Audi A6 allroad 2027  เดินทางมาถึงเจนเนอเรชันที่ 5 ด้วยความทุลักทุเล จากการคิดเปลี่ยนชื่อรหัสรุ่นเมื่อสองปีก่อนที่สร้างความสับสนจนต้องกลับมาใช้รหัสเลขคู่เหมือนเดิม ตัวถังของ A6 All Road รุ่นใหม่ ถูกขยายให้กว้างขึ้น  11 เซนติเมตร  ล้อ Audi Sport 21 นิ้ว  ภายนอกตกแต่งเฉพาะตัวตามสไตล์ของโมเดล allroad  ที่ถ่ายทอดให้เห็นจากสัดส่วนความสูงและชิ้นส่วนตัวถังภายนอก เทคโนโลยีระบบรองรับที่พัฒนาไปอีกขั้น ช่วงล่างถุงลมปรับอัตโนมัติ Adaptive Air Suspension  ระบบเลี้ยวสี่ล้อ  All-Wheel Steering ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ultra   

เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร TDI1 และเครื่องยนต์เบนซินระบบเสียบปลั๊กชาร์จ Plug-in Hybrid  ทั้งสองระบบขับเคลื่อน ติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความประหยัด นักเลงสี่ห่วงรู้ดีว่า A6 allroad1 คือไอคอนระดับตำนานในไลน์อัพของ Audi เป็นรถหรูกึ่งลุยที่ยึดมั่นในปรัชญาดั้งเดิม นั่นคือ การเป็น Audi ที่ขับสบายสุด เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมศักยภาพการลุยเส้นทางทุรกันดาร ความสามารถในการลุยออฟโรดจากความสูงของรถที่ใช้ช่วงล่างถุงลมปรับอัตโนมัติ ยกหรือลดความสูงได้  รองรับการขับบนเส้นทางวิบากได้ดี  Adaptive Air Suspension  ปรับระดับความสูงใต้ท้องรถได้อย่างหลากหลาย ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ultra ผนวกเข้ากับขุมพลัง electrified Mild Hybrid 48V ทำให้ A6 allroad กลายเป็นตัวหรูติดลุยสำหรับเศรษฐีที่ชอบขับบนทางฝุ่น  

Audi A6 allroad 2027  มีโครงสร้างตัวถังที่กว้างแบบ Wide Body บั้นท้ายรถดูทรงพลังและดุดันยังกับ RS6  ขนาดความกว้างตัวถัง เพิ่มขึ้นถึง 11 เซนติเมตร เทียบกับ A6 Avant  ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว และชุดแต่งเฉพาะ Allroad เส้นสายตัวถังท่อนบนสะท้อนความหรูหรา แต่ส่วนล่างกลับเผยบุคลิกที่แข็งแกร่ง พร้อมลุย และเน้นประโยชน์ใช้สอย เป็นรถสองบุคลิกที่คาดเดาได้เลยว่ามันลุยได้แน่ๆ แต่ระวังจะโดนค่าซ่อมจนไม่กล้าเอาไปเสี่ยงอีกเลย ความสูงใต้ท้องรถ เพิ่มขึ้น 34 มิลลิเมต รเมื่อเทียบกับ A6 Avant รุ่นที่แล้ว  ช่วงล่างถุงลมปรับอัตโนมัติ specific adaptive air suspension, ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ยางหน้ากว้าง และระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพ 

ระบบช่วงล่างถุงลมปรับอัตโนมัติ สามารถปรับระยะความสูง-ต่ำได้กว้างถึง 55 มิลลิเมตร รองรับการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างหลากหลาย  ให้ความนุ่มนวลนทางเรียบ ทำงานประสานกับระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าอัตราทดแปรผัน (Progressive Steering)  มีการออกแบบจุดยึดตัวแร็คให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ปรับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควบคุมน้ำหนักพวงมาลัยใหม่หมด ส่งผลให้พวงมาลัยตอบสนองไวกว่าเดิม  สื่อสารกับคนขับในทุกสภาพถนนได้ดี ถ่ายทอดฟีลลิ่งจากผิวสัมผัสของหน้ายางกลับมายังมือคนขับได้อย่างแม่นยำ

