จักรกล Honda กับแนวคิด The Power of Dream ทำให้ Jazz และรถหลายรุ่น เช่น City / Civic / HR-V / CR-V กลายรถรุ่นขายดีของ Honda ส่งผลบุญให้แบรนด์รูปตัว H นำโด่งด้านตัวเลขรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขายในประเทศ ด้วยประสิทธิภาพและคุณลักษณะที่เหมาะสมของการขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกลถึงจะทำตัวเป็นรถเล็กราคาไม่ถูก Jazz RS คือแฮตช์แบ็กอเนกประสงค์ 5 ประตูที่มีพร้อมทั้งสมรรถนะและความดุดัน จากรุ่นแรกสุดมาจนถึงรุ่นล่าสุด ด้วยยอดขายที่ดีทำให้ Jazz กลายเป็นโมเดลรถรุ่นสำคัญอีกหนึ่งรุ่นของ Honda จากความสามารถในการทำตลาดได้อย่างก้าวกระโดด ยอดขายที่ดีนั้น นอกจากการตลาดที่มีความเข้มข้นในสไตล์ของ Honda แล้ว ยังเกิดจากความนิยมชมชอบของลูกค้าที่บอกต่อๆ กันไปแบบปากต่อปากหลังจากการขับใช้งาน ทำให้ตัวเลขยอดขายของ Jazz ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกจนถึงเวอร์ชั่นล่าสุด เป็นไปแบบพุ่งทะยานก่อนการมาถึงของ Mazda 2

...

เมื่อเวลาเดินทางมาถึงการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์แบบ Minor change โดยเฉพาะรุ่นสูงสุด RS Plus ค่าย Honda จัดหนักอัดเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยชนิดเต็มสูบ รูปลักษณ์แบบสปอร์ตที่ถูกปรับปรุงทั่วทั้งคัน ส่งผลให้ Honda Jazz RS 2017 กลายเป็นยนตรกรรมขนาดกะทัดรัดที่มีความน่าใช้งานหากไม่คิดถึงความแสบของรถเล็กคู่แข่งอย่าง Mazda 2! 

Honda Jazz 2017 รุ่นและราคา
Honda Jazz 1.5 S M/T 555,000 บาท
Honda Jazz 1.5 S A/T 594,000 บาท
Honda Jazz 1.5 V A/T 654,000 บาท
Honda Jazz 1.5 V+ A/T 694,000 บาท
Honda Jazz 1.5 RS A/T 739,000 บาท
Honda Jazz 1.5 RS+ 754,000 บาท (คันทดสอบ)

...

HONDA JAZZ RS Plus ปรุงแต่งรถเล็กด้วยมาดสปอร์ตแฮตช์แบ็ก อุปกรณ์เฉพาะรุ่น RS รอบคัน ไล่จากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมสัญลักษณ์ RS เป็นกระจังหน้าของ Honda ยุคใหม่ที่พบเห็นได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็น City/ Jazz / Civic / HR-V /  Accord / CR-V ไฟหน้าแบบใหม่ให้แสงโทนสีขาวที่สว่างมากกว่าไฟหน้าของ Jazz รุ่นก่อนปรับโฉม พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) Daytime Running Lights แบบ LED

...

...

มิติตัวถังของ Jazz RS Plus มีความยาว 4,035 มิลลิเมตร มากกว่า Jazz รุ่นมาตรฐานที่ยาว 3,989 มิลลิเมตรอยู่นิดเดียว ความกว้างของตัวรถ 1,695 มิลลิเมตร สูง 1,525 มิลลิเมตร ความสูงระดับนี้ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือ ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 135 มิลลิเมตร พอลุยน้ำท่วมไม่เกิน 20 เซนติเมตรได้บ้างแต่ก็ทุลักทุเลเต็มกลืน ระยะห่างฐานล้อ วัดจากดุมล้อหน้าไปหลัง 2,530 มิลลิเมตร น้ำหนักรถทั้งคันอยู่ที่ 1,086 กิโลกรัม หนักกว่า Jazz รุ่น S M/T เกือบๆ 50 กิโลกรัม จากอุปกรณ์ของรุ่นท็อปสุดที่มากกว่ารุ่นต่ำสุดตามระดับของค่าตัว 

