ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น Porsche ขายรถอเนกประสงค์รุ่น Cayenne ได้มากกว่ารถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 สปอร์ตคันเล็กเครื่องวางกลางอย่าง 718 Cayman หรือซุปเปอร์ GT 4 ประตูโมเดล Panamera รวมถึงรถเปิดหลังคาอย่าง 718 Boxster ยอดขายที่ดีของเอสยูวีก่อกำเนิดแนวคิดในการสร้างรถอเนกประสงค์ที่มีขนาดตัวถังกะทัดรัด แต่มีสมรรถนะที่เทียบเท่ากับรถรุ่นพี่ที่มีขนาดใหญ่กว่า รถรุ่นนั้นก็คือ Macan มันเล็กกว่า Cayenne แต่กลายเป็นฮีโร่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายของ Porsche ให้บรรลุถึงเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย รถสปอร์ตคลาสสิกที่น่าจดจำในโมเดล 911/992 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ นั้น ถือเป็นจิตวิญญาณของบริษัทที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Porsche มานานแล้ว แต่รถที่ทำเงินกลับกลายเป็นเอสยูวีอย่าง Cayenne และ Macan เป็นผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ช่วยทำให้แบรนด์รถยนต์จากเยอรมนีเจ้านี้มีเงินมหาศาล ซึ่งกลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนที่นำมาพัฒนาต่อยอดรถสปอร์ตระดับตำนานที่ไม่ค่อยทำกำรี้กำไรเท่าที่ควร 

...

Porsche Macan เป็นเอสยูวีขนาดกลางที่มีพื้นฐานมาจาก Audi Q5 แต่ก็เพียงแค่แชสซีเท่านั้นที่แชร์ร่วมกัน new Macan 2019 ถูกประกอบขึ้นที่โรงงานของ Porsche ในเมือง Leipzig เป็นการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของตัวรถในด้านอุปกรณ์ที่เสริมเข้ามา ส่วนเรือนร่างของ Macan รุ่นใหม่นั้นยังคล้ายๆ กับรุ่นที่แล้วชนิดแยกแทบไม่ออก

...

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากภายนอกสู่ภายในของ new Macan ก็คือ ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมระบบ adaptive ไฟหรี่ LED แบบใหม่ที่คล้ายกับไฟหรี่กลางวันของ Porsche รุ่นใหม่ๆ ที่คุณสามารถพบเห็นได้บนท้องถนน ไฟท้ายทรงยาวเชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว ฝาท้ายไฟฟ้าอำนวยความสะดวกในการเปิดหรือปิดพร้อมพื้นที่ขนกระเป๋าที่ให้มามากกว่ารถสปอร์ตคันเล็ก Macan รุ่นใหม่ทันสมัยและดุดันโดยเฉพาะรุ่น S ที่วางเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ส่วนรุ่นมาตรฐานเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบเดี่ยวก็ไม่ธรรมดาจากราคาที่ AAS เปิดออกมาแค่ 4.8 ล้านบาท ทำให้รถดีๆ อย่าง BMW new X4 xDRIVE 20d และ Mercedes GLC43 AMG มีคู่แข่งที่น่ากลัวในด้านภาพลักษณ์และสมรรถนะ 

...

...

New Macan S กำลังสูงสุด 354 แรงม้าวางตัวอยู่บนสุดระหว่างรุ่นมาตรฐานที่มีเรี่ยวแรง 245 แรงม้า รุ่น S มาพร้อมแรงบิด 480 นิวตันเมตร มากกว่ารุ่นมาตรฐานที่มีแรงบิด 370 นิวตันเมตร มันเร่งจาก 0-100 ในเวลาแค่ 5.1 วินาที แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานที่เร่งจาก 0-100 ใน 6.5 วินาทีอยู่พอสมควร เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V6 พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงไดเรคอินเจคชั่นที่ถูกปรับจูนใหม่ทำให้อัตราเร่งของ Macan S ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว ส่วนความเร็วสูงสุดของ Macan S ทำได้ถึง 254 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับความเร็วสูงสุดของ Macan รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นเอสยูวีไซส์กลางที่เร็วและโหดสุดๆ เมื่อเทียบกับรถคู่แข่งทั้งในด้านสมรรถนะและราคาค่าตัว   

คำว่า Macan ถูกตั้งชื่อเหมือนกับชื่อของเสือพันธุ์หนึ่งในประเทศอินโดนีเซียที่กล่าวกันว่าไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น รถรุ่นใหม่ปราดเปรียวขึ้น แม้จะเหมือนกับรุ่นที่แล้วแต่ก็มีรายละเอียดบางจุดบางตำแหน่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มันสั้นกว่า Cayenne 100 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อของ Cayenne อยู่ที่ 2,895 มิลลิเมตร ส่วน new Macan นั้นมีฐานล้อยาวถึง 2,807 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ Cayenne รุ่นเครื่องยนต์ V6 หนัก 1,995 กิโลกรัม สำหรับน้ำหนักของ new Macan S เครื่องยนต์ V6 หนัก 1,865 กิโลกรัม มิติตัวถังของ new Macan มีความยาว 4,696 มิลลิเมตร กว้าง 1,923 มิลลิเมตร สูง 1,624 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,807 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,655 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง  1,651 มิลลิเมตร ล้ออัลลอยลายใหม่มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 18 นิ้ว ไปจนถึงขอบ 21 นิ้วที่ใหญ่โตเต็มซุ้มล้อ สำหรับค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศหรือค่าแอร์โร่ไดนามิกของ new Macan ทำได้ที่ 0.36 (cd0.36) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของเอสยูวีทั่วไป 

