Ford Mustang กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของพวกอเมริกัน ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม Mustang ก็ยังคงเป็นรถสปอร์ตระดับตำนานของ Ford ที่ขายดีและมีคนนิยมทั่วโลก ปัจจุบัน Ford Motor Thailand นำ Mustang เข้ามาขายด้วยราคาที่ไม่ได้แพงมากจนเกินไป ถือเป็นการทำตลาดควบคู่ไปกับรถกระบะสมรรถนะสูงอย่าง Ranger Raptor ซึ่งเป็นหนึ่งในจักรกลของสำนัก Ford Performance
Ford Mustang 2.3 EcoBoost Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท
Ford Mustang V8 5.0 NA Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท
...
เจนเนอเรชั่นล่าสุดของม้าป่าจากอเมริกาเหนือ Ford Mustang มาพร้อมเรือนร่างที่ใหญ่โตตามสไตล์ของรถมัสเซิลคาร์ Mustang รุ่นที่ 6 เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เป็นรถสปอร์ตในตำนานรุ่นแรกที่มีการผลิตเวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาและวางจำหน่ายไปทั่วโลกรวมถึงไทยที่ Ford Motor Thailand นำเข้ามาขายในราคา 4.79 ล้านบาท ในรุ่น GT V8 คุณจะได้รถสองประตูคันโตที่มีส่วนหน้ายาวเหยียดและส่วนท้ายที่สั้นกุด ท่านั่งขับที่โคตรจะสบายพร้อมเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดผ่านท่อระบายไอเสียที่สามารถปรับแต่งระดับความดังของเสียงได้
...
เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5 ลิตรของ Mustang GT V8 แบบไม่มีระบบอัดอากาศนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของแรงบิดและการรับประทานน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดยกซด เกียร์ใหม่ 10 สปีดมีส่วนในการเพิ่มสมรรถนะไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วที่ต้องการอัตราทดตีนต้นจิ้ดๆ รวมไปถึงการวิ่งด้วยความเร็วคงที่ในเกียร์ 10 ซึ่งทำให้มันกินน้ำมันน้อยลงเมื่อขับออกทางไกล Ford Mustang GT V8 ยังเป็นรถสปอร์ตที่ขับได้ดีกว่าเดิม รูปลักษณ์ สมรรถนะและเสียงเครื่องยนต์เป็นไปตามแบบฉบับของรถสปอร์ตระดับตำนาน ผสมกับความประณีต ทันสมัย พร้อมประสิทธิภาพของการขับแบบรถยนต์ยุคใหม่ ทำให้ใครก็ตามที่ชอบขับรถทางไกลรู้สึกหลงใหลไปกับงานวิศวกรรมของอเมริกัน
...
...
คุณสามารถเป็นเจ้าของ Mustang ได้สองทางเลือก โดยไม่ต้องนอนฝันร้ายเพราะราคา ช่วงล่างประสิทธิภาพแย่ หรือแม้แต่ห้องโดยสารสุดห่วย! รุ่น 2.3 EcoBoost 310 แรงม้า ซึ่งไม่ค่อยจะแรงเท่าที่ควรแต่ควบคุมง่ายและปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่เน้นกำลังแต่เน้นที่รูปทรง กับรุ่นสูงสุด GT V8 คันทดสอบที่มีม้าตุนอยู่ใต้ฝากระโปรงมากถึง 460 ตัวพร้อมแรงบิดระดับทะลุมิติที่ 556 นิวตันเมตร