สปอยเลอร์หน้าติดตั้งชิ้นงานพลาสติกมีลวดลายคล้ายกับคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมไฟตัดหมอก สปอยเลอร์หลังเฉพาะตัวรุ่น RS ดูดีมีความสปอร์ตในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยครีบรีดอากาศใต้สปอยเลอร์เลียนแบบคาร์บอนไฟเบอร์ กระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้วยัดยาง bridgestone turanza ไซส์ 185 /55R16 ไฟท้ายใช้หลอดไฟแบบผสมทั้งหลอดปกติและหลอด LED รูปทรงของไฟท้ายทรงยาวที่แปะขนานไปกับเสาท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกจากสีภายนอกใหม่ สีส้มฟีนิกซ์ เฉพาะรุ่น RS

ภายในห้องโดยสารของ Jazz RS Plus ติดตั้งเบาะนั่งแบบใหม่หุ้มด้วยผ้าสีเทาดำตกแต่งเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม ภายในพื้นที่ห้องโดยสารเน้นความกว้างขวาง จากความสูงของหลังคาที่มากกว่าแฮตช์แบ็กทั่วไปคล้าย MINI MPV เบาะนั่งอัลตร้าซีท สามารถพับและปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 4 รูปแบบการใช้งาน พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อพับเบาะหลังราบลงกับพื้น

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับขี่ครบครัน เริ่มจาก มาตรวัดเรืองแสงที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีของ Jazz เป็นมาตรวัดแบบเข็มทั้งวัดรอบและวัดความเร็ว มาตรวัดด้านขวาสุดเป็นจอแสดงผล MID multi information display หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาดเล็กคอยแจ้งเตือนเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย อุณหภูมิ ทริปมิเตอร์ A/B ระดับของเชื้อเพลิงที่เหลือในถัง 

พวงมาลัยทรงสามก้านหุ้มด้วยไวนิลดูมีราคาถูกไปนิดและไม่ค่อยจะเข้ากับรูปแบบสปอร์ตของเบาะผ้าสีดำเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม พวงมาลัยแนวมัลติฟังก์ชันติดตั้งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง สวิตช์ปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติและสวิตช์รับและวางโทรศัพท์ไร้สายระบบบลูทูธ HondaLink Application *เฉพาะ Smart Phone บางรุ่น

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติสั่งงานด้วยการสัมผัสไปที่แผงควบคุม ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ของที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบัน

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบใหม่ รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI และพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน เป็นจอภาพส่วนกลางใช้ระบบควบคุมอัจฉริยะสั่งงานด้วยการสัมผัสบนหน้าจอ รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI Audio Display หน้าจอแสดงผลในโหมดเครื่องเสียง Fuel Consumption Display แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน Hands Free Telephone แสดงผลการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Siri Eye Free Mode รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri *สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป รองรับ HomdaLink Navigation Application พร้อม Multi-angle Rearview Camera กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ เพิ่มมุมมองในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา และมุมมองจากด้านบน

เครื่องยนต์ของ Honda Jazz RS Plus เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร วางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าตามแบบอย่างของบรรพบุรุษ Jazz ทุกประการ เครื่องยนต์ตัวเล็กกะทัดรัดมีกำลังสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบสายพานพูเลย์ CVT ใหม่ พัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology พร้อมล็อกอัพ ผู้ขับสามารถชิพเกียร์ได้ถึง 7 สปีด Honda Jazz รุ่นสูงสุดราคา 7.54 แสนบาท ยังติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control เพื่อความสบายยามวิ่งออกทางไกลโล่งๆ พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist ปุ่ม ECON เครื่องยนต์ของ Jazz ยังปรับจูนระบบจุดระเบิดมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับเชื้อเพลิงพลังงานทางเลือก E85 ราคาลิตรละ 19 บาท ประหยัดกันไปครับพี่น้อง 

