัด TFT ยังสามารถดูข้อมูลการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงยังนำระบบนำทางด้วยดาวเทียมพร้อมสัญลักษณ์การแจ้งเตือนป้ายบอกเส้นทางและทิศทางที่จะเลี้ยวไปตามระบบนำทางได้อีกด้วย เทคโนโลยี TFT (thin-film transistor) เป็น liquid crystal display ( หรือจอภาพ LCD) พบเห็นได้ทั่วไปในหน้าจอ notebook ใช้ทรานซิสเตอร์สำหรับแต่ละพิกเซล (แต่ละหน่วยขนาดย่อยที่ใช้ควบคุมความสว่างและความมชัดของจอภาพ) การมีทรานซิสเตอร์สำหรับแต่ละพิกเซลหมายความว่ากระแสที่สับเปลี่ยนความสว่างของพิกเซลมีประสิทธิภาพด้านความคมชัดและการตอบสนองต่อการปรับเปลี่ยนภาพหน้าจอสูงขึ้น

หน้าจอแสดงผลแบบสี ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานผ่านการสัมผัสที่หน้าจอ ควบคุมด้วยท่าทาง หรือควบคุมผ่านปุ่ม iDrive Touch Controller เวอร์ชั่นใหม่ที่สะดวกรวดเร็วกว่าเดิม ระบบอินโฟเทนเม้นท์ของ New X4 ยังติดตั้งเครื่องเล่น CD ระบบนำทาง Navigation System รุ่น Professional พร้อมการแสดงรายละเอียดของถนนหนทางเมื่อขับขี่ในกรุงเทพมหานครด้วยรูปแบบ 3D กล้องมองหลังพร้อมระนาบเส้นกะระยะ จอภาพและระบบมัลติมีเดียของ New X4 ติดตั้ง Application สำหรับ Smart Phone (BMW Apps) รองรับการใช้งาน Apple Car Play ฟังก์ชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้แต่มีไว้โม้กับเพื่อนๆ อย่างระบบสั่งงานโดยการเคลื่อนไหวมือหรือที่คนของ BMW เรียกมันว่า Gesture Control ระบบสั่งงานด้วยเสียง Intelligent Voice Control Assistance ระบบเชื่อมต่อไร้สายและเล่นเพลงผ่าน Bluetooth แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging ช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับ BMW ConnectedDrive ระบบเชื่อมต่อแบบใหม่มาพร้อมระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบ Real-time บริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service ระบบ Remote Service ระบบ Teleservice ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call เรียกว่าในราคา 3,999,000 บาทของ New X4 xDRIVE 20d M-Sport นั้นให้ออปชั่นกันมามากพอสมควร 

หัวใจของระบบขับเคลื่อนใน BMW ยุคใหม่ที่ให้ทั้งความประหยัดและแรงบิดที่พอเพียงต่อความบังเทิง! BMW New X4 รุ่นนำเข้า xDRIVE 20d วางเครื่องยนต์ดีเซลรหัส B47D20 2.0 L I4 turbo เป็นเครื่องดีเซลแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบพร้อมกลไกวาล์วแปรผัน) ระบบอัดอากาศติดตั้งเทอร์โบแบบ Multi-Stage Turbocharging ลดอาการรอรอบและตอบสนองในรอบต่ำได้ดีขึ้น เครื่องดีเซล 2 ลิตรมีปริมาตรความจุ 1,995 ซีซี. เทคโนโลยี TwinPower Turbo มีความกว้างกระบอกสูบ 90.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 84.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติขั้นเทพ ZF 8 สปีด X4 ยังใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive โดยมีการทดแรงบิดไปยังล้อหน้า-หลังแบบผกผันไปตามสถานการณ์ของการขับเคลื่อนและรูปแบบของผิวถนน เครื่องยนต์ดีเซล B47D20 ปล่อย CO2 149 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร 

