MINI Thailand แนะนำ Cooper S Oxford Edition รุ่นพิเศษในรูปแบบ Minorchange 2019 เป็น MINI ตัวถัง Hatch 3 ประตู และ 5 ประตู ซึ่งนำเข้ามาจำหน่ายในจำนวนจำกัดแค่ 60 คันเท่านั้น
MINI Cooper S (3-Door) Oxford Edition ราคา 2,819,999 บาท
MINI Cooper S (5-Door) Oxford Edition ราคา 2,859,999 บาท (คันทดสอบ)
...
MINI Oxford Edition รุ่นพิเศษที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในจำนวนเพียง 60 คัน เป็นรุ่น Cooper S ทั้งหมด โดยมีให้เลือกทั้งตัวถังแฮตช์แบค หรือ Hatch 3 ประตู และ 5 ประตู มาพร้อมเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากรุ่นปกติ นับตั้งแต่ตัวถังสีน้ำตาล Pure Burgundy ตัดด้วยหลังคาและกระจกมองข้างสี Melting Silver อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษของ Oxford Edition เช่น ล้ออัลลอยลายขอบ 17 นิ้ว สีดำลาย Cosmos Spoke สติกเกอร์ลายทางคู่ เอกลักษณ์ของ MINI Cooper S ที่ด้านหน้าและด้านหลัง มือจับประตูสีดำ ฝาปิดถังน้ำมัน กรอบไฟหน้าหลังสีดำ Piano Black ไฟท้ายในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ติดตั้งไฟท้ายหลอด LED ลายธงยูเนียนแจ็ค
...
...
เทคโนโลยี 3D Printing หรือการพิมพ์แบบ 3 มิติ บริเวณแถบด้านข้างประทับชื่อรุ่น ‘OXFORD’ ภายในห้องโดยสาร บริเวณแดชบอร์ดตกแต่งด้วยแถบพลาสติกลายคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมลวดลายที่เน้นคาแรกเตอร์สไตล์รถอังกฤษด้วยไฟเรืองแสงลายธงยูเนียนแจ็คบริเวณคอนโซลด้านหน้า เบาะนั่งหุ้มหนัง พวงมาลัยสปอร์ตสามก้านประดับประดาด้วยลายธงยูเนียนแจ็ค เรียกว่าแสดงตัวตนในความเป็นอังกฤษกันอย่างครบครัน
...
MINI Cooper S 5 Door Oxford Edition วางเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ขนาด 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี. เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบวางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังใช้คันเกียร์แบบใหม่ที่เป็นระบบไฟฟ้า Cooper S มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด Double Clutch Transmission เปลี่ยนเกียร์เร็วและไหลลื่น ระบบรองรับติดตั้งช่วงล่างไฟฟ้าแบบ Adaptive โดยปรับจูนให้ยึดเกาะกับถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โช้คอัพไฟฟ้าทำงานได้ดีเมื่อมาประจำการอยู่ใน Cooper S รุ่น 5 ประตู ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มิติตัวถังของ MINI Cooper S 5 Door Oxford Edition มีความยาว 4,005 มิลลิเมตร กว้าง 1,727 มิลลิเมตร และสูง 1,425 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 44 ลิตร น้ำหนัก 1,305 กิโลกรัม ความกว้างฐานล้อหน้า-หลัง 1,501 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,567 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 146 มิลลิเมตร นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ เนื่องจากผู้บริหารของ MINI เล็งไปที่ลูกค้ากลุ่มที่มีอายุมากกว่ารุ่น 3 ประตู จากเมื่อก่อนมีทางเลือกแค่ MINI Countryman และ MINI Clubman ซึ่งมีเพียง Clubman ประตูหลังแบบตู้กับข้าวเท่านั้น ที่มีเรือนร่างใกล้เคียงกับเจ้า Cooper S 5 Door พื้นที่ของการนั่งโดยสารที่ตำแหน่งเบาะหลังกับพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพิ่มเข้ามา ช่วยทำให้ MINI Cooper S 5 Door เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาเสริมความหลากหลายของตัวผลิตภัณฑ์ให้คุณหนูไฮโซตัดสินใจได้อย่างหลากหลาย
