Audi A7 Sportback 55TFSi Quattro S Line คือรถ Grand Tourer ยุคใหม่ แต่ไม่ใช่รถทั่วไปที่เข้าใจได้ง่ายจากรูปลักษณ์ที่แปลกแยกและแตกต่างไปจาก Audi รุ่นอื่นๆ การนำเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่มาวางในรถสปอร์ต 4 ประตูคันโตแล้วปรับแต่งระบบส่งกำลังกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นที่ผ่านมาคืองานสำคัญในการเอาชนะ BMW และ Mercedes-Benz แชสซีที่เซตมาลงตัวบวกกับชุดบังคับเลี้ยวแบบใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าในการควบคุมน้ำหนักปรับแต่งความแม่นยำสำหรับนักขับที่มีความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ Audi A7 Sportback สอดแทรกอยู่ตรงกลางระหว่าง Audi A5 Coupe และ A6 Sedan เป็นรถสปอร์ตที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะฝาท้ายไฟฟ้าและสปอยเลอร์หลังที่ทำงานแบบอัตโนมัติ มันคือของเล่นคนรวยที่ช่วยทำให้การเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็ว ดึงดูดสายตาด้วยเรือนร่างที่ลงตัวโดยเฉพาะส่วนหน้าและแนวลาดของผืนหลังคา การขับที่ดีของมันสามารถรับมือกับถนนสายคดเคี้ยวด้วยแรงยึดเกาะและพละกำลังมหาศาล บวกความประณีตของงานตกแต่งภายใน คุณสามารถหาซื้อมันได้ในราคา 5,399,000 บาท

...

เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอก คุณจะเห็นการเพิ่มเติมไดนามิกให้กับ New A7 Sportback ด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ที่ออกแบบให้มีความกว้างและวางตำแหน่งต่ำกว่าเดิม กระจังหน้าล้อมกรอบด้วยชิ้นงานอะลูมิเนียมสีเงินบางเฉียบ สปอยเลอร์หน้าเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่ทับซ้อนกันอย่างลงตัวที่ช่องรับอากาศ Side Air Inlet เพื่อนำอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับชุดเบรกหน้า ชายล่างของสปอยเลอร์หน้าติดตั้งครีบรีดอากาศ Front Blade ฝากระโปรงหน้าเทลาดสอดรับกับแนวหลังคาที่ค่อยๆ ลดระดับลงไปยังส่วนท้ายอย่างสวยงาม สำหรับมิติตัวถังของ A7 Sportback 55TFSi มีความยาว 4,969 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,908 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,422 มิลลิเมตร ความยาวของฐานล้อ 2,926 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายมีขนาดความจุ 535 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังราบลงกับพื้นจะเพิ่มความจุของห้องเก็บของได้ถึง 1,390 ลิตร ส่วนน้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,815 กิโลกรัม

...

...

ไฟหน้าแบบใหม่ HD Matrix LED Headlights Technology ติดตั้งหลอด LED ในตำแหน่งไฟเลี้ยว 12 หลอด พร้อมไฟ LED ที่ใช้ส่องมุมด้านข้างของตัวรถ ไฟหน้าทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติไปตามเซนเซอร์และโซนาร์ตรวจจับวัตถุต่างๆ บนถนน HD Matrix LED ใน A7 Sportback รุ่น 55TFSi Quattro ปรับมุมของแสงเพื่อเพิ่มระยะของการมองเห็นในที่มืด ช่วยลดมุมอับของแสงไฟขณะขับเคลื่อนอยู่ในโค้งหรือเคลื่อนที่ผ่านทางแยก ลดหรือยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ เป็นระบบส่องสว่างของ Audi ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ เทียบเคียงกำลังในการส่องสว่างของ Adaptive LED ใน BMW และ Multi Beam LED ใน Mercedes-Benz ยุคใหม่ได้อย่างสบายๆ HD Matrix LED Headlights Technology มีกำลังในการส่องสว่างไกล 600 เมตร มาพร้อมฟังก์ชั่นปรับตั้งขณะขับขี่ท่ามกลางหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก รวมถึงสภาพการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นในเวลากลางคืน 

...

