นี่คือเอสยูวีตราสี่ห่วงที่มี 5 ที่นั่ง มันยาว 5 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูงถึง 1.74 เมตร Q7 เบนซินมาพร้อมราคาเฉียด 5 ล้านบาท (4,999,000 บาท) เป็นค่าตัวที่โดนภาษีนำเข้าอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยทำให้มันดูมีราคาแรงกว่าคู่แข่งอย่าง new X5 และ GLE ฐานล้อแบบรถอเนกประสงค์ไซส์ยักษ์ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่เหลือเฟือมากพอที่จะทำให้ผู้โดยสารทั้ง 5 คนไม่รู้สึกอึดอัด รถยนต์ตระกูล Q แม้จะมีความเชื่อมโยงกันแต่ก็แตกต่างทั้งในด้านของขนาด พื้นที่ใช้สอย สัมผัสหลังพวงมาลัยและราคาค่าตัว  หลังจากทดสอบ Q7 45TDi เครื่องดีเซลที่มีช่วงล่างสุดติ่งเมื่อปีที่แล้ว ผมต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งปีกับการกลับมาขับทดสอบ Q7 รุ่นเบนซินที่มีระบบกันสะเทือนแบบถุงลมซึ่งสามารถยกหรือลดความสูงได้ราวกับนักมายากล Audi Q7 45TFSi เบนซิน V6 3.0 ลิตรเทอร์โบยังมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ที่แสนฉลาด เป็นเอสยูวีเยอรมันที่กำลังทำตลาดได้ดีในกลุ่มรถอเนกประสงค์แบบ Premium แค่ลองขับนิดเดียวเท่านั้น คนที่มีทั้ง BMW และ Mercedes ก็จะรู้สึกประทับใจทันที ส่วนจะควักเงินซื้อหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความพร้อมของแต่ละคนที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว 

...

Audi Q7 ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับอภิมหาเอสยูวีราคา 22 ล้านอย่าง Bentley Bentayga และ Lamborghini Urus รวมถึงพี่น้องร่วมสายโลหิตอย่าง Audi new Q8 โครงสร้างผสมผสานกันระหว่างเหล็กและอะลูมิเนียมเพื่อทำให้ Q7 มีความแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบากว่าเดิม น้ำหนักตัว 1,970 กิโลกรัม เบาสุดในกลุ่มเอสยูวีฟูลไซส์ (ไม่นับ BMW X7 ที่กำลังจะเข้ามาทำตลาดในไทยเร็วๆ นี้) เครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 ความจุ 2,995 ซีซี กำลัง 333 แรงม้า แรงบิด  440 นิวตันเมตร มากพอที่จะเร่งจาก 0-100 ได้ในเวลาแค่ 6.1 วินาที มันส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ขับสี่ที่มีอัตราทด 8 สปีด ทำงานภายใต้การตัดสินใจของสมองกลไฟฟ้าที่เชื่อมโยงกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบ Quattro สามารถกระจายแรงบิดแบบผกผันไปยังล้อทั้งสี่  Q7 ยังฉลาดมากพอที่จะเทแรงบิดไปยังล้อหน้าหรือล้อหลังเพื่อเอาตัวรอดบนเส้นทางที่ลื่นไถลหรือเต็มไปด้วยหล่มโคลน

...

...

...