Ford เป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตที่เคยเป็นตำนานในสนามแข่งอย่าง GT40 รวมถึงรถแรลลี่ที่ดิบโหดอย่าง Ford RS200 รถแข่งทางฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง และที่ลืมไม่ลงก็คือ ชัยชนะในสนามแข่ง F1 จากทีมงานของ Ford Cosworth การสั่งนำเข้าม้าป่า Mustang ทั้งสองรุ่นสองเครื่องยนต์มาขายในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องที่ดี เช่นเดียวกับ Mustang รุ่นแรกๆ ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ GT V8 เป็นรถที่มีกล้ามมัดโตเบิ้มจากเครื่องยนต์ไซส์ยักษ์ที่มีความจุมากถึง 5,000 ซีซี ฝากระโปรงหน้ายาว บั้นท้ายถูกหั่นให้สั้นกุดพร้อมไฟท้ายสไตล์เดิมที่เรียกร้องความสนใจของนักเลงรถด้วยแรงบิดมหาศาลจากเครื่อง V8
ตัวถังของ Mustang มีเส้นสายที่สวยงามโดยเลียนแบบรูปทรงของ Mustang รุ่นแรกๆ ที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต รูปทรงของมันผสมผสานกันระหว่างความเรียบง่ายและความทันสมัยของรถสปอร์ตยุคใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดบางตำแหน่งที่แปลกตาและแตกต่างจากรถสปอร์ตของฝั่งยุโรป ไฟหน้า LED พร้อมกลไกการทำงานของระบบไฟแบบอัตโนมัติ ฝากระโปรงหน้ายาวเหยียด เสาหน้าลาดเอียงพร้อมแนวโค้งของหลังคาสไตล์รถสปอร์ต ไฟท้าย LED ออกแบบอย่างสวยงาม สปอยเลอร์หลังพร้อมครีบรีดอากาศและวิงหลังสำหรับสร้างแรงกดส่วนท้ายเมื่อทำความเร็ว มิติตัวถังของ Mustang มีความยาวถึง 4,879 มิลลิเมตร กว้าง 2,097 มิลลิเมตร สูง 1,382 มิลลิเมตร ความกว้างล้อคู่หน้า 1,584 มิลลิเมตร ความกว้างล้อคู่หลัง 1,653 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,720 กิโลกรัม
ล้ออัลลอย Performance pack wheel สีดำ คู่หน้าขนาด 19 x 9" ยางล้อหน้า Michelin Pilot Sport 4 S ขนาด 255/40 ZR19 ส่วนล้อหลังขนาด 19 x 9.5" ยาง Michelin Pilot Sport 4 S ขนาด 275/40 ZR19
ห้องโดยสารของ Mustang ยุคใหม่อุดมไปด้วยพลาสติกเกรดกลางๆ อุโมงค์เกียร์ขนาดยักษ์แบ่งพื้นที่ของคนขับและผู้โดยสารออกจากกันอย่างชัดเจน แดชบอร์ดทันสมัยและสวยงาม ใช้พลาสติกสีเงินเลียนแบบงานอะลูมิเนียมคาดตรงกลาง ช่องแอร์ทรงกลมที่อยู่กึ่งกลางของคอนโซล จอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสของ Ford หน้าตาคุ้นๆ คล้ายกับ Everest Ranger และ Raptor สั่งงานด้วยการแตะสัมผัสบริเวณหน้าจอภาพอย่างง่าย เบาะแบบสปอร์ตนั่งนิ่มสบายทั้งก้นและแผ่นหลัง เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าเฉพาะการเดินหน้าและถอยร่นตัวเบาะ ถ้าจะปรับเอียงพนักพิงหลังก็ต้องปรับด้วยมือ ส่วนเบาะหลังมีพื้นที่คับแคบเหมาะกับเด็กตัวเล็กมากกว่าจะให้ผู้ใหญ่ตัวโตเข้าไปนั่ง
จอภาพมาตรวัดแบบ TFT LCD ขนาด 12 นิ้ว ใหญ่โตมองเห็นได้อย่างชัดเจน มาตรวัดแบบทรงกระบอกที่ปรับเปลี่ยนจากการใช้เข็มวัดรอบและวัดความเร็วมาเป็นจอภาพที่มีความคมชัดพร้อมลูกเล่นที่พ่วงการปรับตั้งค่าได้อย่างหลากหลาย พวงมาลัยทรงสามก้านพร้อมสวิตช์ปรับตั้งระบบต่างๆ เต็มไปหมด พวงมาลัยให้อารมณ์ย้อนๆ ตอนมองไปที่รูปม้า แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift เล็กไปนิด ถ้ามีขนาดเท่ากับ Raptor จะดีงามกว่านี้มาก พวงมาลัยไฟฟ้าปรับตั้งได้ 4 ทิศทาง ควบรวมกับน้ำหนักที่ดีจากมอเตอร์ตัวเล็กๆ ที่คอยควบคุมน้ำหนักของพวงมาลัยให้แปรผันไปตามความเร็วกับโหมดของการขับเคลื่อน