สภาพการขับขี่ควบคุมในเมือง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี 117 แรงม้า บนแรงบิด 14.9 กิโลกรัม/เมตร ทำงานอย่างขยันขันแข็งในรอบต่ำที่ตำแหน่งเกียร์ S การพุ่งออกจากสัญญาณไฟจราจรด้วยความรวดเร็วจากขนาดที่เล็กและน้ำหนักที่เบาแค่ 1 ตัน เมื่อลองขับไปตามตรอกซอกซอยที่คับแคบ เจ้า Jazz ก็ทำตัวได้น่ารักดีและให้ความรู้สึกกระชับฉับไวคล่องตัวใช้ได้ ขับง่ายขับสบายเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งจะถอยรถเป็นคันแรก

เกียร์อัตโนมัติสายพานล็อกอัพ CVT 7 สปีดยังออกแบบมาเพื่อการทดกำลังที่รอบต่ำสำหรับการขับในเมืองที่มีรถราคับคั่ง รอบเครื่องที่ไม่สูงมากจนเกินไปในตำแหน่งเกียร์เดินหน้าปกติหรือเกียร์ D ส่งผลให้มันมีความประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ในเกณฑ์ดีไม่ว่าจะวิ่งในเมืองหรือทางไกล เนื่องจากช่วงทดสอบนั้นเท้าค่อนข้างหนักไปนิดเลยทำได้แค่ 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร จุดเด่นของเจ้า Jazz ก็คือระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นกุดทำให้วงเลี้ยวแคบได้ใจ เมื่อต้องกลับรถ หรือถอยเข้า-ออก ในจุดที่คับแคบพวกมือใหม่ก็สามารถหมุนพวงมาลัยได้อย่างคล่อง ส่วนคุณภาพของการขับขี่แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเจ้า Jazz รุ่นก่อนปรับโฉม 

พวงมาลัยไฟฟ้ามีความเบาสบายมือ ในย่านความเร็วต่ำน้ำหนักของพวงมาลัยแบบคงที่ทำให้เบาสบายมือ เมื่อขับเร็วขึ้นมันก็ยังเบาอยู่เท่าเดิม! อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ของ RS Plus ทำได้ 10.84 วินาที บ่งบอกอะไรบางอย่างสำหรับตัวตนของเจ้า Jazz ในร่างทรงรุ่นซิ่งว่ามันไม่ใช่รถบ้านจ่ายกับข้าวที่อืดเป็นเต่าคลาน กดคันเร่งลงไปในตำแหน่งเกียร์ S เมื่อพบเจอกับทางโล่ง การตอบสนองของเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง CVT และระบบบังคับเลี้ยวที่ออกแนวเบาเกิน จะสานต่อความต้องการของคุณได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ สำหรับรถเล็กคันหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการขับขี่ในเมืองเป็นแต่ขับออกทางไกลในแบบที่ไม่ติดลูกบ้ามากเกินไปก็เป็นรถที่ใช้งานได้ดี

ขับทดสอบพ้นจากเขตเมืองเข้าสู่ทางไฮเวย์ข้ามจังหวัดจากกรุงเทพฯ ไปยังระยอง ถึงแม้ว่า Jazz RS จะมีเรือนร่างเป็นรถเล็กทรงป้อม แต่การยึดเกาะกับผิวถนนในขณะที่ใช้ความเร็วเดินทาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงช่วงล่างและยางรวมถึงชุดบังคับเลี้ยวก็ยังให้ความมั่นใจได้ดีพอสมควร เสียงลมและเสียงบดไปกับผิวถนนของยางจะเริ่มเข้ามาให้ได้ยินที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรเป็นต้นไป โดยจะเพิ่มความดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น การเก็บเสียงของรถยนต์ราคา 7.5 แสนบาทคงเทียบไม่ได้กับรถยนต์ราคาเรือนล้านหรือหลายล้าน 