Dynamic Mode คือกลไกที่จะทำให้ Q7 ไปเร็วขึ้นราวกับกำลังขับรถแฮตช์แบคพลังสูงคันเล็ก กดคันเร่งในโหมดสูงสุดคุณจะพบกับแรงดึงที่ทำให้ประทับใจ อาการทอร์คสเตียร์แทบไม่ปรากฏ ส่วนอาการรอรอบที่เป็นสันดานเดิมของเครื่องยนต์เทอร์โบมีแค่แวบเดียวเท่านั้น การเร่งความเร็วในรถเอสยูวีคันใหญ่ยักษ์ทำออกมาได้เนียนสุด ความเร็วที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่รู้สึกว่าเร็วทำให้เจ้าของ Q7 ขับมันเร็วมากจนเกินไปแบบไม่รู้ตัว ความนิ่งจากการทำงานของช่วงล่างแบบ Adaptive Air Suspension ในรุ่นเบนซินกับพลังงานในรูปของแรงบิดคือจุดเด่นของ Q7 ทั้งสองเครื่องยนต์ รุ่นดีเซลอาจเร่งได้ไม่ดุเดือดเท่ากับรุ่นเบนซินแต่ช่วงล่างแบบสปริงและโช้คอัพแสนธรรมดาของมันกลับสอดรับและทำหน้าที่ได้ดีกว่าช่วงล่างแบบถุงลมของ Q7 รุ่นเบนซิน! คุณสามารถขับมันบนทางหลวงข้ามจังหวัดหรือเอาลงไปลุยเล่นเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอ การซื้อ Q7 มาให้คนขับรถขับคือเรื่องที่เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากมันเป็นยานพาหนะที่เหมาะกับการขับเองมากกว่าจะมานั่งแอ็กท่าอยู่ที่เบาะหลัง

แรงบิดตอบสนองได้ดีจาก 1,500 รอบเป็นต้นไป ทำให้ Q7 เป็นรถคันโตที่ขับได้เร็วและขับได้ง่ายจนทำให้คุณคุ้นชินกับการใช้ความเร็ว คุณจะรู้สึกถึงความเชื่องช้าของรถคันอื่นเมื่อหวดเจ้ายักษ์เอสยูสวีคันนี้แบบเต็มเหนี่ยวในโหมดสูงสุด การเปลี่ยนจังหวะของการแซงจากหนึ่งคันเป็นสามคันเกิดขึ้นอย่างง่ายดายเมื่อคุณมองเห็นว่าทางข้างหน้าโล่งมากพอ เมื่อทำการปลดปล่อยฝูงม้า 333 ตัวบนรถคันใหญ่ที่มีระบบรองรับชั้นเลิศทำให้ไม่ค่อยจะรู้สึกว่ามันโคตรจะเร็ว ช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension เมื่อปรับกดจนเตี้ยสุดสร้างแรงยึดเกาะได้ราวกับรถสปอร์ต แต่การซับแรงสั่นสะเทือนอย่างที่บอกว่าแม้จะดีมากแล้วแต่ก็ยังเป็นรองสปริงและโช้คแบบธรรมดาของรุ่นดีเซล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะลองขับเปรียบเทียบบนเส้นทางเดียวกันทั้งสองเครื่องยนต์ 

เมื่อคุณเป็นคนที่มีเท้าขวาค่อนข้างหนักมันก็ไม่ได้กินเชื้อเพลิงมากมายอะไรนัก อัตราสิ้นเปลืองในโหมด Dynamic อยู่ที่ 9.1 กิโลเมตรต่อลิตรนั้นเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักตัว ออกจะประหยัดด้วยซ้ำถ้ารู้จักใช้คันเร่งและโหมดที่ลดการใช้เชื้อเพลิง Auto Start/Stop ช่วยทำให้ฝุ่นผงละเอียด PM2.5 ลดลงบ้างเมื่อขับในเมือง เปิดใช้งานระบบนี้ดีกว่าปิดทิ้งไม่ว่าคุณจะรักษ์โลกหรือไม่ก็ตาม การช่วยเหลือแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ส่วนเสียงเครื่องยนต์เบนซิน V6 ในรอบสูงก็ยังดังแบบพอดีๆ ไม่ได้หวานเสนาะหูเหมือนเครื่อง V6 AMG ใน GLC43 การเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมของมันรวมถึงการซับแรงสั่นสะเทือนทำให้ Q7 เบนซินเป็นรถที่เงียบและสบาย ลูกค้าที่อยากได้เสียงเครื่องโหดกว่านี้ต้องทำใจ แต่แรงดึงที่มันจัดให้นั้นจะทำให้คุณลืมเรื่องเสียงเครื่องยนต์ไปโดยปริยาย 

