นับจากปี ค.ศ. 1975 ที่รถ BMW Series-3 คันแรกออกวางขายจวบจนปัจจุบัน ตัวเลขกว่า 12 ล้านคันใน 6 รุ่นคือความสำเร็จที่รถรุ่นอื่นยากจะทำลาย จากจุดเริ่มต้นของโมเดล Series-3 ด้วยรหัส e21 ไล่เรียงมาที่ e30 / e36 / e46 / e90 /f30 แม้จะมีราคาแพงกว่าคู่แข่ง แต่สมรรถนะและประสิทธิภาพของตัวรถทำให้ราคาค่าตัวเป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับนักขับที่ต้องการยนตรกรรมคุณภาพสูง ทุกยุคทุกสมัยตลอดระยะเวลา 38 ปี ของอายุโมเดลรถรหัส 3 จาก BMW Group ได้กลายเป็นหนึ่งในยานยนต์ที่มีผู้คนนิยมมากที่สุด สำหรับ Series-3 รุ่นที่แล้วรหัส f30 ที่ยุติสายการผลิตลงไปไม่นานมานี้ ยังคงความยอดเยี่ยมด้านการใช้งานอย่างไม่เสื่อมคลาย BMW คือค่ายรถยนต์จากเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างจักรกลยานยนต์สำหรับการเคลื่อนที่เดินทางโดยมีประสิทธิภาพของตัวรถเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งทำให้มันประสบความสำเร็จตลอดมา รถ Series-3 ทำยอดขายได้ถึง 1ใน 3 ของรถยนต์ BMW ทุกรุ่นรวมกัน แม้จะโดนต่อว่าเรื่องการขับที่นิ่มนวลเกินไป แต่ Series-3 รหัส f30 รุ่นสุดท้ายก่อนปรับโฉมมาเป็น Series-3 รหัส G20 กาลเวลาที่ผ่านมาทั้งบนการใช้งานและการขับทดสอบสมรรถนะ รถ f30 ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามันมีดีพอ หากหมุนเวลาย้อนกลับไปสู่จุดกำเนิดของโมเดล 3 ก็จะพบกับการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดตลอดช่วงเวลาของการพัฒนาที่ยาวนานมาเกือบจะ 40 ปีแล้ว
...
BMW Series-3 E21 1975-1983
ในรุ่นแรกสุดรหัส E21 นั้น ถูกสร้างขึ้นบนรูปแบบและเรือนร่างเล็กกะทัดรัดด้วยการใช้แนวทางสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู มีจุดเด่นที่กระจกมองข้างอัลลอยฝั่งคนขับ กันชนเหล็กชุบโครเมี่ยมเงาวาว ห้องโดยสารเล็กแต่โดยสารได้ดี และสมรรถนะของการขับขี่ที่ไม่เป็นรองคู่แข่ง เมื่อเปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัดกับรถเล็กขับหลังในยุคนั้น เรือนร่างที่ได้รับอิทธิพลมาจากรุ่น 2002 ถูกขัดเกลาให้มีสัดส่วนที่คมคายมากขึ้น ไฟหน้าแบบสี่ดวงหรือแบบสองดวง สัญลักษณ์ไตคู่บริเวณหน้ากระจังที่ทำจากอัลลอยชิ้นบางๆ ไฟท้ายที่ลงตัว สันหลังคาที่เล็กกะทัดรัดและเบาะโดยสารแบบสี่ที่นั่งในรถสปอร์ตคูเป้ขนาดเล็ก เจ้าหน้าฉลามคันนี้วางเครื่องยนต์ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายรุ่นตามความต้องการ เช่น 316 / 318 / 320 / 323 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ในรุ่นแรกๆ หลังจากนั้นจึงปรับการฉีดเชื้อเพลิงมาเป็นแบบหัวฉีดไฟฟ้าในช่วงท้ายของโมเดล ผลิตออกมาในปี 1975-1983 จำนวน 1,364,039 คัน
BMW Series-3 E30 1982-1994
รุ่นที่ 2 ของ 3-Series รหัส E30 ใช้เส้นสายที่แสดงออกถึงความโค้งมนสมส่วนมากกว่ารุ่นแรก ตัวถังยังมีให้เลือกทั้ง 2 และ 4 ประตู รวมถึงแบบเปิดหลังคาในรุ่น Convertible กับ Station Wagon 5 ประตู แปะท้ายด้วยคำว่า Touring อุปกรณ์ภายในถูกปรับให้มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงขนาดของตัวถังให้กะทัดรัดเหมือนเดิม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพของการใช้งาน เครื่องยนต์มีทั้งแบบแถวเรียง 4 สูบในรุ่น 316 / 318i / 320i และเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ในรุ่น 323i-325i ตัวแรงประจำรุ่นซึ่งใช้รหัส M3 นั้นกลายเป็นคลาสสิกคาร์ที่นักเลงสะสมรถต้องการ นับเป็นครั้งแรกของโมเดล Series-3 ที่มีระบบตรวจสอบการเซอร์วิส พร้อมกันนั้นช่างในแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ BMW ได้ให้กำเนิดรถสปอร์ตพลังสูง ตัวแรงประจำรุ่นที่ใช้รหัส M3 ในห้วงเวลาต่อมา รถ M3 E30 ได้สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน BMW Series-3 E30 ผลิตขึ้นในปี 1982-1994 ในจำนวนทั้งสิ้น 2,339,251 คัน จากความนิยมในเรือนร่างและประสิทธิภาพ ยังทำให้ M3 E30 กลายเป็นรถที่นักสะสมรถเก่าในปัจจุบันตามหาอีกด้วย
...
