เมื่อมีโรงงานราคาย่อมถูกลง! นี่คือยานยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับคนชอบลุย Subaru new Forester 2.0i-S รถออฟโรดเอสยูวีประสิทธิภาพดีจาก Subaru ราคาของ Forester จากโฉมที่ผ่านมาในรุ่น i-P มีราคาในรูปแบบของการนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียสูงถึง 1,538,000 บาท พอปรับโฉมเป็นรถรุ่นใหม่ประจำปี 2019 พร้อมกับการนำมาประกอบในประเทศโดยโรงงานใหม่เอี่ยมของกลุ่มเกลนตัน ทำให้ Forester รุ่น i-S AWD 2019 มีราคาถูกลงทันทีถึง 2 แสนบาท เหลือแค่ 1,380,000 บาท
...
...
Forester เป็นรถออฟโรดอเนกประสงค์แบบ 5 ที่นั่งที่ได้รับความนิยมมานานแล้ว โดยมีมิติตัวถังกับระดับของราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ PPV ที่ขายในประเทศไทย แต่มีความแตกต่างที่การขับขี่ กับลักษณะของการวางเครื่องยนต์ สไตล์และการซ่อมบำรุง รวมไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จุดเด่นของ Forester 2.0i-S รุ่นประกอบในประเทศ อยู่ที่ความสะดวกสบายของห้องโดยสารจากขนาดที่ใหญ่โตโอ่โถง กับสภาพการควบคุมภายใต้กลไกของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Subaru Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive เป็นการทดสอบ new Forester รุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก หลังจากเคยทดสอบ Forester รุ่นนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียในโฉมที่ผ่านมา ซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก
...
...
รุ่นและราคา new Forester ประกอบในประเทศ
Subaru Forester 2.0 i-L AWD 1,330,000 บาท
Subaru Forester 2.0 i-S AWD 1,380,000 บาท
Subaru Forester 2.0 i-S Eyesight AWD 1,450,000 บาท
Forester 2.0i-S AWD ให้สัมผัสแทบจะไม่แตกต่างไปจากรถที่ประกอบในต่างประเทศ เป็นรถครอบครัวสำหรับนักขับที่สามารถขับมันไปได้เกือบจะทุกที่ที่มีหรือไม่มีถนน ไม่ว่าจะขับบนไฮเวย์ ขับลุยป่า ขับฝ่าทะเลทรายที่แห้งแล้งหรือวิ่งตะลุยไปบนทางลูกรัง โดยเฉพาะการขับเจ้า Forester ฝ่าสายฝน ใครที่เคยขับจะรู้ถึงความแตกต่างของระบบขับเคลื่อนเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบอื่นๆ นับเป็นรถออฟโรดที่มีประสิทธิภาพดีคันหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันแบบคู่หูระหว่างเจ้าของกับรถที่ขับใช้งาน Subaru Forester 2.0i-S รุ่นใหม่ล่าสุดจะกลายเป็นรถที่พร้อมจะลุยไปกับคุณทุกที่ รูปทรงแบบกล่องสี่เหลี่ยมแนวอนุรักษ์นิยมของ Forester ดูธรรมดาไม่หรูหราเหมือนรถคู่แข่งจากฝั่งยุโรปทั้ง BMW X3 และ Mercedes GLC เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรหากคุณไม่เคยได้ลองขับระบบขับเคลื่อนที่มีความสมมาตร เป็นการลองขับทดสอบประสิทธิภาพกันยาวๆ ในช่วงหลังสงกรานต์ เพื่อพิสูจน์ความสามารถของรถรุ่นที่ประกอบในประเทศเป็นครั้งแรกของแบรนด์หมู่ดาว
ผมใช้เวลาในช่วงสงกรานต์นั่งๆ นอนๆ รอให้คนส่วนใหญ่กลับเข้าทำงานเนื่องจากมีวันหยุดยาวมากถึง 5 วัน เมื่อเปิดทำงานและถนนเริ่มโล่งก็ใช้โอกาสดังกล่าวพาเจ้า i-S ออกไปลากบนเส้นทาง กรุงเทพฯ-อุทัยธานี ลัดเลาะไปตามทางหลวงชนบทของอำเภอหันคาในจังหวัดชัยนาทต่อเนื่องกับอำเภอลานสักในจังหวัดอุทัยฯ เป็นการพิสูจน์สมรรถนะที่ไม่ใช่แค่การขับรถเดินทางปกติธรรมดา แต่ต้องขับเข้าป่าลุยทางวิบาก เผชิญความยากลำบากของเส้นทางที่สมบุกสมบันเพื่อค้นหาความเจ๋งของเจ้า Subaru Forester 2.0i-S AWD รถป้ายยาที่ลูกค้าแค่ได้ลองเป็นต้องเสียเงินว่าจะดีจริงอย่างที่แฟนคลับของ Subaru ตั้งตารอคอยหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่โฆษณาหาลูกค้าใหม่เท่านั้น?
