ข่าว
100 year

เทพเอสยูวี มีดีที่ความไฮเทค รีวิว AUDI Q8 55TFSI QUATTRO S-LINE

ไทยรัฐออนไลน์1 มิ.ย. 2562 10:00 น.
SHARE

Audi Q8 เป็นเอสยูวีภาคสานต่อของ Q7 และเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BMW X6 / Mercedes-Benz GLE Coupe รวมไปถึงสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Porsche Cayenne Coupe นับเป็นรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีขนาดใหญ่แต่ใช้การออกแบบผืนหลังคาที่เทลาดลงไปยังส่วนท้ายคล้ายรถสปอร์ตคูเป้เพื่อทำให้ทรงของรถไม่ใหญ่โตเทอะทะมากจนเกินไป Audi Q8 ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับอภิมหาเอสยูวีชุปเปอร์พรีเมียมอย่าง Audi Q7 / Lamborghini Urus / Porsche Cayenne และ Bentley Bentayga ควบรวมกับระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัยพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบใหม่ล่าสุด เป็นรถสปอร์ตเอสยูวีฟูลไซส์ยุคใหม่ของค่ายสี่ห่วงที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในปี 2019

เปรียบเทียบให้เห็นภาพกันชัดๆ เมื่อ Lamborghini Urus คล้ายคนตัวโตที่ชอบฟิตซ้อมออกกำลังกายให้มีร่างกายที่สมส่วน Audi Q8 ก็เหมือนคนอ้วนที่พยายามเล่นฟิสเนตเพื่อการรีดน้ำหนักส่วนเกินที่เกิดจากการรับประทานแบบไม่ระวังนั่นเอง แม้จะตัวใหญ่โตแต่การออกแบบที่ชาญฉลาดของดีไซเนอร์ Audi ทำให้ Q8 ดูไม่เทอะทะมากจนเกินไป มิติตัวถัง มีขนาดความยาว 4,986 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,995 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารมีความโอ่โถงนั่งสบายไม่อึดอัด สัดส่วนของความสูงอยู่ที่ 1,705 มิลลิเมตร หากเปรียบเทียบมิติตัวรถกับรุ่นพี่อย่าง Q7 ก็จะพบว่า Audi Q8 เตี้ยกว่า Q7 ถึง 38 มิลลิเมตร สั้นกว่า 66 มิลลิเมตร แต่มีขนาดของความกว้างมากกว่า Q7 ถึง 27 มิลลิเมตร เส้นสายที่สอดประสานกันอย่างลงตัวทั่วทั้งคัน ทำให้มันมีทั้งความเรียบง่ายและดุดันผสมผสานอยู่บนงานดีไซน์ภายนอก 

Audi Q8 ออกแบบกระจังหน้าขนาดใหญ่คล้ายรถ Concept Car กระจังหน้าแบบ Single Frame รูปทรง 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่ ระบบส่องสว่างหรือไฟหน้าที่ขึ้นชื่อในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย Audi Q8 ใช้ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED Headlights Technology เป็นออฟชั่นพิเศษที่ Audi Thailand ใส่มาให้แบบไม่ได้ชาร์จเงินลูกค้า ไฟหน้า HD Matrix LED Headlights Technology ใช้หลอด LED 24 หลอด ต่อไฟหน้า 1 ข้าง เพื่อรองรับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุมและปรับมุมของแสงเพื่อเพิ่มระยะของการมองเห็นในที่มืด ช่วยลดมุมอับของแสงไฟขณะขับเคลื่อนอยู่ในโค้งหรือเคลื่อนที่ผ่านทางแยก ลดหรือยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ HD Matrix LED Headlights Technology กลายเป็นระบบไฟที่ก้าวล้ำสุดๆ ในปัจจุบัน เทียบเคียงกำลังในการส่องสว่างของ Multi Beam LED ใน Mercedes-Benz ยุคใหม่ได้อย่างสบายๆ HD Matrix LED Headlights Technology ให้กำลังในการส่องสว่างไกลเกือบๆ 700 เมตร มาพร้อมฟังก์ชั่นปรับตั้งขณะขับขี่ท่ามกลางหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก รวมถึงสภาพการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น 

