ครอสโอเวอร์คือรถเล็ก 5 ประตูที่คุณเคยพบเห็นอย่างชินตาบนถนนในประเทศไทย ไล่จาก Mazda CX-3 ตัวเล็กขับดีของแบรนด์ซูมซูม Honda HR-V รถขายดีที่ส่งกำไรเป็นกอบเป็นกำทำเงินมหาศาลให้กับค่าย Honda รวมถึง Mitsubishi Xpander รถ MINI MPV ที่พยายามแปลงร่างเป็น Crossover แต่ดูขัดๆ ตาพิกล แถมราคายังแรงเกินสมรรถนะอีกตะหาก ทั้งหมดนี้ หลังจากการขับทดสอบและรวบรวมข้อมูลเพื่อรีวิวก็จะพบว่า Toyota C-HR นั้นแม้จะแพงกว่า แต่ก็ขับดีกว่าเห็นๆ
...
C-HR ย่อมาจาก Coupe High Rider หมายถึงรถแนวคูเป้ยกสูง มีจุดเด่นอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่คนส่วนใหญ่ยังคงหวาดระแวงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แต่ Toyota เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันการใช้งานแบตฯ นาน 10 ปี แบตฯ รุ่นใหม่พร้อมพัดลมระบายความร้อนชาร์จเก็บประจุกระแสไฟได้เร็วขึ้น ตำแหน่งของการติดตั้งแบตเตอรี่ย้ายจากหลังรถมาไว้ที่ใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลังเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี Toyota ยังเคลมว่าแบตเตอรี่มีความทนทานมากขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม โดยเคลมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของ C-HR รุ่นไฮบริดที่ 24 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการคุ้มครองและดูแล ซึ่งเป็นบริการหลังการขายของ G-C-HR จัดฟรีค่าแรง 11 ระยะ ตั้งแต่ 1,000 – 100,000 กิโลเมตร ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่ Warranty เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รุ่น Hybrid รับประกันการทำงานของระบบ Hybrid นาน 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ Hybrid 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ขับกันยาวๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะมาพังกันในเร็ววัน!
...
เมื่อ Crossover มียอดขายไล่ตาม SUV ชนิดจ่อติด Toyota จึงต้องยอมทำตามกระแสความต้องการของผู้คนในปัจจุบันด้วยการผลิตรถเล็กยกสูงที่มีประสิทธิภาพ ความสามารถของแชสซีใหม่ทำให้ C-HR ขับได้ดีขึ้นและเปลี่ยนความคิดที่ซ้ำซากจำเจของแบรนด์สามห่วงให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ สถาปัตยกรรมของ Toyota ที่เรียกว่า TNGA ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในรถ C-HR โดยเฉพาะการควบคุมนั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น (มาก) การแข่งขันอย่างดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณต้องผลิตรถที่ดีออกมาขายไม่งั้นก็ขายไม่ออก การขับที่ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสอดคล้องไปกับรูปลักษณ์ที่ทันสมัยโดนใจผู้ใช้งาน ในจุดนี้ถือว่า Toyota ยุคใหม่ได้เดินมาถูกทางแล้ว
...
...