ซุ้มเกียร์กับที่วางแก้วมีตำแหน่งที่ค่อนข้างขัดแย้งเมื่อใช้งานจริง ลองเอาแก้วกาแฟไปวาง จากตำแหน่งที่ใกล้กับคันเกียร์ทำให้การเอื้อมมือไปโยกคันเกียร์จะมีแก้วกาแฟที่เกะกะอยู่พอสมควร
หน้าจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งระบบให้ความบันเทิง Ford SYNC 3 ต่อเชื่อมกับ Bluttooth, Wi-Fi รองรับ Apple CarPlay/Android ใต้จอมอนิเตอร์มีช่องใส่แผ่น CD ช่องเสียบ USB ระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม ใต้จอภาพเป็นชุดควบคุมของระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกฝั่งหรือ Dual-zone สวิตช์ปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อน และสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์
เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 5.0 ลิตร V8 Ti-VCT การปฏิวัติครั้งใหม่ของเครื่องยนต์ในตำนาน V8 แบบหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ มาพร้อมแรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น เครื่อง V8 มีปริมาตรความจุ 5,038 ซีซี. ติดตั้งหัวฉีดตรงแรงดันสูง High-Pressure Direct Injection กับหัวฉีดที่ท่อไอดีแรงดันต่ำ Low-Pressure Port Fuel Injection ความกว้างกระบอกสูบ 93.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 92.7 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0:1 กำลังสูงสุด 460 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 556 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อม Limited Slip Differential ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.8 วินาที
สำหรับโหมดการขับเคลื่อนนั้น Ford Mustang มีมาให้อย่างครอบคลุมเพื่อการขับขี่ที่หลากหลาย เริ่มจาก Normal Mode เป็นโหมดเริ่มต้นของการสตาร์ตเครื่องยนต์
Sport mode สำหรับการตอบสนองที่รวดเร็วของเครื่องยนต์และเกียร์ 10 สปีด รวมถึงพวงมาลัย Track mode ใช้สำหรับขับเล่นในสนามแข่ง ระบบควบคุมการทรงตัวจะถูกยกเลิก Snow-Wet mode เหมาะกับการขับบนถนนที่อาจเกิดการลื่นไถลในขณะที่ฝนตก Drag Strip Mode สำหรับการขับแบบควอเตอร์ไมล์ และโหมดสุดท้าย My Mode เลือกปรับค่าต่างๆ ของการตอบสนองแบบแยกย่อย ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ พวงมาลัยและระบบควบคุมการทรงตัวว่าจะปิดหรือเปิดการทำงานเอาไว้ แต่แนะนำให้เปิดไว้ตลอดจะดีกว่าปิด
ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Ford Mustang GT V8 ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้กอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Integral-link พร้อมเหล็กกันโคลง รุ่น GT V8 ติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป สำหรับชุดบังคับเลี้ยวยังคงใช้พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุน เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับค่าการตอบสนองได้อีกตะหาก!