เกาะมายอร์ก้ากลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคือสถานที่ทดสอบ new Macan ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่น S หลังจากบินยาวจากประเทศไทยนาน 10 ชั่วโมง แล้วแวะเปลี่ยนเครื่องที่แฟรงก์เฟิร์ตเพื่อมาลงที่เกาะมายอร์ก้าต้องใช้เวลาอีกสองชั่วโมงครึ่ง เป็นสองชั่วโมงที่ต้องบินอยู่เหนือท้องทะเลก่อนจะลงมาที่เกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้  ผมกับคุณอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ หรือคุณบอม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กูรูวงการรถยนต์ของประเทศไทย บ่ายวันแรกที่ต้องขับจากจุดรับรถกลับโรงแรมที่พักท่ามกลางสายฝนหนักสลับเบามีระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร new Macan มาพร้อมสีใหม่อย่าง สีฟ้าสว่างตา Miami Blue สีเขียวสดใส Mamba Green Metallic และสีเงิน Dolomite Silver Metallic ผมและบอมเลือกรถ Macan S สีเขียว Mamba Green Metallic สำหรับการทดสอบในวันแรกมีเส้นทางทั้งใกล้และไกลให้เลือก ก็ขอเลือกไกลๆ เอาไว้ก่อนเพื่อขับให้จุใจก่อนที่จะต้องลากยาวกันในวันรุ่งขึ้น สำหรับสเตชั่นทดสอบของวันที่สอง ซึ่งเป็นการวิ่งวนรอบเกาะมายอร์ก้าที่ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตอยู่พอสมควร 

ผมเคยขับทั้ง Cayenne Turbo S และ Macan S รุ่นที่แล้วในสนามแข่งเซปังและพบว่า Cayenne รุ่นแรงสุดมีอาการโยนเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ส่วน Macan S นั้นไม่ปรากฏอาการดังกล่าว การขับทดสอบ new Macan S บนเกาะมายอร์ก้าก็เช่นกัน เกาะยักษ์แห่งนี้มีทางขึ้นลงภูเขาและทางเล็กๆ ที่วกไปวนมาระหว่างหมู่บ้านในชนบทของสเปน new Macan S นั้น มีขนาดความกว้างถึง 1,923 มิลลิเมตร ถนนวนรอบเกาะในบางช่วงบางตอนแคบราวกับไส้เดือนผอมๆ และไม่มีไหล่ทางเพื่อเผื่อไว้สำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้ต้องใช้ความระวังกันสุดฤทธิ์เนื่องจากความกว้างและล้อขอบ 21 นิ้วกับการประคับประคองยางแก้มเตี้ยของ pirelli p zero ให้อยู่รอดปลอดภัย แม้ตัวจะสูงและหนักถึง 1.8 ตันแต่ new Macan S เป็นรถที่คล่องแคล่วสุดๆ มันโลดแล่นผ่านพื้นที่ชนบทของมายอร์ก้าได้อย่างมั่นคงคล้าย Audi A4 Avant ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่แตกต่างจาก Quattro ของ Audi เนื่องจาก new Macan S ใช้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อโดยยกมาจาก new Cayenne รวมถึงกันสะเทือนแบบถุงลมที่ทั้งหนึบและหนักแน่น

ชุดขับสี่ของ new Macan S ประกอบไปด้วยคลัตช์เปียกซ้อนกันหลายแผ่น และควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังทำงานร่วมกับ ABS และ ASR รวมถึงระบบควบคุมการทรงตัว PSM หรือ Porsche Stability Managemen ในสถานการณ์ปกติมันจะทำตัวเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง และจะส่งกำลังไปที่ล้อหน้าเท่าที่จำเป็น เช่น เมื่อรถสูญเสียแรงยึดเกาะ เมื่อลองอัดให้แรงขึ้นในโค้งแคบๆ ระบบขับสี่ของ new Macan S กำลังส่วนใหญ่จะเทแรงบิดไปที่ล้อหลังมากกว่าล้อหน้า เมื่อขับบนถนนที่มีความหลากหลาย คุณจะรู้สึกได้เลยว่า ECU ของระบบขับเคลื่อนกำลังกระจายแรงไปยังล้อต่างๆ ทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา ทำให้รถมีอาการหน้าดื้อโค้งน้อยมาก อาการโคลงหรือโยนตัวก็น้อยและรักษาความแม่นยำในระหว่างการพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง แม้ถนนจะแคบและแทบไม่มีพื้นที่เผื่อให้สำหรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่รถรุ่นใหม่ที่ปรับปรุงมาอย่างดีแทบจะไม่แตกต่างจาก Macan Turbo รุ่นเก่าที่ผมเคยอัดเต็บสูบในสนามแข่งรถของมาเลเซีย