C-HR วางเครื่องยนต์ลูกผสมเบนซิน 1.8 ลิตร บวกมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบไฮบริด เป็นระบบที่ Toyota มีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ หลังจากผลิตรถอย่าง Prius ออกมาขายนานกว่า 20 ปีแล้ว คุณคงไม่แปลกใจที่เครื่องเบนซินแถวเรียง 1.8 ลิตร มีเรี่ยวแรงไม่มากหากไม่นับรวมกับแรงบิดของมอเตอร์ มันก็จะมีกำลังแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่เมื่อทั้งสองระบบทำงานไปพร้อมๆ กัน คุณก็จะได้ทั้งความประหยัดและประสิทธิภาพในด้านอัตราเร่ง ซึ่งก็ไม่ได้แรงจนกระชากกระชั้นแบบรถสปอร์ต แต่แรงบิดจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าก็มีมาให้มากพอสำหรับการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า กำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ atkinson cycle 4 สูบ เค้นออกมาได้แค่ 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที ไม่ได้เน้นแรงแต่เน้นความประหยัดสูงสุดมากกว่า
คุณสามารถเป็นเจ้าของ C-HR รุ่นสูงสุด HV Hi ด้วยการควักเงินจำนวน 1,159,000 บาท เทียบกับราคาของ HR-V รุ่น RS รถคู่แข่งที่มีค่าตัว 1,119,000 บาท ถือว่าสูสีกันมาก แต่คนจำนวนไม่น้อยก็หันไปเลือก HR-V เนื่องจากมองพื้นที่ห้องโดยสารมากกว่าจะเล็งสมรรถนะของการขับ! เวอร์ชั่น HV Hi ของ C-HR มาครบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย ภายในยัดของที่มีความทันสมัยมาให้ใช้งานอย่างพอเพียง ความประทับใจครั้งแรกเมื่อได้ลองขับไม่ได้อยู่ที่ทรงอวกาศของ C-HR แค่เพียงอย่างเดียว การควบคุมที่ดีกว่ารถคู่แข่งทำให้ผมลืมเรื่องความคับแคบของเบาะหลังไปโดยปริยาย หากคุณชอบขับรถก็จงเลือก C-HR แต่ถ้าชอบพื้นที่กว้างๆ ในกลุ่มครอสโอเวอร์ตัวเล็กก็ขอให้มองข้ามมันไปและจบที่ HR-V ชีวิตก็จะดีและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
C-HR ขับทางไกลได้นุ่มนวลและเกาะถนนดี มันเป็นรถที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกับตราสัญลักษณ์ 3 ห่วงซึ่งเคยทำตัวเป็นรถดากดื่นมีการขับที่น่าเบื่อและไม่ค่อยจะเกาะถนนเท่าที่ควร สีเขียวอมฟ้า Radiant Green Metallic พร้อมผืนหลังคาสีดำ Black Roof ทำให้มันแตะตาผู้คนทั่วไปที่กำลังเล็งๆ จะสอยรถใหม่แต่ติดอยู่ในใจเรื่องของความแคบ! ล้อขอบ 17 นิ้วไม่เล็กจนเกินไปและเหมาะกับการทำตัวเป็นยานยนต์ประหยัดพลังงานแบบไฮบริด ถ้าล้อใหญ่กว่านี้อัตราสิ้นเปลืองก็คงจะไม่ประหยัดเท่าที่ควร การยัดล้อขอบ 17 นิ้วกับยางลดแรงต้านทานผิวถนนเหมาะสมกันดีและทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองดีสุดในกลุ่มครอสโอเวอร์ราคา 1 ล้านบาท ทรงที่ปราดเปรียวและการขับที่โดดเด่นของ C-HR อาจไม่โดนใจคุณเท่ากับพื้นที่เบาะหลังของ HR-V แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่พอได้ลองขับก็จะชอบ C-HR กันแทบทั้งนั้น สไตล์ของ Toyota ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปมาก หลังจากไล่ตามหลังด้านดีไซน์อยู่นาน ปัจจุบัน TNGA หรือ Toyota new Global Architecture ส่งผลให้รถยนต์ของ Toyota ขยับเข้าใกล้กับคำว่า Fun to Drive เข้าไปทุกที C-HR กลายเป็นรถ Toyota ยุคใหม่ที่มีความสวยงามโฉบเฉี่ยว แต่ถึงกระนั้นความเล็กของเบาะหลังก็ยังเป็นเรื่องกวนใจสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางอยู่ดี!