ด้านข้างของตัวถังใน A7 Sportback แสดงออกถึงการเป็นรถที่มีรูปทรงแบบ GT หรือ gran turismo เสาหน้ามีองศาที่ลาดเอียงแบบสมส่วน ไหลลื่นไปกับแนวผืนหลังคาที่ค่อยๆ โค้งลงไปที่ส่วนท้าย ด้านข้างของ A7 มีเส้นที่ชายล่างของบานประตูหน้าลากไปจนถึงประตูบานหลัง สัญลักษณ์ S Line เล็กแปะติดอยู่บริเวณแก้มข้าง ล้อมกรอบกระจกด้วยชิ้นงานอัลลอยสีเงินเพื่อยกระดับของความหรูหรา Audi A7 Sportback 55TFSi Quattro S Line ยัดล้ออัลลอยลายซี่ขอบ 20 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตคุณภาพสูงของ pirelli รุ่น P ZERO ไซส์ 255/40 R20 101Y

บั้นท้ายใช้ดีไซน์ของไฟท้ายทรงยาวคล้าย Porsche Panamera เชื่อมต่อตลอดแนวของส่วนท้าย ไฟท้าย LED รวมถึงไฟเลี้ยวและไฟถอยมีความคมชัดสูงจากการปรับแต่งให้มุมมองที่ชัดเจนทั้งไฟเลี้ยวและไฟเบรก กันชนหลังสอดรับกับแนวของไฟท้าย ส่วนฝาท้ายเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า วิงหลังทำงานในระบบอัตโนมัติหรือจะกดปุ่มสั่งงานให้ยกคาเอาไว้ก็ได้ สำหรับไฟเบรกดวงที่สามซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องการความชัดเจนในการมองเห็นยกขึ้นไปติดอยู่ตรงกลางของชายผืนหลังคา

ห้องโดยสารของ A7 Sportback 55TFSi คล้ายห้องแลปหรือห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ของพวกเด็กเนิร์ด เป็นการปรับแต่งด้วยอุปกรณ์ภายในที่มีความทันสมัยคล้ายคลึงกับ Audi A8 และ Audi Q8 ความพยายามในการลดปุ่มหรือสวิตช์สั่งงานทำให้ New A7 มีความก้าวล้ำนำหน้าในด้านของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อนด้วยรูปแบบการสั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอพร้อมเสียงคลิกเบาๆ กับแรงสั่นสะเทือนนิดๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงการตอบสนองในคำสั่งเมื่อกดสัมผัสลงไปที่สัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าจอภาพเพื่อปรับตั้งหรือสั่งงานต่างๆ แดชบอร์ดคอนโซลมีรูปทรงที่คล้ายคลึงกับ Audi Q8 ใช้วัสดุคุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็นหนังสังเคราะห์ พลาสติกเกรดสูง อะลูมิเนียม ผ้าบุหลังคา และพรมชั้นดี

เบาะของ A7 Sportback รุ่นสูงสุดที่ขายในประเทศไทยโดย Audi Thailand ใช้เบาะหุ้มหนัง Valcona หนังสีเทา-ดำ เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบให้มีรูปทรงแบบเบาะของรถสปอร์ต ต่ำลงมาจากพนักพิงศีรษะของตัวเบาะประทับตราสัญลักษณ์ S line เบาะนั่งคู่หน้าปรับตั้งท่านั่งได้อย่างครอบคลุมด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ เมื่อกดสวิตช์ดับเครื่องยนต์ เบาะคนขับจะเลื่อนถอยหลังเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการก้าวออกจากห้องโดยสาร และเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์เสร็จเรียบร้อย เบาะจะเลื่อนกลับมาอยู่ในตำแหน่งล่าสุดก่อนการดับเครื่อง เบาะคู่หน้ามีพื้นที่เหลือเฟือ ทั้งพื้นที่วางเท้า พื้นที่เหนือศีรษะ และพื้นที่บริเวณหัวไหล่ที่กว้างขวางคล้ายกับห้องโดยสารของ BMW New Series-6 GT  

หัวใจของการสั่งงานและการปรับตั้งค่ารวมถึงการแสดงผลต่างๆ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ติดตั้งอยู่ตรงหน้าในตำแหน่งคนขับ เป็นมาตรวัดจอภาพแบบ TFT thin film transistor LCD หน้าปัดมาตรวัดสามรถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย เช่น ปรับให้ชุดมาตรวัดรอบและความเร็วเล็กลงโดยนำเอาเนวิเกเตอร์ หรือระบบนำทางด้วยดาวเทียมมาไว้ตรงกลางจอภาพ ปรับให้ขนาดของมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติโดยสามารถนำข้อมูลต่างๆ มาแสดงไว้ตรงกึ่งกลางระหว่างมาตรวัดทั้งสอง จอภาพมาตรวัด TFT thin film transistor LCD ยังหลอมรวมการแสดงผลแบบ MID หรือ multi information display โดยทำการแสดงผลของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระบบมัลติมีเดีย วัน เดือน ปี และอุณหภูมิภายนอกห้องโดยสาร คำนวนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แจ้งเตือนการใช้พลังงาน รวมถึงเป็นจอมอนิเตอร์เล็กๆ ของระบบความปลอดภัย Audi Driver Assist 