ห้องโดยสารแบบใหม่ของ new Forester 2.0 I-S AWD ดูดีขึ้นถึงแม้สไตล์อนุรักษนิยมจะปรากฏไปทั่วทั้งค็อกพิต เปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งก็จะเจอกับท่านั่งที่สูงโด่งอันแสนจะคุ้นเคยของ Forester รุ่นที่แล้ว นักออกแบบของ Subaru ยังคงเน้นความโปร่งโล่งและความสะดวกสบาย เบาะใหม่คู่หน้าปรับไฟฟ้า แม้จะกดลงจนต่ำสุดก็ยังสูงราวกับกำลังนั่งอยู่บนหลังช้างพลายตัวโตๆ กระจกบังลมทุกบานมีขนาดที่ใหญ่โตคล้าย Mercedes-Benz GLE ทำให้คุณสามารถสังเกตการณ์ได้รอบตัวและมองได้ไกลมากกว่าการขับรถเก๋งเตี้ยๆ เบาะหนังสังเคราะห์นั่งไม่ค่อยสบาย เนื่องจากที่รองขาสั้นเกินไป อยากได้เบาะที่มีขนาดความยาวมากกว่านี้จะดีมากเมื่อต้องขับทางไกลกันทั้งวัน
แดชบอร์ดและคอนโซลเปลี่ยนใหม่ คล้ายๆกับแดชบอร์ดของ new XV มีความสวยงามทันสมัย พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น จอมอนิเตอร์กลางแบบใหม่ที่คมชัดพร้อมกล้องมองหลัง ระบบควบคุมอุณหภูมิมีหน้าตาที่เปลี่ยนไปแต่ยังคงใช้ปุ่มหมุนเหมือนเดิมซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานกันง่ายๆ ด้านบนของจอมอนิเตอร์ติดตั้งจอแสดงผลระบบขับเคลื่อน มุมองศาของรถ แจ้งเตือนเวลาและอุณหภูมิภายนอก แจ้งอุณหภูมิของน้ำในระบบหล่อเย็น คำนวนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ X-Mode
คุณภาพของงานประกอบภายใน พวกแดชบอร์ดและคอนโซลอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ได้ใช้พลาสติกขึ้นรูปที่มีเสียงดังเหมือนคู่แข่งบางยี่ห้อที่ชอบยัดพลาสติกเกรดต่ำ แดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยโฟมหุ้มหนังสังเคราะห์ ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วนใหม่ล่าสุดใช้งานง่าย จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสรองรับระบบให้ความบันเทิงพร้อมเนวิเกเตอร์แบบธรรมดาสามัญไม่ค่อยจะละเอียดเท่าที่อยากได้ แผงประตูออกแบบใหม่และใช้วัสดุตกแต่งที่สวยงามดูดี
พวงมาลัยแบบใหม่ 3 ก้านหุ้มหนังแท้มีสวิตช์สั่งงานของระบบโทรศัพท์ สวิตช์ควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติกับสวิตช์เลือกดูข้อมูลของจอ MID multi information display เป็นพวงมาลัยที่คล้ายกับ XV จนแทบจะแยกกันไม่ออกเพราะ XV ใช้ด้ายสีส้มเย็บเดินตะเข็บ แต่ new Forester ใช้ด้ายสีขาวเดินตะเข็บเย็บรอบวงอย่างประณีต
มาตรวัดความเร็วและวัดรอบเครื่องยนต์อ่านค่าได้ง่ายแต่มีหน้าเรียบๆ ไม่ได้หวือหวา เน้นความชัดเจนมากกว่าความสวยงาม แป้นคันเร่ง เบรกและที่วางเท้าทำจากอัลลอยเจาะรูแนวรถซิ่ง คันเกียร์ออโต้แบบใหม่ก็ยังคล้ายกับ XV คันเกียร์หุ้มหนังแท้มีตำแหน่ง D-M ให้ชิฟเกียร์ผ่านแป้น Paddle Shift สำหรับเส้นทางภูเขา ถัดจากซุ้มเกียร์เป็นที่อยู่ของสวิตช์สั่งงานของระบบขับเคลื่อน X-Mode ทำด้วยพลาสติกสีเงินอย่างหรู สวิตช์ X-Mode มีไฟเรืองแสงตอนกลางคืนสีแดงราวกับสวิตช์ควบคุมของเรืออู ข้างๆ มีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าแต่อยากได้เบรกมือแบบเก่ามากกว่า ช่องวางแก้วน้ำออกแบบใหม่แต่ใช้งานยังไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร
ฝาท้ายไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกในการเปิด-ปิด ฝาท้ายของ Forester เปิดออกด้วยมุมที่กว้าง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบ ทำให้การขนของขึ้น-ลงจากที่เก็บสัมภาระท้ายหรือก้าวเข้า-ออกจากรถมีความสะดวกมากกว่ารถยี่ห้ออื่น การติดตั้งฝาท้ายไฟฟ้าและใช้การกดสวิตช์เพียงแค่ครั้งเดียวสำหรับการเปิด-ปิดฝาท้ายกลายเป็นของที่จำเป็นในรถยนต์อเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่เก็บของ หรือห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดความกว้างและความสูงเหมือนรุ่นที่แล้ว เบาะหลังที่สามารถพับได้อย่างหลากหลาย ทำให้ขนของชิ้นโตๆ ได้อย่างสบาย ส่วนแรคหลังคาที่มีความแข็งแรงยังรองรับการติดตั้งกล่องแรคเพื่อการขนของหากพื้นที่ส่วนท้ายไม่พอให้ขน โดยภาพรวม ห้องโดยสารของ Forester แบบ 5 ที่นั่งเหมาะสมกับภาพลักษณ์ของรถครอบครัว มันมีพื้นที่มากพอที่จะไม่ทำให้คุณหรือผู้โดยสารรู้สึกถึงความอึดอัดเมื่อเดินทางไกลไปพร้อมกัน
นี่คือเอสยูวีที่ใช้เครื่องสูบนอนคันแรกของโลก เสียงเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศในรอบสูงดังแน่นๆ ออกมาในแบบเร้าใจ เป็นเครื่องยนต์หายใจเองแบบนอนยันชักข้างที่แม้แต่ Porsche ต้นตำรับเครื่อง Boxer เองก็ยังไม่กล้าวางในเอสยูวีทั้งใน Macan และ Cayenne ต่างก็ใช้เครื่องสูบ V ทั้งสิ้น Subaru Forester 2.0i-S ยังใช้เครื่องยนต์ตัวเดิม คันที่นำมารีวิววางเครื่องยนต์เบนซิน Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) โดยเฉพาะ Porsche นั้นจัดเครื่องยนต์แบบนี้ลงในรถสปอร์ตล้วนๆ ส่วนพวกตัวลุยทั้ง Macan และ Cayenne ใช้เครื่องรูปตัววีและเครื่องยนต์แถวเรียงทั้งสิ้น
เปิดฝากระโปรง คุณจะพบกับลักษณะของการวางเครื่องยนต์ที่แทบจะกองอยู่บนพื้นเนื่องจากความต่ำเตี้ยและความแบนของเครื่อง Boxer เจ้า i-S วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี. จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดตรงแบบ Direct Injection พร้อมการออกแบบระบบไอดีที่มีความเหมาะสมเพื่อการตอบสนองที่ดี เครื่องยนต์ตัวนี้มีกำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดไม่ได้มากมายอะไรแค่ 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาทีแต่ขับแล้วไม่รู้สึกว่าอืดหรือกำลังไม่พอ เครื่องยนต์สูบนอน 2.0 ลิตร ต่อเชื่อมกับระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์อัตโนมัติ Lineartronic CVT ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive
Subaru Forester 2.0i-S กับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer เป็นเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยนต์สูบเรียงและมีแค่สองแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นที่ยังคงใช้เครื่องยนต์แบบนี้ (Porsche / Subaru) เครื่องสูบนอนแบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) เพื่อทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสียจะควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีโดยควบคุมระยะและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดีให้มีความเหมาะสมประสานไปกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ในรอบเครื่องยนต์ต่ำ เครื่องยนต์ FB20 แบบสูบนอนหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศต้องการอากาศในการเผาไหม้ในปริมาณที่ต่ำกว่ารอบเครื่องยนต์สูงๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์แบบแถวเรียงสี่สูบทั่วๆ ไป เปรียบเทียบได้กับการที่เดินและวิ่ง ต่างก็ต้องการอากาศในการหายใจในปริมาณที่ไม่เท่ากัน
ระบบวาล์วแปรผัน Double Continuous Variable Cam Phasing จะบังคับให้วาล์วไอดีตัวที่หนึ่งเปิดน้อยกว่าวาล์วไอดีอีกตัวหนึ่ง ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณที่เหมาะสม กับที่เครื่องยนต์ต้องการในการเผาไหม้ สำหรับที่รอบเครื่องยนต์สูง ระบบจะบังคับให้วาล์วไอดีทั้ง 2 ตัว เปิดในระยะที่กว้างขึ้น และในช่วงเวลาที่มากขึ้น เพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากขึ้น เพียงพอกับการใช้รอบเครื่องยนต์ในรอบสูง Double Continuous Variable Cam Phasing หนึ่งในระบบแปรผันการเปิด-ปิดวาล์ว เพื่อให้เกิดกำลังในรูปแรงบิดที่มีความต่อเนื่องและอยู่ในช่วงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบ เครื่องยนต์ที่วางได้ต่ำมากกว่าเครื่องยนต์สูบเรียงช่วยลดค่า CG ทำให้การทรงตัวในโค้งมีความเสถียรมากกว่า ลดอาการโคลงตัวที่ทำให้ควบคุมและนั่งขับได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว
ระบบส่งกำลังยังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic - continuously variable transmission CVT อัตราทดแปรผัน ติดตั้งระบบล็อกอัพเพื่อเปิดโอกาสให้คนขับสามารถชิฟเกียร์เองได้บนเส้นทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงภูเขาที่สูงชันโดยมีตำแหน่งเกียร์แมนนวลมาให้ เป็นความสามารถของเกียร์อัตโนมัติที่ใช้สายพานแบบโซ่หรือเกียร์ CVT ที่แข็งแกร่งและถ่ายทอดกำลังได้ดีกว่าเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง แม้จะใช้สายพานโลหะแต่ความนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ก็ยังคงความนิ่มนวลในการทดกำลัง เนื่องจากการออกแบบห้องเกียร์และการวางกลไกของชุดเฟือง สมรรถนะที่เคลมจากโรงงาน เจ้า Subaru Forester 2.0i-S มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 10.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 192 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ยาง Bridgestone Dueler ขนาด 225/55 R18 มีแก้มสูงทำให้เกิดความนิ่มนวลเมื่อวิ่งอยู่บนไฮเวย์หรือแม้แต่ตอนที่กำลังห้ออยู่บนทางลูกรังก็ยังรองรับและทำงานกับช่วงล่างได้ดีแต่มีเสียงดังมากกว่ายางยี่ห้ออื่น เป็นยางทางเรียบที่มีคุณภาพและมีเสียงรบกวนไม่มากนักรวมถึงยังมีราคาไม่แพง อย่างไรก็ตาม ยางติดรถมาจากโรงงานของ Forester ใช้ลุยได้แค่พอหอมปากหอมคอ หากคิดจะจัดแบบเต็มสูบมาแนวโหดหินแบบลุยแหลกแจกสะบัดต้องหายางลุยดอกลึกมายัดแทน Subaru Forester 2.0i-S คันทดสอบเป็นรถของลูกค้าและสื่อมวลชนที่ใช้วิ่งทดลองประสิทธิภาพ มันผ่านการวิ่งแบบจัดเต็มมาแล้ว 2,900 กิโลเมตร ทุกอย่างยังคงแน่นและเงียบเหมือนเพิ่งจะผ่านการรันอินมาสดๆ ร้อนๆ