ไฟหน้า HD Matrix LED Headlights Technology ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างสูงรวมถึงยังประหยัดพลังงานไม่กินกระแสไฟจากแบตเตอรี่มากจนเกินไป การออกแบบให้ตัวโคมไฟมีขนาดกะทัดรัดส่งผลให้ไฟหน้าของ Q 8 มีรูปทรงที่เรียวบาง เข้ากับระบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ ในส่วนของไฟ LED Daytime Running Lights ออกแบบให้วางตัวเรียงอยู่ด้านล่างและทำงานเชื่อมต่อกับไฟเลี้ยว สำหรับไฟท้าย LED ทรงยาวที่คล้ายกับ Lamborghini Urus มาพร้อมชุดสะท้อนแสงแบบ 3D Glass วางตำแหน่งของเส้นไฟที่สอดรับกับไฟ LED Daytime Running Lights นอกจากจะเพิ่มมุมมองให้มีความชัดเจนมากขึ้น ไฟท้ายของ Q8 ยังสามารถแสดงผลแบบ Digital Graphics เพื่อสร้างความสนใจและสื่อสารกับรถที่ขับตามหลังมาได้อีกด้วย 

Audi Q8 55TFSi Quattro S-Line ใช้ล้ออะลูมิเนียมขนาด 21 นิ้วทั้ง 4 ล้อ เป็นล้อลายใหม่ล่าสุด ห่อรัดด้วยยางเกาหลีประสิทธิภาพระดับโลกยี่ห้อ Hankook รุ่น  Ventus s1 evo 3 SUV ไซล์ 285/45R21 113Y ระบบกันสะเทือนติดตั้งโช้คอัพและสปริงแบบถุงลมหรือ Air Suspension ทำงานในระบบ Adaptive สามารถปรับหรือลดระดับความสูงได้อย่างหลากหลาย ในส่วนของระบบเบรก เนื่องจากมีน้ำหนักตัวมากถึง 2 ตัน เบรกหน้าของ Q8 เป็นแบบ 6 พอต คาร์ลิปเปอร์อะลูมิเนียมสีเทาไม่มีการพ่นสีที่คาร์ลิปเปอร์ 

ห้องโดยสารยุคใหม่ของ Audi ถูกใช้ใน A7 Sportback และ Q8 วางดีไซน์ที่เรียบหรูโดยเน้นไปที่จอภาพสั่งงานด้วยระบบสัมผัสที่ติดตั้งมาให้ถึง 2 จอ แดชบอร์ดคอนโซลใหญ่โตแต่ไม่ทำให้รู้สึกเทอะทะเนื่องจากการออกแบบที่ทันสมัย เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ เป็นเบาะหนังลวดลาย S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut ประทับตราสัญลักษณ์ S line เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง เเบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้ รวมถึงจอของระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน  

พวงมาลัย S-Line พร้อมสวิตช์มัลติฟังก์ชั่น แบบสปอร์ตฐานตัด ตกแต่งด้วยหนัง Perforated หลังวงพวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift เบาะหลังใช้การออกแบบให้สามารถปรับเลื่อนได้มากถึง 10 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มพิ้นที่วางเท้าให้กับผู้โดยสารตอนหลัง หรือเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากกว่าเดิม ความจุในส่วนของห้องเก็ยสัมภาระท้ายเมื่อยังไม่ได้พับเบาะอยู่ที่ 605 ลิตร และเมื่อพับเบาะพื้นที่เก็บของจะเพิ่มเป็น 1,755 ลิตร 

คอนโซลกลมกลืนไปกับรูปแบบของจอ Touchsceen ออกแบบคล้ายเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ตามโรงแรม 7 ดาว ระบบไฟเรืองแสงตกแต่งประดับประดาห้องโดยสาร Contour/ambient lighting สามารถปรับตั้งสีได้ 6 เฉดสี จอภาพมอนิเตอร์กลางด้านบนสุดสั่งงานด้วยระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response เป็นจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้ว ต่ำลงมาเป็นจอภาพที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิในห้องโดยสาร haptic feedback ขนาด 8.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth / MP3 และ SD card พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB

มาตรวัดตรงหน้าคนขับจัดของเล่นที่ถูกใจวัยแรงด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงผลได้ตามใจชอบ จอภาพมาตรวัดมีความละเอียด 1920x720 พิกเซล รองรับการแสดงภาพแบบ 3D ด้วยชิฟแบบ Quad-core ซึ่ง Audi ร่วมมือลงทุนพัฒนากับค่าย Nvidia ความล้ำของจอภาพมาตรวัดแบบ TFT ก็คือการเหนี่ยวนำเทคโนโลยีของการแสดงผลแบบล่าสุดมาให้ลูกค้าของ Audi ได้ใช้งานของแนวๆ มันสามารถแสดงผลข้อมูลได้ทั้งมาตรวัดส่วนต่างๆ ระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการสานต่อนวัตกรรม Virtual cockpit ได้อย่างน่าชื่นชม

คอนโซลกลางที่ติดตั้งจอภาพสองจอ ด้านบนมีขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการแสดงผลในส่วนของระบบ Infotainment ระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดและปรับการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย จอกลางเป็นศูนย์กลางของสมองกลประจำรถหรือ MMI Multi Media Interface  ส่วนจอภาพด้านล่างมีขนาด 8.6 นิ้ว แสดงผลระบบควบคุมอุณหภูมิ ฮีตเตอร์ ระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน 

ขุมกำลังของ Audi  Q8 55TFSi Quattro S-Line วางเครื่องยนต์เบนซินแบบ mild hybrid (MHEV) V6 อัดอากาศด้วยเทอร์โบ เครื่องยนต์ V6 มีปริมาตรความจุ 2,995 ซีซี  ความกว้างกระบอกสูบ 84.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 มีกำลังสูงสุด 245 กิโลวัตต์ หรือ 340 แรงม้า ที่ 5000-6400 รอบต่อนาที แรงบิดจัดเต็มมากถึง 500 นิวตันเมตร ที่ 1370-4500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ Tiptronic 8 speed พร้อมกลไก Quattro with ultra technology ระบบ MHEV ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V แบตเตอรี่ Lithium-ion แยกจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อไม่ทำให้กินกำลังแบตเตอรี่มากเกินไป

เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ Tiptronic ZF 8 speed พร้อมกลไก Quattro with ultra technology กระจายแรงบิดผ่านกระบวนเฟืองสุริยะ หรือ Planetary Gear ระบบ Quattro ใน Q8 ทำงานด้วยกลไกเฟืองต่างขนาดควบคุมด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ ในสภาวะของการขับแบบปกติ Quattro จะกระจายกำลังแรงขับเคลื่อนไปที่ล้อหน้าและล้อหลังในอัตราส่วน 40/60 พร้อมส่งแรงบิดไปที่ล้อหน้าได้อย่างอิสระมากถึง 70/30  หรือส่งแรงบิดไปที่ล้อหลังได้ถึง 85% (หน้า 15% หลัง 85%) การกระจายแรงบิดในลักษณะดังกล่าวมอบสัมผัสที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความเสถียรเมื่อต้องวิ่งผ่านผิวถนนที่มีความหลากหลาย

Quattro with ultra technology พ่วงต่อกับเกียร์ Tiptronic ZF 8 speed ทำหน้าที่แปรผันแรงบิดจากเครื่องยนต์ถ่ายลงเกียร์ไปยังเพลาขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อแบบอิสระตามสภาพการขับขี่ในแบบ Real Time หรือปรับเปลี่ยนการทดกำลังแปรผันไปตามสภาพเส้นทาง เพื่อทำให้การทดกำลังจากเครื่องยนต์ลงไปที่พื้นถนนปราศจากอาการลื่นไถล ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียการทรงตัว เมื่อคนขับใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไปจนระบบ Quattro with ultra technology เอาไม่อยู่ ระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถหรือESC จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานทันทีด้วยการสั่งเบรกล้อแต่ละข้างอย่างอิสระ จนกระทั่งรถสามารถกลับเข้าสู่การควบคุมอีกครั้ง 

