ปัญหาใหญ่ของคนที่อยากเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องของความอืดหรืออัตราเร่ง แต่คือ “ความกังวลเรื่องระยะทาง” (Range Anxiety) และการต้องไปนั่งเข้าคิวต่อแถวรอตู้ชาร์จตามปั๊มน้ำมันในช่วงเทศกาลเดินทางไกล โจทย์ข้อนี้ทำให้ CHERY GROUP ยักษ์ใหญ่จากจีนที่ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) มานานกว่า 16 ปี เล็งเห็นช่องว่างและเดินหน้าดัน REEV ให้กลายเป็นทางออกหลักของนักขับชาวไทยที่อยากได้ฟีลลิ่งรถไฟฟ้า 100% แต่ไม่อยากติดดักเรื่องตู้ชาร์จ


REEV คืออะไร? ทำไมถึงต่างจากไฮบริดทั่วไป

ในทางเทคนิค REEV ไม่ใช่ระบบไฮบริดแบบดั้งเดิมที่เครื่องยนต์กับมอเตอร์สลับกันส่งกำลังลงล้อ แต่ REEV ขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 100% ตลอดเวลา ให้แรงบิดฉับไว เงียบ และพุ่งทะยานเหมือนรถ EV เพียวๆ ทุกประการ


ส่วนเครื่องยนต์สันดาปขนาดเล็กใต้ฝากระโปรง มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ "เป็นเครื่องปั่นไฟ (Generator)" ทำงานในรอบที่เสถียรที่สุดเพื่อป้อนกระแสไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ไฮโวลต์ หรือส่งตรงไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนเมื่อแบตเตอรี่เริ่มต่ำ ระบบจัดการพลังงานจะบริหารแหล่งพลังงาน 3 ทาง ทั้งการชาร์จจากปลั๊ก (Plug-in AC/DC), การดึงพลังงานกลับจากการเบรก (Regenerative Braking) และการปั่นไฟจากเครื่องยนต์ ทำให้ไร้ปัญหาความร้อนสะสมของชุดเกียร์และปราศจากแรงสั่นสะเทือนแบบรถเครื่องยนต์สันดาปยุคเก่า

 ข้อมูลจาก Deloitte (Global Automotive Consumer Study) ระบุพฤติกรรมการใช้รถของคนไทย 

69% ของผู้ใช้รถในไทย ต้องขับรถออกนอกเมืองระยะทางเกิน 100 กิโลเมตร อย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน

39% ยังคงกังวลกับระยะทางขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า BEV

46% กังวลเรื่องความพรั่งพร้อมและจำนวนของสถานีชาร์จสาธารณะ

ความกังวลเหล่านี้กลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้หลายคนยังลังเล CHERY GROUP ซึ่งเริ่มบุกเบิก REEV มาตั้งแต่ปี 2553 (เริ่มต้นกับรุ่น Chery S18D) จึงนำองค์ความรู้มาแก้โจทย์นี้ให้คนไทยโดยเฉพาะ

 


การรุกตลาดไทยของ CHERY GROUP นำทัพด้วยรถยนต์ทรงกล่องสายลุยยุคใหม่ที่พกสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์:

JAECOO 6T REEV  ทรงกล่อง สมรรถนะ 428 ม้า Pure EV Range ขับขี่ด้วยไฟฟ้าเพียวๆ ไกล 190 กิโลเมตร  ในรุ่น 2WD เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองโดยไม่เสียน้ำมันสักหยด System Output รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD มาพร้อมระบบ i-WD กระจายแรงบิดเรียลไทม์ ปล่อยกำลังสูงสุด 428 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 505 นิวตัน-เมตร Acceleration จาก 0–100 กม./ชม. ใน  5.5 วินาที Drive Modes ปรับโหมดการขับได้  9 รูปแบบ รองรับตั้งแต่การลุยโคลน ทราย หิน จนถึงวิ่งทำความเร็วบนทางหลวง  Jaecoo 6T REEV กวาดยอดส่งมอบในไทยทะลุ 1,000 คัน และเตรียมแตะ 2,000 คันภายในเดือนกันยายน 2569 นี้



iCAR V27 REEV  พี่ใหญ่สายออฟโรด 455 แรงม้า System Output  ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD  กำลังสูงสุด 455 แรงม้า แรงบิดกดหนักเท่ากันที่ 505 นิวตัน-เมตร