ยางติดรถมาจากโรงงานเป็นยางยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Turanza ไซส์ 185/55R16 เท่ากันทุกล้อ ยางมีกริ้บที่ชัดเจนในด้านแรงยึดเกาะ ทำงานกับช่วงล่างของเจ้า Jazz แม้จะมีเสียงดังลอดเข้ามาให้ได้ยินบ้างในบางครั้งที่ผมใช้ความเร็วสูงเกินกว่า 110-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับรถเล็กที่มีค่าตัวระดับนี้ ยางรุ่น Turanza ออกแบบให้ช่วยลดแรงต้านกับผิวถนน แต่ยังคงประสิทธิภาพที่ดีของการยึดเกาะ รวมถึงการรีดน้ำออกจากร่องยางอย่างรวดเร็ว และยังช่วยลดเสียงรบกวนได้อีกนิดหน่อย ที่ย่านความเร็วสูงเสียงยางเริ่มดังหึ่งๆเข้ามาในห้องโดยสาร เจ้า Jazz RS Plus ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่นิ่งและมีความเสถียรใช้ได้เมื่อเจอกับผิวถนนเรียบๆ บนมอเตอร์เวย์ 

Jazz RS Plus วิ่งได้ดีทั้งบนทางสายหลักและถนนสายรองที่มีผิวพื้นขรุขระ มันสามารถรับมือกับทางลูกรังได้อย่างน่าทึ่ง จากประสิทธิภาพของระบบรองรับแบบง่ายๆ ที่ปรับเซตค่าความแข็งของสปริงและโช้คอัพออกมาในแนวกลางๆไม่ย้วยหรือกระด้างมากเกิน สำหรับการใช้ความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ สัมผัสของปลายประสาทที่ผมได้รับคล้ายกับการผสานเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างเส้นทางกับตัวรถทดสอบ

ล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว ลายใหม่ สีดำสลับสีเงินกับหน้ายาง 185 เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถเป็นอย่างดี หากอยากเท่อยากหล่อหันไปคบกับล้อขอบ 17 หรือ 18 นิ้ว กับขนาดหน้ายางที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงความสูงที่ลดลงจากยางแบบแก้มเตี้ยล้อโต คงต้องทำใจในเรื่องของความกระด้างสะเทือน และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่จะเพิ่มขึ้นมา เป็นสัจธรรม เมื่อต้องการที่จะหล่อกว่าล้อ 16 นิ้ว โดยหาล้อขนาดใหญ่กว่าโรงงานมาใส่ก็จะต้องกระแทกสะเทือนเป็นเรื่องธรรมดา

แรงบิด 14.9 กิโลกรัม/เมตร หรือ 146 นิวตัน-เมตร จากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC สูบกินเชื้อเพลิงทางเลือกเอทานอล E85 ลิตรละ 19 บาท ย่านของกำลังในรูปแรงบิด เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักตัว 1,086 กิโลกรัม สมรรถนะที่ได้รับจากเครื่องยนต์และเกียร์อยู่ในเกณฑ์ที่กำลังดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป Jazz 2017 เป็นรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทุกวันในชีวิตประจำวัน

มันวิ่งได้ดีทั้งความเร็วต่ำและพุ่งทะยานไปตามแรงเท้าเมื่อคุณต้องการใช้ความเร็วแบบรีบเร่ง ที่ย่านความเร็วปานกลางบนถนนเรียบๆ ความรู้สึกที่สัมผัสได้ ทำให้ลืมไปว่ากำลังขับรถที่มีมิติตัวถังเล็กกะทัดรัด อย่างไรก็ตามสมรรถนะโดยรวมของมันก็ยังคล้ายกับรุ่น SV Plus รุ่นปี 2014 ชนิดแยกกันไม่ออก แทบจะเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นของแต่งในรุ่น RS ที่โดนใจวัยแรง

