MG3 เวอร์ชั่นปรับโฉม 2018 โผล่ออกมาในตลาดรถเล็กราคาประหยัดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 เป็นการอัพเกรดตัวรถใหม่ให้มีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้นหลังจากออกขายมานานเกือบ 4 ปี การปรับปรุงในครั้งนี้ สอดคล้องกับการเล็งลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกราคาไม่แพง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน
MG3 รุ่นปรับโฉม 2018
รุ่น ราคา
MG3 รุ่น C ราคา 519,000 บาท.
MG3 รุ่น D ราคา 549,000 บาท.
MG3 รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท.
MG3 รุ่น V Sunroof ราคา 629,000 (คันทดสอบ)
...
รูปลักษณ์ภายนอก
ความเปลี่ยนแปลงของ MG3 รุ่นปรับปรุงโฉมประจำปี 2019 เริ่มจากสีทูโทน กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ DRL หรือไฟหรี่กลางวัน Daytime Running Lights ไฟท้าย LED แบบผสม LED Light Guide สปอยเลอร์หลังที่ดูดีขึ้น สีสันที่สดใสสไตล์วัยรุ่น Brit Duo Colour Guide พร้อมการออกแบบตกแต่งภายในที่ดูดีขึ้นในทุกมิติ ซันรูฟหลังคา ทรงของตัวถังด้านข้างแบบแฮตช์แบคมีเส้นสายที่ชัดเจนพาดจากด้านหน้าไปถึงซุ้มล้อหลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขอบ 16 นิ้ว ยาง Maxxis pro R1 ไซส์ 195/55R16 91H
...
...
ขนาดตัวถัง
มิติตัวถัง มีความกว้าง 1,729 มิลลิเมตร ยาว 4,055 มิลลิเมตร สูง 1,516 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,520 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,505 ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,493 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 116 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,160 กิโลกรัม ความจุถังเชื้อเพลิง 45 ลิตร ล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว ยางขนาด 195/55R16
ระบบความปลอดภัย
ตัวถังของ MG3 ใช้ระบบโครงสร้างนิรภัย USD หรือ MG3 USD Ultimate stiffness design ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ระบบความปลอดภัย SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM เป็นระบบความปลอดภัย 8 อย่าง ประกอบด้วย
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS anti lock brake system
ระบบกระจายแรงเบรก EBD electronic brake force distribution
ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA electronic brake assist
ระบบควบคุมการทรงตัว SCS stability control system
ระบบควบคุมการเบรกขณะขับเข้าโค้ง CBC curve brake control
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS traction control system ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS hill start assist system
ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อลดเกียร์ลงต่ำแบบฉับพลัน MSR motor control slide retainer
...
ห้องโดยสาร
ห้องโดยสารมีพื้นที่พอที่จะให้ความสบายในการขับใช้งานหรือนั่งโดยสาร เบาะแบบใหม่ลายโมเดิร์นกราฟิก เบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับได้ในรูปแบบ 60:40 จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสที่หน้าจอขนาด 8 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม เช่น ฟังเพลง ค้นหาโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กล้องมองหลังทำงานร่วมกับเกียร์ถอย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แผงคอนโซลลายโมเดิร์นกราฟิก พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงสามก้านแบบสปอร์ต ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์
ระบบเชื่อมต่อที่ MG ยกเป็นจุดเด่นของตัวรถรุ่นปรับโฉมก็คือ i-SMART มีการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหารและที่พัก ระบบ online music จากศิลปินเพลงค่ายต่างๆโดยรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายในระบบบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อ USB ระบบยังสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญและแจ้งผู้ขับได้ตลอดเวลา เช่น ระบบวัดระดับเชื้อเพลิง ระดับไฟในแบตเตอรี่ การทำงานของถุงลมนิรภัยและสถานะการเปิด-ปิดประตูรถผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ช่วยบอกตำแหน่งรถยนต์และแจ้งเตือนการสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ผิดปกติ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในด้านการโจรกรรมรถยนต์ได้ดี
เครื่องยนต์
MG3 วางเครื่องยนต์ใหม่ เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ DVVT ปริมาตรความจุ 1.5 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ เป็นเครื่องยนต์ทวินแคม DOHC VTi-TECH ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,498 ซีซี ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดมัลติพอยท์ ความกว้างกระบอกสูบ 75.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 84.8 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1 มีกำลังสูงสุด 82 กิโลวัตต์ หรือ 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ 4 สปีดพร้อมแมนนวลโหมด เป็นเกียร์ใหม่ที่เข้ามาแทนเกียร์รุ่นเก่าแต่ยังคงมีอัตราทดแค่ 4 สปีดแทนที่จะเป็นแบบ 6 สปีด! ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ระบบไฮดรอลิก รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.42 เมตร ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งทอร์ชั่นบีม ระบบห้ามล้อ ด้านหน้าเป็นแบบดิสเบรกพร้อมช่องระบายความร้อน ส่วนเบรกหลังยังคงใช้แบบดรัมเบรก