Performance: อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.0 วินาที พร้อมเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปลายเดือนกันยายน 2569


เปรียบเทียบสเปกเชิงเทคนิค JAECOO 6T REEV (รุ่น 4WD Ultra) และ iCAR V27 REEV (รุ่น 4WD)  

มิติตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง)  

JAECOO 6T REEV: 4,503 x 1,950 x 1,785 มม. (ระยะฐานล้อ 2,783 มม.)  

iCAR V27 REEV: 5,045 x 1,976 x 1,894 มม. (ระยะฐานล้อ 2,900 มม.)  

ระยะต่ำสุดถึงพื้น 

JAECOO 6T REEV 220 มม.  

iCAR V27 REEV 224 มม.  

ระบบขับเคลื่อน  

JAECOO 6T REEV REEV มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ i-WD (เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L ปั่นไฟ)  

iCAR V27 REEV REEV มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ i-AWD (เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L เทอร์โบ ปั่นไฟ)  

กำลังสูงสุด  

JAECOO 6T REEV 428 แรงม้า (PS)  

iCAR V27 REEV 455 แรงม้า (PS)  

แรงบิดสูงสุด  

JAECOO 6T REEV 505 นิวตัน-เมตร  

iCAR V27 REEV 505 นิวตัน-เมตร  

อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.  

JAECOO 6T REEV 5.5 วินาที  

iCAR V27 REEV 6.0 วินาที  

ความจุแบตเตอรี่ (CATL LFP)  

JAECOO 6T REEV 33.67 kWh  

iCAR V27 REEV 34.31 kWh  

ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (NEDC)  

JAECOO 6T REEV 160 กม. (รุ่น 4WD) / 190 กม. (รุ่น 2WD)  

iCAR V27 REEV 150 กม. (รุ่น 4WD)  

ระยะทางวิ่งรวม น้ำมัน + ไฟฟ้า (NEDC)

JAECOO 6T REEV 750 กม. (รุ่น 4WD) / 800 กม. (รุ่น 2WD)  

iCAR V27 REEV 1,000 กม.  

ความจุถังน้ำมัน  

JAECOO 6T REEV 45 ลิตร  

iCAR V27 REEV 60 ลิตร  

ระบบชาร์จไฟและจ่ายไฟภายนอก (V2L)

JAECOO 6T REEV รองรับ AC 6.6 kW / DC 100 kW / จ่ายไฟ V2L สูงสุด 2.3 kW  

iCAR V27 REEV รองรับ AC 6.6 kW / DC 100 kW / จ่ายไฟ V2L สูงสุด 6.0 kW  

หน้าจอและระบบเสียง

JAECOO 6T REEV หน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว / ระบบเสียง Infinity ลำโพง 12 ตำแหน่ง  

iCAR V27 REEV หน้าจอกลาง 15.4 นิ้ว (3K) / ระบบเสียง Pioneer ลำโพง 15 ตำแหน่ง พร้อม Subwoofe


กรณีที่รถยนต์ไฟฟ้าแบบ REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle อย่าง JAECOO 6T หรือ iCAR V27 มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะ 10.3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อใช้ความเร็วสูงแช่ต่อเนื่องที่ 140–150 กม./ชม. เป็นผลมาจากปัจจัยด้านฟิสิกส์ + ข้อจำกัดเชิงวิศวกรรมของระบบขับเคลื่อน  

1. การสูญเสียพลังงานในกระบวนการแปลงส่งกำลัง (Serial Hybrid Conversion Loss)

