มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย...เมื่อ New Series-7 เปิดตัวเมื่อสัปดาห์แล้วจะไม่มีคู่แข่งหรือก้างขวางคอชิ้นโต ใช่ครับ เมื่อคืนที่ผ่านมาในโรงแรม วอลดรอฟ เอสโทเรีย เครือ Hilton Mercedes-Benz เชิญลูกค้า VVIP มาชมการเปิดตัวของ New S-Class รุ่นล่าสุดที่แน่นอนอยู่แล้วว่า....มันจะต้องทันสมัยกว่า S-Class ทั้งหกเจเนอเรชั่นที่ผ่านมา เมื่อได้เอกสารที่ลงลึกถึงรายละเอียดของการปรับปรุงครั้งใหญ่ใน New S-Class. รุ่นที่เจ็ด ลองนึกถึงรถเบนซ์คันโตที่เพื่อนของคุณเคยนั่งมาโรงเรียนตอน ตอนเด็กๆ ซึ่งทำให้เด็กส่วนใหญ่ที่เห็น (รวมทั้งผม) โคตรอิจฉา
Mercedes-Benz S-Class Facelift S350d 4 Matic (ดีเซล) ประกอบในประเทศ ราคา 7,190,000 บาท
Mercedes-Benz S-Class Facelift S580e 4 Matic (เบนซิน + ปลั๊กอินไฮบริด) ราคา 7,190,000 บาท
Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid ราคาเริ่มต้น 9,900,000 บาท
Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid รุ่นตกแต่งพิเศษ Optional Extra สีตัวถัง Two-Tone ราคา 10,900,000 บาท
ชมรถคันจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง และตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการกว่า 10 แห่ง ทั่วประเทศ
การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของ Mercedes-Benz ทำให้ลูกค้าเก่าแก่กลุ่ม VVIP รู้สึกได้ทันทีถึงความแตกต่างระหว่างนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาในเรือธงยุคแรกเริ่มอย่างชัดเจน อย่างระบบเบรก ABS ในปี 1978 ใน S-Class รหัส W116 หรือถุงลมนิรภัยในปี 1981 กับ S-Class รหัส W126 เซลส์ขายเบนซ์หลายคนน่าจะจดจำความรู้สึกที่ลูกค้ามหาเศรษฐีทำหน้าแปลกใจ เมื่อคนรวยเหล่านั้นเห็นรถซาลูนหรูแบรนด์ตราดาว ติดตั้งกระจกสองชั้นเป็นครั้งแรก ในปลาวาฬ S-Class W140 ปี 1991
สิ่งต่างๆ ในโลกยานยนต์หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากยุค 70' มาจนถึงรถรุ่นใหม่ 54 ปีผ่านไป S-Class Facelift จำเป็นต้องมีความเป็นเลิศทางความคิด หากต้องการคงสถานะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเป็นยานพาหนะของผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญระดับสูง แน่นนอนว่า Mercedes-Benz New S-Class รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ มีการอัปเดตและเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ มากกว่าครึ่งหนึ่งของรถรุ่นที่แล้ว ทั้งๆที่ V223 หรือ S-Class โฉมปัจจุบัน (2025) จะยังดูทันสมัยอยู่ก็ตาม!!