ระบบไฮบริดของ Toyota มีความน่าเชื่อถือไม่พังง่าย ทนทานและใช้งานได้ง่าย การตัดต่อการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเนียนจนไม่รู้สึกว่าอะไรที่กำลังทำให้รถวิ่งอยู่ถ้าไม่ได้ดูที่หน้าจอมอนิเตอร์ การผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และระบไฮบริดนั้นทำออกมาได้ดี เมื่อติดเครื่องยนต์มอเตอร์จะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนในย่านความเร็วต่ำ (แต่ก็แค่นิดเดียว) และเมื่อเคลื่อนตัวออกไปเครื่องยนต์ก็จะติดขึ้นมาพร้อมกับการสอดประสานการทำงานไปพร้อมๆ กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ตามมาด้วยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 20 กิโลเมตรต่อลิตร คุณจะชอบพวงมาลัยไฟฟ้าที่แม่นยำ เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีน้ำหนักตึงไม้ตึงมือไม่เบาจนเกินไปและออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างแท้จริง ช่วงล่างด้านหลังที่เปลี่ยนจากคานแข็งทอร์ชั่นบีมมาเป็นแบบมัลติลิงค์ช่วยเสริมให้ C-HR ยึดเกาะกับถนนได้ดีจนไม่จำเป็นจะต้องดิ้นรนเสียเงินเพิ่มเพื่อเปลี่ยนล้อและยางรวมถึงโช็คและสปริงเพื่อทำให้มันเกาะถนนมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ระบบไฮบริดตอบสนองดีพอสมควร แม้รอบจะไม่จัดจ้านเท่ากับ HR-V RS แต่จะได้ความประหยัดที่ช่วยทำให้คุณไม่ต้องวิ่งเข้า-ออกปั๊มน้ำมันกันบ่อยเหมือนในอดีต
คุณจะรู้สึกได้ถึงแรงยึดเกาะเมื่อขับ C-HR เข้าโค้งเร็วๆ ผมชอบการสอดประสานกันระหว่างการทำงานของช่วงล่าง ชุดบังคับเลี้ยวและแชสซี เกียร์ CVT ที่มีมอเตอร์อยู่ภายในก็ทำงานอย่างเนียนแม้จะน่าเบื่ออยู่บ้างจากอาการย้วยเวลากดคันเร่งลึกๆ เพื่อแซงแต่ก็แลกคืนด้วยการตัดต่อที่เนียนและไหลลื่นเนื่องจากเป็นเกียร์สายพาน บนเส้นทางที่คับแคบ ช่วงล่างและพวงมาลัยเข้ามาช่วยทำให้การควบคุมง่ายดายขึ้น รวมถึงการขับในย่านความเร็วสูงที่มันพยายามทำตัวให้เหนือกว่ารถคู่แข่งไม่ใช่ที่อัตราเร่งแต่เป็นเรื่องของการยึดเกาะที่มีความสำคัญเมื่อขับเร็วคุณสามารถยิงยาวผ่านโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพของโค้งพร้อมๆ กับการจิกหัวเข้าและออกจากปลายโค้งได้ดีกว่ารถคู่แข่งที่เอาแต่ย้วยไปย้วยมาเมื่อพบกับถนนที่ไม่เรียบ ด้วยการควบคุมที่ดีของมันจะทำให้คุณขับเร็วขึ้นแบบไม่รู้ตัว โดยภาพรวม C-HR HV Hi ให้ความรู้สึกถึงความเสถียรที่เป็นธรรมชาติ และไม่แสดงอาการรุ่มร่ามออกมาให้เห็นหากคนขับไม่ได้ติดลูกบ้าจนเกินงาม!
มีจุดเด่นเรื่องของการขับก็ต้องมีจุดด้อยกันบ้างเป็นเรื่องปกติ เบาะหลังที่บ่นกันว่าแคบ เอาเข้าจริงๆ คนที่ซื้อ C-HR ก็มีทั้งครอบครัวเล็กๆ ที่ยังไม่มีลูก คนโสดในวัยทำงานและครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน เบาะหลังก็นั่งได้สบายดีถ้าตัวคุณไม่อ้วนเป็นโดราเอมอนหรือสูงโย่งเป็นเสาไฟฟ้า บานประตูหลังที่ออกแบบในทรง Coupe ย้ายมือจับประตูไปอยู่ใกล้เสาท้ายแล้วยกแนวขอบของบานประตูให้สูงขึ้นทำให้บดบังทัศนวิสัยการมองเห็นของผู้โดยสารบนเบาะหลังพอสมควร หากไม่คิดมากก็พอใช้ได้แต่ถ้าชอบกว้างๆ มองเห็นได้ชัดเจนก็คงต้องมองรถรุ่นอื่นที่มีบานประตูหลังใหญ่โตกว่านี้ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่ออยู่กันแค่สองคนหรือขับใช้งานอยู่คนเดียว ปัญหาความอึดอัดของเบาะหลังไม่ได้รบกวนความสะดวกสบายแม้แต่น้อย เพราะขับอยู่เบาะหน้าอย่างเดียวไม่ได้มีเพื่อนร่วมทางมานั่งเบาะหลังกันทุกวี่ทุกวัน นานๆ จะมีเพื่อนมานั่งด้วย เบาะหลังที่มองด้านนอกไม่ค่อยจะเห็นก็จะไม่สร้างปัญหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น
แบตเตอรี่ที่วางอยู่ใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลังทำให้ C-HR Hybrid เก็บเสียงได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่เสียงรบกวนก็ไม่ได้ดังมากจนทำให้รำคาญ ภายในของมันมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ มาตรวัดทรงกระบอกที่มีหน้าตาบ้านๆ ก็มองเห็นได้ชัดเจนดี รวมถึงจอมอนิเตอร์กลางที่ยัดสารพัดเครื่องเล่นมาให้ ทั้งการจูนค่าต่างๆ การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ภาครับวิทยุ การเชื่อมต่อกับ USB และ iPOD รวมไปถึงการเล่นแผ่น CD/ DVD/MP3 กล้องมองหลังและอื่นๆ อีกเพียบใช้กันไม่หมด ระบบปรับอากาศให้ความเย็นฉ่ำตามสไตล์ของ Toyota ที่สามารถแปลงห้องโดยสารให้กลายเป็นขั้วโลกเหนือได้ เหมาะกับการใช้งานในเขตร้อนอย่างประเทศไทย ระบบสื่อสารกับโลกภายนอก toyota t-connect telematics ช่วยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก
การพัฒนาระบบไฮบริดอย่างต่อเนื่องของ Toyota ทำให้ระบบเสริมพลังงานแบบ SERIES-PARALLEL HYBRID หรือระบบไฮบริดแบบอนุกรมบวกคู่ขนานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นระบบขับเคลื่อนที่ควบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและเป็นระบบที่รถ Toyota เลือกใช้ การทำงานของระบบขึ้นตรงกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังทั้งจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยังสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้าแม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ตาม
inverter with converter assembly
ระบบไฮบริดเจน 4 ของ Toyota ออกแบบให้ inverter with converter assembly มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา สามารถบูสไฟฟ้าแรงสูงอย่างรวดเร็วโดยติดตั้งอยู่ด้านบนของชุดเกียร์ ส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นแบบ ni-mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules แบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลังพร้อมชุดกรองฝุ่นและพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อน โดยมี auxiliary battery ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ เป็นแบบ EN Type LN1 auxiliary battery
ชุดมอเตอร์ 2 ตัวที่ฝังอยู่ในเกียร์เป็นแบบ P610 hybrid transaxle MG1 / MG2 ขนาด 600 โวลต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า MG 1 ของ C-HR มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด AC600 V กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า MG 2 มีแรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร มีแรงดันไฟสูงสุด AC600 V ระบบ Hybrid จากแบรนด์ Toyota จัดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลัง 72 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH ควบรวมพลังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำให้ C-HR มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT มีมอเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสริมแรงบิดและชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ สมรรถนะเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.3 วินาที
เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2ZR-FXE เป็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไกฝาสูบกับระบบไอดีแบบ Atkinson และระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ปริมาตรความจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาน Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนดีขึ้น แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 4 วาล์วต่อสูบขนาด 1,798 ซีซี กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที
มิติตัวถัง Toyota C-HR รุ่น HV HI Hybrid มีความยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,565 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 154 มิลลิเมตร สูงกว่ารถเก๋งปกติเล็กน้อย ความกว้างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,445 กิโลกรัม มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร ช่วงล่างแบบใหม่ในแพลตฟอร์มล่าสุด ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็คอัพและเหล็กกันโคลง มีการเปลี่ยนแปลงมุมของสตรัทแบร์ริ่งเพื่อทำให้มีค่าที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพของการยึดเกาะ ส่วนด้านหลังมีการปรับปรุงรูปแบบของระบบรองรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วงล่างหลังของ C-HR เป็นแบบมัลติลิงก์ ดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ ใช้โช็คอัพที่มีโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ล้อและยางใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Dunlop Enasave EC300 ไซส์ 215/60R17 ชุดปัดน้ำฝนที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบของฝากระโปรงหน้าช่วยลดแรงต้านของกระแสลมและมีการออกแบบใบปัดน้ำฝนให้มีขนาดที่ยาวขึ้น ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าใน Toyota C-HR แบบ EPS electronic power steering คอยควบคุมน้ำหนักโดยแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยไปตามความเร็ว
โครงสร้างใหม่ TNGA (toyota new global architecture) ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้แข็งแกร่ง (Body rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง ทำให้สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ มีความโดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (STABILITY) คล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ (AGILITY) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (VISIBILITY) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) เป็นอีกจุดที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก.