แพ็กเกจ M-Sport คุณจะได้ของแต่ง M รอบคันทั้งภายนอกและภายใน X4 20d M-Sport มาครบทั้งสปอยเลอร์หน้า-หลังของ M ช่องรับอากาศขนาดใหญ่คล้ายๆ กับปากของวาฬ กาบบันได M เรืองแสงสวยงามในยามค่ำคืน พวงมาลัยและเบาะ M ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่ของ M ขอบ 19 นิ้ว ที่เน้นความแข็งแกร่งพร้อมยางแก้มสูง Series-50 ทำให้นั่งขับหรือนั่งโดยสารได้อย่างสบายก้น ตำแหน่งท่านั่งจัดวางมาดี ส่วนควบคุมของคนขับคือจุดเด่นของรถ BMW ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในเอสยูวียกสูง คุณจะมองเห็นได้เกือบจะรอบตัวยกเว้นการมองผ่านกระจกหลังที่มีฝาท้ายแบบ Coupe ที่ค่อนข้างอับทึบ เมื่อเปรียบเทียบกับ X3 เจ้า X4 มีการขับที่คล้ายคลึงกัน แต่ให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่าแนวรถครอบครัวอย่าง X3 เบาะคนขับของ X4 ยกสูงหรือปรับลงต่ำได้มากเกินความต้องการ เบาะหลังในออฟโรดหลังคาลาดมีพื้นที่พอเพียง เหมือนเป็นการเพิ่มรายละเอียดให้กับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว 

X4 20d M-Sport มีความสามารถในด้านของการทรงตัวเมื่อขับเร็ว ยกเว้นก็ต่อเมื่อมีกระแสลมแรงปะทะด้านข้าง การทรงตัวที่ค่อนข้างนิ่งในย่านความเร็วสูงทำให้มันเป็นรถเอสยูวีแบบสปอร์ตที่ขับทางไกลได้ดีไม่แตกต่างไปจาก Mercedes-Benz GLC Coupe สปริงและระบบกันสะเทือนที่เซตให้แข็งขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ X3 ทำออกมาสำหรับการวิ่งเร็วๆ บนไฮเวย์ มันเป็นสปอร์ตเอสยูวีที่เข้าโค้งได้นิ่งและไม่ออกอาการโยนตัวมากนักเมื่อเจอแรงเหวี่ยงในโค้ง BMW ปรับจูนจนทำให้ X4 กลายเป็นรถยนต์นั่งมากกว่าจะเป็นเอสยูวีที่พร้อมสำหรับการบุกตะลุย ช่วงล่างไม่ได้แข็งจนรู้สึกกระด้าง ออกไปในทางหนึบๆ นุ่มๆ และซับแรงสะเทือนได้ดีเมื่อวิ่งผ่านทางที่ไม่เรียบ ยาง Runflat ของ Bridgestone รุ่น Alenza 001 ยางหน้าขนาด 245/50 R19 ยางหลัง 245/50 R19 มีประสิทธิภาพพอตัว แก้มยางที่สูงช่วยทำให้มั่นใจไม่ต้องคอยระแวงว่าตกหลุมแล้วแก้มจะฉีกเหมือนยางแก้มเตี้ย เป็นยางที่เหมาะสมกับทางแห้งๆ การเบรกอย่างรุนแรงยางให้ระยะหยุดที่ดี รวมถึงการหมุนเร็วอย่างจิ้ดไปตามทางลาดยางในโค้งมุมแคบ ยาง Bridgestone Alenza 001 ใน New X4 ให้แรงยึดเกาะดีใช้ได้ แต่ผมชอบยาง Pilot Sport 4 มากกว่า  