แชสซีและช่วงล่างช่วยลดอาการโคลงตัว ซึ่งเป็นของแสลงในรถเอสยูวี ความสามารถในการควบคุมตัวถังและความเฉียบคมเมื่อต้องการเปลี่ยนทิศทางแสดงออกถึงความเป็นรถ Porsche เป็นจุดเด่นของ new Macan S ที่ยากจะลอกเลียนแบบ พวงมาลัยไฟฟ้าเบาและแม่นยำ ไม่กินกำลังของเครื่องยนต์และรักษาน้ำหนักของการคืนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นสิ่งที่หาได้ยากในรถเอสยูวี ชุดบังคับเลี้ยวของ new Macan ได้รับการปรับเซตมาแบบกลางๆ อย่างลงตัวโดยส่งถ่ายน้ำหนักของพวงมาลัยที่ไม่เบาหรือหนัก ไม่ไวหรือช้ามากจนเกินไปแม้จะขับอยู่ในโหมดสูงสุด เมื่อลองมานั่งก็ยังรับรู้ได้ถึงทิศทางที่รถกำลังพุ่งไปกับพวงมาลัยที่มีความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะเจาะ ไม่มีระบบกรองแรงสั่นสะเทือนหรือระบบไฟฟ้าใดๆที่จะเข้ามาบั่นทอนความรู้สึกที่ส่งตรงมาจากพวงมาลัย ในจุดนี้ถือว่า Porsche ทำออกมาได้ดี  

Macan เชื่อมโยงคนขับกับสัมผัสของพวงมาลัยให้ได้รับรู้ถึงการถ่ายเทน้ำหนักเมื่อเปลี่ยนทิศทาง การขยับ Toe-in / out การทำงานของช่วงล่างและการดีดของระบบแอร์สปริงจากช่วงล่าง Adaptive แบบถุงลมในรุ่น S รวมถึงความรู้สึกของการยึดเกาะจากยางสปอร์ตแก้มเตี้ยของ pirelli รุ่น p zero การจับความรู้สึกระหว่างรถกับคนขับชัดเจนมากยิ่งขึ้นจากระบบ Torque Vectoring plus ที่มี Diff- lock กระจายแรงบิดซ้าย-ขวาช่วยทำให้รถวิ่งเข้าโค้งได้เร็วมาก ออฟชั่น Sport chrono pack เครื่องยนต์จูนให้มีกำลังมากขึ้น เกียร์ 7 สปีดตอบสนองได้อย่างรวดเร็วพร้อมช่วงล่างอัพเกรดและโหมด Launch Control สำหรับการออกตัวแบบเด็กแว้น! อัตราเร่ง 0-100 ที่ทำได้ 5.1 วินาที สูสีกับ Mercedes AMG GLC43 Coupe ช่วงล่างถุงลมก็ยกมาจาก Cayenne ช่วงล่างเตี้ยลงอีก 15 มิลลิเมตร ในโหมด sport plus ช่วงล่างจะลดความสูงแบบอัตโนมัติลงอีก 10 มิลลิเมตร และเมื่อขับลุยบนถนนขรุขระสามารถยกช่วงล่างขึ้นได้อีก 40 มิลลิเมตร ทำให้ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถมากถึง 230 มิลลิเมตร แต่จะใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าขับเร็วมากกว่านั้นช่วงล่างแบบถุงลมจะทำการลดระดับความสูงลงให้เหลือเท่ากับระดับปกติ 

ในรถคู่แข่งนั้นมีเกียร์มากถึง 8-9 สปีด แต่ new Macan กลับใช้เกียร์รุ่นเดิมที่มีอัตราทด 7 สปีดที่ปรับปรุงให้มีการทำงานได้เร็วและนุ่มนวลต่อเนื่อง เกียร์จะกระชากให้รู้สึกก็ต่อเมื่อใช้โหมดสูงสุดหรือใช้การออกตัวเร็วๆใน Launch Control เท่านั้น เกียร์ PDK 7 สปีดของ Macan S เร่งออกตัวได้รวดเร็วกว่าเดิม มันจับกำลังลงสู่ล้อขับเคลื่อนได้ดีขึ้นและทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉพาะเกียร์ 7 ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ได้ดีแทบจะไม่ต่างจากเกียร์ 8-9 สปีดของรถคู่แข่ง เมื่อยกคันเร่ง รถจะเข้าสู่ Coasting mode คุณสามารถไหลมันไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องด้วยแรงเฉื่อย เครื่องยนต์จะถูกตัดกำลังจากระบบเกียร์ และเมื่อเหยียบคันเร่งหรือเหยียบเบรกมันจะเชื่อมต่อกำลังจากเกียร์อีกครั้งอย่างนวลๆ 