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลงเหล็ก ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบคานแข็งทอร์ชั่นบีม ให้ความมั่นใจพอสมควรในย่านความเร็วเดินทางที่ถูกกฎหมาย การถ่ายเทมวลน้ำหนักในโค้งหรืออาการโคลงตัวเกิดขึ้นไม่มากนัก Jazz นับเป็นรถเล็กที่ควบคุมได้ง่ายคันหนึ่งในวงการรถ City Car มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้รถใหญ่ราคาแพงนั้นดูแพงเกินประสิทธิภาพค่าตัวมากไปหน่อย สัมผัสของพวงมาลัยจัดการกับทางคดเคี้ยวดีใช้ได้แต่ไม่ควรขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ประสิทธิภาพของการยึดเกาะยังไม่ถึงกับเด็ดขาดเท่าที่ควรเนื่องจากขนาดของตัวถัง รูปแบบของช่วงล่าง ยางและล้อ กลไกของระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่เซตมาเบาเกินไปนิด

การเปลี่ยนทิศทางหรือหักพวงมาลัยแบบกะทันหันที่ย่านความเร็วสูง ไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากระยะฐานล้อไม่ได้ยาวมากและหน้ายางแค่ 185 กับสัดส่วนความสูง 1,525 มิลลิเมตรที่มากกว่าซีดานบางรุ่น ซึ่งส่งผลให้การยึดเกาะอยู่ในเกณฑ์กลางๆ หากอยากหนึบเป็นตุ๊กแกคงต้องมองหาสปริงและโช้คของ Mugen กับล้อแนวๆ ขอบ 18 นิ้ว พร้อมยางสปอร์ตหนึบๆ มาลงแทนที่ของเดิม รับรองได้ว่าคุณจะได้อารมณ์ช่วงล่างของ Jazz รุ่น RS แท้ๆ ที่หลายคนอยากได้ แต่คงต้องควักกระเป๋ากันหนักพอสมควรเลยทีเดียว

รุ่น RS Plus มีเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ดอกคุณภาพระดับปานกลางที่ใช้งานได้จริง มันรองรับทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการ เช่น CD/MP3 USB AUX HDMI แถมยังมีโหมดเชื่อมต่อกับระบบนำทางจากโทรศัพท์มือถือ ที่สั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลในรุ่นสูงสุด มีหน้าจอที่ใช้งานได้ง่าย แอร์สั่งงานด้วยระบบสัมผัสในรถยนต์ที่มีค่าตัวไม่ถึง 8 แสนบาท แตะนิ้วลงไปเบาๆ สำหรับการปรับความเร็วพัดลมแอร์ ทิศทางของลมและระดับความเย็นภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถโอ้อวดพรรคพวกเพื่อนฝูงได้

รถ Honda Jazz รุ่นปรับโฉม 2017 ยังคงมีการขับที่เหมือนกับรุ่นเดิมแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากอุปกรณ์ของรุ่น RS ที่เพิ่มเข้ามา มันไม่ใช่รถที่เร็วและแรงแบบแฮตช์แบ็กตัวกลั่นคู่แข่งอย่าง Mazda 2 ดีเซล แต่มันเป็นรถ 5 ประตูแบบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนทั่วไปใช้มันขับเดินทางไปทำงานแบบเช้ากลับเย็น ซึ่งบางครั้งในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็พาครอบครัวเล็กๆ ออกเดินทางไกลไปพักผ่อนต่างจังหวัด เป็นรถเล็กที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนที่ใช้ชีวิตในเมืองได้ดีสมราคาค่าตัว จากพื้นที่ของห้องโดยสารและพื้นที่สำหรับการขนสัมภาระที่ส่วนท้ายเมื่อพับเบาะหลัง น้ำหนักตัวและขนาดที่พอเหมาะพอดี ส่งผลให้มันมีความคล่องตัวทั้งในและนอกเมือง