เทคโนโลยีปรับระดับเสียงของชุดท่อไอเสียพร้อมเสียงคำรามอันน่าเกรงขามของ Ford Mustang ชุด ท่อระบายไอเสียคู่ 4 ท่อจาก Mustang GT พร้อมโหมด Quiet, Normal, Sport และ Track ชุด Performance Package ของ Ford Mustang GT V8 ติดตั้งชุดเฟืองท้าย Limited Slip Differential เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ ช่วยให้รถมีการยึดเกาะและการทรงตัวที่ดีขึ้น
Ford Mustang GT Performance Package ติดตั้งชุดเบรกหน้า Brembo® ประกอบด้วยคาลิปเปอร์ 6 สูบสีเทาดำ เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 มิลลิเมตร จานเบรก 380 x 34 มิลลิเมตร พร้อมช่องระบายความร้อน ส่วนเบรกหลังแบบคาร์ลิปเปอร์เดี่ยวทำจากอัลลอยสีเงินพร้อมจานเบรกขนาด 330x25 มิลลิเมตร
เมื่อลองขับทั้งในเมืองและออกทางไกลไปถึงอำเภอสามร้อยยอดในจังหวัดประจวบฯ เจ้าม้าป่าเครื่อง V8 มีความพยศอยู่บ้าง เมื่อออกตัวเร็วๆ ด้วยการกดคันเร่งแบบฉับพลันทันที หากผิวถนนมีทรายหรือยางยังไม่อยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนพอที่จะทำหน้าที่ยึดเกาะอย่างเต็มที่ ท้ายรถจะเริ่มต้นอาการกวาดออกด้านข้างอย่างรวดเร็วจนต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ เครื่องยนต์ V8 มีกำลังล้นเหลือมากพอที่จะทำความเร็วทางตรงได้อย่างง่ายดาย ขับในเมืองพวงมาลัยให้ระยะของการหมุนดีเยี่ยมและมีน้ำหนักที่ค่อนข้างคงที่ในย่านความเร็วต่ำ พวงมาลัยไฟฟ้าจะเริ่มหน่วงน้ำหนักให้เพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อคุณขับมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ
Mustang GT V8 มีอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับใช้งานในเมืองประมาณ 5 กิโลเมตรต่อลิตร นับว่าซดเอาเรื่องกันเลยทีเดียว ส่วนการขับออกทางไกลบนไฮเวย์ มันจะกินเชื้อเพลิงประมาณ 10 กิโลเมตรต่อลิตรในย่านความเร็ว 110 ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในจุดนี้ เกียร์ 10 สปีด เข้ามาช่วยในเรื่องของอัตราทดเกียร์สุดท้ายหรือเกียร์ 10 ที่เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ด้วยการใช้รอบเครื่องในย่านความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมายแค่ 1,500-1,800 รอบต่อนาทีเมื่อใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Mustang GT V8 เป็นรถที่มีเสียงท่ออย่างโหด แม้จะเข้าไปปรับตั้งให้เงียบลงในโหมด Quiet แต่เสียงคำรามจากท่อท้ายเมื่อกดคันเร่งลึกๆ ก็ยังดังสนั่นอยู่ดี ส่วนโหมด Track กลไกของวาว์ลในท่อระบายท้ายจะเปิดออกจนสุดและสร้างเสียงท่อท้ายที่กระหึ่มไปตลอดทางราวกับรถแข่ง นับเป็นรถที่ไม่เงียบแต่ก็ขับได้ง่ายพอสมควรถ้าไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินไป เครื่องยนต์ตอบสนองบนทางยาวๆ ได้ดีทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะขับแบบเรื่อยๆ หรืออยู่ในโหมดท้ารบกับชาวบ้าน เทคโนโลยีของระบบควบคุมการทรงตัวทำให้คุณขับเจ้า Mustang เครื่องโตได้อย่างง่ายดาย มันสามารถจัดการกับขนาดที่ใหญ่โตและน้ำหนักที่มากถึง 1.7 ตันได้อย่างไม่มีปัญหาแค่คนขับไม่บ้ามากเท่านั้นเป็นพอ ไม่ว่าจะคลานไปเรื่อยๆในเมืองที่มีรถติดสาหัสอย่างกรุงเทพฯ หรือซิ่งไปบนเส้นทางแบบภูเขา Mustang เป็นรถที่มีเสียงท่อท้ายดังสุดนับตั้งแต่ผมเริ่มหัดขับรถเมื่อปี 2525 ซึ่งเป็นเรื่องที่บ้าระห่ำเอามากๆ!