BMW Series-3 E36 1990-2000
มันใหญ่ขึ้น สวยขึ้นและเริ่มเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นี่คือ Series-3 รหัส E36 หรือที่นักเลงรถในเมืองไทยเรียกกันติดปากว่ารุ่นนกแก้ว เจ้า E36 มาพร้อมกับทรวดทรงของตัวถังที่โตขึ้นในทุกมิติ และมีตัวถังให้เลือกมากมายคล้ายกับรุ่น E30 ห้องโดยสารกว้างมากขึ้นจากขนาดของเรือนร่างที่โตขึ้นในทุกสัดส่วนรวมถึงน้ำหนักตัวก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย เครื่องยนต์มากมายหลากหลายขนาดทั้ง 4 และ 6 กระบอกสูบ ไล่เรียงตั้งแต่รุ่น 318i ไปจนถึง 328i ส่วนรุ่นแรงสุดรหัส M3 E36 แบบ 2 ประตูคูเป้และนับเป็นครั้งแรกของรถยนต์ Series-3 สำหรับโมเดล M3 ที่มีเรือนร่างแบบซีดาน 4 ประตู รถ BMW Series-3 E36 เริ่มออกขายในปี 1990-2000 มีการผลิตขึ้นมาทั้งสิ้น 2,745,773 คัน
...
BMW Series-3 E46 1998-2006
รูปลักษณ์ที่เคยเป็นเหลี่ยมมุมในรุ่นที่แล้ว ถูกขัดเกลาให้มีความโค้งมนมากยิ่งในสำหรับ Series-3 โมเดลที่ 4 รหัส E46 พร้อมด้วยการประดังเทคโนโลยีพวกระบบช่วยการทรงตัว ช่วงล่างปีกนกอัลลอยส่งถ่ายสัมผัสของการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี พวงมาลัยติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น กับจอคอมมาน ส่วนตัวถังที่มีให้เลือกยังคงเหมือนกับ E36 ทั้งแบบ 2 ประตูหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบเปิดประทุน แบบ 4 - 5 ประตู เครื่องยนต์เริ่มจากรุ่น 318i 4 สูบ 115 แรงม้า ไปจนถึง 330i 6 สูบ 218 แรงม้า ในยุโรปและอเมริกามีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกใช้อีกด้วย นับเป็นครั้งแรกของรถซีดานในตระกูล Series-3 ที่วางเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นแรงสุดรหัส M3 E46 ยังมีรุ่นแยกย่อยพิเศษตามระดับของความแรงเช่น M3 CS-M3 CSL สปอร์ตน้ำหนักเบาพลังสูงที่มีกำลังมากถึง 350 แรงม้าจากโรงงาน รถ Series-3 E46 คันแรกออกสู่ท้องถนนในปี 1998 จนถึงปี 2006 จำนวนรถที่ถูกผลิตออกมาทั้งหมดรวม 2,745,773 คัน
...
BMW Series-3 E90 2005-2011
Series-3 E90 ถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 จากปลายปากกาของผู้อำนวยการแผนกออกแบบที่ชื่อ Chris Bangle ซึ่งเข้ามาปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ๆ ให้กับ BMW Group จนค่ายรถอื่นๆ นำไปลอกเลียนแบบในเวลาต่อมา สัดส่วนด้านบั้นท้ายที่ไม่ค่อยลงตัว ทำให้มันได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมากจากลูกค้าเก่าแก่ แต่หลังจากรุ่น E90 Minor Change ซึ่งคลอดตามออกมาสำหรับกระตุ้นตลาด ทำให้ส่วนท้ายของรถรุ่นนี้ดูลงตัวขึ้นจากการปรับแก้ไฟท้ายใหม่หมด รถ Series-3 E90 มีรูปแบบตัวถังให้เลือกมากมายตามความต้องการของลูกค้า และวัตถุประสงค์ของการใช้งานที่หลากหลาย เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เล็กสุดเริ่มจาก 318i ไปจนถึง 330i และมีเครื่องยนต์ดีเซลเสริมเข้ามาในรุ่น 320d - 325d 330d ส่วนรหัสร้อนในรุ่น M3 E90 ถือเป็นการกลับเข้ามาอีกครั้งสำหรับโมเดล M3 4 ประตู เครื่องยนต์ของ M3 E90 4 ประตู /E92 2 ประตูคูเป้ /E93 เปิดประทุนหลังคาโลหะพับเก็บได้ เป็นเครื่องแบบ V8 414 แรงม้า ตามด้วย M3 รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่นที่มีราคาทะลุไปถึงหลัก 1 แสนปอนด์ รถ Series-3 E90 คันแรกวางจำหน่ายในปี 2005 จนถึงช่วงกลางปี 2011 ก่อนที่จะยุติสายการผลิต จากจำนวนการประกอบทั้งสิ้น 2,623,966 คัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมชมชอบบนตัวรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี
BMW Series-3 f30 2012-2018
