BMW New Series-5 G30 ซาลูนขนาดกลางที่กำลังทำตลาดในประเทศไทยด้วยความหลากหลายของรุ่นซึ่งมีให้เลือกทั้งเบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่น 530i M-Sport ดีเซลแถวเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่น 520d ทั้ง Lixuryline และ Sportline ส่วน Series-5 เวอร์ชั่นเสียบปลั๊กชาร์จมาในรุ่น 530e iperformance เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงที่ขับสนุกและประหยัดเชื้อเพลิง ในส่วนของ 520d Sportline ตัวประกอบในประเทศหรือ CKD นั้นมีราคาที่น่าสนใจมากที่สุด จากประสิทธิภาพของแรงบิด ความสวยงามของชุดแต่ง Sportline รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ให้ความประหยัดสูงสุดในกลุ่มซาลูนไซส์กลางจากเยอรมนี นี่คือ Series-5 เจเนอเรชั่นที่ 7 ที่มีความคล้ายคลึงกับ Series-7 มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์เรือนร่าง น้ำหนัก เทคโนโลยีและประสิทธิภาพของการขับขี่! 

...

BMW Series-5 G30 คันทดสอบ รุ่น 520d Sportline CKD รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 3,439,000 บาท (รวมแพ็กเกจ BSI Standard) มีน้ำหนักตัวถังเบาลง 100 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ Series-5 F10 รุ่นที่แล้ว รูปทรงที่ลู่ลมถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ จาก BMW Group ที่นำมาสู่มวลชนคนชอบ BM หมายถึงคุณจะต้องเป็นคนที่มีเงินเหลือเยอะพอสมควร BMW 520d G30 ควบรวมความสะดวกสบายด้วยระบบอัตโนมัติที่มีสายไฟของเซนเซอร์ต่างๆ รวมกันแล้วยาวกว่าทางไปเชียงราย ระบบสื่อสารแบบใหม่และภายในสุดหรู เป็นซาลูนไซส์กลางคู่แข่งของ New E-Class W213 ที่พกพาอุปกรณ์ไฮเทคมากมายแล้วยัดใส่ในเรือนร่างสไตล์อนุรักษนิยม นอกจากความหล่อเหลาแล้ว สมรรถนะของการขับขี่ยังถูกปรับมาใหม่หมดเพื่อการเอาชนะรถยนต์คู่แข่งอย่าง Merecedes Benz E220d อีกด้วย 

...

...

แนวคิด BMW Efficient Lightweight เน้นการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียม แมคนีเซี่ยมและเหล็กกล้าที่มีความทนทานสูงแต่น้ำหนักเบามาใช้เป็นเปลือกตัวถังและแชสซี New Series-5 รุ่น 520d จึงมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 115 กิโลกรัม ตัวถังถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระจายน้ำหนักอย่างสมดุลด้านหน้าและด้านหลังเท่ากันที่ 50/50 ระบบอากาศพลศาสตร์ถูกปรับปรุงใหม่ ทำให้มีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถคลาสเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความลู่ลมสูงสุด ให้การขับขี่มีความคล่องตัว เข้ากับความนุ่มสบายของระบบรองรับที่ปรับมาให้นุ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ทีมวิศวกรของ BMW ทำงานอย่างหนักเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศลง 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศอยู่ที่ 0.22 เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ซาลูนไซส์กลาง 

...

มิติตัวถังของ BMW Series-5 G30 520d Sportline CKD มีตัวเลขความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 7 มิลลิเมตร) ความกว้างฐานล้อหน้า 1,605 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 5 มิลลิเมตร) ความกว้างฐานล้อหลัง 1,630 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 3 มิลลิเมตร) BMW New Series-5 520d มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน ฝากระโปรงหลังถูกออกแบบให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ความจุ 530 ลิตร ขอบล่างของกระโปรงปรับให้มีระดับต่ำลงกว่าในรุ่นก่อน ทำให้จัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้ง่าย ภายในช่องเก็บของที่ทั้งเปิดฝากระโปรงได้กว้างขึ้น และมีขนาดที่กว้างกว่าเดิม มาตรการลดน้ำหนักทำให้ Series-5 G30 ใช้ชิ้นส่วนที่ทำมาจากโลหะเบา ไล่เรียงจาก ฝากระโปรงหน้า บานประตูทั้ง 4 และฝาท้ายผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย ฝากระโปรงหลังที่ทำจากอะลูมินั่มอัลลอยทั้งบานลดน้ำหนักลงอีก 4.2 กิโลกรัม ส่วนบานประตูอะลูมิเนียมนั้นมีน้ำหนักบานละ 6 กิโลกรัม เบาสุดๆกันไปเลยละครับ 