ระบบเลี้ยวสี่ล้อ All-Wheel Steering เพิ่มความคล่องตัว ในย่านความเร็วต่ำ ล้อคู่หลังจะหมุนเลี้ยวในทิศทางตรงกันข้ามกับล้อหน้า 5 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวและเพิ่มความคล่องตัวขณะถอยจอดหรือเลี้ยวในที่แคบ  ย่านความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูง ล้อคู่หลังจะหมุนเลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับล้อหน้าได้สูงสุด 2 องศา เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวและความแม่นยำในการควบคุมพวงมาลัยเมื่อเปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ultra ใช้คลัตช์หลายแผ่น ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งบริเวณส่วนท้ายของเกียร์ รวมถึงคลัตช์ปลดการเชื่อมต่อเพิ่มเติมในเฟืองท้ายเพลาหลัง เมื่อขับบนถนนปกติ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไม่ได้ทำหน้าที่เต็ม 100%  ระบบจะเปิดคลัตช์ทั้งสองตัวออก ทำให้เพลาขับและชิ้นส่วนของระบบขับเคลื่อนด้านหลังถูกปลดออกชั่วคราว เพื่อลดแรงเสียดทานและเพิ่มประสิทธิภาพความประหยัด

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ultra เวอร์ชันล่าสุดใน A6 All Road ยังคงอยู่ในสถานะพร้อมใช้งานตลอดเวลา และจะทำงานทันทีเมื่อตรวจพบว่ารถต้องการแรงบิด หรือความเสถียรเพิ่มขึ้น ในช่วงที่คนขับใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ เมื่อไม่มีโอกาสที่ล้อจะหมุนฟรีเพราะวิ่งห้อยๆ อยู่ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนไฮเวย์ quattro ultra จะเปลี่ยนไปเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อความประหยัด 

ระบบควบคุมขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ทำงานแบบคาดการณ์ล่วงหน้าได้ดีกว่าเดิม โดยเซนเซอร์ที่เฝ้าตรวจจับจะประเมินค่าพารามิเตอร์ที่เชื่อมกับไดนามิก สภาพถนน และการใช้คันเร่งของคนขับอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ระบบจะตรวจจับและคาดการณ์มุมเลี้ยวของพวงมาลัย, องศาคันเร่ง, การตั้งค่าระบุการทำงานของเกียร์ A/S/M , อัตราเร่ง  การเคลื่อนที่ของตัวถัง  ระบบจะเรียนรู้และปรับการทำงานให้เข้ากับสไตล์การขับ สภาพถนน รวมถึงยังเชื่อมโยงการทำงานกับโหมดต่างๆใน Audi drive select  ยิ่งใช้คันเร่งเบาเท่าไร ซอฟแวร์ควบคุมที่ก้าวล้ำจะสั่งให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทำงานน้อยไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 100% เมื่อใช้ความเร็วเดินทางคงที่บนทางหลวงข้ามจังหวัด เมื่อคนขับปรับเป็นโหมด Dynamic และเริ่มกระแทกคันเร่งอย่างเมามัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ก็จะทำงานตลอดเวลาทันที เพื่อเฉลี่ยแรงบิดสร้างความสมดุลและลดแรงบิดทันทีที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งสูญเสียการยึดเกาะ พฤติกรรมการใช้คันเร่งของคนขับ กับคาบเวลาที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อต้องเข้ามาทำงาน จะถูกนำมาคำนวณอย่างต่อเนื่อง