โมเดลที่ 6 ของ New Series-3 รหัส F30 ถูกผู้อำนวยการแผนกออกแบบของ BMW Mr. Adrian Van Hooydonk ลูกศิษย์ของปรมจารย์ Chris Bangle ปรับเปลี่ยนเส้นสายทั้งคันให้มีสัดส่วนที่โตมากยิ่งขึ้น เมื่อดูจากตัวเลขความกว้าง ความยาวและส่วนสูงแล้ว มันมีขนาดที่ใหญ่กว่า Series-5 e28 Van Hooydonk นำเอาดีไซน์ของ Series-5 รหัส F10 มาใส่ไว้แทบจะทุกจุด โดยเฉพาะด้านหน้าเช่น กระจังหน้า แนวของเสาหน้า เส้นข้างตัวถัง รวมถึงไฟท้ายที่คล้ายกับรุ่น F10 ย่อส่วน ตัวรถนั้นมีความยาวมากกว่ารุ่น E90 อยู่ถึง 93 มิลลิเมตร ไฟหน้าซีนอนมีขนาดเล็กลง มีรูปแบบที่เฉียบคมและโดนใจแฟนคลับ BMW มากขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่ไฟหน้าของ F30 ยาวจนไปจดกับกระจังหน้าแบบไตคู่ ไฟหน้าสวยงามดุดันทั้งกลางวันและกลางคืน สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ห่อหุ้มส่วนหน้าของตัวรถเอาไว้ทั้งหมด ชายล่างของชุดสปอยเลอร์ด้านหน้ามีไฟตัดหมอกทรงกลม วางตัวอยู่บนชิ้นงานพลาสติกสีดำเพื่อเน้นความเข้ม กระจังหน้าโครเมี่ยมมีขนาดที่พอดีสอดรับกับชุดไฟหน้าได้อย่างลงตัว มิติตัวถังของ BMW 320d F30 ยาว 4,624 มิลลิเมตร กว้าง 1,811 มิลลิเมตร สูง 1,429 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,810 มิลลิเมตร f30 มีให้เลือกทั้งรุ่น 4 ประตู รุ่น Touring ตัวถังแวกอน 5 ประตู รุ่นสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูที่กลายเป็น Series-4 และรุ่น 4-Series GT ที่เป็นรถสปอร์ต 4 ประตู รุ่น 320d GT ตัวถัง fastback รวมไปถึงรุ่นเปิดหลังคาที่ใช้หลังคาโลหะพับเก็บได้เป็นรุ่นสุดท้ายเนื่องจาก G20 รุ่นเปิดประทุนที่จะออกขายในอนาคตจะใช้หลังคาผ้าใบที่เบากว่า ตามด้วยรุ่นแรงสุดอย่าง M3/M4 รหัส f80 และ 82
2019 การมาถึงของ Series-3 G20 เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สำหรับการขับทดสอบ BMW New Series-3 320d G20 ยาว 8 วัน บนระยะทาง 1,200 กิโลเมตร จะบอกว่าดีก็ยังน้อยเกินไปหรือจะบอกว่ายอดเยี่ยมมันก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น เอาเป็นว่า New Series-3 320d Sport G20 ไม่เป็นสองรองใครเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz C220d หรือแม้แต่รถที่มีการทรงตัวดีอย่าง Audi A4 45TFSi Quattro ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของ BMW Series-3 ทำให้รถซีดานรุ่นฮิตคันล่าสุดของแบรนด์ตราใบพัดขับได้ดีพอๆ กับรถคู่แข่งโดยมีการเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเข้ามามากกว่า F30 ผู้พี่ที่เพิ่งจะตกรุ่นไปสดๆ ร้อนๆ
BMW 320d Sport รุ่นนำเข้าราคา 2.9 ล้านบาท (2,959,000 บาท) ถูกปรุงแต่งแชสซีและระบบรองรับใหม่หมด แม้ขนาดตัวถังจะใหญ่ขึ้นในทุกมิติแต่น้ำหนักกลับลดลง 55 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ 3-SeriesF30 รุ่นพี่ การปรุงแต่งไดนามิกใหม่หมดทั้งคัน ทำให้อารมณ์แบบสปอร์ตซีดานของ Series-3 รหัส E90 กลับคืนมา โดยเฉพาะการเซตอัพช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว เพื่อทำให้ลูกค้าเก่าที่ชื่นชอบความเป็น BMW ไม่เปลี่ยนใจไปคบหากับแบรนด์อื่น
BMW 320d Sport G20 เป็นรถซีดานที่เร้าใจ รูปลักษณ์ดูจริงจังมากขึ้นทั้งกระจังหน้าแบบใหม่และไฟหน้าที่ดุดัน กระจังแบบใหม่ใช้ระบบเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ เมื่อเครื่องยนต์ยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงาน กระจังจะปิดเพื่อลดแรงต้านของอากาศ และเมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้น กระจังหน้าบริเวณซี่กระจังจะเปิดออกแบบอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนให้กับหม้อน้ำ การทำงานของกระจังอัตโนมัติร่วมกับพัดลมไฟฟ้าช่วยลดอุณหภูมิเครื่องยนต์และช่วยทำให้ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศดีขึ้น ไฟท้ายทรงยาวหลอด LED แบบใหม่สวยงามลงตัสกับบั้นท้ายแบบเรียบๆ 320d Sport G20 ถูกจูนให้เป็นรถสปอร์ตซีดานที่ขับสนุกกว่า F30 รุ่นพี่ และมีวิถีทางในแบบเฉพาะตัว ยุคใหม่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบก็ยังคงปล่อยมลพิษต่ำ มีกำลังพอตัวและมีความคงทนใช้ได้ เป็นรถที่คุณสามารถขับอย่างเร่าร้อน แถมยังได้ความประหยัดและทำตัวสะอาดมากกว่าเดิมเล็กน้อย