Mustang รุ่นที่ผ่านมาใช้พื้นฐานของช่วงล่างแบบเดียวกับ Mustang รุ่นคลาสสิกที่ค่อนข้างโบราณ มันใช้ช่วงล่างหลังแบบคานแข็งที่ตอบสนองได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควรแต่มีราคาถูกและมีความคงทน ช่วงล่างในลักษณะดังกล่าวมีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับการทรงตัวที่เหนือชั้นกว่าของรถสปอร์ตจากฝั่งยุโรปไม่ว่าจะเป็น Audi S5 Quattro BMW M4 Mercedes-Benz E63 Coupe 4MATIC รวมถึงเฟืองท้ายของม้าป่ารุ่นเก่าก็ยังเป็นเหล็กชิ้นเดียวที่มีน้ำหนักมากเกินไป ตอบสนองไม่ละเอียดและไม่สามารถปรับมุมล้อให้มีความเหมาะสมเหมือนช่วงล่างแบบมัลติลิงค์ใน Mustang รุ่นใหม่ล่าสุด
การปรับเปลี่ยนช่วงล่างพร้อมๆ กับเซตอัพใหม่หมดทำให้ Mustang ยุคใหม่ทรงตัวได้ดีขึ้น การใช้สตรัทคู่หน้าแบบใหม่ทำให้วิศวกรของ Ford สามารถติดตั้งชุดเบรกหน้า BREMBO® ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้อย่างสบายโดยไม่ต้องใช้ล้อที่มีออฟเซตลึกๆ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเลี้ยว การปรับเปลี่ยนช่วงล่างมาเป็นแบบอิสระเปรียบเหมือนการค้นพบทางออกที่ถูกวิธีของ Ford แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีบริษัทรถยนต์ของเยอรมันบางยี่ห้อ เช่น BMW ที่ใช้ช่วงล่างแบบนี้มาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว!
ในย่านความเร็วสูง แม้พวงมาลัยจะตอบสนองได้ช้าลง เครื่องยนต์ V8 กินเชื้อเพลิงอย่างโหดและอัตราทดของเกียร์ 10 สปีดที่ไหลลื่นเกินไปจนขาดความรู้สึกแบบกลไกแต่ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์กับพลังที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแรงดึงไม่รู้จักจบสิ้นพร้อมเสียงท่อที่กระหึ่มกึกก้องนั้นยอดเยี่ยมจนทำให้คุณลืมเรื่องดังกล่าวไปได้อย่างง่ายดาย ช่วงล่างที่ดีนั้นช่วยทำให้คุณสามารถควบคุมรถได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่อย่าลืมส่วนท้ายที่โคตรจะไวของมันซึ่งทำให้มือดริฟต์ระดับเทพมีความสุขกับการได้เปลี่ยนยางใหม่ ผมใช้เวลาในช่วงบ่ายจนถึงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อบันทึกภาพเจ้าม้าป่าสีเหลืองอมส้ม ขับผ่านชายหาดและชนบทที่สวยงามของปากน้ำปราณไหลยาวไปจนถึงหาดสามพระยา
Mustang มีเกียร์ใหม่ 10 สปีดที่ประจำการอยู่ใน Everest Ranger และ Raptor รุ่นท็อปสุด เป็นกลไกของอัตราทดแบบใหม่ที่ครอบคลุมการใช้งาน คุณสามารถปล่อยให้เกียร์ทำงานของมันในโหมด Auto หรือชิฟผ่านแป้น Paddle Shift การเปลี่ยนเกียร์เองผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยเหมาะกับเส้นทางที่คดเคี้ยวและให้ความรู้สึกที่ดี วิศวกรของ Ford ออกแบบอัตราทดของเกียร์ลูกใหม่ให้กว้างมากยิ่งขึ้น โดยมีการทำงานที่ไหลลื่นปราศจากรอยต่อหรืออาการกระตุกกระชากให้เสียอารมณ์แต่นักขับบางคนก็ชอบเกียร์ที่กระชากให้พอรู้สึกมากกว่าเกียร์ที่ไหลขึ้นลงอย่างเนียนแบบนี้