ระบบรองรับใน Audi Q8 55TFSi Quattro S-Line ใช้กันสะเทือนแบบ Five Link ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แขนยึดผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกินใต้สปริง ติดตั้งโช้คอัพไฟฟ้ามาพร้อมชุดควบคุม CDC continuous damping control เป็นอุปกรณ์มาตรฐานไม่ต้องควักเงินเพิ่มแต่อย่างใดทั้งสิ้น ระบบ Adaptive Suspension ใช้ถุงลมปรับระดับความสูง-ต่ำของตัวรถได้อย่างหลากหลายเพื่อขับเร็วๆ บนไฮเวย์หรือลุยทางวิบาก ช่วงล่างแบบ Adaptive Air Suspension ของ Q8 ทำให้มันเตี้ยกว่า Q7 55TDi ที่ใช้ช่วงล่างแบบมาตรฐาน 15 มิลลิเมตร มีระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 220 มิลลิเมตร สามารถเลือกปรับตั้งได้ 4 โหมด ตามรูปแบบของการขับขี่ ในโหมด Lift-off Road ที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วงล่างจะปรับระดับโดยยกความสูงขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร และจะปรับเตี้ยลงโดยอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อลดแรงต้านของอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลดอาการโคลงตัว 

โหมด Auto เปิดทุกอย่างเพื่อการทำความเร็วในลักษณะรุกอย่างเต็มสูบ เมื่อขับเร็วกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (บนออโตบาร์น) ระบบจะปรับลดความสูงของช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension ลงอีก 40 มิลลิเมตรจากความสูงมาตรฐาน นอกจากจะปรับระดับความสูงไปตามความเร็วที่ใช้แล้ว ขณะที่รถจอด Air Suspension จะปรับให้การขนถ่ายสัมภาระที่ฝาท้ายมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยช่วงล่างจะลดความสูงลงอีก 65 มิลลิเมตร ทำให้ไม่ต้องตะกายยกของหนักๆใส่ท้ายรถอีกต่อไป สำหรับระบบเลี้ยว 4 ล้อ All Wheel Steering รับข้อมูลมาจากชุด Electronic Suspension Platformในย่านความเร็วต่ำ ล้อหลังจะหักเลี้ยวสวนทิศทางกับล้อหน้าเพื่อลดวงเลี้ยวให้แคบลง ส่วนการขับด้วยความเร็วปานกลางถึงย่านความเร็วสูง ล้อหลังจะหักเลี้ยวในทิศทางเดียวกับล้อหน้าไม่เกิน 1.5 องศา เพื่อรักษาหน้ายางให้ตั้งฉากกับผิวถนนอย่างสม่ำเสมอขณะทำการเลี้ยวโค้ง 

Audi Q8 กับระบบ mild hybrid (MHEV) แยกระบบไฟฟ้าออกเป็น 2 วงจร ใช้วงจรไฟ 12โวลต์แบบดั้งเดิมสำหรับการใช้งานในอุปกรณ์ไฟฟ้าติดรถทั่วไป อีกหนึ่งวงจรนั่นก็คือแบบ 48 โวลต์ รองรับระบบไฮบริด ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อซึ่งต้องใช้ความเร็วในการตอบสนอง ตัวเลขสมรรถนะของ Q8 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.3 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดมากถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