New S-Class 2026 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์รุ่นเดียวของแบรนด์ตราดาว มีคุณสมบัติด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากมายเหลือคนานับ เช่น กระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมระบบไฟส่องสว่างสุดฉลาด + ดาวเมอร์เซเดสเรืองแสงในยามค่ำคืน ระบบปฏิบัติการ MB.OS รุ่นใหม่ ใส่ความสุดด้วยระบายความร้อนที่ใช้น้ำหล่อเย็นหมุนเวียนรอบๆ กล่องควบคุม เพื่อให้สมองกลไฟฟ้าและ AI อีก 3 ตัว ตอบสนองต่อการสั่งงานอย่างทันอกทันใจอภิมหาเศรษฐี
หน้าจอแสดงผล Superscreen ความสบายของเบาะหลัง รวมถึงชิ้นส่วนหรูหราอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน การปรับปรุงในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป แต่....วิวัฒนาการของเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่นั้นรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด แน่นอนว่า รถยนต์ขนาดเล็กในทุกวันนี้ก็มีกล้อง 360 องศา มีระบบช่วยขับอัตโนมัติ และองค์ประกอบด้านความปลอดภัยกับความสะดวกสบายหลายร้อยรายการ มีระบบจอดรถอัตโนมัติ พร้อมผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียง (ที่บางครั้งดูน่ารำคาญเพราะชอบถามแทรกเข้ามาตลอดทั้งๆที่ไม่ได้คิดจะใช้งานอะไร)
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ New S-Class ก็คือหน้าจอ MBUX Superscreen หน้าจอ 2 ส่วน ผสมผสานภายใต้พื้นผิวของกระจกจอชิ้นเดียว จอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ การรับชมภาพยนตร์ ประชุมออนไลน์ผ่านกล้อง Selfie and Video Camera ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน ปรับอุณหภูมิแยกอิสร เทคโนโลยี Digital Vent Control ควบคุมทิศทางการกระจายลมผ่านช่องปรับอากาศได้แบบอัตโนมัติ
The new S-Class ให้ความสำคัญกับความผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัวในทุกรายละเอียด ผ่าน Rear Comfort Package Plus ที่มาพร้อม Chauffeur Package และเบาะนั่ง Executive Seat พร้อมระบบนวดบนเบาะ Multicontour Seat และม่านบังแดดไฟฟ้า เพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดการเดินทาง เสริมด้วยระบบ MBUX high-end rear seat entertainment กับหน้าจอสัมผัสขนาด 13.1 นิ้ว จำนวน 2 จอ รองรับทั้งการรับชมความบันเทิงและการประชุมทางธุรกิจ พร้อมระบบ MBUX Rear Remote Control สำหรับควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบปรับอากาศ และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้อย่างสะดวกสบาย
เติมเต็มบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยระบบ Active Ambient Lighting ที่สามารถปรับแสงไฟให้สอดคล้องกับการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถ ทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่และ MBUX Virtual Assistant พร้อมระบบเสียง Burmester® 3D Surround Sound ที่ติดตั้งลำโพง 15 ตัว กำลังขับรวม 710 วัตต์ รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos® ที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างสมจริง รวมถึงหูฟังไร้สาย 2 ชุด พร้อมเทคโนโลยี Dolby Audio และ Adaptive Noise Cancellation ให้ผู้โดยสารได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงที่ชื่นชอบในพื้นที่ส่วนตัว พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
เทคโนโลยีในการขับเหนือชั้น ด้วยระบบเลี้ยวล้อหลังที่สามารถปรับมุมเลี้ยวได้สูงสุด 4.5 องศา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะกลับรถและเข้าจอด พร้อมระบบ MB.DRIVE PARKING ASSIST 360 ที่ใช้กล้องรอบคัน 10 ตัว ช่วยตรวจจับพื้นที่จอดรถและแสดงภาพโดยรอบอย่างแม่นยำ เสริมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE ASSIST อาทิ Blind Spot Assist, Lane Keeping Assist, Brake Assist, Distance Assist DISTRONIC, Steering Assist และระบบความปลอดภัยอีกหลายรายการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