การต่อสู้ครั้งสำคัญของ BMW ทำให้ New Series-3 ต้องมีทั้งความหรูหราและขับได้ดีสมกับที่เป็นรถรุ่นขายดีของ BMW ซึ่งลูกค้าที่ซื้อ Series-3 มีความคาดหวังสูงมาก น้ำหนักตัวที่ลดลง 55 กิโลกรัม แต่มิติตัวถังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นคือ เรื่องที่มีความขัดแย้งกันสำหรับงานวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ BMW 320d Sport G20 มีความยาว 4,709 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 76 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Series-3 320d F30 รุ่นที่แล้วซึ่งมีความยาว 4,624 มิลลิเมตร สัดส่วนความกว้างของ 320d G20 อยู่ที่ 1,827 มิลลิเมตร กว้างกว่า 320d F30 16 มิลลิเมตร ซึ่ง320d F30 มีความกว้างแค่ 1,811 มิลลิเมตร สำหรับความสูงของ 320d G20 อยู่ที่ 1,435 มิลลิเมตร สูงกว่ารถรุ่นพี่อย่าง 320d F30 6 มิลลิเมตร ขนาดของตัวถังที่ใหญ่ขึ้นผนวกกับฐานล้อที่ยาวขึ้นทำให้พื้นที่ห้องโดยสารของ New Series-3 G20 มีขนาดที่เกือบจะเท่ากับรถรุ่นพี่อย่าง Series-5 G30 เลยทีเดียวโดยเฉพาะพื้นที่เบาะคู่หน้าที่กว้างมากๆ ส่วนล้อและยางของ 320d Sport G20 ใส่ล้ออัลลอยลาย V-Spoke No. 780 สี Bicolour Orbit Grey ขอบ 18 นิ้ว ขนาด 7.5Jx18 ยางสปอร์ตยี่ห้อ Pirelli Cinturato P7 ไซล์ 225/45R18 เท่ากันทั้งสี่ล้อ
New Series-3 ใหม่ มาเต็มด้วยไฟหน้ารูปทรงโฉบเฉี่ยวขนาดใหญ่ เป็นระบบไฟ LED แบบปกติพร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights ไม่มีระบบปรับแสงไฟอัตโนมัติหรือ Adaptive LED ซึ่งติดตั้งอยู่ในรถรุ่นที่แพงกว่าอย่าง 330i M-Sport G20 ส่วนเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนยังคงก้าวล้ำนำหน้า คุณภาพของวัสดุและความดุดันนั้นกินขาด รูปทรงแบบใหม่ล่าสุดของ New Series-3 จะสร้างแรงกดดันให้กับ Mercedes-Benz C-Class Minorchange และ Audi A4 ในกลุ่มซีดานไซส์เล็กแบบพรีเมี่ยมซึ่งลูกค้าคนรวยมีความละเอียดอ่อนและมีความชอบที่แปลกแยกแตกต่าง ผมเอา 320d Sport G20 ออกไปขับทดสอบแทนที่จะเป็น 330i M-Sport ที่แรงกว่า เนื่องจากราคารุ่นนำเข้าของ 330i นั้น ยันเพดาน คงต้องรอต่อคิวหลังจากขับรถตัวขายอย่าง 320d Sport ที่มีราคาถูกกว่ากันถึง 459,000 บาท
BMW 320d Sport G20 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo เกียร์ออโต้ 8 สปีด กับช่วงล่างเน้นอารมณ์สปอร์ต ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองในโหมด Eco Pro ซึ่งเป็นโหมดประหยัดได้ 15.7 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับใช้งานแบบผสมทั้งในและนอกเมือง แรงม้า 190 ตัว กับแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร จากเครื่องดีเซลสี่สูบรหัส B47D20 2.0 L I4 turbo มีความสะอาดจากอัตราการปล่อย Co2 แค่ 122 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร บนเส้นทางทดสอบจากกรุงเทพ-ชะอำ-ปากน้ำปราณบุรี-อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด มีระยะทางรวมกันทั้งไปและกลับกว่า 540 กิโลเมตร มีทั้งทางหลวงและทางคดเคี้ยวทำให้รถทดสอบเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้อย่างหมดเปลือก สายพันธุ์ของ Series-3 โดยเฉพาะรุ่นล่าสุดถูกประกอบอย่างประณีต ชุดตกแต่งภายนอกและภายในแบบ Sport ของ 320d เป็นรอง M-Sport ของ 330i ในด้านของความครบ ช่วงล่างแบบธรรมดาสามัญ พวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic อัตราทดแปรผัน เกียร์ ZF 8 สปีด ล้อขอบ 18 นิ้ว
โหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ ECO PRO / COMFORT / SPORT พร้อมการปรับตั้งแยกย่อย INDIVIDUAL ที่สามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ พวงมาลัยและระบบเกียร์ให้เป็นไปในความต้องการของตัวคุณเอง
ภายในห้องโดยสารแบบใหม่ล่าสุดยังคงกลิ่นและสไตล์ของ BMW เอาไว้อย่างเหนียวแน่นแม้คู่แข่งจะจัดเต็มด้วยห้องโดยสารสุดไฮเทคแต่แนวอนุรักษ์นิยมของ BMW ก็ยังคงอยู่ การจัดวางตำแหน่งท่านั่งที่สุดยอด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ขับเป็นหลักทำให้การใช้งานอุปกรณ์ภายในมีความสะดวกสบาย เบาะหุ้มหนังค่อนข้างหนา เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าที่สามารถกดลงต่ำได้ดั่งใจเหมือนกับ E90 มาตรวัดดูเรียบง่ายและอ่านค่าได้อย่างรวดเร็ว อาจไม่ทันสมัยเท่ากับมาตรวัดของ 330i ที่ใช้จอภาพ TFT แต่มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอภาพเล็กของระบบแจ้งข้อมูล MID multi information display จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ดีและมีความขลังของมาตรวัดสไตล์เดิมๆ ของ BMW พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift มาให้แต่ใช้วิธีโยกคันเกียร์ไปที่ด้านซ้ายเพื่อชิฟต์เกียร์เอง