เช้าวันรุ่งขึ้นมีอากาศสดใสท้องฟ้ากลายเป็นสีครามหลังจากเมฆฝนสีเทาถูกพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันที่สองของการทดสอบ new Macan ในช่วงเช้าผมกับบอมเปลี่ยนมาขับ new Macan รุ่นมาตรฐานเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 245 แรงม้ากับแรงบิดท้วมๆพอให้สนุกที่ 370 นิวตันเมตร เหมือนเดิมทุกครั้งที่ออกไปทดสอบต่างประเทศก็คือการเลือกเส้นทางที่ยาวที่สุดเพื่อสัมผัสกับตัวรถเต็มๆ ก่อนจะบินกลับเมืองไทย เช้าวันที่สองผมรับหน้าที่พลขับเป็นคนแรกด้วยระยะทาง 130 กิโลเมตร ก่อนที่จะแวะพักในตอนเที่ยงเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

Macan รุ่นปกติมีกำลังน้อยกว่ารุ่นสูงสุดแต่การยึดเกาะและความเฉียบคมของการควบคุมยังคงเหมือนเดิม เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ มีปริมาตรความจุ 1,984 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 82.5 มิลลิเมตร ระยะช่วงชัก 92.8 มิลลิเมตร กำลัง 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตรในย่าน 1,600-4,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์วแปรผัน Variable valve control กับหัวฉีดแรงดันสูงไดเรคอินเจคชั่นทำให้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ มีสมรรถนะที่ยอมรับได้ มันไม่ได้ดึงหนักเท่ากับรุ่น S จากเครื่องยนต์ที่เล็กกว่า แต่ก็ไม่อืดอาดชักช้าให้เสียอารมณ์ อัตราเร่งจาก 0-100 ทำได้แค่ 6.5 วินาที กับความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อเอามาขับบนทางแคบๆ ในมายอร์ก้าก็รู้สึกว่ามันเข้ากันได้ดีระหว่างรูปแบบของเส้นทางทดสอบกับขุมกำลัง 

เช้าวันที่สองผมกับบอมก็ยังโงหัวไม่ขึ้นเพราะเส้นทางเริ่มเพิ่มความยากขึ้นเรื่อยๆ ทิศตะวันออกของตัวเกาะเป็นทางขึ้นลงภูเขาที่สูงชัน ตลอดทั้งวันก็ต้องขับกันแบบนั้นโดยต้องตื่นตัวและใช้ความระวังในการควบคุมพวงมาลัยกับคันเร่งให้มากเป็นพิเศษเพื่อเอาตัวให้รอดจากเส้นทางโหดๆ อย่างที่บอกว่าถนนบนเกาะมายอร์ก้านั้นไม่มีที่เผื่อไว้สำหรับการผิดพลาด ทางที่ลาดชันวกไปวนมาขึ้นๆ ลงๆ จนทำให้คนนั่งรู้สึกเวียนหัว ผมใช้สปีดความเร็วต่ำกว่าปกติเพราะไม่คุ้นชินกับเส้นทางแม้จะเคยมาขับ MINI Cooper S Minor change บนเกาะนี้เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา พอกลับมาขับอีกครั้งในช่วงปลายปี ความแคบและสูงชันก็กลายมาเป็นความรู้สึกหวาดระแวงที่กลับมาหลอกหลอนอีกครั้งแบบช่วยไม่ได้ซึ่งทำให้ผมขับช้าราวกับเต่าคลาน ครึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากโผล่หัวออกมาจากโรงแรม เจ้า Macan ยังทำตัวได้น่ารักแต่เหงื่อที่ซึมออกมาเต็มฝ่ามือจากความเครียดที่ต้องคอยคุมจักรกลราคาเฉียด 5 ล้านบาทบนถนนที่แคบราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยว ทำให้ผมไม่ค่อยมีความสุขมากนักกับเส้นทางทดสอบที่แสนจะสวยงามและเต็มไปด้วยอันตรายที่อาจแหกโค้งตกเขาได้ทุกเมื่อ 

มันเป็นเอสยูวีที่ทำให้ผมหลงตั้งแต่ได้หวดหนักๆในเซปังกับ Macan Turbo โมเดลแรกในช่วงปี 2016 พอมาถึงปี 2018 รุ่นมาตรฐานก็ยังขับได้ดีอยู่เหมือนเดิมถ้าไม่ได้ต้องการกำลังที่เหนือชั้นกว่าของรุ่น S ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถประหยัดเงินได้พอสมควร ระบบห้ามล้อทำงานได้ดี ในรถทดสอบคันนี้ใช้คาร์ลิปเปอร์หน้าแบบ 4 พอต จานหน้าเหล็กหล่อเจาะรูระบายร้อนขนาดความกว้าง 350 มิลลิเมตร มาอยู่ในล้อ 21 นิ้วดูเหมือนจานเบรกจะเล็กเกินไปแต่ก็เบรกลดความเร็วได้ตามสั่ง จานหลังก็ยังดูเล็กเพราะมีขนาดแค่ 330 มิลลิเมตร ในใจอยากได้เบรกของรุ่น S เพราะเป็นออปชั่นพิเศษใช้จานคาร์บอนเซรามิกแต่เจ้าของที่อยากได้ก็ต้องควักเพิ่มอีกหลายแสนบาท ผ้าเบรกจับตัวกับจานโดยให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักของการเบรกได้ดีเกินความคาดหวังเมื่อเทียบกับขนาดของจานกับล้อที่ไม่ค่อยจะเข้ากัน การตอบสนองของแป้นเบรกใน Macan รุ่นมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักระหว่างเบรกก็ยังคล้ายกับ Q5 และ Q7 ที่ค่อนข้างเสถียร แม้จะเบรกช่วงก่อนหัวโค้งที่มีผิวถนนเปียกชื้นมันก็ยังไม่เสียอาการแต่อย่างใดทั้งสิ้น เบรกก็ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้คาร์ลิปเปอร์หน้า 6 พอตก็ยังเอาอยู่ ว่ากันอย่างนั้นเลยทีเดียว! แต่ 6 พอตของ Macan S นั้นสุดกว่าในด้านการหยุดยั้งซึ่งก็ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอนอยู่แล้วเพราะยัดลูกสูบในระบบเบรกมาให้ถึง 6 ตัวสำหรับการหยุดยั้งฝูงม้า 354 ตัวให้ว่านอนสอนง่ายไม่พุ่งเข้าไปล่อกับเสาไฟหรือแหกโค้งลงไปนอนอยู่ก้นเหว! 