ในจุดนี้ ..... รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการขับที่เงียบกริบ แต่ ยานยนต์เรือธงอย่าง Mercedes-Benz S-Class แตกต่างอย่างชัดเจน ในเรื่องของ สถานะทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจระดับหมื่นล้าน ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับยานพาหนะที่เลือกใช้ คุณอาจไปเจรจางานใหญ่หลายพันล้านบาทกับลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แน่นอนว่ารถยนต์ที่ใช้ ต้องเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกตัวตนของคุณได้ดีกว่าเงินในบัญชีซะอีก
ดังนั้น S-Class จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ในเมื่อ EQS เน้นเรื่องระบบไฟฟ้าเป็นหลัก ดีไซน์ลู่ลมและเบาะแถวยาวที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แล้ว S-Class รุ่นใหม่ล่ะ ..... มันจะออกมายังไง นั่งเบาะหลังแล้วให้ความรู้สึกดีเหมือนเดิม หรือว่า ทำมาดีกว่าเดิมมั้ย? หรือเป็นแค่รถที่ดูไม่ค่อยเป็นที่ถกเถียงกันเท่าไหร่ เนื่องจากความเป็นยานเรือธงในตำนาน
ในความเป็นจริง New S-Class ยังคงอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีการให้ความสำคัญกับความสบายของพื้นที่เบาะหลังไม่แพ้รถคู่แข่งรุ่นใหม่อย่าง New Series-7 การเป็นรถของประธานบริษัท 10,000 ล้าน เป็นยานพาหนะของท่านทูต รถลีมูซีนของโรงแรม 8 ดาว รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี รวมถึงเศรษฐีขี้เบื่อที่ไม่ชอบขับรถด้วยตัวเอง ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะ S-Class ทุกโมเดล ตั้งแต่เจนเนอเรชันแรกจนถึงโฉมใหม่ล่าสุดนั้นขับได้ดีกว่ารถยนต์ทั่วไปหลายเท่า
การเลือก S-Class เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจในหลายๆ ด้าน มันมีเทคโนโลยีเยอะจนใช้ไม่หมด และที่เหนือชั้นกว่าก็คือ รุ่นก่อนหน้านี้มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันก็จริง แต่รุ่นใหม่ เพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปอีกเพียบ มีระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz Operating System ที่ทรงพลังมากกว่า มีประสิทธิภาพสูงจนเชื่อมต่อทุกส่วนเข้าด้วยกันเป็นระบบนิเวศเดียว ระบบจะเชื่อมต่อกับ Mercedes-Benz Intelligent Cloud เพื่อการอัปเดตแบบไร้สาย และขับเคลื่อนหน้าจอแสดงผล MBUX Superscreen เวอร์ชันล่าสุด มีผู้ช่วยเสมือนจริงที่ใช้ AI อินเทอร์เฟซแบบ 'zero-layer' และฟังก์ชันการทำงานมากมายจนแม้แต่เจ้าของที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็ยังต้องทึ่ง
ใช่แล้วครับ มันมีเซ็นเซอร์มากพอที่ช่วยให้การขับขี่อัตโนมัติแบบปล่อยมือจากพวงมาลัยได้อย่างราบรื่นและนุ่มนวล จากจุดเริ่มต้นไปยังอีกที่หนึ่ง (ในบางตลาด เช่น จีนและเยอรมัน ส่วนสหรัฐอเมริกาจะตามมาในภายหลัง) มันสามารถจอดรถเองได้ มีถุงลมนิรภัยมากถึง 15 ใบ ช่องแอร์แบบดิจิทัล เข็มขัดนิรภัยแบบทำความร้อน การปรับสภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่คุณสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอดทั้งๆที่ภายนอกเต็มไปด้วย PM 2.5
คงต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน หากจะไล่เรียงอุปกรณ์ทุกสิ่งที่ S-Class ใหม่ประเคนให้กับลูกค้า ระบบขับเคลื่อน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แต่เป็นการปรับแต่งใหม่ให้มีศักยภาพการทำงานที่ดีกว่าเดิม มีการเพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน V8 แบบเพลาข้อเหวี่ยงแบนราบรุ่นใหม่ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับรถรุ่นใหม่อย่าง New S580 4Matic วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ พละกำลังและความหรูหราให้ความรู้สึกแบบ S-Class อย่างแท้จริง แรงบิดมหาศาลแต่คงความนุ่มนวลสำหรับเรือธงสุดทรงพลัง พร้อมเสียงคำรามตลอดทาง ส่วน S350d ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียงขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ + Mild Hybrid 48V ให้กำลัง 443 แรงม้า และแรงบิดที่เพิ่มขึ้นเป็น 650 นิวตันเมตร ประสิทธิภาพและสมรรถนะด้านอัตราเร่งและความประหยัดด้วยระบบ Mild Hybrid 48V