ไม่มีระบบต่อตรงลงล้อ  REEV เป็นระบบ Serial Hybrid เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรไม่ได้มีชุดเกียร์เพลาขับส่งกำลังตรงไปยังล้อเหมือนรถน้ำมัน (ICE) หรือรถไฮบริดแบบ Parallel/PHEV

สูญเสียพลังงานหลายต่อ พลังงานต้องผ่านการแปลงสภาพถึง 4 ขั้นตอน น้ำมัน (เคมี) เครื่องยนต์ (กล)   เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์/มอเตอร์ / ล้อ  ในแต่ละขั้นตอนจะมีแรงดันตกและความร้อน ทำให้เกิด Energy Loss  สะสมรวมกันราว 15–25% ต่างจากรถน้ำมันที่ความเร็วสูงซึ่งใช้เกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ลงล้อโดยตรงด้วยประสิทธิภาพเชิงกลสูงกว่า

2. แรงต้านอากาศแปรผันตามความเร็วยกกำลังสาม + ตัวถังทรงกล่อง

แรงต้านอากาศ  Aerodynamic Drag กำลังที่ต้องใช้ในการแหวกอากาศเพิ่มขึ้นเป็นพหุคูณตามความเร็ว การขยับความเร็วจาก 100 กม./ชม. ขึ้นไปเป็น 150 กม./ชม. ตัวรถต้องใช้พลังงานขับเคลื่อนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า

รูปทรง Boxy ทั้ง JAECOO 6T และ iCAR V27 มีหน้าตัดตัวถังขนาดใหญ่ ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศสูงกว่ารถซีดานหรือรถทรงแอโรไดนามิกที่โค้งมนและเตี้ยแบนกว่า เมื่อวิ่ง 140–150 กม./ชม. มอเตอร์ไฟฟ้าต้องดึงไฟแช่ต่อเนื่องสูงถึง 40–50 kW เพื่อเอาชนะแรงต้าน อัตราการกินไฟจึงสูงขึ้น 

3. เครื่องยนต์ปั่นไฟหลุดจากช่วงประหยัดสูงสุด (BSFC Sweet Spot)

เมื่อแบตเตอรี่ลดต่ำลงจนถึงจุดดึงพลังงานรักษาระดับ (SOC Hold) เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรขนาดเล็กต้องเร่งเค้นรอบขึ้นไปทำงานที่ภาระงานสูง เพื่อสร้างกำลังไฟฟ้า 40–50 kW ส่งให้มอเตอร์แบบเรียลไทม์

สูญเสียความประหยัดพลังงานความร้อน เครื่องยนต์ที่ต้องทำงานเค้นรอบสูงต่อเนื่องจะหลุดจากช่วงรอบเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันที่สุด  ทำให้อัตราการฉีดจ่ายน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไม่ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปขนาดเล็กที่ถูกเค้นความเร็วท็อปสปีด

REEV ถูกออกแบบมาให้ประหยัดสูงสุดในการใช้งานความเร็วต่ำถึงปานกลาง (0–110 กม./ชม.) ซึ่งเครื่องยนต์จะปั่นไฟในรอบต่ำนิ่งๆ แต่เมื่อนำไปวิ่งความเร็วสูงระดับ 140–150 กม./ชม. ระบบจะเผชิญทั้งแรงต้านอากาศมหาศาลจากทรงกล่อง และความสูญเสียจากการแปลงไฟหลายต่อ ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองหล่นลงมาอยู่ที่ระดับ 10 กม./ลิตรเศษๆ ถ้าจะเอาประหยัดก็ต้องขับให้ช้าลง 

การเคลื่อนทัพของ Mr. Cedric Cui ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการอ่านเกมตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในไทยได้อย่างทะลุทะลวง REEV ไม่ได้เข้ามาแทนที่ BEV แต่เข้ามาเป็น "สะพานเชื่อมที่สมบูรณ์แบบ" สำหรับคนที่รักแรงบิดฉับไวและความเงียบของมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ยังต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดโดยไม่ต้องนั่งวางแผนคิวตู้ชาร์จให้ปวดหัว และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยคึกคักขึ้นอีกหลายเท่าตัว.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/