เครื่องยนต์ เกียร์และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
หลังจากลองขับจากกรุงเทพมหานครไปยังหัวหิน แล้ววกกลับในวันรุ่งขึ้น MG3 รุ่นปรับโฉม 2018 ดีขึ้นในแง่มุมของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ส่วนอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาเช่น i-SMART นั้นก็สามารถรองรับการใช้งานได้ดี เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 112 แรงม้า มีสมรรถนะที่พอจะใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว รวมถึงการขับออกทางไกลที่เน้นวิ่งแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 14.7 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 178 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงถ้าขับแบบไหลไปเรื่อยไม่เน้นเร็วอยู่ที่ 12.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าอัดต่อเนื่องกดคันเร่งเพื่อแซงไปตลอดทาง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหล่นลงมาเหลือแค่ 8.7 กิโลเมตรต่อลิตร กินจุไปนิดเนื่องจากอัตราทดของเกียร์สูงสุดไม่ได้ช่วยอะไรที่จะทำให้ประหยัดด้วยการลดรอบ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไม่เน้นความแรง แค่เร่งไปและพออาศัยแซงได้ แต่ก็ต้องเผื่อระยะแซงกันมากหน่อย
เกียร์ใหม่ดีกว่าเดิม
ชุดส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 4 สปีด มีอัตราทดที่ค่อนข้างแคบ ทำให้การขับเร็วๆ ต้องใช้รอบสูงต่อเนื่องทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันอยู่เหมือนกัน การตัดต่อเกียร์ในตำแหน่งของเกียร์ D ทำออกมาใช้ได้ เมื่อผลักคันเกียร์ไปทางขวาเพื่อเข้าสู่โหมด S แล้วดันเกียร์ขึ้น-ลงในตำแหน่ง +/- เกียร์ตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็นแต่อัตราทดที่ไม่กว้างเท่าที่ควรทำให้ต้องใช้รอบสูงอย่างต่อเนื่องเมื่อขับออกทางไกล
การเก็บเสียงต้องปรับปรุง
การเก็บเสียงของ MG3 Minor change 2018 ยังคงเป็นรองรถคู่แข่งอย่าง Mazda 2 1.3 Skyactiv-G Suzuki Swift รวมถึง Toyota Yaris Ativ เสียงลมและเสียงยางดังลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจนในย่าน 90 กิโลเมตรเป็นต้นไปและจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเร็วสูงขึ้น เสียงลมที่ลอดเข้ามาให้ได้ยินเกิดขึ้นในบริเวณขอบประตูหน้า รวมถึงเสียงของยางที่บดลงไปบนผิวถนนก็ยังดังอย่างโจ่งแจ้งเมื่อความเร็วสูง เป็นอีกจุดที่ MG ต้องนำไปปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม
ช่วงล่างใช้ได้
พื้นฐานของระบบรองรับหรือช่วงล่างใน MG3 รุ่นปรับโฉมยังคงเหมือนเดิม ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลงกับช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็งทอร์ชั่นบีมเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก การเซตค่าของโช้คอัพออกมาในแบบกลางๆ วิ่งเร็วๆ ก็ยังให้ความมั่นใจได้ดี แม้จะทะยานกันจนเกือบจะสุดเข็มไมล์ การทรงตัวของ MG3 ถือว่าใช้ได้ ขับเร็วไม่มีอาการร่อนหรือเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาที่ทำให้รู้สึกกลัว ส่วนระบบห้ามล้อนั้นล้อหลังยังคงใช้เบรกแบบดรัมซึ่งราคาขนาดนี้ (629,000 บาท) ควรจะให้ดิสเบรกหลังกับลูกค้าได้แล้ว
สรุป
โดยภาพรวม MG3 รุ่นปรับโฉมขับได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระบบส่งกำลังแบบ 4 สปีด แม้จะมีอัตราทดไม่มากเท่าที่ควรแต่เกียร์ก็ทำหน้าที่ได้ดีกว่าเกียร์รุ่นเดิมที่ใช้งานได้ยากกว่า เครื่องยนต์มีกำลังไม่มากมายอะไร จะเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า แรงบิดแค่ 150 นิวตัน-เมตร คงต้องเผื่อระยะแซงให้ดีๆ ไม่ควรใจร้อนใจเร็วด่วนได้เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุจากการแซงไม่พ้น ส่วนการทรงตัวทั้งในย่านความเร็วต่ำและความเร็วสูงถือว่ารับได้และไม่สร้างภารกรรมด้านความเครียดให้กับการควบคุม ซึ่งเป็นสิ่งที่รถเล็กราคาถูกควรจะมี
พวงมาลัยพาวเวอร์สายพาน ขยับถอยเข้า-ออกหรือวิ่งช้าๆ ในย่านความเร็วต่ำนั้นมีน้ำหนักมากเกินไปนิดอาจทำให้คุณสุภาพสตรีรู้สึกว่าพวงมาลัยหนักไป แต่ถ้าขับด้วยความเร็วคงที่ พาวเวอร์สายพานในชุดบังคับเลี้ยวของ MG3 ก็มอบน้ำหนักของพวงมาลัยในแบบที่ควรจะเป็นคือ ไม่หนักหรือเบาจนน่ากลัว พวงมาลัยไม่ได้คล่องและไวเหมือนพวงมาลัยไฟฟ้าของรถคู่แข่ง อยู่ที่ความรู้สึกของคุณว่าชอบแบบไหน MG3 รุ่น V Sunroof ราคา 629,000 บาท ยังคงเป็นรองรถคู่แข่งอย่าง Mazda 2 1.3 เบนซิน ในด้านของการควบคุมและความเฉียบคมของช่วงล่างกับชุดบังคับเลี้ยว ส่วนอุปกรณ์ที่ยัดมาให้ในรุ่นสูงสุดนั้นเยอะจนใช้ไม่หมด จอภาพมอนิเตอร์ระบบสัมผัสก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรได้รับการปรับปรุงให้แตะแล้วตอบสนองได้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ ราคา 6.29 แสนบาทนั้นยังคงแพงเกินไปนิด หากขายสัก 580,000 รับรองว่าจะขายดีกว่านี้อย่างแน่นอน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/