ห้องโดยสารที่ถือเป็นจุดขายของรถ BMW ยุคใหม่ยังคงมีกลิ่นคล้ายกับ Series-5 รุ่นที่แล้ว แต่ใช้การออกแบบแดชบอร์ดใหม่หมดเพื่อฉีกหนีจากความซ้ำซากจำเจทำให้มันดูทันสมัยมากขึ้น งานตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุคุณภาพสูงตามราคาค่าตัวที่ไม่ถูก ภายในของ 520d G30 รุ่นประกอบในประเทศเน้นบรรยากาศของการขับขี่ท่ามกลางความสบาย ด้วยเทคโนโลยีใหม่ไล่เลียงจากระบบปฏิบัติการ iDRIVE เวอร์ชั่นล่าสุด ปุ่มควบคุมระบบแอร์แบบใหม่

หน้าปัดมาตรวัดแบบจอภาพ TFT ที่ยกมาจาก New Series-7 ปรับเปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดไปตามโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ นอกเหนือจากพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารในห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมเรื่องการเก็บเสียงเพื่อความเงียบงันของห้องโดยสาร 520d CKD รุ่นประกอบในประเทศใช้วัสดุซับเสียงแบบใหม่ทำหน้าที่ป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกได้ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องรายละเอียดของงานประกอบเนื่องจากมาตรฐานของโรงานประกอบ BMW ทั่วโลกนั้นเหมือนกันทั้งหมด! 

ห้องโดยสารของ BMW 520d Sportline CKD ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ การจัดวางตำแหน่งของท่านั่ง การวางปุ่มและสวิตช์ต่างๆ งานตกแต่งภายในด้วยโลหะอลูมิเนียม ลายไม้โทนสีเทา หนังแท้ ผ้าและพลาสติกเกรดสูง วัสดุธรรมชาติด้วยการกรุงานลายไม้บริเวณกึ่งกลางของแดชบอร์ด แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของยานยนต์ซาลูนขนาดกลางจากแบรนด์ตราใบพัดได้ดี จอภาพมอนิเตอร์ส่วนกลางระบบสัมผัส แสดงผลการทำงานของระบบต่างๆรวมถึงระบบนำทางด้วยดาวเทียม ติดตั้งอยู่เหนือแผงคอนโซล มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว ที่ทำงานควบคู่กับระบบ iDrive Controller

เพดานห้องโดยสารของ 520d ใช้โทนสีอ่อนเพื่อสร้างความรู้สึกกว้าง วัสดุเก็บเสียงติดตั้งอยู่ภายในผ้าหุ้มเพดาน ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร โดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับศีรษะเพื่อความผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสาร ระบบสั่งงานด้วยท่าทาง หรือ Gesture Control เป็นหนึ่งในระบบควบคุมและสั่งการที่เชื่อมต่อการทำงานของระบบควบคุม iDRIVE สั่งงานโดยการใช้สัญญาณมือโบกผ่านหน้าจอที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับ คนขับสามารถเพิ่มความดังหรือลดเสียงเพลงได้ง่ายๆ แค่ใช้นิ้วหมุนวนช้าๆ แต่ก็ต้องทำให้ตำแหน่งของนิ้วตรงกับจุดของเซนเซอร์ตรวจจับ และต้องใช้ความคุ้นเคยเพื่อทำให้นิ้วอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

ระบบ Gesture Control ซึ่งเป็นฟีเจอร์ควบคุมฟังก์ชั่นหลักด้วยท่าทางการเคลื่อนไหวของมือ BMW เปิดตัวออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในรถยนต์ New Series-7 เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีการนำเอาระบบสั่งงานแบบใหม่ดังกล่าวมาติดตั้งไว้ใน New Series-5 G30 ระบบดังกล่าวพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว แสดงผลข้อมูลระบบนำทางโทรศัพท์ เพลง หรือเมนูฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวรถ นอกจากจะสั่งการได้ผ่านทางปุ่ม iDRIVE Controller แล้วระบบควบคุมนี้ยังรองรับการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ เสียงหรือการสัมผัสปุ่มบนหน้าจอ สำหรับระบบ Gesture Control นั้นนำเสนอการใช้งานในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสะดวกสบายในทุกฟังก์ชั่นทั้งระบบ infotainment และโทรศัพท์ ผ่านการขยับมือหรือนิ้วมือ ซึ่งจะถูกตรวจจับโดยระบบเซนเซอร์ 3D บริเวณคอนโซลและแปลเป็นคำสั่งต่างๆ ตามการเคลื่อนไหว เช่น สามารถรับโทรศัพท์ได้ด้วยการชี้นิ้วชี้ไปที่หน้าจอ หรือสามารถปัดมือเพื่อปฏิเสธสายเรียกเข้าได้อย่างแปลกประหลาด เป็นระบบที่มีความแปลกประหลาดทันสมัยและเอาไว้ข่มเพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของ New E-Class ได้ดีแต่ใช้งานจริงๆ ค่อนข้างยาก 