แพลตฟอร์มใหม่ Subaru Global Platform ใน new Forester ปรับเปลี่ยนรายละเอียดแบบลงลึกของแชสซี เพื่อทำให้มันขับได้ดีขึ้น Subaru Global Platform ถูกนำมาใช้ใน new XV และปรับปรุงเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของ new Forester ช่วงล่างพวกโช้กอัพและสปริงปรับมาพอดีๆ ไม่แข็งหรืออ่อนยวบยาบออกมาในลักษณะนั่งนิ่มสบายก้นคล้ายรุ่นที่ผ่านมา ระบบรองรับพร้อมชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่จูนมาสำหรับการขับที่หลากหลายเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของตัวรถเป็นจุดขายที่ Subaru ทำออกมาได้ดีแบบโดนใจลูกค้าที่เคยครอบครอง PPV มันให้ความรู้สึกสบายขณะขับไม่ว่าจะหวดในเมืองหรือห้อออกทางไกลก็ดีทั้งนั้น new Forester ให้ความรู้สึกขณะขับขี่แบบรถครอบครัวมากกว่าจะออกมาในแบบตัวลุยจอมโหดซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากคุณต้องใช้งานมันทุกวัน ย่านของกำลังไม่ได้มากมายอะไรแต่สามารถเร่งความเร็วเพื่อแซงได้ในแบบที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ลูกค้าขาโหดบางคนก็ชอบกำลังของ Forester XT ตัวเทอร์โบมากกว่า
ระบบรองรับของ new Forester 2.0 i-S ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน โช้คอัพสปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างและจุดยึดรวมถึงมุมทางเรขาคณิตของ Subaru Forester Minor Change ถูกปรับตั้งมุมองศาและปรับค่ามาใหม่หมด เป็นการจูนช่วงล่างเพื่อส่งถ่ายความสบายในการนั่งโดยสาร ช่วงล่างแนวขับสี่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพของการควบคุมแบบสั่งได้ ทั้งการขับบนทางเรียบและขับลุยพอหอมปากหอมคอบนทางวิบากขรุขระ ช่วงล่างของ Forester มีความแข็งแกร่งทนทานรองรับการขับในสภาพทางที่มีความทุรกันดารและมีความเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสลับกับทางขึ้น-ลงเนินยาวๆ
ทางลูกรังยาวสุดลูกหูลูกตานำผมออกมาจากเส้นทางหลักและไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิดเอาไว้ตอนแรก โชคดีที่ Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive กับระบบรองรับเข้ามาสอดประสานทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาทำให้การขับบนทางขรุขระไม่ได้แย่จนเกินไป อาการที่เป็นกลางออกแนวนิ่มนวลนั่งสบายตัว ทำให้ผมรู้สึกสนุกแม้จะถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเมื่อขับฝ่าหลุมบ่อที่มีแต่ฝุ่นสีแดงแต่ความมั่นคงของตัวรถกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อเข้ามาช่วยประคองและทำให้การขับบนทางวิบากมีแต่ความสนุก ยิ่งออกมาไกลจากทางหลักมากเท่าไหร่คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลก เป็นความรู้สึกแบบผจญภัยที่มีให้ในรถออฟโรดเท่านั้น