รุ่นตัวถัง 5 ประตู MINI Cooper S 5 Door เวอร์ชั่นพิเศษ Oxford Edition เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ มาพร้อมกับรูปแบบประตูหลังที่เพิ่มเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกจากห้องโดยสาร มันไม่ใช่แค่การนำเอารุ่น 3 ประตู มายืดขนาดของตัวถัง เนื่องจากระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นอีก 72 มิลลิเมตร ช่วยให้พื้นที่เบาะผู้โดยสารตอนหลังไม่อึดอัดคับแคบแบบที่เคยพบเห็นในรุ่น 3 ประตู ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะก็ยังเพิ่มขึ้นมาอีก 15 มิลลิเมตร เบาะหลังนั่งได้สามคนรวมกับห้องเก็บสัมภาระ ส่วนท้ายที่มีปริมาตรความจุเพิ่มเข้ามาอีกถึง 67 ลิตร แม้เรือนร่างจะยาวกว่ารุ่น 3 ประตู แต่การออกแบบที่ดีทำให้ MINI Cooper S 5 Door Oxford Edition มีเรือนร่างรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างสมส่วน แตกต่างไปจาก Clubman เนื่องจาก 5 Door มีส่วนผสมของรุ่น Hatch ซึ่งเป็น MINI สไตล์ Hatchback ที่มีประตูบานหลังเพิ่มเข้ามาให้เพื่ออำนวยความสะดวก เป็น MINI รุ่นแปลกที่ดูลงตัวแม้จะมีส่วนท้ายที่ยาวกว่า MINI รุ่นปกติ แต่ไม่ได้แบนและยาวเท่ากับ Clubman
Cooper S 5 Door Oxford Edition ยาวกว่ารุ่นมาตรฐาน 16 เซนติเมตร โดยมีความยาวรวม 4 เมตรนิดๆ แม้จะมีถึง 5 ประตู แต่องค์ประกอบโดยรวมของรถรุ่นนี้ก็ยังคงรูปแบบของรถเล็กอยู่ดี เป็นงานดีไซน์ที่ทีมออกแบบของ MINI พยายามเชื่อมโยงรูปลักษณ์ที่สวยงามพร้อมการขับขี่ที่ดีในแบบฉบับของ BMW Group การก้าวข้ามกำแพงขีดข้อจำกัดของตัวรถเพื่อสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ บนรูปทรงที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน เปิดโอกาสให้คนที่ไม่ชอบพื้นที่เบาะหลังอันคับแคบของรุ่น 3 ประตู หันกลับมาสนใจ ที่นั่งเบาะใช้งานได้จริง แตกต่างไปจาก MINI Country Man และ Clubman ด้วยทรงของตัวรถที่มีความใกล้เคียงกับรุ่น 3 ประตู ความยาวของผืนหลังคาที่ใกล้กัน สิ่งที่แตกต่างจาก MINI รุ่น 3 ประตูก็คือ ประตูหลังและกระจกบังลมบานหลังที่มีความลาดเอียงมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้สอดรับกับฐานล้อที่ยาวขึ้น
ภายในห้องโดยสารถูกปรับปรุงสำหรับการขับขี่ที่เน้นบรรยากาศสนุกสนานออกแนววัยรุ่น Cockpit ของ Cooper S 5 Door Oxford Edition เกิดจากแรงบันดาลใจที่จะผลิตงานดีไซน์แนวๆ ที่โดนใจวัยแรงในรูปแบบของรถยนต์จากแบรนด์ MINI วัสดุและอุปกรณ์ที่หรูหรามากกว่า MINI รุ่นแรกๆ ที่ผลิตโดย BMW Group โดยเฉพาะงานประกอบที่เน้นความประณีตบรรจงมากขึ้น คอนโซลมาตรวัดและแผงควบคุมต่างๆ แปลกแยกไปจากรถเล็กยี่ห้ออื่น จอแสดงผลส่วนกลางล้อมกรอบด้วยหลอด LED ที่ปรับเปลี่ยนสีไปตามฟังก์ชั่นและโหมดของการใช้งาน