Toyota C-HR รุ่นและราคา
Toyota C-HR 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
Toyota C-HR 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
Toyota C-HR HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
Toyota C-HR HV Hi ราคา 1,159,000 บาท (คันทดสอบ)
สีตัวถัง
Toyota C-HR 4 รุ่น 6 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ไฮบริด
Premium Red Black Roof
Blue Metallic Black Roof
Radiant Green Metallic Black Roof (คันทดสอบ)
White Pearl Crystal
Metal Stream Metallic
Attitude Black Mica
สีตัวถัง สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8
White Pearl Crystal
Metal Stream Metallic
Attitude Black Mica
สีพิเศษ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 10,000 บาท สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท
มิติตัวถัง
กว้าง 1,795 มิลลิเมตร
ยาว 4,360 มิลลิเมตร
สูง 1,565 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 154 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร
น้ำหนัก 1,455 กิโลกรัม
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร
เครื่องยนต์
รุ่น 2ZR-FXE
แบบ เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ลักษณะการวางเครื่องยนต์ เครื่องยนต์วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,798 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก 80.5 มิลลิเมตร x 88.3 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
รองรับเชื้อเพลิง E20
แรงม้าสูงสุด 72 กิโลวัตต์ 98 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร 14.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า
แบบ มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร
แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์
กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุด (EEC net) 163 นิวตัน-เมตร
แบตเตอรี่ไฮบริด
แบบ นิกเกิ้ลเมทัลไฮดราย
แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์
ความจุไฟฟ้า 6.5 (3 ชั่วโมง) แอมแปร์-ชั่วโมง
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock
เฟืองท้าย 3.218
ระบบรองรับ
ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง ดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสเบรก
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า EPS
Toyota C-HR HV Hi อุปกรณ์ภายนอก
ยางขนาด 215/60 R17 พร้อมล้ออัลลอย 17
บังโคลนซุ้มล้อ ด้านหน้าและหลัง
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Full LED
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights) แบบ Light Guiding
ไฟเลี้ยวด้านหน้า LED Sequential
ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัติ
ไฟท้าย Full LED รมดำ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับไฟฟ้า และพับเก็บอัตโนมัติ
กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
สปอยเลอร์หลังไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ
คิ้วขอบกระจกประตู โครเมียม
คิ้วตกแต่งเสากลาง เปียโนแบล็ก
แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง
ไฟส่องสว่างที่กระจกมองข้างแบบ LED (Welcome Lamp)
อุปกรณ์ภายใน
สีภายใน สีทูโทน (ดำและน้ำตาล)
วัสดุหุ้มเบาะ เบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์
เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ต
แผงกั้นสัมภาระด้านท้าย
เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
ราวมือจับคู่หน้า (Assist Grip)
พวงมาลัย และวัสดุตกแต่งฐานเกียร์ หุ้มหนัง
มือเปิดประตูด้านใน โครเมียม
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง
กระจกแต่งหน้า บริเวณแผงบังแดดคู่หน้า พร้อมไฟส่องสว่าง
ไฟส่องสว่างบริเวณประตูหน้าและที่วางแก้วน้ำ
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า คนขับและผู้โดยสาร
มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ (Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบ Auto Brake Hold
ระบบเซ็นทรัลล็อก
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา
ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support)
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้ แบบอัตโนมัติ
ระบบ EV Drive
ระบบ Sport และ ECO Drive
หน้าจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ (Electro Chromic)
ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร Nanoe
ระบบความปลอดภัย
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Brake System)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)
ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)
ไฟตัดหมอกหน้า
ไฟตัดหมอกหลัง
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง
เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง ELR 3 จุด 3 ที่นั่ง
ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ)
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISO-FIX and Top Tether)
กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
ระบบแจ้งเตือนลมยาง (TPMS)
สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า-ท้าย และที่มุมกันชน 8 จุด
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beams)
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)
ระบบเตือนการโจรกรรม TDS
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
เครื่องเสียง
DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMI/Micro SD Card
ระบบนำทาง (Navigator)
ระบบ T-Connect Telematics
ระบบเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
ลำโพง 6 ตำแหน่ง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/