แม้จะมีขนาดที่ใหญ่โตแต่ Audi Q7 เป็นรถที่แสนจะคล่องแคล่วโดยเฉพาะการขับในเมืองหลวงที่มีการจราจรติดขัดสาหัสอย่างกรุงเทพมหานคร พวงมาลัยไฟฟ้าที่เซตระยะหมุนมาเป็นอย่างดีมอบความยืดหยุ่นเมื่อต้องขับบนถนนที่คับแคบและอุดมไปด้วยรถร่วมทาง พวงมาลัยมีระยะฟรีน้อยแต่มีน้ำหนักที่ดี ทำให้มันทั้งแม่นยำและตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้ดั่งใจ คุณจะรู้สึกได้ถึงสิ่งที่พวงมาลัยไฟฟ้าพยายามสื่อสารออกมา ยิ่งขับเร็วเท่าไรมันก็จะปรับน้ำหนักให้หน่วงมือมากขึ้นเท่านั้น การหน่วงที่เป็นธรรมชาติสอดรับกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว การซับแรงสะเทือนบนเส้นทางที่ไม่เรียบออกมาในแบบนุ่มหนึบ การถ่ายเทมวลขณะเลี้ยวหรือเบรกคือพรสวรรค์ของ Q7 ไม่ว่าจะดีเซลหรือเบนซินมันก็มีพวงมาลัยไฟฟ้าที่ให้คุณทั้งความเสถียรและการเลี้ยวที่เฉียบคม ทรงตัวในย่านความเร็วสูงอย่างมั่นคง เปลี่ยนทิศทางได้อย่างฉับไวเหลือเชื่อและสื่อสารกับสภาพถนนได้ดี Electro-Mechanical Steering ของ Audi คือความดีงามของชุดบังคับเลี้ยวที่ไม่เป็นสองรองใคร 

มิติตัวถังของ Audi Q7 เวอร์ชั่นเครื่องยนต์เบนซิน V6 รุ่น 45TDi Quattro S-Line มีความกว้าง 1,968 มิลลิเมตร ยาวเหยียดมากถึง 5,052 มิลลิเมตร ส่วนความสูงอยู่ที่ 1,741 มิลลิเมตร ไม่สูงมากจนต้องใช้คำว่าตะกายขึ้นรถ ความยาวฐานล้อ วัดจากดุมล้อหน้าไปหลัง 2,994 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างล้อหน้าอยู่ที่ 1,697 มิลลิเมตร ล้อหลัง 1,691 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องพอจะลุยทางโหดๆ ได้บ้างแบบพอหอมปากหอมคอสามารถปรับยกสูงหรือกดให้เตี้ยลงได้ด้วยกันสะเทือนแบบถุงลม Air Suspension ล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้ว ห่อรัดด้วยยาง Continental Contisportcontact 5 ไซส์ 285/40R21 Y XL ทั้งสี่ล้อ 

สิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจก็คือน้ำหนักตัวรถทั้งคันแค่ 1,980 กิโลกรัม เบากว่าคู่แข่งอย่าง BMW X5 xDRIVE 30d และ Mercedes Benz GLE350d ถึง 200 กิโลกรัม! น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่สูสีกับ Fortuner แต่มีม้ามากถึง 333 ตัว พร้อมแรงบิด 440 นิวตัน-เมตร คิดเอาเองว่ามันจะปราดเปรียวขนาดไหนเมื่อกดคันเร่งกันแบบเต็มข้อ วิศวกรในแผนก Audi Sport  ปรับแต่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ให้มีระดับของความแรงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาตรฐาน รุ่นสปอร์ตที่ใช้ตัวอักษร S นำหน้าหรือแม้แต่ตัวโหดอย่าง RS ต่างก็ใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบทั้งสิ้น การลุยไปบนทางวิบากก็ทำได้ดีเนื่องจากช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension สามารถยกความสูงของรถให้มากพอที่จะเอาตัวรอดได้โดยที่ใต้ท้องยังห่างจากก้อนหินหรือหลุมหล่มลึกๆ  