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE ช่วยทำให้เกิดความเสถียรเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะตอนเข้าโค้งหรือวิ่งฝ่าฝนตกหนัก xDRIVE ใน X4 20d M-Sport ในสภาพการณ์ปกติ สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมการทดกำลังจะสั่งให้ล้อคู่หลังทำการขับเคลื่อนโดยยังไม่มีการส่งถ่ายกำลังแรงบิดไปยังล้อคู่หน้าแต่อย่างใด ต่อเมื่อเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับรับข้อมูลได้ว่ารถกำลังไต่ขึ้นสู่ทางลาดชันหรือกำลังวิ่งอยู่บนผิวถนนที่มีความเปียกลื่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE จะทดกำลังให้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำงาน โดยสามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อคู่หน้า 30% หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการขับขี่ เซ็นเซอร์ของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อจะคอยระแวดระวัง โดยจะรับข้อมูลผ่านคันเร่งไฟฟ้า องศาของการหมุนพวงมาลัย ระนาบของตัวถังกับมุมและองศาที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา บนเส้นทางที่คดเคี้ยวและสูงชัน ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อ xDRIVE ของ X4 รับหน้าที่อย่างต่อเนื่องในการทดกำลังแรงบิดไปที่ล้อทั้งสี่ ช่วยทำให้การทรงตัวในโค้งหรือทางขึ้น-ลงเนินมีความสมดุล 

พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันแบบต่อเนื่องของ X4 ให้สัมผัสที่เบาสบายมือในโหมด ECO-PRO และ Comfort เมื่อปรับโหมดขึ้นไปที่ Sport Mode การหน่วงน้ำหนักและระยะของการหมุนจะมีความกระชับมากขึ้นอีกนิด คุณจะสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนจากการพัฒนาชุดบังคับเลี้ยวของ BMW ซึ่งมีความผกผันแตกต่างกันออกไปตามระดับของพลังงานในรูปแรงบิดและลักษณะของรถในแต่ละโมเดล หลักใหญ่ใจความของการผลิตชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าคือลดการใช้พลังงานของเครื่องยนต์ มันส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นมาอีก 5% เนื่องจากพวงมาลัยไฟฟ้าใช้มอเตอร์ควบคุมการทำงานโดยไม่มีจุดต่อเชื่อมกับเครื่องยนต์เหมือนพวงมาลัยเพาเวอร์ในยุคก่อนที่ต้องมีพูเลย์สายพานคล้องต่อกับจุดหมุนของเครื่องยนต์ ในการป้อนพลังงานให้กับปั๊ม พวงมาลัยยังมีระบบเตือนด้วยการสั่นเมื่อคุณขับออกนอกเลน ระบบ Lane Keeping Assist ช่วยทำให้การขับ X4 มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ขับเกิดอาการหลับในหรือเผลอขับคร่อมเลน ช่วงล่างที่ถอดแบบมาจาก X6 แต่มีขนาดที่ย่อมกว่ากันนิดหน่อยสอดประสานการทำงานกับชุดบังคับเลี้ยวและส่งถ่ายความรู้สึกแม่นยำทำให้มันเป็นเอสยูวีที่ควบคุมได้ง่ายพอๆ กับการขับ BMW Series-1 

แต่ละชิ้นส่วนของ X4 ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นแชสซี ระบบรองรับ ชุดบังคับเลี้ยว โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ เครื่องดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบแบบ Multi-Stage Turbocharging ตอบสนองได้ดีแม้จะต้องแบกน้ำหนัก 1.9 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล 4 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบครางกระหึ่มขึ้นมาทันทีในรอบกลางๆ มันคือเครื่องยนต์บล็อกยอดนิยมที่ถูกนำไปวางใน BMW หลากหลายโมเดล จากประสิทธิภาพที่ดีในด้านของแรงบิดระดับ 400 นิวตันเมตรและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เน้นเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และ BMW EfficientDynamics พร้อมด้วยกลไกไฟฟ้าของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE มันคือ SUV ที่พกพาเอาความตื่นเต้นเร้าใจในรูปของแรงบิดที่เหมาะสมเพียงพอต่อการขับเร็วจี๋หรือการทะยานขึ้นเนินสูงชัน ช่วงล่างที่ส่งถ่ายแรงยึดเกาะในระดับเดียวเกือบจะใกล้เคียงกับสปอร์ตซีดาน ทั้งๆ ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถ BMW ในรูปแบบปกติ แต่ความเสถียรของระบบรองรับกับแซสซี ทำให้การควบคุมพวงมาลัยลัดเลาะไปตามทางหลวงชนบทมีความง่ายดายราวกับกำลังควบรถแฮตช์แบคหนึบๆ X4 ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทางไกล คุณสามารถขับมันได้ทั้งวันโดยปราศจากอาการเมื่อยเนื้อปวดตัว แถมยังสามารถเร่งความเร็วได้เริดพอๆ กับรถแรงคันหนึ่งด้วยตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเวลา 8 วินาที 

เครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็กรหัส B47D20 2.0 L I4 turbo มีจุดยึดพวกแท่นเครื่องแท่นเกียร์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ตัวเครื่องถูกร่นเข้าไปใกล้กับห้องโดยสารเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี เครื่องยนต์ให้ความรู้สึกถึงพลังในรูปของแรงดึงทุกครั้งที่ลงคันเร่ง ให้แรงดึงนิ่มๆ แบบต่อเนื่องออกมาในลักษณะที่นุ่มนวลสมดุล จากส่วนผสมที่ถูกต้องของระบบส่งกำลัง 8 สปีด ประสิทธิภาพตามแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียงถูกเติมเต็มด้วยเทอร์โบ Multi-Stage Turbocharging เป็นความสามารถและมันสมองของวิศวกรตราใบพัด ซึ่งในยุคนี้จำเป็นต้องพึ่งพาคุณประโยชน์จากชุดอัดอากาศเทอร์โบ เนื่องจากต้องลดขนาดของเครื่องยนต์ การปลดปล่อยพลังงานในรูปของแรงบิดออกมาในลักษณะที่เชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ในโหมดสปอร์ต เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีที่สุด ทำให้พลังงานที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ไปยังเพลาขับเคลื่อน มีความราบรื่นและนุ่มนวลมากกว่าที่จะกระโชกโฮกฮากเหมือนกับรถสปอร์ตคันเล็กๆ เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ตัวเล็กไม่ได้มีความจุมากมายอะไรและใช้เทอร์โบแค่ลูกเดียวโดดๆ คอยดันอากาศเข้าสู่ท่อร่วมไอดี 

สรุปว่าใน X4 คุณจะได้เอสยูวีที่มีการใช้งานเหมือน Series-5 เป็นรถยนต์นั่งในรูปแบบสปอร์ตออฟโรดที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนมีเงินที่มีจำนวนไม่มากนัก คุณสามาถหักพวงมาลัยเข้าโค้งได้ค่อนข้างรุนแรงจากน้ำหนักที่มั่นคงโดยเฉพาะในโหมดสปอร์ต เครื่องยนต์และเกียร์ รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDRIVE เป็นพื้นฐานของ BMW ยุคใหม่หลากหลายรุ่น เครื่องดีเซล 2 ลิตร ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนเกียร์ 8 สปีด ลื่นไหลและทำหน้าที่ได้ดีมาก จน BMW กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปรับอัตราทดของเกียร์ ZF ไปโดยปริยาย สำหรับพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีให้อย่างพอเพียง ถ้าเป็นคนไม่ได้บ้าขนอะไรและไปไหนมาไหนแค่ 2-3 คน หรือส่วนใหญ่ใช้งานคนเดียวซึ่งเจ้าของ X4 ก็มักจะเป็นแบบนั้น พื้นที่ท้ายรถก็สามารถใช้ใส่กระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระอื่นๆ ได้อย่างไม่แออัดคับแคบ ราคา 3,999,000 บาท ถือว่าพอสมน้ำสมเน้ือไม่ได้แพงอะไรมากมายนัก มันเป็นยานพาหนะที่จะทำให้คุณสนุกไปกับการเดินทางซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ BMW. 