Audi Q8 เป็นรถที่มีความสุดยอดในหลายด้าน เริ่มจากขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูง (มาก) ช่วงล่างที่ถูกจูนมาอย่างดีจากมืออาชีพที่เข้าอกเข้าใจในความต้องการของเจ้าของรถ สำหรับบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการขับอย่าง Audi ทุกอย่างต้องดีกว่าเสมอ เวอร์ชั่นต้นแบบที่เปิดตัวตามด้วยรุ่นผลิตจริงที่คลอดออกมาในช่วงปลายปี 2018 หลังจากออกขายไม่นาน Audi Q8 ก็ประสบความสำเร็จจากเสียงตอบรับของลูกค้าที่บรรยายถึงการขับขี่ที่ดีของมัน จากการที่เป็นรถเอสยูวีคันใหญ่ หน้าตาทันสมัยพร้อมอุปกรณ์ภายในที่เน้นความหรูหราเพื่อจับลูกค้ามหาเศรษฐี แม้จะมีขนาดเท่ากับ Q7 แต่ Q8 55TFSi สวยกว่าในด้านของหน้าตา กระจังหน้าทรง 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่โดนใจคนรวย ไฟหน้าออกแนวดุดันคอยเตือนให้รถที่วิ่งช้ากว่าหลีกทางให้โดยที่คุณไม่ต้องยกไฟเตือน Audi พยายามวางตำแหน่งของ Q8 ให้มีความเหนือชั่นกว่ารถรุ่นพี่อย่าง Q7 ด้วยอุปกรณ์ภายในยุคใหม่ของแบรนด์ 4 ห่วง ราคา 6.7 ล้านของมันแพงกว่า Porsche Cayenne E-Hybrid เล็กน้อย มันเป็นเอสยูวีรุ่นเดียวของ Audi ที่ให้ของมาครบไม่ว่าจะเป็นหลังคากระจก Panoramic ช่วงล่างแบบถุงลม Air Suspension ทำงานแบบ Active ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response ที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ก็ยังต้องทึ่งในความไฮเทค 

บนไฮเวย์ Q8 55TFSi พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ล่าสุด Quattro with ultra technology ให้อารมณ์หนึบนิ่มนั่งสบายคล้ายช่วงล่างของ Q7 45TDi ซึ่งเป็นระบบรองรับแบบปกติไม่ได้ใช้โช้คอัพถุงลมแต่อย่างใดทั้งสิ้น การเซตช่วงล่างให้ออกมาในลักษณะที่เป็นกลางส่งผลให้อารมณ์ของการขับมีทั้งความนวลและมั่นคง เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบจับคู่กับเกียร์ ZF 8 สปีดผ่องถ่ายแรงบิดลงไปยังล้อทั้งสี่ตามการตัดสินใจของสมองกลในระบบ ultra technology มันทำหน้าที่จัดสรรบันส่วนแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนตามสภาพการของผิวถนน สิ่งที่น่าประทับใจก็คือกำลังในการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า ความนิ่งของช่วงล่างจะทำให้คุณเผลอขับมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ ultra technology ที่ประจำการอยู่ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro รุ่นใหม่ล่าสุด มีโหมดมาให้เลือกใช้งานมากถึง 5 โหมดขับเคลื่อน เช่น All Road / Off Road / Efficiency / Comfort  / Auto ไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดไหนมันก็เจ๋งทั้งนั้น 

Quattro with ultra technology ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทดกำลังแรงบิดลงไปยังล้อขับเคลื่อน มันใช้งานได้ทั้งบนทางเรียบและเส้นทางแบบออฟโรด สำหรับทางขรุขระ ลูกรัง หญ้า หรือวิ่งบนผิวถนนที่เปียกลื่นในขณะที่ฝนตก การใช้งานเมื่อวิ่งบนทางไฮเวย์เรียบๆ มันจะปรับทุกอย่างให้มีความสมดุลเพื่อความสบาย ช่วงล่างที่สามารถปรับความสูง-ต่ำได้อย่างหลากหลายเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แถมทด้วยฟังก์ชั่นยกหรือย่อตัวเพื่อช่วยทำให้การขนสัมภาระมีความง่ายดายมากกว่าเดิม ส่วนเรื่องแรงฉุดลากนั้นหายห่วง คุณสามารถลากเทรลเลอร์หนัก 3.5 ตันได้อย่างสบายๆ จากแรงบิดที่เหลือเฟือของมัน