แดชบอร์ดคอนโซลทรงล้ำอนาคตของ A7 Sportback ติดตั้งจอภาพมอนิเตอร์กลาง 2 จอภาพ รองรับการแสดงผลในส่วนของระบบ Infotainment ระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดและปรับการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย จอกลางเป็นศูนย์กลางของสมองกลประจำรถ หรือ MMI Multi Media Interface รวมถึงกล้องมองภาพแบบ 360 องศารอบรถ ช่วยให้ความปลอดภัยเมื่อต้องขับออกจากที่จอดรถคับแคบหรือบ้านที่มีเด็กเล็ก

ส่วนจอภาพด้านล่างมีขนาด 8.6 นิ้ว แสดงผลระบบควบคุมอุณหภูมิ ฮีตเตอร์ ระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน การควบรวมระบบสั่งงานแบบ MMI Navigation plus with MMI touch response เป็นจอแสดงผลด้วยระบบสัมผัสหรือ Touch Control หรือจะสั่งงานด้วยการเขียนหรือสั่งงานด้วยเสียงก็มีการทำงานที่รวดเร็วแม่นยำ MMI ออกแบบให้สามารถต่อเชื่อมกับโทรศัพท์ในระบบบูลธูทได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการเชื่อมต่อ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถปรับตั้งระบบ MMI ให้เชื่อมกับโทรศัทพ์เพื่อการรับหรือวางสายโทรเข้า-ออก รวมถึงการเล่นเพลงในมือถือ จอบนมีขนาดความกว้าง 10.1 นิ้ว พร้อมความคมชัดในระดับสูงสุด ใช้การออกแบบระบบที่ง่ายสำหรับการเชื่อมต่อ Bluetooth DVD, CD, MP3 และ USB

Audi smartphone interface เชื่อมต่อด้วยวความรวดเร็วผ่าน multimedia interface control system ซึ่งเปลี่ยนจากปุ่มควบคุมทรงกลมใน Audi รุ่นอื่นๆ มาเป็นการสัมผัสเบาๆ ที่หน้าจอ 10.1 นิ้ว พร้อมเสียงคลิกเบาๆ ผ่านมาที่ปลายนิ้วเพื่อแสดงการตอบสนองของคำสั่ง (คล้ายกับ Audi Q8 และ Audi A8) ส่วนจอภาพด้านล่างเป็นจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยการสัมผัสหน้าจอเช่นเดียวกัน พร้อมการสั่งงานในรูปแบบ haptic feedback มีขนาดความกว้าง 8.6 นิ้ว รองรับงานปรับค่าต่างๆ ของตัวรถและระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ปุ่มควบคุมระบบ Auto Start/Stop ปุ่มยกหรือพับเก็บวิงหลังแบบไฟฟ้า Audi A7 Sportback ยังติดตั้งไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร Contour/ambient lighting ปรับตั้งสีสันของหลอด LED ได้ 5 รูปแบบ เช่น Solar / Impulse / Vision / Caribbean และ Invidivual 

พวงมาลัยใน New A7 Sportback ใช้ทรงแบบสามก้านฐานตัดแนวสปอร์ต รูปแบบของพวงมาลัยมีขนาดที่กำลังดี หนังที่ใช้ห่อหุ้มรอบวงจับได้กระชับมือดีแต่แป้น Paddle Shift มีขนาดเล็กไปนิด พวงมาลัยของ S Line ยังแปะตราสัญลักษณ์รูปตัว S บริเวณก้านวงด้านล่าง ส่วนปุ่มและสวิตช์สั่งงาน ที่ก้านวงพวงมาลัยด้านขวาเป็นที่อยู่ของสวิตช์สั่งงานด้วยเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์บูลธูท ปุ่มเร่งหรือลดเสียงจากลำโพงและปุ่มเล็กๆ สำหรับการเลือกสถานีวิทยุหรือการเลือกเพลงจากการเล่นผ่าน USB, DVD, CD, MP3สวิตช์ที่ก้านวงด้านซ้ายสำหรับการปรับตั้งหรือเลือกแสดงผลผ่านจอภาพมาตรวัด Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายและตอบสนองรวดเร็วเมื่อกดสั่งงาน สำหรับซุ้มเกียร์ก็ยังคงความหรูหราของชาติพันธุ์รถซาลูนชั้นดีจากงานตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียมกับดีไซน์ของคันเกียร์ที่คล้ายคันเร่งของเรือแข่งความเร็วสูง 

ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Bang & Olufsen Advanced sound system พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ลำโพง 16 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร  กับซับวูฟเฟอร์กำลังขับมหาศาลอีกหนึ่งตำแหน่งติดตั้งที่บริเวณล้ออะไหล่ใต้ฝาท้าย 

ขุมกำลังซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อน Audi A7 Sportback 55TFSi วางเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ แบบ mild hybrid (MHEV) ความจุ 3.0 ลิตร 2,995 ซีซี มีความกว้างกระบอกสูบ 84.5 มิลลิเมตร ช่วงชักยาว 89.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 – 4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด S-Tronic พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V (Mild Hybrid : MHEV) และ แบตเตอรี่ Lithium-ion เพื่อช่วยในการออกตัว และช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระบบอัดาอากาศของเครื่องยนต์ 3.0 TFSi แบบ V6 ทวินเทอร์โบ ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Twin Scroll Turbo ระบบเพลาลูกเบี้ยวแปรผัน Variable Camshaft Timing ระบบ Audi Valvelift System ชุดลดอุณหภูมิอินเตอร์คูลเลอร์แบบเดี่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิของไอดีก่อนดันเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิด

ระบบ MHEV ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V แบตเตอรี่ Lithium-ion แยกจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อไม่ทำให้กินกำลังแบตเตอรี่มากเกินไป ตัวเลขสมรรถนะของ A7 Sportback 55TFSi เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.3 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Audi A7 Sportback รุ่นที่ขายในไทย ด้านหน้าใช้ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกอะลูมิเนียมคู่และเหล็กกันโคลง แขนยึดโยงของช่วงล่างด้านหน้าทำจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริงและให้ความรู้สึกของการถ่ายทอดประสิทธิภาพการยึดเกาะที่รวดเร็ว สำหรับช่วงล่างหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ จุดยึดต่างๆ ของช่วงล่างด้านหลังยังคงใช้อะลูมิเนียมเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือศักยภาพของการควบคุมแชสซีไม่ให้ออกอาการที่ขัดแย้งกับไดนามิกของตัวรถ ช่วงล่างของ A7 Sportback รุ่นที่จำหน่ายในไทย แม้จะไม่ใช่ช่วงล่างแบบ Air Suspension แต่มีการปรับเซ็ตให้ลงตัวและเหมาะกับรูปแบบและสไตล์ GT หรือ gran turismo ของ New A7 วิศวกรระบบรองรับทำหน้าที่ปรับตั้งอาการต่างๆ ของช่วงล่าง โดยเน้นไปที่การลดอาการโคลงตัวและมีการถ่ายเทน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบจากความสามารถขั้นเทพของช่างและวิศวกร Audi   

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ขึ้นชื่อในด้านการยึดเกาะและการสัดสันบันส่วนแรงบิด Quattro จากแบรนด์สี่ห่วงทำให้การขับเคลื่อนเกิดความเสถียรสูงสุดไม่ว่าจะขับอยู่บนถนนแห้งหรือขับในขณะที่ฝนตก Quattro  พ่วงต่อกับเกียร์ Tiptronic 7 speed โดยทดกำลังไปที่ล้อหน้าด้วยชุด transfer case ส่วนเพลากลางที่ต่อเชื่อมกับระบบเกียร์ส่งแรงบิดไปยังล้อคู่หลัง Quattro จะทำหน้าที่ส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ที่ถ่ายลงเกียร์ไปยังเพลาหน้าและหลังเพื่อขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อแบบอิสระตามสภาพการขับขี่ในแบบ Real Time หรือปรับเปลี่ยนการทดกำลังไปยังล้อหน้าและหลังด้วยการแปรผันไปตามสภาพเส้นทางหรือการลื่นไถล เพื่อทำให้การทดกำลังจากเครื่องยนต์ลงไปที่พื้นถนนปราศจากอาการลื่นไถล ควบคุมและรักษาเสถียรภาพของรถขณะเคลื่อนที่ไปบนผิวถนนซึ่งมีความหลากหลาย อาการลื่นไถลจากการหมุนที่ไม่ได้ยึดติดกับผิวถนนของล้อทั้งสี่ อาการดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นหรือที่มาของการเสียการทรงตัว เมื่อคนขับใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไปจนระบบ Quattro เอาไม่อยู่ก็ยังมีตัวช่วยสุดท้ายอย่างระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถหรือ ESC โดยเข้ามาแทรกแซงการทำงานทันทีด้วยการสั่งเบรกล้อแต่ละข้างอย่างอิสระ จนกระทั่งรถสามารถกลับเข้าสู่การควบคุมอีกครั้ง