The new Macan Interior

จุดแวะพักทานข้าวเที่ยงอยู่ท่ามกลางหุบเขาสีเทาและลำธารสายเล็กที่ไหลมาหล่อเลี้ยงผู้คนในหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ ก่อนจะไปต่อในช่วงบ่ายก็ลองเข้ามาดูภายในของ Macan รุ่นมาตรฐานที่มีราคาในไทยแค่ 4.8 ล้านบาทกันดีกว่า Porsche ทำคะแนนในจุดนี้ได้ดี แม้จะอุดมไปด้วยปุ่มและสวิตช์แต่ตำแหน่งและรูปแบบทำให้เกิดความน่ามองน่าใช้งานไปหมด เบาะปรับไฟฟ้า แดชบอร์ดสีดำสลับสีน้ำตาลที่ด้านล่าง ซุ้มเกียร์สีดำตัดกับคอนโซลที่ลงมาห่อหุ้มฐานเกียร์อย่างสวย จอแสดงผลกลางใหญ่โตมโหระทึกสั่งงานด้วยระบบสัมผัสพร้อมระบบต่างๆที่จะช่วยอำนวยความสบายให้กับคนขับและผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อหรือปรับแต่งทำได้ง่ายใช้เวลาเรียนรู้ไม่นาน จอแบบสัมผัสทำงานเร็วและคมชัดสูงเนื่องจากเป็นมอนิเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะเข้าประจำการในรถ Porsche ที่ออกขายในปีหน้านี้ ขนาดที่ใหญ่โตเท่ากับรุ่น S ทำให้ไม่ต้องไปดิ้นรนเสียเงินเพิ่มเพื่อเลือกจอใหญ่ใหญ่เท่ากับรุ่นสูงสุด    

สวิตช์ต่างๆ บนซุ้มเกียร์อาจทำให้เจ้าของใหม่สับสนในครั้งแรก แต่พอใช้งานไปได้สักพักก็จะคุ้นเคยกับปุ่มที่เยอะราวกับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว การปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในห้องโดยสารทำได้ง่ายดี เพราะมีมาให้ทั้งสวิตช์พัดลมและสวิตช์ลดหรือเพิ่มอุณหภูมิ ส่วนทิศทางของพัดลมแอร์ทั้งคนขับและผู้โดยสารสามารถแยกปรับตามใจชอบจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นว่าร้อนหรือหนาวเกินไป 

พวงมาลัยทรงสามก้านหน้าตาคุ้นๆ รอบวงหุ้มหนังแท้อย่างดีจับได้กระชับมือพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ทำจากอะลูมิเนียมที่ดูดีกว่าพลาสติก ปุ่มแตรทรงกลม ก้านวงพวงมาลัยมีปุ่มทรงกลมไว้คอยสั่งงานด้วยการเขี่ยปุ่มให้หมุนหรือกดเพื่อเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ มาตรวัดทรงกระบอกสไตล์คลาสสิกแบบสามวงเรียงกัน โดยมีมาตรวัดอยู่ตรงกลางพร้อมการแจ้งตำแหน่งของเกียร์ PDK 7 สปีด ด้านขวาสุดเป็นจอภาพ MID multi information display ทรงกลม ด้านขวาเป็นมาตรวัดความเร็วด้วยตัวเลขสีขาวเข็มวัดสีแดง Macan มีรูกุญแจอยู่ทางซ้ายมือของคอพวงมาลัยเหมือน Porsche รุ่นอื่น แต่ถ้าเป็นรถพวงมาลัยขวา ก็จะย้ายมาอยู่ที่ด้านขวาแทน

หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ถึงเวลาท่ีจะต้องเปลี่ยนรถทดสอบกลับมาเป็น Macan S เพื่อขับกลับโรงแรมที่พัก ผมกับบอมเลือกเส้นทางระยะไกลจะใช้สำหรับขับวกกลับไปยัง Carrossa Hotel Spa Villas โดยมีระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร บิดกุญแจสตาร์ทเพื่อไปต่อ เสียงเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ในรุ่น S ดังแปลกๆ มันไม่ได้แผดเสียงจากท่อระบายท้ายเหมือนรถสปอร์ตอย่าง 718 ออปชั่นพิเศษปรุงแต่งให้เสียงการทำงานของเครื่องยนต์และท่อท้ายดังขึ้น แต่ก็ยังมีปุ่มปิดเสียงติดตั้งมาให้เผื่อไว้สำหรับการวิ่งในที่ที่ต้องการความเงียบ กลไกของระบบวาว์ลในท่อระบายจะทำงานแล้วส่งเสียงที่เร้าใจก็ต่อเมื่อคุณกดปุ่มเพื่อเปิดใช้งาน มันจะเปิดโล่งและให้เสียงดังทุกครั้งที่กดคันเร่งเต็มเหนี่ยว ออฟชั่น Sport Chrono เมื่อหมุนปุ่มปรับโหมดไปที่ Sport เวลาเปลี่ยนเกียร์ก็จะมีเสียงคำรามตามมาเมื่อลดเกียร์ลงต่ำ ความแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการปรับจูนกล่องควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ รุ่น S ขับได้สนุกขึ้นในแง่ของความรู้สึก 

เกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดหรือ PDK 7 ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมระบบขับสี่แบบเดียวกับ Cayenne อัตราทดเกียร์ 6-7 ค่อนข้างยาว ซึ่งเกิดจากการปรับอัตราทดเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ทำให้อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นเล็กน้อย แน่นใจได้เลยว่าเจ้าของ Macan ทุกคนไม่ค่อยสนใจตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองแต่กลับให้ความสนใจกับตัวเลขของสมรรถนะมากกว่า เมื่อขับบนเส้นทางภูเขาในมายอร์ก้า แล้วใช้โหมดแมนนวลลองอัดแรงๆ บนทางขึ้น-ลงเนิน เกียร์ PDK 7 ตอบสนองได้เร็วดีโดย ECU ของเกียร์จะคาอยู่ที่เกียร์ 3-4 เป็นหลัก หากเจอทางชันมากๆบางครั้งเกียร์เปลี่ยนลงไปที่ตำแหน่งของเกียร์ 2 เพื่อสร้างแรงฉุดลากและให้ความรู้สึกที่ว่องไวแม้จะไต่ทางลาดชันแต่แรงบิดที่ส่งถ่ายออกมายังล้อทั้ง 4 นั้นก็มากเกินความต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะเส้นทางที่มีอันตรายแบบนี้ 

ถนนบางเส้นของเกาะมายอร์ก้าโดยเฉพาะทางในแถบภูเขานั้นแคบลงเรื่อยๆ จนขับลำบาก บางช่วงมีรถบรรทุกวิ่งสวนมาก็ต้องจอดหรือหลบจนชิดขอบถนนที่ไม่มีแม้กระทั่งไหล่ทางให้หลบ เจ้า Macan S พยายามจัดสรรแรงบิดที่เหมาะสมกับสปีดความเร็วที่ใช้ทำให้คนขับมีความมั่นใจมากที่สุด ช่วงล่างแบบ Air Suspension กับระบบเบรกหน้าที่มีมาให้ถึง 6 พอตเป็นออฟชั่นที่ดีที่สุดแต่ก็ต้องจ่ายแพงกว่ารุ่นมาตรฐาน Sport mode เครื่องยนต์ตอบสนองได้ทันอกทันใจดี แถมเกียร์ยังเปลี่ยนเร็วขึ้นและสามารถลากรอบจนถึงขีดแดงได้อย่างง่ายดาย เวลาเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเพื่อลดความเร็วก่อนห้อลงเขาชันๆ ตัวเบิ้ลรอบเครื่องยนต์จะเริ่มต้นการทำงานทันที เครื่องยนต์ที่จูนมาใหม่ทำงานได้อย่างดุดันแต่อย่างที่บอกว่าเสียงในรอบสูงของเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบยังเป็นรองเสียงเครื่องของ Mercedes AMG GLC43 Coupe โหมด Sport Plus ระบบควบคุมจะปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นแบบอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่ชอบความกระด้างก็สามารถเข้าไปปรับตั้งด้วยตัวของคุณเองเพื่อการขับที่นิ่มนวลพร้อมพลังในแบบที่คุณต้องการ 

Porsche Macan S ใช้เครื่องยนต์ V6 ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,995 ซีซี มีความกว้างของกระบอกสูบ 84.5 มิลลิเมตร ช่วงชักยาว 89.0 มิลลิเมตร กำลัง 260 กิโลวัตต์ หรือ 354 แรงม้า ที่ 5,400-6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ย่าน 1,360-4,800 รอบต่อนาที อัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1 ระบบระบายความร้อนใช้ปั้มน้ำแบบใหม่เพื่อทำให้น้ำหมุนวนในเครื่องยนต์ได้ดีขึ้นพร้อมกลไกวาล์วและแคมชาร์ปแบบแปรผัน ระบบรองรับ Porsche active suspension management หรือ PASM แบบปรับระดับความแข็งอ่อนได้ ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า Porsche electromechanical power steering แปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยไปตามโหมดขับเคลื่อนและสปีดความเร็วที่ใช้ รวมถึงระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Stability Management (PSM) และระบบเบรก ABS / ASR / ABD / EDCT และ Trailer stability management

