สำหรับระบบขับเคลื่อนที่ถือเป็นหัวใจของรถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ที่ประจำการอยู่ในเอสยูวีรุ่นใหม่ MAZDA CX-6e คือยูนิตขับเคลื่อนในระบบส่งกำลังไฟฟ้าของ Changan ซึ่งประจำการอยู่ในรถ Deepal เช่น Deepal S07 / L07 ฮาร์ดแวร์ยูนิตทั้งหมดของ CX-6e จึงใช้แพลตฟอร์มและชุดขับเคลื่อนร่วม Changan EPA1 Platform  


Mazda CX-6e  พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานแพลตฟอร์ม EPA1 ของ Changan ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน Deepal S07 และ Mazda 6e / EZ-6 ชิ้นส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง หรือ Rear-mounted Motor มีกำลัง 190 kW หรือ 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร เป็นฮาร์ดแวร์ขับเคลื่อนหลักชุดเดียวกับที่ Changan นำมาจับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 77.9 kWh ในรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม Changan-Mazda อย่าลืมว่า ทั้งสองแบรนด์นั้นจับมือร่วมกันมายี่สิบปีแล้ว (ตั้งแต่ช่วงปี 2005/2548 เป็นต้นมา) ในประเทศจีน Mazda  ใช้โรงงานของ Changan ที่ตั้งอยู่ที่เมืองนานกิง ผลิตและประกอบรถยนต์แบรนด์ Mazda เพื่อวางขายในตลาดจีน

โครงสร้างชุด Drive Unit แบบ Integrated 3-in-1 ใช้การออกแบบโมดูลที่แข็งแกร่งและทำให้มอเตอร์มีประสิทธิภาพด้านกลไกการส่งกำลัง รวมเอาตัว Motor, Inverter หรือตัวแปลงกระแสไฟ และ Single-speed Transmission หรือเกียร์ทดรอบผนวกเข้าไว้ในเสื้อเกียร์เดียวกัน (Housing) เพื่อลดน้ำหนักและขนาด   ยูนิตมอเตอร์ ที่เห็นด้านบนคือกล่องตัวแปลงกระแสหรือ Inverter  มีปลั๊กส้มความดันสูง High-voltage connectors ติดตั้งพร้อมชุดแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็น หรือ Heat Exchanger / Oil Cooler ขนาดเล็กยื่นออกมา  เป็นดีไซน์มาตรฐานของฮาร์ดแวร์ขับเคลื่อนจากฝั่ง Changan ยุคใหม่ รองรับการใช้งานด้วยความทนทาน และมีประสิทธิภาพในการถ่ายเทแรงบิดลงเพลาขับสูง    

ในส่วนที่ Mazda เข้าไปปรับปรุงแน่นอนว่าจะต้องส่งผลต่อไดนามิกของ CX-6e ให้ได้ตามที่ต้องการ เนื่องจากฮาร์ดแวร์ มอเตอร์ แบตเตอรี่ และแพลตฟอร์มยกชุดมาจาก Changan แต่วิศวกรจากศูนย์ R&D ของ Mazda ในเมือง Oberursel ประเทศเยอรมนี ลงมือปรับจูนในส่วนของ Software Calibration & Driving Dynamics ได้แก่ 

Accelerator Mapping มีการปรับคันเร่งไฟฟ้าใหม่หมด ให้ส่งกำลังแบบ  Linear หรือส่งกำลังเป็นเส้นตรง  ไม่พุ่งพรวดพราดแบบรถจีนซึ่งทำให้ควบคุมยากเพราะแรงบิดเทมาเต็มเหนี่ยว การจูนให้มอเตอร์ขับเคลื่อน ตอบสนองอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสร้างฟิลลิ่งการขับที่ควบคุมง่ายและมีความนุ่มนวลเป็นจุดขายหลัก การปรับแต่งแรงบิดของมอเตอร์ เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างสัมผัสของคันเร่งที่คล้ายกับการตอบสนองของเครื่องยนต์เบนซินไร้ระบบอัดอากาศที่มาสด้ามีความถนัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  

ระบบเบรกสะสมพลังงาน Regenerative Braking Feeling ปรับการเปลี่ยนผ่านระหว่างเบรกไฟฟ้าดึงกลับ Regen กับระบบเบรกไฮดรอลิกจริง เพื่อปรับให้ความรู้สึกขณะที่คนขับกดแป้นเบรกมีความแน่นหนา ไม่ยวบยาบด้วยสมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมและตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ 

NVH & Synthetic Sound ปรับระดับเสียงสังเคราะห์ของมอเตอร์ในห้องโดยสารให้ตอบสนองสัมผัสการรับรู้ของผู้ขับตามหลัก Jinba Ittai   