เมื่อเข้าโค้งแรงเกินไปก็จะพบกับอาการอันเดอร์สเตียร์หรืออาการหน้าดื้อโค้ง วิธีการแก้คือใช้ประโยชน์จากระบบเบรกที่ดีของมัน เบรกคุณภาพดีช่วยลดความเร็วก่อนหัวโค้งได้รวดเร็วโดยที่มีอาการหน้ายุบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลางโค้งเมื่อคุณสามารถรักษาความเร็วบนจุดที่มีความสมดุล การกดคันเร่งส่งช่วงปลายโค้งคือความมันหลังพวงมาลัยของ Q7 อย่างแท้จริง มันเป็นรถเอสยูวีที่สามารถเลี้ยวตัดโค้งได้อย่างแม่นยำ การยักย้ายถ่ายเทมวลขนาดสองตันทำได้ดี มีอาการโคลงตัวไม่มากและเมื่อวิ่งบนทางเรียบๆ ก็พานจะหลับในจากความสบายที่มันมอบให้กับคนขับและผู้โดยสาร 

ห้องโดยสารของออฟโรดตราสี่ห่วงรุ่นเบนซินใน Q7 ที่ขายในประเทศไทยด้วยการนำเข้ามาทั้งคันมีโทนสีคล้ายกับ Q7 45TDi รุ่นดีเซล เป็นห้องโดยสารเรียบง่ายแต่หรูหราของ Q7 ที่โดนหั่นออปชั่นออกไปพอสมควรเพื่อทำให้ราคาของมันสามารถแข่งขันกับเจ้าตลาดเอสยูวีหรูอย่าง X5 30d และ GLE350d รวมไปถึง Lexus RX แดชบอร์ดของ Q7 วางต่ำแหน่งต่ำลงเพื่อไม่ทำให้ดูใหญ่โตจนน่าเกลียด พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังนั้นยอดเยี่ยมทั้งวัสดุและการปรับทิศทางของพวงมาลัยที่ค่อนข้างครอบคลุม ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างดีแต่ก็ควรจะดูแลเรื่องความสะอาดกันให้บ่อยครั้งเนื่องจากโทนสีของเบาะ คอนโซลและแผงประตูรวมถึงพรมปูพื้นเป็นสีเทาอ่อน เบาะหุ้มหนังนั่งนุ่มสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง เบาะหลังมีพื้นที่ในการวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะมากกว่าคู่แข่ง

จอมอนิเตอร์กลางที่สามารถเลื่อนเก็บเมื่อดับเครื่องยนต์มีขนาดความกว้าง 7 นิ้ว เท่ากับ Audi A5 เป็นจอภาพของระบบ MMI ที่ใช้งานควบรวมการปรับตั้งค่าต่างๆ เป็นมอนิเตอร์ของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์แต่ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียมติดมาให้ หากอยากได้คงต้องจ่ายเพิ่มในลักษณะออปชั่นเสริม