โหมดการขับเคลื่อนหรือ audi drive select ปรุงแต่งการขับในชีวิตประจำวันมากถึง 5 รูปแบบ เริ่มจากโหมดประหยัดอย่าง Efficiency เครื่องยนต์จะตอบสนองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระบบเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ระบบ Auto Start/Stop คอยดับเครื่องยนต์และปรับการทำงานของระบบแอร์เพื่อคงความประหยัดสูงสุด โหมด Comfort ใช้งานได้ดีทั้งการขับในเมืองหรือการขับบนไฮเวย์ การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์อยู่ในเกณฑ์ปานกลางและยังมีความประหยัดเมื่อใช้ความเร็วคงที่ โหมดต่อมาก็คือ Auto เป็นโหมดผสมผสานใช้ขับเร็วก็ได้หรือไหลไปเรื่อยๆ ก็ดี โหมดนี้ คันเร่งไฟฟ้าจะตอบสนองได้ไวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโหมด Comfort สำหรับโหมด Dynamic เป็นโหมดสปอร์ตที่เน้นการขับที่เร่งรีบ คันเร่งตอบสนองได้เร็วกว่าทุกโหมด เกียร์ออโต้ 7 สปีดจะคาอยู่ที่เกียร์ 3-4 5 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียกแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้มีความสมบูรณ์แบบด้วยการทำงานที่รวดเร็วและฉับไว เมื่อใช้ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ ส่วนโหมด Individual คนขับสามารถปรับตั้งการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ และชุดบังคับเลี้ยวโดยแยกย่อยการปรับตั้งค่าของการตอบสนองได้อย่างหลากหลาย 

หนองปรือ - ศรีสวัสดิ์ บนหุบเขานอกเมืองขึ้นไปทางทิศตะวันตก สภาพถนนแบบสองเลนสวนกันจะมีความลาดชันของระดับพื้นที่แตกต่างกันออกไปและอุดมไปด้วยทางโค้งสารพัดรูปแบบ มีทั้งโค้งแคบและโค้งมุมกว้างรวมถึงทางตรงยาวสุดลูกหูลูกตาขึ้น-ลงเนินเตี้ยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่อ้อยและมันสัมปะหลังกับทางที่เป็นเนินเขาที่ไม่สูงมากนัก วันนี้ผมออกมาพร้อมกับ Audi A7 Sportback รุ่นสูงสุดที่ขายในไทยก็คือ 55TFSi Quattro พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกภายในของ S Line เป็น New A7 รุ่นใหม่ที่สืบทอดตำนานการขับมาจากรถ Quattro คันแรกที่วิ่งอยู่ในสนามแข่งแรลลี่ชิงแชมป์โลกเมื่อกว่า 30 ปีก่อน A7 กับรุ่นเครื่องโตบ้าพลังวิ่งได้อย่างเนียนตา

แม้จะใช้โช้คอัพและสปริงแบบมาตรฐาน การปรับตั้งช่วงล่างมาจากโรงงานด้วยช่างฝีมือขั้นเทพที่เข้าอกเข้าใจความต้องการของคนที่จ่ายเงิน 5 ล้าน ทำให้การผ่องถ่ายหรือดูดซับแรงถ่ายแรงสั่นสะเทือนรวมกับการยึดเกาะเมื่อเทโค้งเร็วๆ อยู่ในระดับที่ดีเอามากๆ ถือเป็นเรื่องที่น่าจดจำสำหรับช่วงล่างที่ดีในรถทดสอบที่มีความไฮเทคคันนี้ ผมเคยรู้สึกดีเอามากๆกับช่วงล่างแบบธรรมดาสามัญใน Audi Q7 45TDi และรู้สึกตื่นเต้นกับความไฮเทคของช่วงล่างแบบ Air Suspension ใน Audi Q7 45TFSi รุ่นเบนซินและ Audi Q8 55TFSi Sport SUV พรีเมียม ซึ่งคนขับสามารถปรับระดับความสูง-ต่ำ หรือค่าความแข็ง-อ่อนของช่วงล่างได้ราวกับเล่นกล!

Audi A7 เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูทรง GT ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีโดยเฉพาะการขับออกทางไกลแบบนี้ด้วยช่วงล่างธรรมดาที่ให้ความรู้สึกสุดยอด การออกแบบให้พื้นที่ของห้องโดยสารให้มีขนาดความกว้างอย่างเหลือเชื่อ โดยออกแบบตำแหน่งท่านั่งขับได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้มันเป็นรถที่มอบความรู้สึกเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว คล้ายนักธุรกิจชั้นนำที่สวมสูทแบรนด์ดังซึ่งตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว A7 ใช้ขับทางไกลได้ทั้งวัน จากเบาะไฟฟ้าที่ทำออกมาสำหรับสรีระของมนุษย์ซึ่งมีการปรับตั้งที่ครอบคลุมไม่ว่าจะสูงต่ำอ้วนหรือผอมก็สามารถนั่งขับในรถรุ่นนี้ได้อย่างสบาย