เกียร์ 7 สปีดแบบทวินคลัตช์เปลี่ยนเร็วมากในโหมด Sport Plus และบางจังหวะก็ลากรอบเครื่อง V6 เทอร์โบคู่ให้สูงปริ้ดราวกับขับอยู่ในสนามแข่ง เป็นโหมดที่มีความเฉียบคมและเค้นกำลังสูงสุดออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับเส้นทางที่แคบและคดเคี้ยว ผมใช้โหมดนี้แค่แวบเดียวก็ปรับกลับมาที่ Sport เพราะคันเร่งล้นแตะนิดเดียวก็จะพุ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา ต้องใช้เบรกบ่อยครั้งจนทำให้คนนั่งเกิดความรำคาญ Porsche active suspension management หรือ PASM ทำให้ควบคุมรถได้ดีเวลาไหลเร็วๆ ลงเนินแล้วเจอเข้ากับโค้งหักศอก ส่วนโหมด Comfort ให้ความสบายตัวสูงสุดเมื่อไม่ต้องการขับเร็ว โช็คอัพถุงลมคลายความกระชับลงมากกว่าโหมด Sport Plus ทำให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ ช่วยทำให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจเมื่อเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่เรียบ PASM สามารถปรับความหนืดได้ตามสถานการณ์คอยป้องกันไม่ให้เกิดอาการย้วยมากเกินไป และเมื่อเร่งความเร็วก็กดหน้ารถไม่ให้ยกตัว และเมื่อใช้เบรกหนักๆก็พบว่าอาการหน้ายุบนั้นน้อยลงมากจนแทบจะไม่รู้สึก เป็นระบบที่ยกมาจาก Cayenne (อีกแล้ว) และยิ่งทำให้ Macan S มีความน่าใช้งานเพิ่มขึ้น 

ความคล่องตัวในการบังคับควบคุมของ Macan S ให้ความรู้สึกเหมือนแฮตชแบ็กแรงๆ มากกว่าจะออกมาในแบบเอสยูวีตัวสูงโย่ง คล้าย 911 ที่ถูกยกสูงแล้วยัดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมากว่าจะเป็นเอสยูวีไซส์กลาง มันเป็นรถที่เร็วและถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งก็จะพบว่า Porsche นั้นตั้งใจทำ Macan S สำหรับพวกที่รักการขับรถมากเป็นพิเศษ อัตราเร่งทางตรงไม่ต้องพูดถึง มันมีความเร็วที่สูสีกับ GLC43 AMG ไม่ว่าจะเป็น 0-100 หรือ Top Speed แต่ให้รสชาติที่ดิบกว่าจากความห้าวหาญของเครื่องยนต์และเกียร์ ถ้าคุณกดคันเร่งมากเกินไป ระบบควบคุมเสถียรภาพก็จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยให้รถกลับมาตั้งตัวได้ แต่ถ้าอัดมาล้นเกินไปก็ไม่อาจมีระบบไหนที่ช่วยเหลือคุณได้นอกจากฝีมือและสติ การขับมันเร็วๆ ในสนามแข่งเมื่อสองปีก่อนหน่านี้กับรถเวอร์ชั่นแรกสร้างความประทับใจให้ผมแบบไม่รู้ลืม เจ้า Macan S สามารถกัดติดรถสปอร์ตอย่าง 911 Carera S โดยไม่สร้างแรงกดดันในการควบคุมแม้แต่น้อย  

The new Macan S Interior

17.30 น. ผมค่อยๆ หมุนพวงมาลัย Porsche Macan S เลี้ยวเข้าสู่โรงแรมที่พัก แสงกำลังหมดอย่างรวดเร็วในฤดูหนาวของยุโรปพร้อมๆ กับอุณหภูมิที่เริ่มดิ่งลง ก่อนจะจอดข้างๆ สวนมะกอกของโรงแรมแล้วบันทึกภาพภายในของเจ้ากบทรงเอสยูวี ถ้าจะเอา Macan S ไปเปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นที่มีสมรรถนะคล้ายกับมันซึ่งก็มีแค่ GLC43 AMG เจ้ากบเอสยูวีคันนี้จะกลายเป็นรถที่มีความสามารถสูงมาก ไม่ใช่ว่า GLC43 จะไม่ดีในจุดนี้ แต่รถทั้งสองยี่ห้อมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร แม้จะใช้เครื่อง V6 เทอร์โบคู่เหมือนกันแต่กลับให้ความรู้สึกหลังพวงมาลัยที่แตกต่างกันในด้านของความหนักแน่นและแม่นยำ Macan S ยังเป็นรถที่มีแรงยึดเกาะสูงและสามารถหักเลี้ยวได้ตามสั่ง เบรกก็ดีทั้งการหยุดและการถ่ายเทน้ำหนักขณะเบรก เป็นอีกจุดที่ Porsche ทำออกมาได้ดีจากการนำเอา DNA ของ Cayenne มาผสมกับ 911 ไ้ด้อย่างลงตัว เป็นการเปลี่ยนแปลงรถเอสยูวีคันโตหนัก 2 ตันที่ใหญ่จนขาดความคล่องแคล่ว ซึ่งความคล่องนั้นหมายถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Porsche วิศวกรเยอรมันในโรงงานของ Porsche ปรับแต่งจนทำให้ Macan กลายมาเป็นรถเอสยูวีกึ่งแฮตช์แบ็กที่ขับได้อย่างน่าชื่นชม 