ท่านั่งขับแบบสบายๆ ใน New Jazz 2017 ทำให้คุณหรือใครในครอบครัวสามารถสนุกกับมันได้บ้างในบางจังหวะที่ถนนโล่ง ย่านของกำลัง 117 แรงม้า การยึดเกาะที่พอตัว เกียร์ CVT แปรผันที่คุณสามารถคาตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการได้ในเส้นทางภูเขา อุปกรณ์ในรุ่นสูงสุด RS Plus ออกแนวรถซิ่งแต่ไม่ได้รุนแรงหนักแน่นเหมือนกับ RS สายพันธุ์แท้! ราคาค่าตัว 7.5 แสนบาท กับศูนย์บริการที่มีอยู่ทั่วไปรวมถึงราคาขายต่อที่หล่นไม่มากเจ็บไม่หนักเมื่อกลายเป็นรถมือสอง สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ได้จิบเชื้อเพลิงเหมือนคู่แข่งแต่ก็ขับได้สนุกพอตัว เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ความสามารถของรถคู่แข่งอย่าง Mazda 2 ดีเซล ได้เข้ามาเบียดบังลูกค้าเก่าของ Honda Jazz ไปเยอะพอสมควรเลยทีเดียว!

Honda Jazz RS Plus CVT

เครื่องยนต์................................เบนซินแถวเรียง 4 สูบ
แบบเครื่องยนต์...........................SOHC i-VTEC
วาล์ว......................................4 วาล์วต่อสูบ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน i-VTEC
ปริมาตรความจุ..............................1,497 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก......................73.0 mm x 89.4 mm
อัตราส่วนกำลังอัด..........................10.3:1
กำลังสูงสุด..................................80 กิโลวัตต์ 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...............................146 นิวตันเมตร 14.9 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบเกียร์...................................CVT พร้อม  Shifting Control of Connering Gravity
ระบบขับคับเลี้ยว...........................แรคแอนพีเนียนพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุน
อัตราทดพวงมาลัย..........................15.3
พวงมาลัยหมุนสุด...........................3 รอบ
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด.........................5.1 เมตร
ระบบรองรับ
ด้านหน้า...................................อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง....................................ทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape
ระบบเบรก
ด้านหน้า...................................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง....................................ดรัมเบรก
ล้อและยาง................................อัลลอย 16x6J 185/55R16
ยางอะไหล่................................T135/80 D15

มิติตัวถัง
ความกว้าง...............................1,695 มิลลิเมตร
ความยาว.................................4,035 มิลลิเมตร
ความสูง..................................1,525 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ...............................2,530 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้า........................1,476 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง........................1,465 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง ..............135 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง........................40 ลิตร
น้ำหนัก....................................1,086 กิโลกรัม

อุปกรณ์รุ่น RS Plus CVT
– ไฟตัดหมอกคู่หน้า
– กระจังหน้า สีดำ แบบกลอสซี่ พร้อมคิ้วโครเมียมรมดำ
– สเกิร์ตข้างและสปอยเลอร์หลัง
– คิ้วฝากระโปรงท้าย แบบโครเมียมรมดำ
– กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับไฟฟ้า
– ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
– ขนาดล้อ 16x6 J
– ขนาดยาง 185/55 R16
– วัสดุหุ้มเบาะ ผ้าแบบสปอร์ต
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– พนักเท้าแขนด้านหน้า พร้อมกล่องเก็บแท็บเล็ต
– ที่วางแก้วน้ำ 7 ตำแหน่ง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
– ลำโพง 6 ตัว
– ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง
– ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเสียงเตือน
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ
– ม่านถุงลมด้านข้าง

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/