อย่าหวังว่าจะได้พบกับเสียงคำรามกึกก้องเมื่อกดคันเร่ง หรือได้ยินเสียงท่อท้ายที่ระเบิดปุปุเหมือนในรถสปอร์ตทั่วไป Audi A7 เครื่องยนต์ V6 มีการเก็บเสียงที่สุดยอด เมื่อเน้นไปที่บุคลิกนุ่มนวลสุภาพเรียบร้อย งานเก็บเสียงที่ดีกับมาดนุ่มลึกแบบผู้บริหารระดับสูงจึงถูกบรรจุอยู่ในรถคันนี้ เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร Twin Scroll Turbo ก็ถูกจูนให้มีเสียงการทำงานที่เงียบไปด้วย แม้จะลงคันเร่งจนรถพุ่งลิ่วๆ คุณก็จะได้ยินแค่เสียงการทำงานเบาๆ หรือเสียงครางในรอบสูงของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ที่ดังแบบสุภาพ ไม่ได้ออกมาในลักษณะรถซิ่งแต่อย่างใดทั้งสิ้น ความเนี้ยบแบบผู้ดีเกิดจากความหรูหราของอุปกรณ์ภายนอกภายใน หลอมรวมกับการจูนให้อารมณ์ของการขับออกมาในลักษณะสุภาพชนหรือเป็นยานยนต์ของพวกผู้ลากมากดี A7 ไม่ใช่รถที่จะทำตัวเอะอะโวยวายไปตลอดทาง มันวิ่งได้เร็วอย่างเหลือเชื่อและมีความเงียบเชียบราวกับกำลังนั่งอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ! เครื่องยนต์ V6 ใช้เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์คู่ ปราศจากอาการรอรอบและตอบสนองอย่างตรงไปตรงมาขึ้นอยู่กับฝ่าเท้าของคนขับและโหมดของการขับเคลื่อนที่คอยระแวดระวังว่าฝ่าเท้าของคนขับจะกดลงมาบนคันเร่งในองศาเท่าไหร่มันก็มอบความสำราญบานใจกลับมาให้เท่านั้นแบบพอดีๆ 

เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด แม้จะเป็นรอง เกียร์ ZF 8 สปีดของ Q8 อยู่บ้างในด้านของอัตราทด แต่การทำงานที่เหลือกำลังลากของมันอยู่ในขั้นสุดยอด เกียร์ในโหมดออโต้ทำหน้าที่แปรผันอัตราทดไปตามความเร็วด้วยความไหลลื่นและเรียบเนียนโดยปราศจากอาการกระตุกกระชากที่ทำให้เสียอารมณ์หรือหวาดระแวงว่าเกียร์จะพัง! คลัตช์จับเร็วโดยไม่มีเสียงการทำงานของกลไกเฟืองเกียร์ให้เกิดความรำคาญใจ การผ่องถ่ายอัตราทดในเมืองขึ้นอยู่กับโหมดการขับที่สามารถเลือกได้ใน audi drive select ซึ่งเป็นลักษณ์สวิชท์เล็กๆบรรจุอยู่ใต้จอภาพขนาด 8.5 นิ้ว

การขับทางไกลด้วยโหมด Dynamic เครื่องยนต์ เกียร์ และชุดบังคับเลี้ยวจะตอบสนองในระดับสูงสุดเพื่อการทำความเร็วโดยไม่แคร์ต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแม้แต่น้อย โหมด Dynamic พวงมาลัยจะหน่วงมือขึ้นมาอีกนิด คันเร่งไวราวกันคนเป็นโรคเส้นประสาท เกียร์มักจะคาอยู่ที่เกียร์ 4 เพื่อคงแรงบิดเอาไว้ แต่ถ้าความเร็วทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เกียร์ 7 สปีดแสนรู้ก็จะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสู่อัตราทดที่สูงกว่าเพื่อความเหมาะสมกับสปีดความเร็ว การเปลี่ยนเกียร์ผ่านแป้น Paddle ให้ความรู้สึกที่ดีจากการตอบสนองที่ว่องไวของระบบส่งกำลังเมื่อถูกสั่งงานผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย ไม่จำเป็นต้องมีถึง 8 เกียร์ก็ได้ถ้าทำออกมาได้ดีขนาดนี้ 

พัฒนาการของช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวรุดหน้าไปไกลลิบ แม้จะเป็นสปริงและโช้คอัพแบบตายตัวปรับตั้งไม่ได้แต่ให้ความรู้สึกนิ่มนวลบนถนนที่ไม่เรียบและเกาะติดกับพื้นถนนราวกับทากาว ยาง pirelli p zero ขนาด 255/40 R20 101Y มีคุณภาพเหมาะสมกับแรงบิด 500 นิวตันเมตร การเก็บเสียงที่ดีทำให้เสียงยางเริ่มดังเบาๆ ที่ 120 กิโลเมตร เมื่อเร็วขึ้นก็ไม่ได้ดังอะไรมากรวมไปถึงเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังในย่านความเร็วสูงก็ไม่ได้รบกวนโสตประสาทคนในรถแต่อย่างใดทั้งสิ้น แม้จะหนักเกือบๆ สองตันแต่ขับแล้วให้ความรู้สึกเบาจากระบบควบคุมและแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้า เป็นรถที่ปราดเปรียวและมีการตอบสนองของทุกองคาพยบดีคันหนึ่งในวงการรถหรูของไทย Audi พยายามนำเสนอรถสปอร์ตจีทีผ่านแชสซีที่แสดงออกถึงไดนามิกที่ยอดเยี่ยมของมัน เป็นรถที่ขับแบบสุขุมหรือบู๊เต็มข้อก็ได้ทั้งนั้น 