สำหรับหน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัสที่หน้าจอ เป็นเอกลักษณ์ของ MINI รุ่นใหม่ที่ออกแบบให้เจ้าของรถสามารถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ โดยที่ MINI Cooper S มาพร้อมหน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว แสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นกับสภาวะการปรับตั้งระบบต่างๆ ของรถ สาระความบันเทิง ระบบนำทางด้วยดาวเทียม และการเชื่อมต่อ MINI Connected มีฟังก์ชั่นระบบควบคุมให้ใช้งาน นั่นก็คือ MINI Touch Controller ที่ทำงานโดยใช้ระบบสัมผัสปลายนิ้วลงไปบนแป้นควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง
หลอดไฟ LED แบบใหม่ล้อมกรอบจอภาพสามารถเปลี่ยนสีของแสงไฟรอบวงแหวนหน้าปัดแสดงผลส่วนกลางไปตามสถานะ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนน หรือการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ขึ้นตรงกับความพึงพอใจของผู้ขับ ที่สามารถปรับแต่งสีสันของไฟ LED เช่น ขณะที่ระบบควบคุมระยะการจอด (PDC) ทำงาน วงแหวนไฟเรืองแสงแบบ LED ที่เป็นลูกเล่นใหม่ของ New MINI จะแสดงระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางด้านหลังรถ ด้วยการแสดงผลในสีต่างๆ ตามระยะความใกล้กับสิ่งกีดขวางหลังรถ ได้แก่ สีเขียว เหลือง หรือแดง นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ รวมถึงการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่สามารถเห็นได้จากสีต่างๆ ได้แก่ สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง นอกจากนี้ หน้าจอแบบใหม่ล่าสุดของ New MINI Cooper S Minorchange ยังแสดงไฟสถานะสำหรับแนะนำเส้นทางของระบบแผนที่นำทาง MINI Navigatio ซึ่งเมื่อรถเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้น แถบไฟบนวงแหวนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย โดยเทคโนโลยีแผนที่นำทาง MINI Navigation
วัสดุและอุปกรณ์ภายในของ Cooper S 5 Door Oxford Edition มีรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร กลายเป็นจุดขายสำคัญที่ MINI Thailand ต้องการนำเสนอ พร้อมไปกับรสชาติของการควบคุมสไตล์โกคาร์ท เครื่องเสียง และลำโพงคุณภาพดี ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ใช้สวิตช์สีแดงวางตำแหน่งอยู่ตรงกึ่งกลางของสวิตช์ควบคุมต่างๆ เพื่อเน้นความสำคัญ พวงมาลัยสามก้านวงเล็กจับถนัดมือแต่ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์มาให้ แป้นแตรทรงกลม มาตรวัดที่ย้ายตัวเองจากตำแหน่งเดิมที่กึ่งกลางคอนโซลมาอยู่ตรงหน้าคนขับ ด้านข้างของมาตรวัดยังมีขีดแถบสีส้มคอยแจ้งระดับของเชื้อเพลิงภายในถัง เบาะหุ้มหนังสีดำใช้การปรับตั้งด้วยการดึงก้าน เพื่อยกหรือกดเบาะโดยยังคงไม่มีเบาะปรับไฟฟ้ามาให้เหมือนเดิม หัวเกียร์แบบใหม่หน้าตาคล้ายๆ แท่งไอติม ออกแบบมาให้ยึดจับเพื่อโยกใช้งานได้อย่างสะดวกและวางอยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกับการขับ เช่นเดียวกับแป้นคันเร่งและแป้นเบรกกับที่พักเท้าที่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามการออกแบบอันเชี่ยวชาญบนงานวิศวกรรมของพวกเยอรมันที่ครอบครองแบรนด์รถอังกฤษยี่ห้อนี้มาตั้งแต่ปี 1999