ผมชอบงานอะลูมิเนียมลาย Mesheffect ที่เฉียบคมบนแผงคอนโซลและแผงประตู ซุ้มเกียร์แบบใหม่กับหัวคันเกียร์หน้าตาประหลาดแต่จับได้ถนัดมือดีแท้ แป้นควบคุมของระบบ iDRIVE ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่หมดและมีการย้ายตำแหน่งของปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเอามาแปะไว้ข้างๆคันเกียร์ 320d Sport G20 มีภายในที่ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ ดูแพงและพิเศษ จากคุณภาพของวัสดุและงานประกอบ พวกหนัง อะลูมิเนียม พลาสติกเกรดสูง เป็นภายในของ BMW ยุคใหม่ที่ยังคงเน้นความประณีตบรรจง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่คุ้นเคยของแบรนด์ตราใบพัด
แดชบอร์ดของ BMW New Series-3 320d Sport G20 มีความลาดเอียงมากกว่าแดชบอร์ดของ Series-3 F30 จอมอนิเตอร์กลางแสดงผลด้วยความคมชัดพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย มีทั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกตอร์ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อต่างๆ การแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ปรับตั้งค่าและระบบต่างๆ ของรถ เป็นจอภาพของระบบให้ความบันเทิง เชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อเล่นเพลงในระบบบูลทูธ เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน USB เป็นมอนิเตอร์ของการปรับตั้งระบบไฟส่องสว่างทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงการปรับตั้งไฟตกแต่ง Ambient Lights ที่เลือกสีสันได้ 11 เฉดสี เป็นจอมอนิเตอร์ของระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางทั้งสี่ล้อ แจ้งเตือนสภาพอากาศและอุณหภูมิฯ จอมอนิเตอร์สามารถสั่งงานผ่านแป้นควบคุม iDRIVE หรือใช้การสัมผัสเบาๆ ที่หน้าจอภาพBMW 320d Sport G20 ไม่มีกล้องมองหลังมาให้ แต่ใช้ภาพกราฟิกในการแจ้งเตือนเมื่อถอยหลังเข้าไปใกล้กับสิ่งกีดขวางพร้อมสัญญาณเสียงคอยแจ้งเตือน สำหรับชุดเครื่องเสียงติดตั้งลำโพงและชุด Multimedia ของ BMW ให้เสียงที่คมชัดใช้ได้แต่กำลังขับยังเป็นรองเครื่องเสียงของ Harman Kardon ที่ติดตั้งอยู่ใน 330i M-Sport
ชุดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบใหม่ 3 Zone ใน New Series-3 มีขนาดเล็กลง ออกแบบปุ่มควบคุมให้มีความง่ายในการใช้งาน ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมมีปุ่มหมุนทรงกลมสีเงินสำหรับเปิดหรือปิดช่องแอร์ กึ่งกลางของคอนโซลซุ้มเกียร์บริเวณด้านหลังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมแผงควบคุมแบบดิจิตอลของระบบแอร์ด้านหลัง
2,959,000 บาท คือจำนวนเงินที่คุณจะต้องจ่ายเพื่อแลกกับสปอร์ตซีดานรุ่นใหม่หัวใจดีเซลเทอร์โบ ประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ได้รับกลับมาจาก 320d G20 นั้นคุ้มค่าต่อเงินที่ต้องเสียไป 3-Series G20 เป็รรถซีดานสี่ประตูทรงปราดเปรียวและมีการขับขี่ที่ดี นี่คือการหลอมรวมงานวิศวกรรมยานยนต์เยอรมันที่เน้นการบังคับควบคุม ผสานให้เข้ากับรูปแบบที่ทันสมัย รถยนต์รุ่น Series-3 คือโมเดลที่ทำเงินอย่างมหาศาลให้กับ BMW Group ผู้บริหารของ BMW จึงรู้ดีว่าพวกจะต้องทำยังไงเพื่อให้มันประสบความสำเร็จตามหลังรุ่นพี่อย่าง Series-3 F30 ที่สร้างยอดขายท่วมท้นได้อย่างน่าทึ่ง การขับใช้งานในเมืองเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 190 แรงม้า ไม่ได้สำแดงประสิทธิภาพอะไรออกมามากนักเนื่องจากเจอการจราจรติดหนึกการเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนความสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวางราวกับ Series-5 ได้เข้ามาช่วยให้การอาศัยอยู่ใน 320d Sport มีความโปร่งโล่งเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัดอย่างหนัก ผู้ขับที่ชอบฟังเพลงจะใช้เสียงดนตรีช่วยผ่อนคลายความเครียดจากสภาพการจราจรที่เข้าขั้นจราจลลงได้บ้าง ระบบปฏิบัติการณ์ iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ ถูกปรับปรุงให้เข้าสู่เมนูของการใช้งานและการสั่งงานต่างๆ ง่ายขึ้นพร้อมหน้าจอมอนิเตอร์แบบสัมผัส โหมดการขับ 3 รูปแบบ (ECO-PRO/ COMFORT / SPORT แถมด้วย INDIVIDUAL) นั้่น สั่งงานได้ง่ายด้วยสวิตช์ข้างคันเกียร์
เสียงเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบ ทำงานค่อนข้างเงียบเมื่อผมพยายามรักษาระดับความเร็วให้คงที่ในย่าน 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 1,600-1,800 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ B47D20 2.0 L I4 turbo ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีเมื่อขับทางไกล ความจุ 1,995 ซีซี มาพร้อมเทคโนโลยีระบบอัดอากาศ BMW TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มาในย่าน 1,750 - 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ออโต้สมรรถนะสูง ZF 8 สปีด ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทอร์โบแบบ Multi-Stage Turbocharging ในเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตรทำให้สมรรถนะโดยรวมดีกว่าเครื่องดีเซลแบบ 6 สูบรุ่นโบราณ อาการ Turbo Lag แทบไม่โผล่ให้สัมผัสตลอดช่วงการทดสอบทางไกล ทำให้ความรู้สึกในการขับ 320d Sport G20 คล้ายการขับรถซีดานแรงๆ คันหนึ่งที่ไม่มีระบบอัดอากาศด้วยซ้ำจากการตอบสนองที่ดีของขุมกำลัง เมื่อใช้วิธีนำเข้าจากต่างประเทศ เจ้า 320d Sport ทุกคันที่จำหน่ายโดยตัวแทนของ BMW Thailand จะมีแรงม้า 190 ตัว และเร่งจาก 0-100 ใน 6.8 วินาที กำแพงภาษีทำให้ราคาของ BMW ทั้ง 320d และ 330i กระโดดไปไกลลิบ หลังจากนี้ รุ่นประกอบในประเทศไทยก็จะตามออกมาในราคาที่ไม่แรงมากนัก กำลังที่มากพอตัวกับสมรรถนะด้านอื่นจัดมาเต็มที่เพื่อการขับขี่ของสาวก BMW แรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ยังคงตัวเลข 400 นิวตันเมตร เท่ากับ 320d F30 รุ่นที่แล้ว ช่วงล่างที่แข็งขึ้นทำให้สัมผัสเก่าๆของรถ Series-3 หวนกลับคืนมาอีกครั้งใน New 3-Series บวกกับพวงมาลัยไฟฟ้าของใหม่ที่ทั้งแม่นทั้งคมและมีน้ำหนักที่ดีเยี่ยม ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ตึงไม้ตึงมือมากขึ้น อาจทำให้คุณสุภาพสตรีนักขับรู้สึกแปลกใจ หลังจากโดนต่อว่าว่าใน F30 ว่ามีช่วงล่างและพวงมาลัยที่ทำออกมาสำหรับคุณผู้หญิง เจ้า 3 รุ่นล่าสุดปรับให้ช่วงล่างแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อการยึดเกาะที่ดีกว่าเดิม 3-Series G20 ถูกช่างและวิศวกรของ BMW ลงมือปรับปรุงจูนอัพอย่างหนักโดยเฉพาะด้านไดนามิก เพื่อเข้ามาแก้ใขคำติเตียนให้ดีขึ้น เมื่อขับเร็ว ผมชอบพวงมาลัยที่ค่อนข้างหน่วงมือและช่วงล่างกระด้างนิดๆ เพื่อความมั่นใจในการเทโค้ง มันคือความรู้สึกที่ขาดหายไปใน 3-Series F30 แต่ตอนนี้มันได้ความรู้สึกเก่าๆของไดนามิกที่ดีเยี่ยมกลับคืนมาแล้วใน 3-Series รุ่นล่าสุด!
เครื่องยนต์ดีเซลไซล์เล็กของ 3-Series รุ่นใหม่ ตอบสนองอย่างตรงไปตรงมาในโหมดที่คุณเลือก เมื่อใช้โหมด COMFORT เป็นโหมดมาตรฐานสำหรับขับทั้งในและนอกเมือง มันคือโหมดเริ่มต้นทุกครั้งที่คุณกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ คันเร่งไฟฟ้าทำงานตามองศาการกดของฝ่าเท้า เกียร์ไหลขึ้นอย่างเนียนเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้าก็ให้ความแม่นยำพร้อมการหน่วงน้ำหนักที่ดีกว่า F30 ถนนโล่งๆ แถวบายพาสชะอำ-ปราณบุรีเปิดโอกาสให้ลองใช้ความเร็วสูงได้เป็นช่วงๆไม่ค่อยจะต่อเนื่องจากการแซงของพี่ 18 ล้อซึ่งทำให้ต้องใช้ความระวังเพิ่มขึ้นเมื่อขับเร็ว แรงบิด 400 นิวตันเมตรจากเครื่องดีเซลตัวเล็กไหลออกมาอย่างสุภาพ แต่มีความต่อเนื่องและมากพอสำหรับการแซงรถช้า รอบจะห้อยตามสันดานของเครื่องดีเซล เมื่อใช้ความเร็วเต็มที่ การทรงตัวที่นิ่งตามนิสัยของรถเยอรมันชั้นดีโผล่ออกมาให้เห็นเมื่อตัวเลขความเร็วกวาดผ่าน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงบิดที่ดี ช่วงล่างที่ให้อารมณ์สปอร์ตกับพวงมาลัยคมๆ ส่งผลให้ 320d กลายเป็นรถที่ออกแบบสำหรับการขับใช้งานอันหลากหลายของลูกค้าคนมีเงิน
Series-3 มีการขับที่ค่อนข้างน่าเบื่อในเมือง แต่เมื่อออกทางไกลมันจะฉายแววสปอร์ตซีดานที่ขับได้สนุกสูสีกับรถคู่แข่ง ผมควบมันลงเนินยาวๆ บนเส้นทางชนบทที่จะมุ่งเข้าสู่สามร้อยยอด BMW 320d Sport G20 ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับและรถ มันวิ่งผ่านรอยต่อของถนนด้วยล้อและยางที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไปแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความสะเทือนเมื่อเจอเข้ากับถนนไม่เรียบ สิ่งที่ชอบก็คือการทำงานของระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีดจากค่าย ZF เกียร์ตัดต่อไหลขึ้นๆลงๆ ได้อย่างนุ่มนวลแม้จะขับด้วยความเร็วสูง ในโหมด Sport เกียร์จะคาอยู่ในเกียร์ 4 นานกว่าปกติเพื่อเรียกแรงบิด การโยกคันเกียร์ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เองก็ยังไหลลื่นเหมือนเดิม แต่แนะนำว่าถ้าจะเชนจ์เกียร์เพื่อลดความเร็วก็ควรใช้เบรกร่วมด้วยจะเป็นวิธีที่เหมาะสมมากกว่าใช้เกียร์อย่างเดียว เกียร์ 8 สปีดมีการปรับอัตราทดใหม่ ให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ทำงานด้วยความแม่นยำจากการจัดเรียงขบวนเฟืองที่สมบูรณ์แบบ