Ford Mustang GT V8 เป็นรถสำหรับนักขับที่ไม่เรื่องมากและไม่ค่อยสนใจอะไรมากนักนอกจากความแรงและความสวยงามคลาสสิก ห้องโดยสารของมันมีพื้นที่เบาะคู่หน้ามากพอที่จะทำให้คุณและผู้โดยสารนั่งสบายไปตลอดทาง เบาะหนานุ่มแบบอเมริกัน เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 แบบหายใจเองที่ปราศจากอาการรอรอบ อัตราเร่งระห่ำและความสามารถพิเศษในการทำลายยางล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนด้วยการปั่นฟรีจากพละกำลังที่ให้มามากถึง 460 แรงม้า โดยภาพรวม ซุปเปอร์คาร์ที่สวยงามแต่คับแคบนั้นเป็นรถที่ฉาบฉวยและไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เมื่อคุณต้องขับทางไกลไปค้างหลายๆ คืนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโตๆ ถ้าไม่ชอบใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกันเป็นเวลาติดต่อกันหลายวันเมื่อเดินทางไกลด้วยรถสปอร์ตสองที่นั่งคันเล็ก เจ้า Mustang คือคำตอบที่ดีเพราะมันมีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายมากพอๆกับ BMW Series-5 G30
เจ้าม้าป่าเป็นรถสปอร์ตที่เรียบง่ายแต่โหดในเรื่องของอัตราสิ้นเปลือง รูปทรงที่เรียบๆ ของมันและความเป็นรถสปอร์ตอเมริกันอาจทำให้หลายคนมองข้าม ห้องโดยสารใช้วัสดุธรรมดาสามัญไม่ได้ดูแพงเหมือนภายในของสปอร์ตของเยอรมัน การทรงตัวยังเป็นรอง BMW M4 แต่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าตัว 4.7 ล้านกับของที่ให้มารวมกับสมรรถนะของย่านกำลังและการขับขี่ที่ดีขึ้นมากก็ถือว่าคุ้ม เป็นรถที่ให้ความสนุกกับความเสียวไปพร้อมกันเมื่อคนขับกดคันเร่งเต็มเหนี่ยว และเป็นรถที่ให้ความสบายเมื่อขับแบบเรื่อยๆ ไม่เร็วมาก แต่ก็ต้องระวังให้ดีตอนออกตัวแรงๆ กับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง คุณจะต้องนึกอยู่เสมอว่าม้าล่ำๆ ทั้ง 450 ตัวนั้นสามารถที่จะพรั่งพรูออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าใช้คันเร่งกันแบบไม่ระวัง บนถนนที่เปียกลื่น มือของคนขับจะเป็นระวิงในการแก้อาการท้ายปัดเมื่อกดกันหนักข้อมากเกินไป แต่พวกขาโหดก็มักจะชอบสันดานดิบๆ แบบมัสเซิลคาร์ที่แสนจะพยศ สรุปสุดท้าย Mustang GT V8 เป็นรถที่สุดขั้วในทุกมุมมอง ส่วนจะชอบมันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของคุณว่าเยอะพอที่จะเติมน้ำมันโดยไม่คิดอะไรมาก เท่านั้นก็พอแล้วละครับสำหรับการเป็นเจ้าของ Mustang.
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง (Powertrain)
แบบเครื่องยนต์ (Engine Type) เครื่องยนต์เบนซิน 5.0L V8 Ti-VCT
กำลังสูงสุด 460 แรงม้า (339 กิโลวัตต์) ที่ 7,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 556 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที
ระบบเกียร์ (Transmission) เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดพร้อม Paddle Shift
แชสซีและระบบกันสะเทือน (Chassis & Suspension)
ระบบกันสะเทือนหน้า (Front Suspension) อิสระแบบเมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง (Double-ball-joint MacPherson strut with stabilizer bar)
ระบบกันสะเทือนหลัง (Rear Suspension) อิสระแบบอินทิกรัลลิงค์พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง (Integral-link independent with coil springs and stabilizer bar)
ระบบเบรกหน้า (Front Brake) BREMBO® 6 พอต เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 มม. จานเบรกหน้า 380 x 34 มม.