ผมขับออกทางไกลพาเจ้าปลาทองตาโปนไปทดสอบที่อ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อยในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขับทดลอง Cooper S 5 Door รุ่นใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์พร้อมชุดแต่ง Oxford Edition โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ Cooper S Hatch 3 ประตู แต่มีระยะฐานล้อที่ยาวกว่าทำให้ความรู้สึกหลังพวงมาลัยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน หรือ Twin Scroll Turbocharger เครื่องยนต์แบบ 4 กระบอกสูบ เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ หรือ 192 แรงม้า ที่ 4,700-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (Overboost) 280-300 นิวตันเมตร ที่ย่าน 1,250-4,750 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.8 วินาที ช้ากว่ารุ่น Cooper S Hatch (6.7 วินาที) แค่นิดเดียว ความเร็วสูงสุดตะกายไปได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 13.5 กิโลเมตร/ลิตร ระดับการปล่อย CO2 เท่ากับ 124 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ราคาค่าตัวพร้อมการรับประกันที่ยาวนานขึ้นที่ 2,859,999 บาท เทียบกับสมรรถนะที่ได้รับถือว่าขับได้สมกับราคาที่ค่อนข้างแพงเลยทีเดียว
สภาพการขับขี่ควบคุมใน Cooper S 5 Door ก็แทบจะไม่แตกต่างจากรุ่น Hatch 3 ประตู แม้น้ำหนักตัวจะเพิ่มเข้ามาอีก 60 กิโลกรัม จากบานประตูหลังและฝาท้าย รวมถึงน้ำหนักของกระจกประตูบานหลัง ความพยายามในการที่จะทำให้ความรู้สึกหลังพวงมาลัยใกล้เคียงกับรุ่น 3 ประตู แต่น้ำหนักของบานประตูหลังช่วยกดส่วนท้ายทำให้วิ่งทางตรงด้วยความเร็วสูงและเลี้ยวโค้งได้ดี MINI ยุคใหม่ยังคงมีความสลับซับซ้อนของงานวิศวกรรมตามแบบฉบับของเยอรมัน โครงสร้างกับเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนขั้นก้าวหน้า เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ปรับจูนชุดอัดอากาศแบบ Twin Scroll Turbocharger ลดอุณหภูมิของไอดีด้วยอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดกะทัดรัด ลดอาการรอรอบทำให้เทอร์โบตอบสนองในรอบต่ำได้ดีขึ้นมาก เครื่องยนต์สร้างกำลังได้ 198 แรงม้า แรงบิด 280-300 นิวตันเมตร ไหลต่อเนื่องจากกลไก Over boost ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติทวินคลัตช์รุ่นใหม่ล่าสุด MINI DCT แบบ 7 สปีด เป็นเกียร์ที่คลัตช์ 2 ชุด ทำงานด้วยกลไกแบบ Trip-Tronic แม้จะมีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่น 3 ประตู แต่ Cooper S 5 Door มีอัตราเร่งเร็วสูสีกับ Cooper S Hatch กันเลยทีเดียว
เบาะนั่งปรับด้วยมือ มอบตำแหน่งท่านั่งขับอยู่ในเกณฑ์ดี ทัศนวิสัยรอบตัวโปร่งโล่งใช้ได้ เสาท้ายบดบังมุมมองด้านข้างค่อนไปทางหลังไม่มากนัก จุดเด่นของ Cooper S ทุกเวอร์ชั่นก็คือความปราดเปรียวในแบบฉบับของ MINI ย่านของกำลังแรงบิดมีให้อย่างเหลือเฟือ มันไม่แรงเท่า John Cooper Work แต่ว่องไวและตอบสนองได้อย่างตรงไปตรงมา กำลังจากเครื่อง 2 ลิตร สามารถเรียกใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน การเร่งความเร็วในโหมดต่ำสุด หรือ Green Mode คันเร่งไฟฟ้าให้สัมผัสแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าหากผู้ขับกดคันเร่งลงจนสุดในโหมดประหยัด Cooper S 5 Door ที่วางเครื่องเบนซินขนาดกะทัดรัดจะตอบสนองทันทีทันควัน โหมดมาตรฐาน หรือ MID Mode เป็นโหมดเริ่มต้น เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ MID Mode เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะการวิ่งทางไกลข้ามจังหวัด สัมผัสของคันเร่งตอบสนองไวขึ้น รวมถึงน้ำหนักของพวงมาลัยมีการปรับให้หน่วงน้ำหนักขึ้นอีกนิด จนสามารถสัมผัสรับรู้ได้ MID Mode ถูกโปรแกรมมาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการขับในเมืองและขับบนไฮเวย์ แต่ลูกค้าที่ซื้อ MINI ในทุกวันนี้เกือบทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องของความประหยัดน้อยกว่าสภาพการควบคุมและอัตราเร่งที่เป็นหัวใจของ MINI