หน้าจอมอนิเตอร์ใน New Series-5 G30 มีความคมชัดมากกว่า Series-5 F10 รุ่นที่แล้ว โดยให้รายละเอียดของภาพกราฟิกที่คมชัด ชุดควบคุม iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมหน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 10.25 นิ้ว ช่วยให้เจ้าของรถสั่งการผ่านปุ่มควบคุม iDRIVE ได้ง่ายและสะดวกกว่าปุ่มแบบคลิก รวมถึงรูปแบบของการสั่งงานในระบบสาระบันเทิงที่คล้ายการสั่งงานด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน พร้อมฟังก์ชั่น Message Centre ภายในระบบ iDRIVE สำหรับการพิมพ์ข้อความ ตอบอีเมลหรือข้อมูลอื่นๆ

หน้าปัดมาตรวัดแบบ TFT ของ 520d ยกมาทั้งยวงจาก Series-7 เป็นมาตรวัดแบบดิจิตอลที่ปรับเปลี่ยนหน้าจอภาพไปตามโหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ คือ

ECO PRO
โหมดประหยัด หน้าปัดมาตรวัดจะปรับเปลี่ยนเป็นสีฟ้าพร้อมเข็มวัดการใช้พลังงานรวมถึงอัตราความประหยัดเมื่อรู้จักใช้คันเร่งให้เหมาะสม โหมดนี้จะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง ใช้ขับในเมืองแบบไหลไปเรื่อยๆ ไม่เน้นเร็ว หรือขับออกทางไกลแบบไม่ใช้เชื้อเพลิงเต็มเหนี่ยว คันเร่งออกแนวยืดหยุ่นสูง เกียร์จะดันขึ้นไปที่เกียร์สูงหรือเกียร์ 7-8 เพื่อลดรอบเครื่องยนต์ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง  

COMFORT
เป็นโหมดเริ่มต้นเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ระบบจะพาเข้าสู่โหมดนี้ Comfort Mode ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งขับในเมืองและออกทางไกล มาตรวัดจะแปลเปลี่ยนไปเป็นแบบเข็มวัดรอบและวัดความเร็วที่อ่านค่าได้อย่างง่ายดาย คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองได้ดีกว่า ECO PRO รวมถึงระบบส่งกำลังหรือเกียร์ก็จะเลือกอัตราทดที่มีความเหมาะสมกับความเร็วที่ใช้ เป็นโหมดกลางๆ ที่ขับช้าก็ได้ขับเร็วก็ดี

SPORT
โหมดท้ารบสำหรับขาแรงที่ชอบขับเร็ว มาตรวัดจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม มาตรวัดความเร็วแบบตัวเลขที่ด้านซ้าย ส่วนขวามือจะเป็นวัดรอบเครื่องยนต์ พร้อมการแจ้งเตือนตำแหน่งเกียร์อยู่ตรงกลางมาตรวัดรอบ! ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเปิดจนสุดไม่ว่าจะเป็นแรงม้าแรงบิดรวมถึงการตอบสนองของคันเร่งที่ว่องไวเกินหน้าเกินตาความเป็นรถยนต์ของผู้บริหาร ECU ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ 8 สปีด จะเปิดทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับการไปให้เร็วขึ้น การตอบสนองที่ดีเยี่ยมของ Sport Mode ต้องการพื้นที่ที่โล่งพอสมควรในการปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดลงสู่พื้นถนน 

เครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง
520d Sportline CKD ซาลูนหรูของผู้บริหารวางเครื่องดีเซลรุ่นใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพด้านแรงบิดและความประหยัดรวมถึงการลดมลภาวะ เครื่องยนต์ดีเซล 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบประสิทธิภาพสูง พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น การเสริมแรงบิดด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์กับชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ทำให้มีแรงบิดเหลือเฟือต่อการขับใช้งานแบบปกติรวมถึงการขับเร็วๆ ในโหมด Sport ที่มีการตอบสนองดีมากๆ เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร รุ่นใหม่ มีค่าการปล่อย Co2 ต่ำ ระดับ EURO-6 เป็นเครื่องดีเซลเทอร์โบเดี่ยวขนาด 2 ลิตรที่มีสมรรถนะสูสีกับเครื่องยนต์ของ Mercedes Benz E220d ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงบิดจัดหนักถึง 400 นิวตันเมตร BMW 520d รหัส G30 มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สมรรถนะเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินพอต่อการใช้งานไปไกลลิบ! 

ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนแชสซีได้รับการปรับให้มีน้ำหนักเบาลงมาก เช่น การรวมระบบเบรกมือไฟฟ้าเข้ากับคาร์ลิปเปอร์เบรกล้อหลังซึ่งลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม โดยรวมแล้ว การลดน้ำหนักของตัวเบรก ล้อและยาง ทำให้ New Series-5 มีน้ำหนักของระบบช่วงล่างเบาลง 9 กิโลกรัม มีผลต่อการตอบสนองและความนุ่มนวลในการขับขี่อย่างเห็นได้ชัด Series-5 รุ่น 520d Sportline ใช้ระบบรองรับหรือช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ สปริง โช้คอัพและกันโคลง ปีกนกและแขนยึดโยงหลังทำจากอะลูมินั่มอัลลอยทั้งช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้น้ำหนักใต้สปริงลดลง ส่งผลให้ช่วงล่างทำงานเต็มประสิทธิภาพ มอบสัมผัสและความรู้สึกที่เป็นไดนามิกขนานแท้ โดยมีการปรับการทำงานของโช้คอัพให้ส่งถ่ายความนิ่มนวลได้มากกว่า Series-5 F10 ส่วนล้อและยางของ 520d Sportline CKD ยัดอัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางสปอร์ตไซส์ 245/45 R18 100Y จากแบรนด์ Pirelli รุ่น Cinturato P7

ผมรับรถทดสอบ BMW 520d Sportline CKD รุ่นประกอบในประเทศจากสำนักงานใหญ่ของ BMW Thailand บนถนนวิทยุและมีเวลาอยู่กับเจ้าซาลูนหรูคันนี้ยาวถึง 7 วัน 7 คืน หลังจากขับทดสอบ Series-5 รุ่น 520d Luxury ตัวประกอบนอกไปเมื่อเดือนก่อน ก็มาถึงช่วงเวลาพิเศษก่อนที่จะสิ้นปีกับการไล่ขับรถทดสอบที่เหลืออยู่และอยากจะขับ เจ้า 520d G30 รุ่นประกอบในประเทศใช้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเล็กแบบ 4 กระบอกสูบและมีเสียงของเครื่องยนต์เบาลงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใกล้เคียงกันแต่มีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ (เสียงของวาล์ว) ดังมากกว่า ชุดเกียร์ออโตเมตริก Step-Tronic 8 สปีดของ ZF ให้อัตราทดเกียร์ที่ต่อเนื่องในทุกย่านความเร็ว เป็นเกียร์ที่ BMW ใช้วางในรถเกือบจะทุกโมเดลไล่จาก Series-1 ไปจนถึง Series-7 ยกเว้น M ที่เป็นเกียร์คลัตช์คู่ DCT

เกียร์ ZF8HP ใน Series-5 G30 มีคันเกียร์ใหญ่ขึ้น รวมถึงซุ้มเกียร์ก็มีหน้าตาที่สวยงามน่าใช้ สวิตช์ปรับตั้งโหมดขับเคลื่อนอยู่ข้างคันเกียร์ทำให้ใช้งานได้ง่ายและเร็ว การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในรถผู้บริหารคันนี้ก็เต็มไปด้วยความง่ายดาย กดคันเร่งเบาๆ ในโหมด Comfort แรงบิด 400 นิวตันเมตรจะโผล่มาในรอบต่ำทันที เมื่อคุณลองกดคันเร่งเบาๆ แค่ 1,350 รอบต่อนาที แรงบิดเกือบทั้งหมดจะปั่นล้อจนเกือบจะฟรีทิ้ง หากเผลอตัวหรืออยากจะจัดเต็มๆ กับสปอร์ตซาลูนคันนี้ก็แค่กดคันเร่งไฟฟ้าให้ลึกหน่อย คุณก็จะพบกับแรงดึงพุ่งทะยานจากเครื่องยนต์ที่ทำให้รู้สึกสนุก อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใน 7 วินาทีนิดๆ เร็วมากพอที่จะไล่จี้ดูดตูด MINI Cooper S F56 หรือแม้แต่แซงขึ้นหน้าหากมีทางที่โล่งมากพอ แรงบิด 400 นิวตันเมตรดึงตัวถังหนัก 1.6 ตันให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคง บนเส้นทางจากกรุงเทพฯมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี แรงบิดจากเครื่องดีเซลตัวเล็กมากที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลลื่น อย่างที่เคยบอกกันบ่อยๆ ว่า ค่าย BMW นั้นมักจะได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีอยู่เสมอ และนี่ก็เป็นเครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็กอีกรุ่นที่ถูกปรับแต่งมาจากโรงงานจนมีประสิทธิภาพไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะเป็นเยอรมันด้วยกันเองอย่าง OM654 ของ Mercedes Benz ที่ประจำการอยู่ใน E220d W213

ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปยังอำเภอลานสักในจังหวัดอุทัยธานี ยาว 243 กิโลเมตร เจ้า Series-5 520d ใช้เวลาวิ่งไม่นานก็ถึงยังน้ำตกไซเบอร์ น้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและเงียบสงบ เป็นเส้นทางที่มีแต่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ แม้ทางลาดยางแบบสองเลนสวนกันจะค่อนข้างเรียบแต่ก็หารถหรูๆ ได้ยากเต็มทน มีแต่รถกระบะเจ้าถิ่นที่วิ่งกันขวักไขว่ ทำให้เจ้า 520d กลายเป็นตัวประหลาดกลางป่าไปในบัดดล ในย่านความเร็วเดินทาง BMW 520d Sportline CKD มีความนิ่งและเงียบงัน ช่วงล่างนิ่มนวลขึ้นเยอะทำให้นั่งสบายแถมยังให้ความรู้สึกคล้ายการขับเจ้าเรือธง Series-7 G12 แม้ช่วงล่างจะไม่ใช่ระบบถุงลมเหมือนรถรุ่นพี่แต่ความนิ่มนวลนั้นไม่เป็นรอง Series-7 รุ่น 740 แม้แต่น้อย การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการเก็บเสียงของรถ Series-5 คันนี้ก็ดีขึ้นมาก

หุบป่าตาด อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำประทุน ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดจากห้วงเวลาปัจจุบันมาอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์ นอกจากต้นตาดแล้วที่นี่ยังพบไม้หายากพันธุ์อื่นๆ เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ในบริเวณหุบเขานี้มีลักษณะคล้ายป่าดงดิบและยังมีความชุ่มชื้นสูง แสงจะส่องถึงพื้นได้เฉพาะตอนเที่ยงวัน เพราะมีเขาหินปูนสูงชันล้อมรอบ มีความร่มรื่นเหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติ สำหรับการขับรถเพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมความสงบและงดงามของสถานที่แห่งนี้ จากจังหวัดอุทัยธานี ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 333 ผ่านอำเภอหนองฉาง จากนั้นต่อด้วยทางหมายเลข 3438 ทางไปอำเภอลานสักอีก 21.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามทางลาดยางอีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงหุบป่าตาด ซึ่งเป็นทางเดียวกับทางไปเขาปลาร้า แต่อยู่ก่อนถึงเขาปลาร้าประมาณ 1 กิโลเมตร

ส่วนเขาปลาร้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำประทุนตะเข็บรอยต่อป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี มีลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนทางทิศตะวันตกของจังหวัดอุทัยธานีมีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร กว้าง 3.5 กิโลเมตร ทิศเหนือ จดทางหลวงหมายเลข 3438 และห้วยทับเสลา ทิศใต้จดเขาทะลามะและห้วยขุนแก้ว ทิศตะวันออกจดบ้านสนามบินและเขาไกร ทิศตะวันตก จดเขาน้อย เขาห้วยโศกและลำห้วยโศก ยอดสูงสุดของเขาปลาร้าสูงกว่าระดับน้ำทะเล 597 เมตร บริเวณที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ อายุประมาณ 3,500-4,000 ปี ที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความเป็นมาแต่อดีตของจังหวัดอุทัยธานี ภาพเขียนอยู่บนชะโงกผา ชาวบ้านเรียกว่า ถ้ำประทุน บริเวณถ้ำนี้อยู่ด้านตะวันตก ค่อนลงไปทางทิศใต้ของเขาปลาร้า ภาพเขียนสีจะอยู่ตามแท่นผาหิน ลักษณะเป็นวงโค้งรูปเกือกม้า แนวผนังของผาจึงมี 2 ด้าน ด้านยาวอยู่ทางด้านตะวันออกส่วนด้านทิศใต้จะสั้น ตอนบนเป็นช่องโพรงสูง รูปวงกลมตอนบนที่ชะโงกผายื่นออกมาคล้ายหลังคาคุ้มแดด คุ้มฝน ภาพศิลปะเขาปลาร้านี้ปรากฏอยู่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ระดับ 4 เมตร มีภาพเขียนสีบนผนังถ้ำตลอดแนวยาวประมาณ 9 เมตร มีทั้งรูปคนและรูปสัตว์ นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เต็มไปด้วยเขาหินปูนสูงๆ ต่ำๆ ล้อมรอบซึ่งมีทั้งความสวยงามและเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนเงียบๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงชันของผืนป่าตะวันตกที่ไม่ค่อยจะมีคนรู้จักเท่าใดนัก  

บานประตูที่ทำจากอะลูมินัมอัลลอย หุ้มขอบประตูด้วยยางขนาดใหญ่ถึงสองชั้นพร้อมกับวัสดุซับเสียง พรมปูพื้นกับอุปกรณ์ดูดซับเสียงแบบใหม่ที่ใช้ห่อหุ้มห้องโดยสาร เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลและเสียงของยาง pirelli cinturato P7 ก็ยังเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน หากคุณขับแบบไม่เปิดเครื่องเสียง ห้องโดยสารของ 520d จะเงียบจนมีแค่เสียงการทำงานของพัดลมปรับอากาศภายในห้องโดยสารเท่านั้นที่ดังเข้ามากระทบโสตประสาท รอยต่อของถนน หลุมบ่อ พื้นถนนที่ไม่เรียบซึ่งมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ระบบรองรับของมันก็จัดการกับแรงสั่นสะเทือนจนเกือบหมดทำให้นั่งขับได้สบายเนื้อสบายตัวขับยาวๆ ลากกันทั้งวันก็ไม่เมื่อยหรือเกิดอาการปวดเนื้อปวดตัวแต่อย่างใดทั้งสิ้น การทรงตัวที่ดีของมันทำให้รู้สึกประทับใจ เป็นรถที่เหมาะกับการขับทางไกลไม่แตกต่างไปจากคู่แข่งอย่าง E220d ที่มีทั้งความสบายและประสิทธิภาพของการทรงตัวคล้ายๆ กัน

มีดีก็ต้องมีด้อยอยู่บ้าง ยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ไซส์ 245/45 R18 100Y ทั้งสี่ล้อเมื่อขับเรื่อยๆ ก็ไม่ค่อยจะออกอาการอะไร แต่เมื่อใดก็ตามที่ผมเริ่มต้นขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แก้มยาง Series45 คล้ายจะเกิดอาการบิดตัว ดอกยางแบบรถบ้านซึ่งเป็นร่องและดอกยางแบบถี่ๆ เหมาะกับการขับทางตรงแต่ไม่ค่อยจะเหมาะกับการขับเร็วๆ ในโค้งมุมแคบ ยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ที่ไม่ค่อยจะเข้ากับสมรรถนะของรถและช่วงล่างของ 520d Sport ทำให้ผมคิดถึงยาง Michelin Pilot Sport 4 หรือ Yokohama ADVAN Sport ซึ่งมีดอกยางแบบสปอร์ตที่ใหญ่มากกว่าและมีแก้มที่เตี้ยกว่าในไซส์ที่เหมาะสมขนาด 245/40R18 เหมาะกับการสาดใส่โค้งเร็วๆ ได้ดีกว่ายางรถบ้านอย่าง Cinturato P7

อะลูมิเนียม แมคนีเซี่ยมและเหล็กกล้าในแชสซีที่เปล่งปลั่งของ 520d ทำให้ BMW Series-5 เจเนอเรชั่นที่ 7 คันนี้มีน้ำหนักน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 100 กิโลกรัม โครงสร้างน้ำหนักเบาทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องรับภารกรรมมากเกินไป แปรเปลี่ยนเป็นความกระชับและว่องไวคล้ายขับ 320d! ทั้งๆ ที่ตัวโตกว่ากันเยอะแต่กลับไม่รู้สึกถึงความเทอะทะ ระยะฐานล้อที่ยาวกว่าซีดานไซส์เล็กอย่าง Series-3 ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความใหญ่โต การกระจายน้ำหนักรถ 50/50 หน้า-หลังเท่ากันอย่างสมดุลนั้นส่งผลต่อการควบคุมที่มอบความจะแจ้งแดงแจ๋และมีความแม่นยำ เพลาหน้าและเพลาหลังที่มั่นคงรวมถึงการออกแบบให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ผลลัพธ์ที่ได้คือสมรรถนะการขับขี่ที่แม่นสุดๆ เมื่อคุณเล็งไปทางไหนมันก็จะหันไปทางนั้นไม่มีอาการเป๋ปัด ส่ายหรือทำให้เกิดความหวาดระแวง พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักที่เบาขึ้นเมื่อเทียบกับ Series-5 F10 รุ่นที่แล้วแต่ยังให้สัมผัสที่แม่นยำเหมือนเดิม ในโหมดสูงสุดเมื่อขับเร็วๆ มันจะหน่วงน้ำหนักให้พอดีกับความเร็ว แต่ผมกลับชอบน้ำหนักของพวงมาลัยใน Series-5 e39 ที่ไม่เอาอกเอาใจคุณสุภาพสตรีแต่เน้นความแน่นอนเมื่อทำความเร็ว เป็นน้ำหนักของพวงมาลัยที่ยากจะลอกเลียนแบบและมีต้นทุนที่แพงเอาเรื่อง 

ในโหมดสูงสุด ผมลองขับแบบลากรอบลากเกียร์ พร้อมๆ กับทำการเปลี่ยนทิศทางของตัวรถไปด้วยในเวลาเดียวกัน ล้อขนาด 18 นิ้ว กับยาง 245/45/R18 100Y มีประสิทธิภาพพอรับได้แต่อาการในโค้งของยางอิตาเลี่ยนยังเป็นรองยางสปอร์ตของฝรั่งเศส แรงม้าทั้ง 190 ตัวที่กลายมาเป็นแรงบิดถูกถ่ายทอดลงสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเฟืองท้ายที่มีการปรับอัตราทดมาเป็นอย่างดี การปรับเปลี่ยนขึ้นๆ ลงๆของเกียร์ Step-Tronic 8 สปีดไหลลื่นเอามากๆ จนไม่สามารถจับความรู้สึกยามตัวรถเปลี่ยนอัตราทดได้เลย ในโหมด Sport หากความเร็วสูงพอ เกียร์จะคาอยู่ในอัตราทดที่สามารถสร้างแรงบิดได้อย่างต่อเนื่องนานกว่าโหมดอื่น ไดนามิกที่ดีเยี่ยมของ 520d Sport ส่งผลให้เกิดความมันหลังพวงมาลัยในแบบที่รถ BMW ยุคใหม่ควรจะเป็น 