ความสุภาพนิ่มนวลบวกกับความปราดเปรียวของอัตราเร่งทำให้ A7 Sportback 55TFSI เป็นรถที่ไม่น่าเบื่อ มันเงียบอย่างน่าประทับใจถ้าไม่เปิดเครื่องเสียงก็แทบจะได้ยินเสียงหายใจของตัวคุณเองเมื่อขับในเมืองมันก็จะให้บรรยากาศที่แปลกแยกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยคุณภาพของการเก็บเสียง เป็นรถแรงม้าเยอะแต่ก็กินน้ำมันเท่าที่จำเป็น ขับเร็วในโหมด Dynamic เมื่อทุกอย่างถูกเปิดจนหมดมันจะยกซดเอาเรื่อง ถ้าขับแบบไม่รีบเร่งบนทางไฮเวย์ อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ในระดับ 6.8 กิโลเมตรต่อลิตร แต่ถ้าขับในเมืองท่ามกลางการจราจรเข้าขั้นจราจล อัตราสิ้นเปลืองก็จะเพิ่มขึ้นอีก แต่แน่ใจได้เลยว่าคนที่กล้าควักเงิน 5.3 ล้าน เพื่อแลกกับรถ GT ดีๆสักคันคงไม่มาแคร์เรื่องอัตราสิ้นเปลืงน้ำมัน คนที่ซื้อรถแบบนี้ส่วนใหญ่จะมองไปที่ประสิทธิภาพของการขับขี่ใช้งานมากกว่า

อัตราเร่ง 5.3 วินาที เกิดจากการกระทุ้งกำลังของเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบซึ่งเป็นเทอร์โบแบบแปรผัน Twin Scroll ความฉับไวของคันเร่งในโหมด Dynamic จัดอัตราเร่งที่จิ้ดจ๊าด พุ่งไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงจนไม่รู้สึกว่าเร็ว แต่จริงๆแล้วมันเร็วโคตรๆ A7 หนัก 1.8 ตัน อาจจะไม่หนักแน่นเท่ากับ Q8 ผู้พี่ที่ทรงตัวได้อย่างสุดยอดเมื่อขับเร็วเนื่องจากฐานล้อที่ยาวกว่ารวมไปถึงน้ำหนักที่มากกว่าทำให้ Q8 เป็นรถที่เร่งความเร็วทางตรงได้อย่างมั่นคง แต่ A7 ก็นับว่าดีมากแล้ว เมื่อมันให้คุณทั้งความนิ่งและแรงพุ่งทะยานเมื่อต้องการเร่งแซงรถช้า ความฉับไวในการตอบสนองแปรเปลี่ยนเป็นความนวลเนียนทั้งๆที่ขับอย่างเร็วมันก็ยังนิ่งเฉยราวกับทองไม่รู้ร้อนไม่มีอาการโคลงหรือส่าย ในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยแม่นและมีน้ำหนักที่สุดยอดซึ่งยิ่งทำให้ควบคุมได้ง่าย (คล้ายๆ Panamera แต่เบากว่านิดหน่อย)  BMW 630d GT M-Sport เป็นรถ GT ที่ทรงตัวและถ่ายน้ำหนักได้อย่างสุดยอดทั้งทางตรงและในโค้ง แต่คู่แข่งของมันอย่าง A7 Sportback ก็ไม่ยอมน้อยหน้า แถมยังเข้ามาประกบด้านข้างพร้อมที่จะแซงเมื่อเจอกันบนเส้นทางภูเขา ด้วยระบบขับเคลื่อน Quattro ทำให้ A7 Sportback 55TFSi ได้เปรียบอยู่บ้างในโค้งมุมแคบซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนขับว่าจะเอาอยู่หรือไม่