Twin Scroll Turbo ช่วยลดอาการรอรอบ Sport Mode กดคันเร่งเต็มๆ ตั้งแต่ช่วงออกตัวมันจะพุ่งออกไปอย่างว่องไวแถมด้วยอาการทอร์คสเตียร์ หรืออาการดึงที่พวงมาลัยเมื่อแรงบิดถูกเทลงไปที่ล้อหน้าอย่างฉับพลันทันที และเมื่อรอบสูงขึ้น การตอบสนอง เสียง และความดุดันก็จะถูกส่งถ่ายออกมาเต็มๆ ไล่ไปจนถึง 6,800 รอบต่อนาที เครื่องยนต์มีแรงบิดที่ต่อเนื่อง ผสานกับแชสซีที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับการควบคุมรถโกคาร์ท อย่างที่บอกว่าน้ำหนักของบานประตูหลังที่เพิ่มเข้ามาช่วยกดบั้นท้ายให้นิ่งขึ้นและให้ความรู้สึกถึงการควบคุมดีกว่า Cooper S Hatch 3 ประตู พวงมาลัยไฟฟ้าไวและพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางทันทีที่ขยับข้อมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ต้องระวังเมื่อใช้ความเร็วสูงจากความว่องไวของมัน ส่วนผสมที่ลงตัวและช่วยเพิ่มเติมสมรรถนะของการวิ่งข้ามจังหวัดก็คือเกียร์ใหม่แบบทวินคลัตช์ เป็นชุดส่งกำลังแบบล่าสุดที่เข้ามาแทนเกียร์ขับหน้ารุ่นเก่า เกียร์คลัตช์คู่ DCT เปลี่ยนเกียร์เร็วกว่าเดิมและมีการทำงานที่ไหลลื่นสุดๆ เป็นผลมาจากการออกแบบให้ระบบเกียร์มีคลัตช์สองชุด เป็นระบบส่งกำลังที่ทำงานได้เร็วและดีขึ้นเยอะโดยเฉพาะความไหลลื่นด้วยเกียร์ DCT ใหม่ทั้งลูก
ถ้าคุณเสี้ยนหรือเกิดคันไม้คันมือขึ้นมา แรงบิด 280-300 นิวตันเมตร (221 ปอนด์-ฟุต หรือ 30.6 กิโลกรัมเมตร) สามารถปั่นล้อให้หมุนฟรีทิ้งรอยยางเป็นที่ระลึกลงไปบนพื้นถนนได้อย่างสบายๆ แรงบิดมหาศาลตอบสนองดีมากในรอบต่ำทำให้เจ้านี่เป็นรถเล็กที่ขับได้สนุกสุดๆ คันหนึ่งของวงการรถเล็กบ้าพลัง มันเป็นรถที่ขับได้เร็วและควบคุมได้ง่ายแต่ไม่ควรเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ เมื่อห้อมาเต็มเหนี่ยว ฐานล้อที่มีระยะกระชับรัดกุมแนวรถโกคาร์ททั้งเร็วและไว สัมผัสของช่วงล่างไฟฟ้า Adaptive ผ่านชุดบังคับเลี้ยวที่ทั้งไวและคมนั้นจะไวมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง มันทำตัวเหมือนกับรถโกคาร์ททั้งการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้าหรือการเปลี่ยนทิศทาง ผมสามารถเปลี่ยนจังหวะแซงรถจาก 1 เป็น 2 คันพร้อมๆ กันด้วยการมองให้เคลียร์แล้วกดคันเร่งลงจนสุด อัตราทดของเกียร์ 7 สปีดถูกปรับให้สั้นและกระชับฉับไว มันเป็นรถแฮตช์แบค 5 ประตูคันเล็กที่มีชุดส่งกำลังใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ให้อารมณ์การขับในแบบสปอร์ตชนิดดึงกันหน้าหงายหลังติดเบาะ การเร่งความเร็วใน MINI Cooper S 5 Door คือสิ่งที่รถยั่วให้คุณทำบ่อยๆ พื้นฐานที่ดีของแชสซีส์ช่วยทำให้การควบคุมง่ายสนุกสนานในทุกย่านความเร็ว อัตราเร่งอันดุเดือดเลือดพล่านทดกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ด้วยเกียร์ใหม่เอี่ยมอ่อง ในที่สุด MINI ก็มีเกียร์ที่เจ๋งซะที!