จุดเด่นของ Q8 ก็คือการเก็บเสียงที่ดีของมัน ห้องโดยสารที่ถูกผลึกมาเป็นอย่างดี แม้จะใช้ประตูแบบไม่มีกรอบหรือบานประตูแบบรถสปอร์ตมันก็ยังโคตรจะเงียบ วิ่งในเมืองแทบไม่ได้ยินเสียงรถราหรือมอเตอร์ไซค์รอบตัว พอขับออกทางไกลใช้ความเร็วสูงก็ยังเงียบใช้ได้ ยาง Hankook รุ่น Ventus s1 evo 3 SUV ไซส์ 285/45R21 113Y ก็ทำหน้าที่ได้อย่างชื่นชม มันให้การยึดเกาะที่ดีและมีเสียงดังรบกวนไม่มากซึ่งเกิดจากการออกแบบลวดลายดอกยางและส่วนผสมของเนื้อยางที่เน้นความนิ่มมากเป็นพิเศษ 

เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ เป็นขุมกำลังที่ถูกช่างของ Audi สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดและใช้งานร่วมกับแบรนด์ Porsche ลูกสูบแต่ละแบงก์ทำมุม 90 องศา มีความกว้างของกระบอกสูบ 84.5 มิลลิเมตร แทนที่จะใช้เครื่องยนต์ V8 เหมือน Bentley Bentayga รุ่นถูก หรือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบจอมโหดของ Lamborghini Urus ค่าย Audi กลับลดความจุเครื่องยนต์ลงไป 2 กระบอกสูบจนเหลือแค่ 6 สูบรูปตัว V และมีความจุแค่ 2.9 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบประสิทธิภาพสูงซึ่งปราศจากอาการรอรอบ แรงม้า 340 ตัว กับแรงบิด 500 นิวตันเมตร สามารถเรียกออกมาใช้ได้ตามความต้องการในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ แถมตัวเครื่อง V6 ยังเบากว่าเครื่อง V8 ค่อนข้างมาก ลูกสูบที่ทำมุมชันถึง 90 องศา มีส่วนช่วยอย่างมากในการออกแบบฝากระโปรงหน้าให้เตี้ยได้มากกว่ารถคู่แข่ง ที่สำคัญ เจ้าของสามารถจูนกล่องควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มแรงม้าโดยไม่ต้องไปปรับแต่งส่วนอื่นๆ ให้วุ่นวายอีกด้วย! 

8 วันผ่านไปกับการหาจุดด้อยของ Q8 ที่ผมยังคงมะงุมมะงาหราหาไม่เจอ มันคือ Audi ในแบบที่นักขับชอบ เป็นสปอร์ตเอสยูวีคันโตที่ขับได้อย่างไร้ข้อติติง เป็นรถที่มีเทคโนโลยีซับซ้อนแต่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและคนในครอบครัวก็จะชอบความสบายที่มันมอบให้เมื่อขับทางไกล แม้จะหนัก 2 ตัน กว้างถึง 2 เมตรและยาวเกือบๆ 5 เมตร แต่เอาเข้าจริงๆแล้วมันคล่องตัวมากโดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง อารมณ์ที่ได้รับจากการขับนั้นขอบอกว่าสุดยอด รวมถึงการมีวิศวกรรมงานประกอบทั้งภายนอกและภายในที่ดีเยี่ยม คุณภาพของวัสดุสามารถเลื่อนขั้นมาประกบกับ Cayenne ได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะมองด้วยเหตุผลหรือความชอบส่วนตัว นี่คือรถ Audi ที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยขับมาครับ.

Audi Q8 Technical data
Q8 55 TFSI quattro S line
เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) แบบ V 6 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection), เทอร์โบชาร์จ
4 วาล์ว ต่อสูบ= 24 วาว์ล
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,995 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 250 กิโลวัตต์ 340 แรงม้า ที่ 5,200-6,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370-4,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ tiptronic 8 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อ (quattro)
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.