จอมอนิเตอร์กลางที่สามารถเลื่อนเก็บเมื่อดับเครื่องยนต์มีขนาดความกว้าง 7 นิ้ว เท่ากับ Audi A5 เป็นจอภาพของระบบ MMI ที่ใช้งานควบรวมการปรับตั้งค่าต่างๆ เป็นมอนิเตอร์ของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์แต่ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียมติดมาให้ หากอยากได้คงต้องจ่ายเพิ่มในลักษณะออปชั่นเสริม ระบบ MMI ของ Audi มีหน้าจอติดตั้งอยู่ด้านบนของแดชบอร์ด ควบคุมได้โดยการเลือกเมนูผ่านปุ่มทรงกลมที่มีการทำงานคล้ายกับ iDRIVE ของ BMW ระบบ MMI ออกแบบมาเพื่อการเข้าถึงคุณลักษณะต่างๆ ของระบบสเตอริโอ การปรับตั้งโหมดขับเคลื่อนไปจนถึงการเลือกดูระบบนำทางด้วยดาวเทียม รวมถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth และฟังก์ชันควบคุมวิทยุ แพ็กเกจ MMI Navigation ยังมีให้เลือกใช้ซึ่งรวมถึงการอัปเดตสภาพการจราจรสดๆ ด้วยภาพกราฟิก 3D การควบคุมด้วยเสียงสั่งงานใน Google Maps ทั้งหมดนี้จะแสดงบนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว 

ระบบ MMI ใน Audi ทุกรุ่นเป็นระบบสั่งงาน Cockpit เสมือนจริงที่ใช้งานได้ง่าย แต่ Q7 รุ่น 45TDi ไม่มีจอภาพมาตรวัดแบบ TFT หรือที่เรียกว่า Virtual Cockpit แต่เป็นมาตรวัดแบบเข็มทั้งมาตรวัดรอบและวัดความเร็ว โดยมีจอ MID - multi information display อยู่ตรงกึ่งกลางของมาตรวัดทั้งสอง คอยแจ้งข้อมูลของระบบต่างๆ

เบาะผู้โดยสารตอนหลังพับได้อย่างหลากหลายเพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการขนสัมภาระชิ้นโตๆ เมื่อพับเบาะหลังลงราบกับพื้นก็จะเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ความจุจาก 890 ลิตรจะเพิ่มเป็น 2,075 ลิตร สามารถขนกระเป๋าใบยักษ์ ถุง Golf หรือแม้แต่จักรยานเสือหมอบไซส์โตๆ ได้อย่างสบายๆ แต่ก็ต้องเสียพื้นที่โดยสารของเบาะหลังทั้งหมด

เครื่องเสียงติดรถใน Audi Q7 45TFSi Quattro S-Line มาพร้อมลำโพงคุณภาพสูงของ Bose พร้อมระบบเสียง 3 มิติ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth / USB / iPod และอีกสารพัดอุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก

ระบบรองรับของ Q7 45TFSi เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้เนื่องจากใช้กันสะเทือนแบบถุงลมหรือ Air Suspension ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่อัลลอย ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมหรือ Air suspension ถูกปรับแต่งโดยวิศวกรของ Audi เป็นการลงมือลงแรงเซตค่ายืดยุบของโช้คอัพถุงลมเพื่อทำให้นั่งขับหรือโดยสารได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว ทำให้ช่วงล่างไฟฟ้าของรถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่ดี โช้คอัพและสปริงแบบธรรมดาใน Q7 45TDi รุ่นดีเซลให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากช่วงล่างถุงลมของ Q7 45TFSi เล็กน้อย ระบบช่วงล่างแบบ Air suspension สามารถปรับให้สูงหรือกดตัวถังจนเตี้ยราวกับรถซิ่งได้โดยใช้เวลาแค่นิดเดียว สำหรับล้อและยาง Audi Q7 45TFSi quattro S-Line ใส่ล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้ว ขนาด 9.5J x 21ยาง Continental Contisportcontact ขนาด 285/40 R21 ทั้งสี่ล้อ พร้อมชุดซ่อมยางฉุกเฉินที่พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างหากยางไปแตกกลางทาง!