ระบบเบรกหลัง (Rear Brake) 1 สูบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 45 มม. จานเบรก 330 x 25 มม.
ระบบพวงมาลัย (Steering System) พวงมาลัยพาวเวอร์แบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (Electronic Power Assist Steering)
ล้อ (Wheels)
ล้ออัลลอยหน้า 19" x 9"
ล้ออัลลอยหลัง 19" x 9.5"
ยาง (Tires) ล้อหน้า Michelin Pilot Sport 4 S ขนาด 255/40 ZR19
ยาง (Tires) ล้อหลัง Michelin Pilot Sport 4 S ขนาด 275/40 ZR19
สมรรถนะการขับขี่ (Performance)
ระบบปรับโหมดการขับขี่ (Selectable Driving Mode)
แอปพลิเคชันสนามแข่ง Track AppsTM (Track AppsTM)
ระบบช่วยเบิร์นยาง Line Lock (Electronic Line Lock)
ระบบปรับโหมดพวงมาลัย (Selectable Steering Mode)
เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advance-Driving Assist Technology)
ระบบเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (Autonomous Emergency Braking System withPedestrian Detection)
ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)
อุปกรณ์ภายนอก (Exterior)
ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ (LED Headlamps)
ไฟท้ายแบบ LED (LED Tail Lamps)
ไฟหรี่กลางวันแบบ LED (LED Day Time Running Lights)
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto Headlamps)
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain Sensing Wipers)
กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมฮีทเตอร์และไฟเลี้ยว (Power Adjustable & Foldable Side Mirrors with Heater and Turning Indicators)
ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ (Pony Puddle Lamps)
ท่อไอเสีย (Exhaust) ท่อไอเสีย 4 ท่อพร้อมโหมดปรับระดับความดัง (Active Valve Exhaust System)
สปอยเลอร์หลัง (Rear Spoiler)
อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย (Interior & Convenience)
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา (Dual Zone Automatic Climate Control)
ระบบกุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ต Keyless Entry & Push Start Button
หน้าปัดดิจิตอลขนาดใหญ่ 12.4 นิ้ว (12.4" Screen Cluster)
ช่องต่อไฟ 12V (12V Outlet)
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (6-way Power Driver & Passenger Seat)
กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rear View Mirror)
ไฟตกแต่งห้องโดยสาร (Ambient Lighting)
ชุดชายบันไดสเตนเลสแบบ LED
กระจกแบบเปิด–ปิดสัมผัสเดียวทุกบาน (Global Open One Touch Up/Down Window)
ระบบเครื่องเสียง (Audio System)
เครื่องเสียง ShakerTM Pro ลำ โพง 12 ตำ แหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟายเออร์
วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD และ USB 2 ตำ แหน่ง (Radio with CD player and 2 USB Ports) S S
ระบบ SYNCTM 3 หน้าจอ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อม Bluetooth และ Wi-Fi (SYNCTM3 8 inch Multi-Touch Touchscreen with Bluetooth and Wi-Fi รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
ระบบแผนที่นำทาง (Navigation System)
ความปลอดภัย (Safety)
ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance)
ถุงลมนิรภัย 8 จุด คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านถุงลุมนิรภัย/และหัวเข่า (8 Airbags Front, Sides, Curtains, Knees)
ระบบควบคุมการทรงตัว พร้อม ESP, TC และ HLA
จุดยึดสำ หรับเบาะนั่งเด็ก (ISOFIX) S S
ระบบตรวจจับลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System)
ระบบกันขโมย (Burglar Alarm System)
กล้องมองหลังขณะถอยจอด (Rear View Camera)
สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง (Rear Parking Sensors)
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/