ค่ายกระทิงดุ  Automobili Lamborghini เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ Revuelto SV ซูปเปอร์คาร์ พลัง V12 เวอร์ชัน Super Veloce  สานต่อตำนานความแรงระดับพรีเมียมของเครื่องยนต์ไซล์ยักษ์ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 55 ปีก่อน นับตั้งแต่พี่ใหญ่อย่าง Miura SV ออกอาละวาดบนเรือนร่างระดับตำนาน รหัสร้อน "SV" หรือ Super Veloce ในภาษาอิตาเลียน แปลความหมาย คือ "ความเร็วเหนือมนุษย์"   ใช้โครงสร้างน้ำหนักเบา ตัดน้ำหนักส่วนเกินทิ้ง แล้วมุ่งไปที่ระบบอากาศพลศาสตร์ เพื่อปรับให้แอร์โรไดนามิกส์ที่ผ่านการเกลาในอุโมงค์ลมช่วยยกระดับสมรรถนะของรถ  แชสซีส์ปรับตั้งใหม่  การมาของ Revuelto SV  เป็นการเปิดศักราชใหม่ของกระทิงดุ สายพันธุ์ SV โดยจะถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัด เพียง 1,963 คันทั่วโลก  เพื่อรำลึกถึงปีก่อตั้งแบรนด์ในปี 1963  การจับคู่กันระหว่างขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 ยุคใหม่ ผสานเข้ากับ DNA ตัวแข่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ Revuelto SV กลายเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับหัวแถว 



สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า Revuelto SV คือการยกระดับศักยภาพของตระกูล Revuelto ไปอีกขั้น ทุกรายละเอียดผ่านการพัฒนาเพื่อมอบอารมณ์ความรู้สึกหลังพวงมาลัยที่เข้มข้น ตอบสนองตรงไปตรงมา และสะท้อนดีเอ็นเอของลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน ทั้งในด้านวิศวกรรม ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความสนุกในการขับขี่ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

Revuelto SV พัฒนาต่อยอดจากซูเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ V12 รุ่นแรกของค่าย โดยได้รับการปรับแต่งระบบอากาศพลศาสตร์และระบบส่งกำลังใหม่ทั้งหมด ดันพละกำลังสูงสุดขึ้นไปถึง 1,065 แรงม้า (783 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดรวมสูงสุดในระดับเดียวกันที่ 1,425 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 345 กม./ชม. ส่งผลให้ Revuelto SV ครองตำแหน่งรถยนต์เวอร์ชันผลิตจริงที่ทรงพลังและทำความเร็วได้ดีที่สุดเท่าที่โรงงานในซันต์อากาตา โบโลญเญเซ เคยสร้างมา สมรรถนะระดับสุดขั้วคือสิ่งที่ลัมโบร์กินีนิยามว่า เป็น The Quantum of Driving  หรือการก้าวกระโดดเชิงสมรรถนะที่พลิกโฉมประสบการณ์หลังพวงมาลัย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มแรงม้า  แต่คือการเปลี่ยนผ่านอารมณ์การขับขี่ไปสู่อีกมิติหนึ่งอย่างสิ้นเชิงในชั่วพริบตา



นอกเหนือจากตัวเลขความเร็ว Revuelto SV ยังได้รับการเกลาดีไซน์และยกระดับระบบอากาศพลศาสตร์เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ให้สูงขึ้น ช่วงล่างเปลี่ยนมาใช้ช็อคอับแบบ Passive ที่ปรับตั้งได้ตามสเปกสนามแข่ง ทำงานร่วมกับระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus รุ่นใหม่ล่าสุด  ยาง Bridgestone Potenza Race R ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับ SV โดยเฉพาะ การติดตั้งโหมดการขับขี่  Pilota เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขับปรับเซตการตอบสนองสำหรับขับในแทร็กได้อย่างละเอียด สอดรับกับแนวคิดการออกแบบห้องโดยสาร  Feel Like a Pilot หล่อหลอมคนกับรถให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว 

ภารกิจหลักของ Revuelto SV คือการปลดปล่อยจิตวิญญาณสนามแข่งผ่านขุมพลัง V12 ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด เปลี่ยนพละกำลังมหาศาลให้เป็นความรู้สึกที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ขับกับตัวรถอย่างเป็นธรรมชาติ “ด้วยระบบอากาศพลศาสตร์แบบใหม่ ระบบควบคุมการขับขี่ที่ล้ำสมัย รวมถึงเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ทั้งช่วงล่าง เบรก และยาง ผสานกับกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Revuelto SV ให้ความแม่นยำและการตอบสนองสไตล์สปอร์ตเหนือกว่า Revuelto รุ่นมาตรฐาน และกลายเป็นสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์สำหรับนักขับที่เน้นสมรรถนะอย่างแท้จริง” สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าวเสริม