X-Mode เป็นโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อในย่านความเร็วต่ำ เมื่อต้องตะกุยผ่านทราย หล่มโคลน หรือหลุมบ่อรวมถึงการไต่เนินที่สูงชัน X-Mode มีการทำงานที่สอดรับกับการขับแบบออฟโรดในทุกสถาวะสภาพถนน เชื่อมโยงกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical AWD เจ้า X-Mode ช่วยควบคุมการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างให้เหมาะสมเมื่อขับในเส้นทางที่ยากลำบาก X-Mode เมื่อถูกเปิดใช้งานการผ่านการควบคุมด้วยสวิตช์สีเงินใกล้ตำแหน่งของซุ้มคันเกียร์ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะทำการปรับตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยในการรักษาความเร็วให้มีความคงที่เมื่อต้องลุยฝ่าทางวิบากโดยเฉพาะทางขึ้นหรือลงเขาที่มีความสูงชันมากเป็นพิเศษคล้ายระบบ up and down hill assist ระบบจะเข้าควบคุมการหมุนของล้อแต่ละข้าง เพื่อลดหรือเพิ่มแรงบิดไปยังล้อที่เสียสมดุลหรือเริ่มสูญเสียการยึดเกาะ ซึ่ง X-Mode จะเข้ามาช่วยให้การควบคุมรถมีความปลอดภัยขณะขับผ่านทางโค้งหรือขึ้น-ลงเนินเขาที่สูงชัน ระบบห้ามล้อแบบมาตรฐานใช้ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ คาร์ลิปเปอร์เบรกแบบอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง เบรกให้สัมผัสมั่นใจด้วยระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) รวมถึงระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแบ่งสันปันส่วนเฉลี่ยแรงเบรกไปที่ด้านหน้า / หลังโดยผ่องถ่ายแรงดันเบรกเพิ่มขึ้นเมื่อรถมีการโหลดน้ำหนักบรรทุก เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้เบรกแบบฉุกเฉินสามารถทำให้ตัวรถหยุดได้ในระยะที่ปลอดภัย
ความสมมาตรและมีเสถียรภาพด้านการทรงตัวในระดับที่ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่มีภารกรรมน้อยลงจากความสมดุล วิศวกรของ Subaru ออกแบบระบบขับเคลื่อนของ new Forester 2019 เพื่อให้ความมั่นใจในด้านการขับเคลื่อนในทุกย่านความเร็ว นั่นคือเหตุผลที่ Subaru ทำการพัฒนากลไกขับสี่ล้อตลอดเวลาแบบ Symmetrical AWD มาตั้งแต่ปี 1972 และยังคงก้าวต่อไปกับ New Forester ด้วยโหมดขับเคลื่อนล่าสุดหรือ X-Mode เพื่อการใช้งานสำหรับขับขึ้น-ลงทางลาดชันหรือทางวิบากที่มีผิวถนนขรุขระ ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อตลอดเวลา เพิ่มการส่งมอบพลังงานในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์มายังชุดส่งกำลังและกระจายไปแรงบิดไปยังเพลาขับหน้า-หลัง ทำให้เกิดแรงฉุดที่ดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการทรงตัวที่มั่นคงเมื่อวิ่งด้วยความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เข้ามาเพิ่มเติมสมรรถนะของตัวรถ New Forester เมื่อขับผ่านถนนขรุขระหรือที่ทางสูงชัน รวมถึงการขับในสภาวะที่อาจก่อให้เกิดอาการลื่นไถล เช่น วิ่งฝ่าสายฝนบนสภาพทางที่เปียกลื่น