ส่วน S580e เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งขั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องยนต์และชุดเกียร์ 9-G Tronic กำลัง 163 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ 480 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังรวม 585 แรงม้า แรงบิดพุ่งขึ้นไปจนถึงตัวเลข 750 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic แบตเตอรี่ระบบปลั๊กอินฯแบบลิเธี่ยมไอออน ความจุ 21.96 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ทำระยะทางได้ประมาณ 98 กิโลเมตร ระบบชาร์จเร็ว DC เติมไฟจาก 10% ไปจนถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
คู่แข่งของเรือธงตราดาวลำใหม่ ก็เป็นเพชรยอดมงกุฎจากแบรนด์หรูยี่ห้ออื่นแบบปกติทั่วไปนั่นแหละครับ ยกตัวอย่าง เช่น BMW 7 Series รุ่นปรับโฉมใหม่ 'Neue Klasse' 2027 ที่เพิ่งจะเปิดตัวในไทยไปสดๆ ร้อนๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หรือ Audi A8L 2026 ที่ใกล้ถึงเวลาปรับโฉมใหม่ แต่ S-Class แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการ 'อ่านสถานการณ์ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกถดถอยได้อย่างเหนือชั้น S-Class รุ่นปรับปรุงใหม่ มีความดุดันมากขึ้น ไฟหน้าเปลี่ยนชื่อเป็น 'DIGITAL LIGHT' ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และมีกราฟิกรูปดาวคู่ที่ใช้เทคโนโลยีไมโคร LED ซึ่งปรับเปลี่ยนได้และให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ช่องรับอากาศมีขนาดใหญ่ ไฟท้ายออกแบบเป็นรูปดาว
สัดส่วนโดยรวมยังคงเหมือนเดิม เป็นรถยนต์ที่ดูหรูหราสำหรับผู้บริหารระดับสูง มีความยาวเกือบ 5.3 เมตร กว้าง 1.92 เมตร ฐานล้อที่ยาวถึง 3,216 มิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ ไม่ว่าจะนั่งในท่าไหนก็สบายสุด ในตำแหน่งเบาะหลัง ห้องโดยสารด้านหลังกว้างขวางกว่า การจัดวางที่นั่งแบบสี่ที่ มีคอนโซลกลางด้านหลังยาวตลอดแนว ช่องเก็บของซ่อนอยู่ภายใน พร้อมพอร์ต USB-C สำหรับอุปกรณ์พกพาที่ชาร์จไร้สายและชาร์จเร็ว ตู้เย็นและที่วางแก้วแบบควบคุมอุณหภูมิ โต๊ะพับได้และรีโมทควบคุมแบบคล้าย iPhone สองตัว ฝังอยู่ตรงกลาง ควบคุมทุกอย่างตั้งแต่เปิด-ปิดม่านไปจนถึงระบบควบคุมอุณหภูมิ หน้าจอขนาด 13.1 นิ้ว สองจอ กล้องที่สามารถ Zoom หรือ Teams ได้ขณะเดินทาง
โดยภาพรวม ภายนอกไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนัก เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับความรู้สึกของเศรษฐีกลุ่มอนุรักษ์นิยม นับตั้งแต่ S-Class รุ่นที่เจ็ดปรากฏตัว ทุกวันนี้ การแข่งขันที่รุนแรงได้เปลี่ยนยานยนต์เรือธงระดับสูงไปอย่างสิ้นเชิง และ Mercedes-Benz ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและความหรูหรา จำเป็นต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยความสามารถรอบด้าน หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเทคโนโลยีที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้มันยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์หรูที่ยอดเยี่ยมของแบรนด์ตราดาวอย่างไม่เสื่อมคลาย เสน่ห์ของ S-Class จากประวัติศาสตร์และชื่อเสียงของการเป็นรถยนต์ระดับท็อป พร้อมรัศมีแห่งความร่ำรวยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/