อัตราสิ้นเปลืองในเมืองเฉลี่ย 13.2 กิโลเมตรต่อลิตร พอรับได้ และเมื่อขับออกทางไกลในโหมด Comfort เจ้า 520d ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ 16.7 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการขับแบบผสมบนทางขึ้นลงเนินเขาในแถบจังหวัดอุทัยธานีที่แตกต่างจากการขับบนทางราบ ถือว่าประหยัดพอใช้ได้ BMW 520d G30 เป็นรถที่เร็วคันหนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง มันถูกปรับปรุงให้กลายเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ขับได้สบายขึ้น ให้ความรู้สึกเบาและพลิ้ว เมื่อเจอเข้ากับถนนโล่งๆ การปล่อยพลังงาน 400 นิวตันเมตรแบบค่อยเป็นค่อยไปทำให้หน้ารถเกาะหนึบกับผิวถนน พวงมาลัยมีน้ำหนักเป็นเลิศเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น จากที่เบาสบายข้อมือ ECU แสนรู้ที่ใช้ควบคุมการทำงานของพวงมาลัยจะหน่วงให้น้ำหนักมากขึ้นอีกนิดเพื่อความแม่นยำลดอาการเบาเกินเหตุในย่านความเร็วสูง โดยเฉพาะการหวดเข้าโค้งบนภูเขา แชสซีก็ถูกออกแบบให้ทำงานสอดคล้องไปกับกำลังของเครื่องยนต์โดยมีพลังงานสำรองเหลือเฟือสำหรับการเร่งแซงรถช้า เรียกว่ากดกันพรวดเดียวคุณอาจโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจับเรื่องความเร็วเกินเอาได้ง่ายๆ ก็แล้วกัน! 

แกนเพลาหน้าและแกนเพลาหลังมีส่วนผสมของวัสดุน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียม กลายเป็นเคล็ดลับที่ทำให้รถคันนี้ตอบสนองต่อทุกสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นคงแต่ให้อารมณ์เป็นผู้ใหญ่มากกว่า Series-5 F10 คันเร่งไฟฟ้าในโหมด ECO PRO ออกแนวยืดหยุ่น มันผ่องถ่ายกำลังอย่างนิ่มนวลเพื่อรักษาระดับของอัตราสิ้นเปลืองให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในโหมดนี้พร้อมๆ กับการดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่จอดนิ่งๆ รอการเคลื่อนตัว หากผู้ขับขี่ใช้คันเร่งอย่างระมัดระวังไม่กดลงลึกเกินความจำเป็นแล้ว ตัวเลข 20 กิโลเมตรต่อลิตรจะทำให้ 520d เป็นรถที่ประหยัดเชื้อเพลิงเอาเรื่องไม่เป็นรอง Mercedes Benz E220d ที่วางเครื่องดีเซลรหัส OM654 ด้วยเชื้อเพลิงเต็มถังจำนวน 70 ลิตร มันสามารถทำระยะทางได้เกือบๆ 1,000 กิโลเมตร เป็นอัตราสิ้นเปลืองที่สูสีกับ E220d อยู่ที่คุณจะชอบตราดาวหรือตราใบพัดก็ต้องเลือกคบหาดูใจกันเอาเอง