ฮาร์ดแวร์พื้นฐาน ทั้งมอเตอร์ 190 kW แบตเตอรี่ LFP และโครงสร้างเกียร์ คือ มอเตอร์จีนจาก Changan แต่ทาง Mazda เอามาเขียนโปรแกรมควบคุมคันเร่ง การเบรก และซอฟต์แวร์การขับขี่ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ยังคงบุคลิกการขับแบบ Mazda 
วิศวกรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาในยุโรปของ Mazda หรือ Mazda European R&D Centre ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Oberursel ประเทศเยอรมนี  รับหน้าที่หลักในการปรับแต่งองค์ประกอบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวใหม่ทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนบุคลิกของแพลตฟอร์ม Changan EPA1 ให้กลายเป็นรถไฟฟ้าของ Mazda. ที่ขับสนุก ให้ความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง และมี DNA แบบ Mazda อย่างแท้จริง 

รถฝาแฝดฝั่งจีน อย่าง Changan Deepal S07 เซ็ตช่วงล่างมาในแนวเน้นความนุ่มนวลและกลบแรงสะเทือนได้ดี แต่เมื่อถูกใช้ขับบนทางหลวงด้วยความเร็วสูงในยุโรป พบว่ายังมีอาการโคลง (Body Roll) และแกว่งตัว Mazda ได้ปรับแก้ในจุดนั้นโดยปรับค่าการทำงาน ยืด ยุบ ของโช้คอัพและสปริง (Spring & Damper Rates) วิศวกรของ Mazda ในยุโรปลงมือปรับค่าความแข็งสปริง และค่าความหนืดของวาว์ลในกระบอกโช้ค ทั้งด้านหน้าซึ่งเป็นช่วงล่างแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังก็เป็นมัลติลิ้งค์มีจุดยึด 5 จุด Multi-Link โดยออกแบบและปรับตั้งใหม่ทั้งหมด การเพิ่มความหนืดในจังหวะรีบาวน์ เพื่อควบคุมไม่ให้ตัวถังเกิดอาการโคลงตัวในโค้ง เก็บอาการโยนตัวเวลาเปลี่ยนเลนเร็วๆ ปรับบาลานซ์ตัวถังกับยางเนื่องจากน้ำหนักรถที่มากจากแบตเตอรี่ LFP ขนาด 78 kWh  การปรับวาล์วโช้คอัพใหม่ร่วมกับการทำงานของยาง ช่วยลดอาการหน้าดื้อ หรือ Understeer และเพิ่มแรงยึดเกาะด้านหลัง  ตามลักษณะรถขับเคลื่อนล้อหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปรับอัตราทดและการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้า สิบกว่าปีที่ผ่านมา พวงมาลัยไฟฟ้าแบบแร็คแอนด์พีเนียน (Electrically-assisted Rack and Pinion Steering) ในรถยนต์ Mazda ทุกรุ่นให้ความแม่นยำและสัมผัสที่ดีมาโดยตลอด CX-6e ถูกปรับแต่งใหม่ทั้งชิ้นส่วนและอัตราทด รวมไปถึงซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานของมอเตอร์พวงมาลัย  อัตราทดเฟืองพวงมาลัย  อยู่ที่ 13.1:1 ซึ่งเป็นอัตราทดที่ไวและคมในระดับรถสปอร์ต จังหวะหมุนพวงมาลัยสุด  Lock-to-Lock มอเตอร์และเฟืองแร็คถูกตั้งค่าให้มีระยะหมุนพวงมาลัยจากซ้ายสุดไปขวาสุด 2.55 รอบ ช่วยสร้างความคล่องตัวในย่านความเร็วต่ำ  เลี้ยวเข้าซอยคับแคบ หรือถอยจอดก็ไม่ต้องหมุนพวงมาลัยหลายรอบ ซอฟต์แวร์มอเตอร์ผ่อนแรงจะค่อยๆ เพิ่มความตึงมือและความนิ่ง เมื่อขับด้วยความเร็วสูง 

ซอฟต์แวร์มอเตอร์ควบคุมพวงมาลัยมีการเขียนอัลกอริทึมใหม่หมด เพื่อลบความรู้สึก หลอกมือ/เบาหวิว ของรถไฟฟ้าจีน แล้วแทนที่ด้วยการหน่วงที่เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกแน่น แม่นยำ และมีความเป็นเส้นตรง โหมด Sport มอเตอร์จะลดการผ่อนแรงลงเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ผู้ขับรู้สึกถึงขีดจำกัดหน้ายางได้อย่างชัดเจน




อีกจุดที่เกี่ยวเนื่องกับช่วงล่างและสัมผัสการขับ คือ การปรับตั้งเพื่อสร้างฟีลลิ่งของแป้นเบรกแบบรถสันดาป วิศวกร Mazda จูนกล่องควบคุมระบบเบรก เพื่อเชื่อมต่อระหว่างระบบเบรกไฟฟ้าดึงพลังงานคืน Regenerative Braking  และ ระบบเบรกไฮดรอลิกจริง เพื่อทำให้รอยต่อของการทำงานมีความเรียบเนียน ไม่รู้สึกถึงอาการหัวโยกหัวคลอนเวลาแตะเบรก ระยะยุบของแป้นเบรกที่สร้างความมั่นใจ คล้ายคลึงกับระบบเบรกของรถสปอร์ตของ Mazda. 
Mazda CX-6e นำเข้าจากประเทศจีน 

Mazda CX-6e Premium: 1,259,000 บาท

Mazda CX-6e Premium Sports: 1,299,000 บาท  

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/