ช่วงล่างของ 320d G20 ไม่ได้นิ่มนวลเหมือน 320d F30 รุ่นที่แล้ว วิศวกรของ BMW เซตให้ช่วงล่างของ Series-3 G20 ออกมาในแนวหนึบแน่นมากกว่าเดิม การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งที่ดี รวมถึงการวิ่งทางตรงอย่างจี๊ดที่มีความมั่นคงเป็นส่วนผสม เกิดจากอัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก 50/50 Series-3 รุ่นใหม่เข้าโค้งได้ไวขึ้นแลกกับอาการกระด้างของช่วงล่างเมื่อเจอเข้ากับผิวถนนแบบโลกพระจันทร์ โหมด Sport มีการหน่วงน้ำหนักพวงมาลัยเพิ่มขึ้นนิดเดียวแต่ขับเร็วแล้วรู้สึกว่ามันพอดีไม่เบาหรือหนักจนทำให้เสียอารมณ์ แชสซีที่โดดเด่นของ Series-3 มีส่วนอย่างมากในการผลักดันให้องคาพยบของรถมีไดนามิกในแบบที่ควรจะเป็น เมื่อขับเร็วบนทางคดเคี้ยวช่วงล่างให้ความมั่นใจได้ดีพร้อมๆ กับการมีพวงมาลัยที่ตรงไปตรงมาทำให้ขับง่ายสบายตัว มันจะออกอาการอันเดอร์สเตียร์เมื่อเข้าโค้งอย่างรุนแรง มีครั้งหนึ่งที่ยาง pirelli cinturato p7 ออกอาการแปลกๆ ในโค้งแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรและทำให้คิดถึงยาง Pilot Sport 4 ในจุดนี้ พวงมาลัยที่ดีช่วยเพิ่มความสมดุลกลางโค้งและสามารถเดินคันเร่งได้อย่างเต็มที่เมื่อเริ่มพ้นปลายโค้ง ช่วงล่างหนึบหนับและการกระจายน้ำหนักของ New Series-3 ทั้งหน้าและหลังเท่ากัน ส่งผลให้เกิดความปราดเปรียว ขับง่ายและลงตัวกับการออกทางไกลมากกว่าการขับอยู่แต่ในเมือง ผมแปลกใจในความสนุกที่มันมอบให้ เป็นคาร์แลคเตอร์เดิมๆ ของ 3-Series E90 ที่หายไปในรุ่น F30 และมาโผล่อยู่ใน G20 แบบงงๆ
320d G20 รุ่น Sport ราคา 2.9 ล้าน เป็นรถที่เร็วและมีความกว้างขวางสะดวกสบาย เรื่องความสวยงามของมันก็ไม่ได้เป็นสองรองใครเมื่อมองด้านข้างของตัวถังที่ออกแบบได้อย่างงดงามสมส่วน เส้นที่ชายล่างขอบประตูลากไปจนถึงกึ่งกลางของบานประตูหลังกับเสาท้ายที่เรียวบางเป็นงานออกแบบอันไร้ที่ติของสำนักงานดีไซน์ตราใบพัด ความสวยงามของตัวรถผสมกลมกลืนไปกับวิวแถบสามร้อยยอดด้วยรูปลักษณ์ที่ลื่นไหล มันเป็นซีดานยุโรปขับหลังที่พร้อมจะให้ความสนุกสนานในอารมณ์สปอร์ต คุณสามารถสร้างอาการอันเดอร์สเตียร์บางๆ แล้วแก้เล่นได้ทุกครั้งเมื่อพบเจอกับโค้งมุมแคบที่เปิดโล่ง หรือเมื่อเจอเข้ากับถนนที่เปียกลื่นแล้วใช้ความเร็วไม่สัมพันธ์กับสภาพถนนและโค้ง สัมผัสแบบกลไกในอดีตที่จางหายไปจะกลับคืนมาเมื่อไดนามิกที่ดีของมันเริ่มสำแดงฤทธิ์เดช มันเป็นรถที่แก้อาการได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากกว่ารถคู่แข่ง ระบบควบคุมการทรงตัวจะเปิดโอกาสให้ซ่าได้บ้าง แต่ถ้าเกินกว่านั้นมันก็จะเริ่มเข้ามาควบคุม และช่วยทำให้รถกลับคืนสู่ความเสถียรอย่างเร็วที่สุด
ช่วงขับกลับอีกเกือบ 300 กิโลเมตร จากสามร้อยยอดมุ่งหน้าคืนสู่กรุงเทพมหานคร ผมรู้สึกว่า 3-Series รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพพอตัวและดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ F30 รุ่นพี่ มันเป็นซีดานที่สร้างขึ้นมาเพื่อการขับเร็ว เป็นรถที่ขับสนุกและมีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าคู่แข่งมากความสามารถอย่าง Audi A4 45TFSi Quattro หรือ Mercedes-Benz C220d คุณสามารถขับเรื่อยๆได้เมื่อใช้งานในเมืองและจะพบกับความรู้สึกแปลกๆของระบบรองรับ ช่วงล่างถูกเซ็ตให้แข็งขึ้น รวมไปถึงพวงมาลัยที่คมขึ้นพร้อมน้ำหนักที่เป็นเลิศในทุกย่านความเร็ว ทำให้ New 3-Series คันนี้ควบคุมได้ง่าย ไฟหน้า LED แม้จะไม่มีกลไกอัตโนมัติของระบบ Adaptive LED แต่ไฟหน้าก็สว่างโจ้ง มองเห็นได้อย่างชัดเจนบนถนนที่ปราศจากแสงไฟช่วยทำให้ปลอดภัยจากการมองไกลเพราะกำลังการส่องสว่าง เครื่องยนต์ทำอัตราสิ้นเปลืองได้อย่างน่าพอใจ ถ้าขับช้ากว่านี้ตัวเลข 15.7 กิโลเมตรต่อลิตร ก็จะมากขึ้นไปอีก แต่ถึงจะจัดหนักปล่อยม้ากันเต็มที่เต็มทางในโหมดสปอร์ต อัตราสิ้นเปลืองก็ไม่ได้หล่นมากจนทำให้รู้สึกไม่ดี เป็นรถที่เรียบหรูดูหล่อเหลาโดยเฉพาะส่วนหน้าที่โหดกว่า F30 รุ่นพี่ รวมถึงยังดูดีกว่ารถคู่แข่งทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง คุณสามารถห้อมันเต็มเหนี่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน จากท่านั่งที่จัดวางมาอย่างลงตัว อุปกรณ์ของ 320d Sport รุ่นประกอบต่างประเทศให้มาเพียงพอต่อการใช้งาน ขาดแค่กล้องมองหลังเท่านั้น เมื่อ BMW หันกลับไปหาความสปอร์ตที่เคยขาดหายไปใน Series-3 F30 รุ่นที่แล้ว 320d G20 กลับมาขับได้ดีสมกับความเป็นรถ Series-3 เรือธงซีดานตัวเล็ก (ที่ไม่เล็กอีกต่อไป) ซึ่งทำยอดขายดีต่อเนื่องมานานแสนนาน สร้างกำไรมหาศาลให้กับแบรนด์ตราใบพัดอย่างเป็นกอบเป็นกำ ถ้าอยากหล่อก่อนใครก็ไปถอยออกมาได้เลย แต่ถ้าใจเย็นรอตัวประกอบในประเทศ ก็น่าจะมีค่าตัวที่ถูกกว่านี้อย่างแน่นอนที่สุดครับ.
BMW 320d SPORT G20 SPECIFICATIONS
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ TwinPower Turbo
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี
เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Transmission
กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 -2,500 รอบต่อนาที
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบการปล่อย Co2 122 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
อุปกรณ์มาตรฐาน
ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว ลาย V-Spoke
ยาง Run-Flat Tyres ขนาด 225/45 R18
พวงมาลัยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วขณะขับขี่ Servotronic
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control with braking function
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ
ระบบไฟส่องทางเมื่อดับเครื่องยนต์
ระบบไฟ Welcome Light
ไฟหน้า LED Headlights
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบกุญแจ Comfort Access System
กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า ปรับมุมต่ำเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง
ภายนอก ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา
กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกความจำ Memory Seat
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งคู่หน้า ดีไซน์สปอร์ต
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vernesca
พวงมาลัยหุ้มหนัง ดีไซน์ Sport
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient Light
วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร ลาย Mesheffect
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 3-Zones
ฟังก์ชั่นช่วยการจัดเก็บสัมภาระ
ระบบชุดมาตรวัด BMW Live Cockpit Plus
ระบบ BMW ConnectedDrive
ระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบ Real-time
บริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service
ระบบ Remote Service
ระบบ Teleservice
ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
ช่องเชื่อมต่อ AUX
ระบบเซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า – ด้านหลัง
ระบบป้องกันล้อล็อค ABS
ระบบช่วยเสริมแรงเบรก BA
ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ DSC
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนน DTC
ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง CBC
ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Hold อัตโนมัติ ขณะรถหยุดนิ่ง
เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน Crash Sensor
ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง Side Impact Protection
ระบบเตือนสถานะของยาง Runflat Indicator
ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attentiveness Assistant
ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Hold อัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
ม่านถุงลมนิรภัย
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/