BMW 520d Sportline CKD เป็นรถซาลูนหรูไซส์กลางที่น่าใช้ มันมีจอมอนิเตอร์ 10.25 นิ้วสั่งงานผ่าน iDRIVE เวอร์ชั่นใหม่หรือแตะที่หน้าจอเพื่อใช้การสัมผัสในการสั่งาน สารพัดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่คอยประคบประหงมอำนวยความสะดวกซึ่งทำให้รู้สึกได้ถึงความทันสมัยและสบาย ตำแหน่งท่านั่งขับสุดยอด ระบบ Touch Control เป็นครั้งแรกของ BMW พร้อม Gesture Control ที่ยกมาทั้งยวงจาก New Series-7 ส่วนจุดด้อยของมันก็ใช่ว่าจะไม่มี ยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ให้ความรู้สึกที่ย้วยเกินไปในโค้ง ไม่เหมาะกับเจ้าของที่ชอบขับแนวบู๊ล้างผลาญ หากยัดยางสปอร์ตดอกยางใหญ่แก้มเตี้ยกว่านี้ก็น่าจะดีขึ้นเห็นๆ เจ้า 520d ยังไม่มีแป้น Paddle Shift มาให้เหมือน 530i ที่แพงกว่ามากและมี Paddle  มาให้ใช้งานด้วยราคาที่สูงกว่า! เจ้าดีเซลประกอบในประเทศใช้การชิฟเกียร์ด้วยการผลักคันเกียร์ขึ้นลงในตำแหน่ง +/- ราคา 3,439,000 บาท (รวมแพ็กเกจ BSI Standard) ของ 520d CKD ถือว่าแพงแต่ก็คุ้ม เหมาะสำหรับนักเลง BMW ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ชอบขับรถเองสุดๆมากกว่าจะมานั่งแอ็กท่าอยู่ที่เบาะหลัง เป็นซาลูนสมรรถนะสูงอีกคันที่ขับไกลๆ แล้วรู้สึกประทับใจไม่แตกต่างจาก E220d อยู่ที่ความชอบของคุณว่าจะคว้าเอาคันไหนมาเป็นยานพาหนะคันใหม่ในช่วงปลายปี ส่วนตัวขอสารภาพตามตรงว่ามีโอนเอียงไปที่ BMW ครับ.

BMW NEW SERIES-5 G30 520d SPORTLINE CKD ราคา 3,439,000 บาท

Dimensions
Overall height: 1,479 mm
Overall length: 4,936 mm
Overall width: 1,868 mm
Ground clearance unladen: 144 mm
Wheelbase: 2,975 mm
Kerb weight: 1,635 kg
Turning circle: 11.95 m
Rear track: 1,624 mm
Front track: 1,599 mm
Gross trailer weight braked: 2,000 kg

Engine
Injection/Carburation: —
Engine Capacity: 1,995cc
Number of cylinders: DT4
Fuel type: Diesel Turbo
Fuel tank capacity: 70L
Fuel consumption: 4.8L/100km (combined)
Maximum torque: 400Nm
Maximum power: 140kW
Acceleration 7.5s (0-100 km/h)
Top speed 235 km/h
Fuel consumption 20.8 km/L
CO2 emission 125 g/km
Transmission ZF8HP 8-speed (A/M) Steptronic
Drive type Rear-wheel drive

Brakes
Front brakes: Disc - ventilated
Rear brakes: Disc

Suspension
Front suspension: MacPherson strut, double wishbone, coil spring, gas damper, anti roll bar
Rear suspension: Multi-link system, coil spring, gas damper, anti roll bar

Wheel and Tyres
Front tyre size: 245/45 R18 100Y pirelli cinturato P7
Front rim size: 8Jx18" 
Rear tyre size: 245/45 R18 100Y pirelli cinturato P7
Rear rim size: 8Jx18" 

อุปกรณ์
- ล้ออัลลอยแบบสปอร์ต ขนาด 18 นิ้ว
- ไฟหน้า Adaptive LED ปรับตามทิศทางการหมุนพวงมาลัย
- ไฟตัดหมอกแบบ LED
- ระบบปรับการทำงานไฟสูง อัตโนมัติ Auto HighBeam
- กุญแจรีโมตพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล Display Key
- ระบบ Comfort Access
- ระบบช่วยปิดประตูแบบผ่อนแรงกระแทก
- ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ
- ระบบปัดน้ำฝน อัตโนมัติ
- กระจกมองข้างฝั่งคนขับ ตัดแสงอัตโนมัติ
- กล้องมองภาพขณะถอยจอด
- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า-ด้านหลัง
- เบรกมือไฟฟ้า
- Drive Select โหมดการขับขี่ ECO PRO, Comfort, Sport
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้
- เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า พร้อม Memory Seat
- ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วย Fineline Ridge แถบโครเมียมและลายไม้
- แดชบอร์ดบุด้วยหนัง Sensatec
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พร้อมระบบช่วยลดความเร็ว
- ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light
- ม่านบังแดดกระจกบังลมหลัง เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
- ม่านบังแดดด้านข้างประตูหลัง
- กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
- จอภาพระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว
- ปุ่มควบคุม iDrive พร้อมระบบสัมผัส
- ระบบสั่งงาน iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ Hand Gesture
- ระบบแผนที่นำทาง Professional Navigation System
- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
- ช่องเชื่อมต่อ USB
- ระบบเสียง Hi-Fi
- มาตรวัดดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว
- ระบบเบรก ABS / EBD / BA
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ DSC
- ระบบเตือนให้หยุดพักการขับขี่ Attentiveness Assistant
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
- ม่านถุงลมนิรภัย

BMW 520d Sportline CKD พร้อม BSI Standard package (การบริการบำรุงรักษา 3 ปี / 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) ราคา 3,439,000 บาท.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/