แม้น่าตาจะดูบ้านๆแต่เวลาลุยแล้วเบิกบานใจกันจริงเชียว! การควบคุมที่มีความมั่นคงของ new Forester 2.0 i-S ช่วยทำให้ผู้ขับสามารถนำรถวิ่งฝ่าถนนเปียกหรือผิวถนนที่เต็มไปด้วยหิมะได้อย่างปลอดภัยจากโหมดขับสี่ X-Mode สำหรับการตอบสนองของระบบเกียร์ Lineartronic - continuously variable transmission CVT จาก Subaru ทันทีที่คันเร่งถูกกด เกียร์แบบสายพานโซ่โลหะที่แทบจะไม่มีระยะของการยืดตัวแบบเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานยาง ทำให้การส่งกำลังไปที่ล้อทั้ง 4 เกิดขึ้นในแบบไร้รอยต่อและปราศจากอาการกระตุกกระชาก เกียร์ออโต Lineartronic มีการเปลี่ยนอัตราทดที่ต่อเนื่องและลื่นไหล ช่วยให้การตอบสนองต่อการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนทุกล้อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในจังหวะตั้งแต่เริ่มออกตัว
จุดเด่นของรถคันนี้ก็คือ ลักษณะการวางเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรและระบบส่งกำลัง Lineartronic ที่จับคู่กับกลไกกระจายแรงบิดผ่านระบบ AWD สามารถตอบสนองต่อการขับแบบลากเกียร์ด้วยโหมดแมนนวล หรือชิฟเกียร์ด้วยตัวผู้ขับเอง การควบคุมแรงบิดจากด้านหน้าไปทางด้านหลังหรือจากด้านหลังถ่ายเทมาด้านหน้าจึงเต็มไปด้วยความสมดุลสูงสุด แตกต่างจาก Honda CR-V / Mazda CX-5 และรถกระบะดัดแปลง PPV SUV ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซึ่งใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าหรือล้อคู่หลังเป็นหลัก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Honda CR-V / Mazda CX-5 จะทำงานก็ต่อเมื่อล้อหลังขาดการยึดเกาะและเป็นการสั่งงานด้วย ECU ที่ผู้ขับไม่สามารถปรับระบบการขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ แต่ Symmetrical AWD ทำให้ล้อทั้งสี่หมุนไปพร้อมกันบนทางเรียบๆนี่บอกเลยว่านิ่มและหนึบจนทำให้ง่วงกันเลยทีเดียว
สิ่งที่ชอบใน new Forester รุ่น 2.0 i-S AWD ก็คือ การตอบสนองของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัยและช่วงล่าง มันสอบผ่านทุกสภาพเส้นทางเพราะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาคอยช่วยเหลือให้พวกมือใหม่ไม่ยากลำบากจนเกินไป Subaru Global Platform กับการเซ็ตอัพช่วงล่างแบบกลางๆ ทำให้บาลานซ์ของรถมีสมดุลที่เหนือกว่า PPV ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ กำลังจากเครื่องยนต์แม้จะไม่มากแต่ตอบสนองได้ดีและเพียงพอต่อการใช้งาน ระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำงานได้ดี แรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านชุดเกียร์ลงไปยังล้อทั้งสี่ตั้งแต่ต้นยันปลาย เป็นสัมผัสแห่งความพึงพอใจกับตัวรถที่ดูธรรมดาแต่กลับขับได้ดีเหลือเชื่อ ระยะห่างระหว่างพื้นกับใต้ท้องอาจไม่มากเท่า PPV แต่พอจะลุยหนักๆ บนทางวิบากได้ตามต้องการ X-Mode สามารถควบคุมความเร็วขณะขับลงทางลาดชัน มันสามารถไต่ลงเนินหรือลุยโคลนและทรายด้วยความเร็วพอๆ กับการเดินของคุณ ซึ่งทำให้ปลอดภัย ระบบขับขึ้น-ลงทางลาดชันทำงานได้ดีแม้จะมีเสียงของเฟืองระหว่างการทำงานก็ไม่ได้ดังจนหน้าเกลียด ส่วนที่ไม่ชอบก็คืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ขับแบบปกติอยู่ในระดับ 10.6 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้ารีบเร่งกดหนักก็หล่นลงมาเหลือ 7-8 กิโลเมตรต่อลิตร กินโหดพอๆกับ BMW M4 กันเลยทีเดียว!