ข้อเสียของ Audi Q7 ก็ใช่ว่าจะไม่มีแต่กลับไม่ใช่การขับขี่ที่ดีเลิศของมัน นอกจากออปชั่นที่โดนหั่นเพื่อทำราคาให้สู้กับคู่แข่งได้แล้ว ศูนย์บริการที่ยังมีน้อยไม่ครอบคลุมก็ยังกลายเป็นตัวแปรในการตัดสินใจของลูกค้า ส่วนด้านบริการนั้นรับประกันได้ว่าคนที่ซื้อรถของแบรนด์นี้จะได้รับการดูแลอย่างดี เพราะ Audi Thailand ต้องการสร้างฐานลูกค้าใหม่ด้วยการดึงลูกค้าเก่าของแบรนด์คู่แข่ง Audi Thailand แจ้งว่า การเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการเป็นการสร้างความมั่นใจที่ดีให้กับลูกค้าใหม่และกำลังลงมือขยับขยายอย่างเร่งด่วนด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการไปตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เนื่องจากรถ Audi ยุคใหม่ในปัจจุบันนั้นขับดีอยู่แล้ว ความจริงใจในด้านของงานบริการ ความสามารถและประสิทธิภาพของตัวรถจะเป็นเครื่องมือในการนำพาแบรนด์ Audi ในประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก แค่ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าก็จะขายได้เยอะขึ้นอย่างแน่นอน. 

AUDI Q7 45TFSi QUATTRO S-LINE ORCA BLACK METALLIC (2T2T) ราคา 4,999,000 บาท

เครื่องยนต์ เบนซินดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ (DOHC) 6 สูบ แบบ V พร้อมระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอัตโนมัติทั้งระบบฉีดตรง (direct injection) และระบบฉีดผ่านท่อร่วมไอดี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน (Audi valveift system)

จำนวนวาล์ว 4 วาว์ลต่อสูบ  24 วาว์ล
ปริมาตรกระบอกสูบ  2995 ซีซี
แรงม้าสูงสุด 245 กิโลวัตต์ 333 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 2,900-5,300 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ tiptronic 8 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (quattro permanent all-wheel drive)

อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม.  6.1 วินาที
ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม. / ชม.
ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Start/stop system)
พวงมาลัยไฟฟ้า  Electro-Mechanical Steering
เบรกหน้า ดิสก์เบรก
เบรกหลัง ดิสก์เบรก
น้ำหนักรถ 1,970 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ 890 ลิตร
ความจุถังน้ำมัน 85 ลิตร
ล้อ 21 นิ้ว ขนาด 9.5J x 21 พร้อมยาง ขนาด 285/40 R21
ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน 



ระบบความปลอดภัย Q7 45 TFSI quattro S line
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 
ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย 
ระบบป้องกัน pre sense แบบพื้นฐาน (Audi pre sense basic) 
ระบบเบรกมือไฟฟ้า
ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) 
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) 
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) 
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Anti-slip regulation) 
ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with stabilization function)
เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด 
กล้องแสดงภาพด้านหลัง ขณะถอยจอด 
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 
ชุดปฐมพยาบาล 
อุปกรณ์มาตรฐาน
ช่วงล่างระบบถุงลม (Adaptive air suspension) 
ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select) 
ชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line



อุปกรณ์มาตรฐาน Q7 45 TFSI quattro S line
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด (Headlight washer system)
ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ทำงานอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันหน่วงเวลาการปิดไฟหน้า 
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ 
กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ไล่ฝ้า, พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง

ความสะดวกสบาย
เบาะนั่งหุ้มหนัง 
เบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบดีลักซ์ควบคุมอุณหภูมิ แยกอิสระ 4 โซน 
พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ต 
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle shift) 
ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise control) 
ระบบ Comfort key พร้อมเซ็นเซอร์ควบคุมการเปิด
ที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 
ระบบข้อมูลและความบันเทิง
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 
ระบบ MMI Radio plus
จอสีขนาด 7 นิ้ว 
จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี 
รองรับ CD, MP3 และ SD card 
ช่องเชื่อมต่อ AUX-IN และ USB
ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Ambient lighting)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/