มิติตัวถัง
กว้าง 1,995 มิลลิเมตร 
ยาว 4,986 มิลลิเมตร 
สูง 1,705 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ 2,995 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า 1,679 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหลัง 1,691 มิลลิเมตร 


ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system)
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
พื้นที่เก็บสัมภาระ 605 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 85 ลิตร
ล้อและยาง อัลลอย 21 นิ้ว ขนาด 10J x 21 พร้อมยาง ขนาด 285/45 R21
ยางอะไหล่ 

ระบบความปลอดภัย Q8 55 TFSI quattro S line
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบป้องกัน pre sense แบบพื้นฐาน (Audi pre sense basic) 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า 
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with stabilization function)

เซนเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด 
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน
ช่วงล่างระบบถุงลมแบบสปอร์ต 
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอก-ภายในแบบ S line 
หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า 
ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง (Light staging)
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED 
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง 


ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona 
เบาะนั่งคู่หน้าแบบ S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line 
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า 
เบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้ 
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน 
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน แบบสปอร์ตท้ายตัด ตกแต่งด้วยหนัง Perforated
พร้อมสัญลักษณ์ S line และ paddle shift
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control) 
ม่านบังแดดประตูด้านหลังซ้าย-ขวา ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า 
ม่านบังแดดกระจกบังลมด้านหลัง 
กุญแจแบบ Comfort key พร้อมระบบเปิด-ปิดบานประตูท้าย
โดยไม่ต้องใช้มือ พร้อมแผ่นปิดสัมภาระท้ายรถแบบไฟฟ้า 


ระบบข้อมูลและความบันเทิง
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 
ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response
พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้ว 
จอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสพร้อมตอบสนองการสั่งงาน
(haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
รองรับ MP3 และ SD card 
ช่องเชื่อมต่อ USB 
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Contour/ambient lighting)

Audi Q8 Technical data
Q8 55 TFSI quattro S line
Engine Type V6 cylinder petrol engine with direct injection and turbocharging, Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV)
Valves 24
Engine Capacity 2,995 cc.
Max output 250 kW 340 hp at 5,200 - 6,400 RPM
Max Torque 500 Nm at 1,370 - 4,500 RPM
Gearbox 8-speed tiptronic transmission
Drive All-wheel drive (quattro)
Top speed 250 km/h
Start/stop system 
Steering Electromechanical power steering
Front brake Disc
Rear brake Disc
Luggage volume 605 L
Fuel Tank 85 L
Wheel size 10J x 21, with 285/45 R21 tyres 
Collapsible spare tire 


SAFETY Q8 55 TFSI quattro S line
Airbags for driver and front passenger 
Front side airbags with head airbag system 
Seat belt monitoring 
Audi pre sense basic 
Electromechanical parking brake 
Audi hold assist 
ABS (Anti-lock braking system) 
EBD (Electronic brake distribution) 
TCS (Traction control system) 
ESC (Electronic control system with stabilization function) 
Parking aid at front and rear 
Rearview camera 
ISOFIX child seat mounting and Top Tether anchorage point 
First aid kit 

EQUIPMENT
Sport adaptive air suspension 
Audi drive select 
S line exterior-interior package 
Panoramic glass sunroof 
HD Matrix LED headlight with light staging on front/rear lights 
LED separate daytime running light 
Interior mirror with automatic anti-glare action 
Light and rain sensors 
Exterior mirrors, power-adjustable, foldable, heated,auto-dimming with memory function 

COMFORT
Valcona leather seat 
S Sports seats at front with S line 
Electronically adjustable front seats with memory function 
Folding rear seat back 
Four-zone automatic air conditioning 
Sport leather/perforated leather steering wheel,flattened at the bottom with S emblem and paddle shift

Cruise control 
Electric sunshades for the rear side windows 
Manual sunshade for the rear window 
Comfort key with sensor-controlled luggage compartment release including electric luggage compartment cover


INFOTAINMENT Q8 55 TFSI quattro S line
Bang & Olufsen Premium Sound System with 3D sound 
Audi virtual cockpit 
MMI Navigation plus with MMI touch response 
Multi-function touch screen with haptic feedback 
Bluetooth interface 
Compatible with MP3 and SD card 
USB socket 
Contour/ambient lighting

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AudiAudi Q8 55TFSi Quattro S LineQ8อาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้