MINI Cooper S 5 Door เป็นรถที่เร็วและมีความคล่องตัวสูง ชุดแต่ง Oxford Edition ทำให้มันสวยงามและน่าใช้มากยิ่งขึ้น การตอบสนองที่ว่องไวกระตุ้นคนขับให้ขับแบบซิ่งทุกครั้งที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย Cooper S R56 รุ่นเก่ามีการขับขี่ที่โดดเด่นแต่ก็แข็งกระด้างจนนั่งได้ไม่สบายเนื้อตัว ช่วงล่างที่ปรับเซตค่าความแข็งใหม่หมดทำให้ Cooper S 5 Door รุ่นใหม่ที่ใช้โช้คอัพไฟฟ้านั่งขับได้สบายมากขึ้นโดยเฉพาะการขับทางไกล ความกระด้างที่ลดลงของ Cooper S รุ่นใหม่ไม่ส่งผลไปถึงการยึดเกาะ มันยังคงเป็นแฮตช์แบคที่เกาะถนนแต่คนขับก็ต้องระวังให้ดีไม่เปลี่ยนทิศทางแบบกะทันหันเมื่อใช้ความเร็วสูง
ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วนั้นพอดิบพอดีกับขนาดของตัวรถ ยาง 205/45 R17 ของ pirelli รุ่น cinturato p7 ส่งเสียงดังไม่มากและให้ความรู้สึกกระด้างจากแก้มยางที่ต่ำเตี้ยลดลง ขนาดที่ไม่ใหญ่มากของยางติดรถส่งถ่ายความรู้สึกออกมาในแนวกระตือรือร้นพร้อมการยึดเกาะกับผิวถนนใช้ได้ พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักที่ค่อนข้างคงที่ในโหมด Green Mode เมื่อปรับมาที่ MID Mode พวงมาลัยจะหนักขึ้นเล็กน้อยพร้อมความแม่นยำที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อขับเร็วๆ สำหรับความรู้สึกในชุดบังคับเลี้ยวเมื่ออยู่ในโหมดสูงสุด หรือ Sport Mode คล้ายกับพวงมาลัยในรถโกคาร์ท ซึ่งมีให้คุณทั้งความแม่นยำแน่นอนผ่านน้ำหนักที่ตึงไม้ตึงมือเหมาะกับการขับเร็ว ความเร็วในโหมดสูงสุดจึงมาพร้อมกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างซึ่งขึ้นตรงกับโหมดการขับเคลื่อน เป็นสไตล์ที่ BMW ชอบนำมาปรับใช้กับรถยนต์ภายใต้แบรนด์ที่ควบรวมรถ MINI ไปโดยปริยาย
ห้องโดยสารของ Cooper S 5 Door Oxford Edition ดีขึ้น แต่จอภาพมอนิเตอร์มีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับ Cooper S Hatch รุ่นก่อนปรับโฉม การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและการจัดวางที่ลงตัวน่าใช้งาน สวิตช์เปิดปิดกระจกบานประตูถูกย้ายมาอยู่ที่แผงประตู แป้นควบคุม Controler ระบบสัมผัสซึ่งออกแบบโดย BMW Group ทำให้เข้าและออกจากเมนูต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ฟังก์ชั่นการใช้งานแบบใหม่ที่ควบรวมการปรับตั้งค่าและระบบต่างๆ แม้จะเป็นรุ่น 5 ประตู แต่เบาะหลังยังคงคับแคบเหมือนเดิมเหมาะกับเด็กมากกว่า จุดเด่นของมันก็คือความสนุกไม่ว่าจะขับเร็วหรือช้า แรงบิดที่มากเกินขนาดตัวถังจากการวางระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้าผสานแชสซีส์และช่วงล่างที่ปรับเซตมาอย่างลงตัวทำให้มันเกาะถนนได้ดีขึ้นโดยเฉพาะการวิ่งทางตรงยาวๆ ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