การคำนวณจะใช้ซอฟแวร์ที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ประมาณ 0.5 วินาที ก่อนที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะเริ่มการทำงาน  การปรับความเร็วของชิ้นส่วนที่ถูกปลดออกก่อนหน้านี้ให้กลับมาทำงานทันทีเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อคลัตช์ปลดการเชื่อมต่อในเฟืองท้ายเพลาหลัง ใช้เวลาประมาณ 200 มิลลิวินาที ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมใช้งานก่อนที่จะถึงเวลาจำเป็นต้องใช้ เมื่ออกตัวอย่างแรง, เข้าโค้งอย่างรวดเร็ว, เร่งแซงอย่างรุนแรง หรือขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่นท่ามกลางสายฝน Quattro Ultra ช่วยป้องกันล้อข้างใดข้างหนึ่งหมุนฟรี ทั้งหมดจะทำงานโดนคาดการณ์ล่วงหน้า อย่างรวดเร็ว 





การขับขี่แบบเน้นความประหยัด ระบบ Quattro Ultra จะส่งแรงบิดทั้งหมด 100% ไปยังเพลาคู่หน้า แต่ทันทีที่สถานการณ์การขับกลับต้องการให้ล้อทั้งสี่ทำงานทันที ชุดคลัตช์หลายแผ่นที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จะสั่งการให้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังทำงานอย่างรวดเร็ว การกระจายแรงบิดถูกปรับแต่งโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สั่งให้ระบบ Quattro Ultra ทำการเพิ่มแรงยึดเกาะด้วยการส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสม ในทุกสภาพการใช้งาน เมื่อกดคันเร่งอย่างรุนแรง แรงบิดส่วนใหญ่จะถูกถ่ายเทไปยังเพลาหลัง  บนถนนแห้ง A6 All Road 2027 พุ่งลิ่วๆ เป็นลูกธูน เมื่อแรงบิดมากกว่า 70% ถ่ายลงสู่ล้อคู่หลังได้อย่างแม่นยำ ส่วนล้อคู่หน้ามีแรงบิดถ่ายเทมาให้แค่ 30% เพื่อลดอาการอันเดอร์สเตียร์ในโค้งมุมแคบ

ตั้งแต่ปี 1980 ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro  เป็นตัวแทนของแรงยึดเกาะ ไดนามิก ฟิลลิ่งหลังพวงมาลัย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความปลอดภัย  กว่าสี่ทศวรรษที่ค่ายสี่ห่วงลงมือพัฒนาเทคโนโลยีขับสี่ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบล็อกเฟืองท้ายกลางด้วยมือในรุ่นดั้งเดิม Ur-quattro ผ่านวิวัฒนาการของเฟืองท้าย Torsen ในแต่ละยุคสมัย จนมาถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ควบคุมด้วยสมองกลอัจฉริยะยุคใหม่อย่าง quattro ultra

Audi ผลิตรถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน quattro ไปแล้วมากกว่า 15.6 ล้านคัน คิดเป็น 1 ใน 3 ของยอดผลิตรถยนต์ทั้งหมดนับตั้งแต่ปี 1980 ทำให้ quattro กลายเป็นสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์  เป็นเทคโนโลยีหลักที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนที่รักการขับรถ หัวใจสำคัญของระบบ Quattro Ultra  ใน Audi A6 allroad เพื่อการเดินทางที่มั่นใจและปลอดภัยในทุกสภาพผิวถนน

 




Quattro ultra ทำให้ไดนามิกการขับเคลื่อนของ A6 All Road รุ่นใหม่ เกาะถนนเป็นตุ๊กแก ให้ความปลอดภัยในสภาพเส้นทางและสภาพอากาศที่ไม่ปกติ  ชุดส่งกำลังที่ปรับแต่งมาดี ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และในสถานการณ์ที่จะต้องผกผันแรงบิดในแต่ละล้ออย่างรวดเร็ว Quattro Ultra เป็นเป้าหมายการพัฒนาเพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองและมลพิษ โดยยังคงรักษารูปแบบและบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Quattro ไว้อย่างครบถ้วน.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/