เสียงแพะร้องในหุบเขาใกล้ๆ โรงแรมดังแว่วมาแต่ไกล และดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปตั้งนานแล้ว ได้เวลาที่จะต้องคืนกุญแจของ Macan S ให้กับเจ้าหน้าที่ของ Porsche ที่ยืนรอพร้อมรอยยิ้มซึ่งน่าจะฉีกยิ้มแบบนี้มาเกือบสองอาทิตย์ จากอีเวนต์ทดสอบของสื่อมวลชนทั่วโลกบนเกาะมายอร์ก้า หลังจากได้ลองทั้งสองรุ่นก็สามารถสรุปสั้นๆ ว่า Porsche ทำ new Macan ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และความสมบูรณ์แบบของมันจะกลายมาเป็นเงินจำนวนมหาศาลซึ่งเอาไว้ใช้สำหรับพัฒนารถสปอร์ตที่ขายไม่ค่อยจะดีในรุ่นถัดไป ตลกดีมั้ยล่ะครับ!

Engine Type
Number of cylinders : Four-cylinder inline engine with turbocharger (R4); with gasoline particulate lter (GPF)
Valves 16
cylinders 4
Displacement 1,984 cm3
Bore Stroke 82.5 mm 92.8 mm
Maximum power output at engine speed 180 kW (245 hp) @ 5,000 – 6,750 rpm  
Maximum torque At engine speed 370 Nm @ 1,600 – 4,500 rpm
Maximum power output per litre 90.7 kW/l (123.5 hp/l)
Compression ratio 9.6:1
Maximum engine speed 6,800 rpm
Cooling system Water cooling, thermal management with control thermostat
Valve control Rocker arm camsha timing (intake & exhaust); valve li adjustment on the exhaust side

Power transmission
Powertrain : Porsche Traction Management (PTM): Active all-wheel drive with electronically regulated, map-controlled multi-plate clutch, variable torque distribution between front and rear axle

transmission Seven-speed dual-clutch transmission (PDK)

Transmission ratio
1st gear 3.69
2nd gear 2.15
3rd gear 1.41
4th gear 1.03
5th gear 0.79
6th gear 0.63
7th gear 0.52
Reverse gear 2.94
Rear axle ratio 4.67


Chassis
Suspension and damping : Steel suspension and double-acting, hydraulic gas- lled vibration dampers; optional Porsche Active Suspension Management (PASM) with continuous damper adjustment and three programs; optional air suspension including PASM

Front axle
Independent suspension with ve-link aluminium front axle with separated wishbones at top and bottom

Rear axle
Independent suspension with aluminium trapezoidal link at the bottom, aluminium link at the top and tie rod


steering : Electromechanical power steering

Steering ratio 14.3:1 (central position)

Steering wheel diameter 375 mm

Turning circle diameter 11.96 m

Vehicle stability system : Porsche Stability Management (PSM) with ABS, ASR, ABD, EDTC and Trailer Stability Management


Brake system : Four-piston aluminium monobloc xed-calliper brakes at the front, combination oating-calliper brakes at the rear; electric parking brake

Brake discs on front axle : Grey cast iron, internally vented

Diameter 345 mm

Thickness 30 mm

Brake discs on rear axle :Grey cast iron, internally vented

Diameter 330 mm

Thickness 30 mm

Wheels with tyres, front : 8J x 18 o set 21 with tyres 235/60 R 18

Wheels with tyres, rear : 9J x 18 o set 21 with tyres 255/55 R 18


Dimensions
Length 4,696 mm
Width (including exterior mirrors) 1,923 mm / 2,098 mm
Height 1,624 mm
Wheelbase 2,807 mm 
Track width, front 1,655 mm
Track width, rear 1,651 mm


Luggage compartment volume and weights 
Luggage compartment volume 1) 500-1500 litres
Unladen weight (DIN) 1795 kg
Gross vehicle weight rating 2510 kg
Trailer load (braked/unbraked) 2000/750 kg 
Drawbar load 80 kg
Roof load (with Porsche roof transport system) 75 kg

Performance
Top speed 225 km/h
Acceleration 0–60 mph 6.3s
0 – 60 mph with Sport Plus 6.1s
0–100km/h 6.7s
0 – 100 km/h with Sport Plus 6.5s
0 – 160 km/h 17.5s
0 – 160 km/h with Sport Plus 17.3s

Fuel and emissions
Emission standard Euro 6 d-temp (EU6 AG)
Fuel type Consumption Super Plus (98 RON)
Urban 9.5 l/100 km
Extra-urban 7.3 l/100 km
Combined 8.1 l/100 km
CO2 emissions Combined 185g/km
Efficiency class Germany D
Tank capacity (optional) 65 l (75 l)

Aerodynamics
Drag coe cient cd 0.35
Frontal area A 2.62m
cd x A 0-917

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/