MINI Cooper S เป็นรถที่ชอบให้ถูกกระตุ้นด้วยการขับเร็ว มากกว่าจะเอามาคลาน แรงยึดเกาะที่ดีของช่วงล่าง Adaptive ผ่านความรู้สึกอันละเอียดอ่อนของชุดบังคับเลี้ยว กำลังของเครื่องยนต์และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ DCT ใหม่ 7 สปีด ด้วยเทคนิคที่บอกมาทั้งหมดช่วยปรุงแต่งรถรุ่นนี้ให้ขับได้ดีขึ้นมาก เป็นจักรกลสปอร์ตแฮตช์แบค 5 ประตูคันเล็กที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเอื้ออำนวยต่อการขับที่สนุกสนานบานตะไท หากไม่คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอย คุณจะหลงรักมันโดยเฉพาะตอนลงแส้หนักๆ เพื่อขับแบบซิ่ง เทคโนโลยีที่ BMW ใส่มาให้นั้นช่วยหนุนทักษะของการขับขี่และทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น ปัจจุบัน MINI เป็นรถเล็กที่ไม่ค่อยจะเล็กสมชื่อแต่ยังคงความว่องไวโดยมีอาการวูบวาบในโค้งบางจังหวะเมื่อใส่มาเร็วเกินไป เป็นรถที่ขับได้สนุกทุกครั้งที่เร่งความเร็ว แต่ก็มีราคาที่สูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน นับวัน MINI รุ่นใหม่ยิ่งมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตขึ้นทุกที และ Cooper S 5 Door ก็อยู่ในนั้นด้วย ตัดสินใจซื้อซะ ก่อนที่มันจะตัวโตไปมากกว่านี้นะครับ.
MINI COOPER S 5 DOOR OXFORD EDITION
engine type turbocharged petrol
Engine manufacturer MINI TwinPower Turbo
Engine code
Cylinders Straight 4
Capacity 2 litre 1998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke 82.0 mm × 94.6 mm 3.23 × 3.72 in
Bore/stroke ratio 0.87
Valve gear double overhead camshaft (DOHC)
4 valves per cylinder
16 valves in total
maximum power output 192 PS (189 bhp) (141 kW) at 4,700 rpm
Specific output 94.6 bhp/litre 1.55 bhp/cu in
maximum torque 280 Nm (221 ft·lb) (28.6 kgm)
at 1,250-4,000 rpm
Specific torque 150.15 Nm/litre 1.81 ft·lb/cu3
Engine construction
sump wet sumped
compression ratio 11:1
Fuel system EFI
bmep (brake mean effective pressure) 1886.8 kPa (273.7 psi)
Maximum RPM
crankshaft bearings
Engine coolant Water
Unitary capacity 499.5 cc
Aspiration MINI TwinPower Turbo
Intercooler Y
Catalytic converter Y
Acceleration 0-100km/h 6.8 s
Maximum speed 235 km/h (144 mph)
Power-to-weight ratio 147.97 PS/tonne (1,000 kg) 108.83 kW/tonne (1000 kg) 145.95 bhp/tonne (1000 kg) 0.07 bhp/lb
Weight-to-power ratio 9.19 kg/kW 15.35 lb/bhp
Engine position front
Engine layout transverse
Drive wheels front wheel drive
Torque split N/A
Steering power assisted rack & pinion
turns lock-to-lock
Turning circle
Front suspension
Rear suspension pirelli cinturato p
Wheel size rear 7J x 17
Tyres front 205/45 R 17 pirelli cinturato p7
Tyres rear 205/45 R 17 pirelli cinturato p7
Brakes F/R VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter
Rear brake diameter
Braked area
Gearbox 6 speed manual
Top gear ratio 0.63
Final drive ratio 3.59
Wheelbase 2,567 mm
Track/tread (front) 1,501 mm
Track/tread (rear) 1,501 mm
Length 4,005 mm
Width 1,727 mm
Height 1,425 mm
Ground clearance 146 mm
length:wheelbase ratio 1.56
Kerb weight 1,295 kg 2,855 lb
Weight distribution
fuel tank capacity 44 litres 9.7 UK Gal 11.6 US Gal
aerodynamics
Drag coefficient 0.32
Frontal area 2.09 m²
CdA 0.67
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/