ราคา 1.38 ล้านบาทของ Forester 2.0 i-S ถ้าไม่คิดมากเรื่องกินเชื้อเพลิงเพราะเครื่องต้องออกแรงปั่นล้อทั้งสี่ตลอดเวลาทำให้อัตราสิ้นเปลืองไม่หรูหราเท่าที่ควรก็ถือว่าเป็นรถครอบครัวตัวลุยที่น่าใช้งาน การขับที่เด็ดขาดบนความนิ่มนวลสะดวกสบายสามารถเอาชนะรถ PPV ในด้านของการควบคุม อัตราสิ้นเปลืองสำหรับการขับแบบผสมในและนอกเมืองกินดุกว่ารถเกือบทุกรุ่นและกลายเป็นข้อด้อยสำหรับประเทศที่มีราคาเชื้อเพลิงไม่ถูก ศูนย์บริการที่เริ่มเพิ่มมากขึ้นรวมถึงการนำมาประกอบในประเทศน่าจะทำให้ราคาอะไหล่ถูกลงอันนี้ก็ต้องตามดูกันอีกทีแต่แน่นอนว่ามันเป็นรถที่มีค่าซ่อมบำรุงไม่ถูกเนื่องจากมีระบบขับเคลื่อนที่ไม่เหมือนชาวบ้าน! หากคุณชอบขับรถและไม่สนใจอัตราสิ้นเปลือง ไม่คิดมากเรื่องราคาของอะไหล่ที่แพงกว่ารถคู่แข่ง Subaru Forester 2.0i-S AWD รุ่นประกอบในประเทศนั้นขับดีกว่ากระบะดัดแปลง PPV แบบเทียบกันไม่ติด!
อุปกรณ์ภายนอก
ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18
ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED
ไฟตัดหมอกคู่หน้า
ที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamp Washer
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
ไฟหน้า ปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
ระบบไฟหน้า ปรับตามทิศทางการเลี้ยว
ไฟตัดหมอกหลัง
ราวหลังคา
สปอยเลอร์หลังคา
เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
กระจังหน้า แบบเปิด-ปิด อัตโนมัติ
กระจกมองข้าง พร้อมระบบไล่ฝ้า
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Special X-Mode
ระบบ SI-DRIVE
อุปกรณ์ภายใน
เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
เบาะนั่งด้านหลัง ปรับเอนได้
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีดำ
ระบบเปิด-ปิดฝาท้าย ด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ Push Start Button
แป้นเหยียบ คันเร่ง – เบรก แบบอลูมิเนียม
พวงมาลัย ปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)
แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Hold
แผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบถอดเก็บได้
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา Dual Zone
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
หน้าจอเครื่องเสียง ขนาด 8.0 นิ้ว
ระบบนำทาง Navigation System
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
ช่องเชื่อมต่อ AUX / USB
ระบบเข้าสู่รถด้วยรหัส PIN
ระบบความปลอดภัย
ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ระบบ Brake Override System
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC
ระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ
ระบบควบคุมแรงบิดอัตโนมัติ เมื่อเข้าโค้ง Active Torque Vectoring
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน ESS
ระบบป้องกันรถไหล โดยไม่ต้องเหยียบเบรก AVH
ระบบความปลอดภัย Eyesight ประกอบด้วย
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Warning
ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง SVRD
ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน Pre-Collision Braking
ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน Pre-Collision Throttle Management
ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน Lane Departure Warning
ระบบเตือนเมื่อขับรถส่าย Lane Sway Warning
ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ Lead Vehicle Start Alert
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง
ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหลัง
กล้องมองภาพด้านข้างตัวรถ
กล้องมองภาพขณะถอยจอด
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/