ความเนียนของ A7 Sportback เกิดจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro และไม่เชิงว่าจะให้ความรู้สึกเหมือนรถขับเคลื่อนล้อหลังอย่าง BMW 630d GT สำหรับ Audi มันให้ความรู้สึกถึงค่าที่เป็นกลางและเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับกับรถ เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง A7 สู้กับอาการอันเดอร์สเตียร์ด้วยแรงยึดเกาะที่แนบแน่นของล้อหน้า มันโฉบเข้าหาส่วนกลางของโค้งได้อย่างฉับไว ให้ความตื่นเต้นเมื่อแรงบิดที่ถ่ายลงพื้นในขณะที่ยางยังคงเกาะกับผิวถนนได้อย่างหนึบแน่น เบรกมาตรฐานที่ด้านหน้าแบบ 6 พอตให้ประสิทธิภาพของการจับเฉียบขาดแต่ก็ต้องคำนวนระยะเบรกให้ดีๆเมื่อขับเร็วเจ้า A7 จะพุ่งเข้าหาท้ายรถคันหน้าอย่างเร็วแต่ระบบเบรกที่ดีพร้อมตัวช่วยไฟฟ้าช่วยควบคุมอาการขณะเบรกได้ดั่งใจ

เบรกเอาอยู่ในทุกสถานการณ์ถ้ามีสติมากพอและไม่ขับบ้าจนงานงอก โหมด Comfort พวงมาลัยไฟฟ้าให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าโหมด Dynamic แต่โหมดสูงสุดก็มอบความแม่นยำของพวงมาลัยแบบเล็งไปทางไหนมันก็ไปตามสั่งทันที เมื่อลองปรับแต่งการขับในโหมด Individual โดยปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์เป็นแบบ Dynamic และพวงมาลัยเป็นแบบ Comfort ส่วนระบบเกียร์ปรับเป็น manual เจ้า A7 55TFSI ก็ทำงานในแบบที่เกือบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟกต์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ Audi นั่นก็คือการผสมผสานของความละเอียดอ่อนที่ลงตัวของโหมด Individual ซึ่งรถของคู่แข่งได้แต่ฝันถึง 

Audi A7 Sportback 55TFSi Quattro S Line  คือรถที่ถูกออกแบบมาให้วิ่งบนถนนที่อุดมไปด้วยโค้ง ที่สำคัญถนนแบบนี้มักมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มันสร้างประสบการณ์ของการขับขี่ที่แตกต่างจาก BMW และ Mercedes-Benz หรือแม้แต่ Porsche เป็นรถที่ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไรตลอด 7 วันที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน A7 ช่วยทำให้ผมรับรู้ว่าทุกวันนี้รถเยอรมันพัฒนาไปไกลขนาดไหน และอีกทางหนึ่งก็ได้รู้ว่า ความเพลิดเพลินเจริญใจของการขับรถซาลูน 4 ประตูยังคงมีอยู่จริง.

A7 Sportback 55 TFSI quattro S-Line 5,399,000 บาท

A7 Sportback 55 TFSI quattro S line
แบบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) แบบ V6  พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ
เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid
จำนวนวาล์ว 4 วาวล์ลต่อสูบ = 24 วาว์ล
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,995 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 250 กิโลวัตต์ 340 แรงม้า ที่ 5,000-6,400 รอบต่อนาที)
แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370-4,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro
อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. ใน 5.3 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.

ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system)

พวงมาลัย พวงมาลัยไฟฟ้า
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
พื้นที่เก็บสัมภาระ 535 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 73 ลิตร
ล้อ 20 นิ้ว ขนาด 8.5Jx 20
ยาง pirelli p zero ขนาด 255/40 R20 101Y

ระบบความปลอดภัย A7 Sportback 55TFSi Quattro S Line

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with
stabilization function)
เซนเซอร์หน้า,หลัง และด้านข้างช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก
ชุดปฐมพยาบาล 


อุปกรณ์มาตรฐาน
ช่วงล่างแบบ Sports
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอก-ภายในแบบ S line 
หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า 
ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง (Light staging)
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง

ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona 
เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports พร้อมสัญลักษณ์ S line 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น แบบสปอร์ตท้ายตัด ตกแต่งด้วยหนัง
Perforated พร้อมสัญลักษณ์ S line และ Paddle shift
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control) 
กุญแจแบบ Comfort key พร้อมระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ

ระบบข้อมูลและความบันเทิง A7 Sportback

A7 Sportback 55 TFSI quattro S line
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง
3 มิติ 
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า 
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response พร้อม
จอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้ว 
ระบบ Audi smartphone interface
จอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน
(haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
รองรับ DVD, CD, MP3 และ USB
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Contour/ambient lighting)

สีตัวถังภายนอก

สีขาว Glacier White Metallic
สีเงิน Floret Silver Metallic
สีดำ Mythos Black Metallic
สีเทา Daytona Grey Pearl Effect
สีเทาเข้ม Vesuvius Grey Metallic
สีน้ำเงิน Firmament Blue Metallic

โทนสีภายในห้องโดยสาร

สีเทา Rock Grey
สีดำ Jasper Black

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/