สีตัวถัง
สีขาว Alpine White
สีดำ Black Sapphire Metallic
สีเทา Sophisto Grey Metallic
สีแดง Flamenco Red Brilliant Effect

โทนสีภายในห้องโดยสาร
สีดำ Leather Vernesca Black with Red Stitching
สีแดง Leather Vernesca Tacora Red


BMW X4 xDRIVE 20d M-Sport 

ระบบ Driving Assistant ประกอบด้วย
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Warning,
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา Lane Change Warning
ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Crossing-traffic Warning Rear
ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถ และคนเดินถนน ที่ความเร็วต่ำ City Braking Function
ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ขณะถอยจอด Rear Collision Prevention
ระบบเตือนป้ายจราจร Speed Limit Info and no-overtaking indicator
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ
ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรก และชะลอความเร็ว
พวงมาลัยไฟฟ้าแบบสปอร์ต ลดองศาการเลี้ยว Variable Sport Steering
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Hold Function


อุปกรณ์ภายนอก
ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว 7.5 J x 19 ลาย Double-Spoke
ยาง Runflat คู่หน้า ขนาด 245/50 R19 – คู่หลัง 245/50 R19
ระบบไฟหน้า LED ปรับตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย
ระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assistance
ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ
ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED
ระบบปัดน้ำฝน แบบอัตโนมัติ
กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
กระจกมองข้างฝั่งคนขับ แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
ระบบ Comfort Access
ระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ
ชุดแต่งรอบคันดีไซน์ M
ชุดตกแต่ง M Sport
ขอบหน้าต่างสีดำเงา
ราวหลังคาตกแต่งด้วยสีดำเงา
หลังคากระจก Panorama Roof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า


อุปกรณ์ภายใน
กุญแจรีโมทระบบสัมผัส Display Key
ระบบแสดงข้อมูล และเปิดฟังก์ชั่นการทำงานของรถที่กุญแจ
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vernesca
เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต
เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อม Memory Seat ฝั่งคนขับ
เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 40 : 20 : 40
ชุดไฟส่องสว่าง ภายใน และภายนอก
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light 6 สี
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วย Aluminium Rhombicle with finishers Pearl Chrome
หลังคาภายในห้องโดยสาร สีดำ Anthracite
แดชบอร์ดด้านบนหุ้มด้วยหนัง Sensatec
พวงมาลัย Multifunction หุ้มหนังแบบ M Sport
ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Gearshift Paddles
มาตรวัดแบบดิจิตอล ขนาด 12.3 นิ้ว
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 3 Zones
ม่านบังแดดผู้โดยสารประตูคู่หลัง


ระบบมัลติมีเดีย
หน้าจอแสดงผลแบบสี ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.25 นิ้ว
ปุ่มควบคุม iDrive พร้อม Touch Controller
เครื่องเล่น CD
ระบบนำทาง Navigation System รุ่น Professional
Application สำหรับ Smart Phone (BMW Apps)
รองรับการใช้งาน Apple Car Play
ระบบสั่งงานโดยการเคลื่อนไหวของมือ Gesture Control
ระบบสั่งงานด้วยเสียง Intelligent Voice Control Assistance
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging
ช่องเชื่อมต่อ USB
ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon
ระบบเชื่อมต่อ ConnectedDrive ประกอบไปด้วย
ระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบ Real-time
บริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service
ระบบ Remote Service
ระบบ Teleservice
ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call


ระบบความปลอดภัย
ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ DSC
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน DTC
ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง CBC
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attentiveness Assistance
ระบบควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้ง Performance Control
ระบบควบคุมการขับขี่ขณะขึ้นทางลาดชัน HSA
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
ระบบเตือนการเช็กระยะ เพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Dynamic Braking Lights
เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน Crash Sensor
ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง Side Impact Protection
ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดแบบอัตโนมัติ
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
ม่านถุงลมนิรภัย
กล้องมองภาพขณะถอยจอด
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า และด้านหลัง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/