ตัวเลขเวลาต่อรอบ 1:41.6 นาที ณ สนามฮอกเคนไฮม์ (Hockenheimring) ประเทศเยอรมนี ซึ่งทำไว้โดย มาร์โก มาเปลลี นักขับทดสอบของค่าย ส่งผลให้ Revuelto SV ครองสถิติรถยนต์เวอร์ชันผลิตจริงที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในสนามทดสอบระดับโลกแห่งนี้ เป็นการพิสูจน์ศักยภาพด้านพลศาสตร์ได้อย่างชัดเจน


เส้นสายเฉียบคม เน้นการทำอากาศพลศาสตร์
ดีไซน์ของ Revuelto SV ยึดหลักการผสานรูปร่างเข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน โครงสร้างเน้นน้ำหนักเบา จัดสรรทิศทางลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เส้นสายด้านข้างสไตล์  Speedshape ไปจนถึงงานออกแบบทรง  Omega แนวตั้งบริเวณด้านหน้าที่ช่วยเน้นความกว้างของตัวรถ รับกับดิฟฟิวเซอร์ท้ายตัดเส้นสีแดงและปีกหลังทรงสูงที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกด (Downforce) สม่ำเสมอ เพิ่มความมั่นคงในย่านความเร็วสูง

“Revuelto SV คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปตามปรัชญา V12 HPEV ที่นำคาแรกเตอร์อันโดดเด่นและสมรรถนะของตระกูล Revuelto มายกระดับให้สูงขึ้นไปอีก” มร. มิตจา บอร์เกิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าว “ทุกองค์ประกอบถูกพัฒนาโดยมุ่งเน้นสมรรถนะ ประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ โครงสร้างน้ำหนักเบา และกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ต เข้ากับเอกลักษณ์งานดีไซน์ดั้งเดิม ด้านหน้ามาพร้อมดีไซน์ Super Veloce แบบใหม่ ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย เพื่อเน้นมิติความกว้างและสัดส่วน ล้อเซนเตอร์ล็อกดีไซน์ใหม่ ลวดลายหกเหลี่ยม สะท้อนถึงเทคโนโลยีและดีเอ็นเอของลัมโบร์กินี 

 

งานตกแต่ง มาพร้อมตัวเลือกเฉดสีพิเศษ เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ ใช้โทนสีดำตัดสลับกับปีกหลังทรงสูงแบบติดถาวร เติมโลโก้ SV ดีไซน์ใหม่ บริเวณด้านข้างและท้ายรถ เส้นสายตัวถังด้านข้างรับกับล้ออัลลอยน็อตล็อกกลาง (Center Lock) ลายใหม่สไตล์รถแข่ง พร้อมดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมด้านใน นอกจากสีมาตรฐาน Shiny Silver แล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกปรับเฉดสีของโลโก้ตัวอักษร Lamborghini บริเวณท้ายรถได้ ทั้งสีดำเงา (Shiny Black) สีดำด้าน (Matt Black) หรือสีบรอนซ์ด้าน (Matt Bronze)

ห้องโดยสารเน้นอารมณ์สปอร์ตตามแนวคิด “Feel Like a Pilot”
ห้องโดยสารของ Revuelto SV ถ่ายทอดปรัชญา “Feel Like a Pilot” ออกมาอย่างเด่นชัด การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์มุ่งเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางด้วยแผงหน้าปัดทรงเพรียว พร้อมพวงมาลัยสปอร์ตเจเนอเรชันล่าสุดที่จัดวางตำแหน่งสวิตช์ควบคุมต่างๆ ตามสไตล์รถแข่ง เพื่อให้ควบคุมทุกระบบได้อย่างฉับไวโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

โครงสร้างห้องโดยสารเน้นวัสดุน้ำหนักเบาด้วยแผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์พิเศษ และเบาะนั่งสไตล์รถแข่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เบาะมาตรฐานเป็นแบบ Sport Seats โครงสร้างเปลือกคาร์บอนที่ผสานทรงเบาะแข่งเข้ากับความสบายและการปรับระดับได้หลากหลาย ส่วนออปชันเสริมอย่าง Race Seats ใช้โครงสร้างโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์เต็มรูปแบบ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักลงแล้ว ยังโอบกระชับสรีระด้านข้างได้ดีเยี่ยมขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง


ห้องโดยสารของ Revuelto SV ถือเป็นรุ่นที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์มากที่สุด นอกเหนือจากหนังโทนสีดำ Nero Ade  ยังเลือกเฉดสีตัดกันได้มากถึง 12 เฉดสี ตกแต่งครอบคลุมทั้งเบาะนั่ง คอนโซลกลาง พรมปูพื้น และแผงหน้าปัด เพื่อสร้างบุคลิกสปอร์ตในแบบของตัวเอง งานออกแบบเน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ผสานเข้ากับระบบแสดงผล (User Interface) ที่มีกราฟิกและแอนิเมชันต้อนรับเฉพาะรุ่น Revuelto SV ทันทีที่เปิดประตู บนพวงมาลัยเพิ่มความพิเศษด้วยปุ่มเลือกโหมด Pilota สีแดงบริเวณฝั่งขวา สำหรับปรับการทำงานของระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) ขณะที่ก้านปรับโหมดขับขี่ ANIMA ที่คุ้นเคยก็ถูกเปลี่ยนมาใช้โทนสีแดงเช่นกัน

ปรับเซตระบบอากาศพลศาสตร์ระดับสูง
วิศวกรและทีมดีไซเนอร์ของลัมโบร์กินีได้ร่วมกันเกลาทิศทางลมของ Revuelto SV ใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ให้สูงขึ้น ช่วยให้การควบคุมตัวรถมีความแม่นยำ และทำเวลาต่อรอบในสนามแข่งได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สปลิตเตอร์ด้านหน้าและโครงสร้างใต้ท้องรถได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อมุ่งเน้นสมรรถนะสูงสุด ครีบระบายอากาศบริเวณมุมกันชนหน้าช่วยปิดช่องซุ้มล้อและบังคับทิศทางลมเข้าสู่หม้อน้ำด้านข้างโดยตรง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนขณะขับขี่อย่างต่อเนื่อง สมดุลอากาศพลศาสตร์ด้านหน้ายังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมบนแทร็ก ทำเวลาต่อรอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ระบบระบายความร้อนของชุดเบรกทำงานดีขึ้นกว่าเดิม 12% ช่วยรักษาประสิทธิภาพการชะลอความเร็วให้คงที่แม้อยู่ในสภาวะการขับขี่ที่ทรหด

ปีกหลังแบบทรงสูงผสานเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ดีไซน์ปีกคู่บริเวณปลายข้างช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) และการไหลเวียนของอากาศ ส่วนความลาดต่ำตรงกลางช่วยลดแรงต้าน บริเวณส่วนท้ายติดตั้งครีบ Gurney Flap เพิ่มแรงกดบนฝากระโปรงหลังและสร้างแรงดูดอากาศออกจากช่องระบายหม้อน้ำ ช่วยคุมอุณหภูมิได้อย่างต่อเนื่อง ช่องระบายความร้อนเบรกหลังดีไซน์ใหม่ ทำงานร่วมกับแผ่นใต้ท้องรถที่ซับซ้อน ช่วยให้จานเบรกระบายความร้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์คือ Revuelto SV สามารถสร้างแรงกดรวมได้มากกว่า Revuelto รุ่นมาตรฐานถึง 80% และมากกว่า Aventador SVJ ถึง 10% พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพอัตราส่วนแรงกดต่อแรงต้าน (Downforce-to-drag ratio) ขึ้นอีก 60% เมื่อเทียบกับ Revuelto การออกแบบนี้ช่วยเพิ่มอัตราเร่ง การยึดเกาะถนน และเสถียรภาพในย่านความเร็วสูงอย่างครบถ้วน

ระบบขับเคลื่อน V12 ไฮบริด พละกำลัง 1,065 แรงม้า
ขุมพลังของ Revuelto SV ถือเป็นเครื่องจักรสำหรับนักขับอย่างแท้จริง ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.5 ลิตร N/A (Naturally Aspirated) ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial Flux 2 ตัวที่ล้อคู่หน้า และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Radial Flux อีก 1 ตัวที่ติดตั้งบนชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด แบบวางตามขวางด้านหลัง

โครงสร้างนี้ช่วยให้การกระจายแรงบิดแบบ Torque Vectoring เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพิ่มแรงยึดเกาะและความแม่นยำขณะเข้าโค้ง มอเตอร์คู่หน้าคอยจัดสรรแรงบิดอย่างฉับไว ช่วยให้ตัวรถตอบสนองได้คล่องตัวและให้อารมณ์การควบคุมที่เบากว่าเดิม ทั้งการขับบนถนนทั่วไปและในสนามแข่ง

เครื่องยนต์ V12 เค้นกำลังได้ 825 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และลากรอบได้สูงสุดถึง 9,500 รอบ/นาที เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 7.3 kWh ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ สามารถจ่ายพลังงานสูงสุด 190 กิโลวัตต์ ส่งผลให้มีพละกำลังรวมสูงสุด 1,065 แรงม้า (เพิ่มขึ้นจาก Revuelto รุ่นธรรมดา 50 แรงม้า) ตัวรถมีอัตราส่วนพละกำลังต่อน้ำหนักอยู่ที่ 1.66 กิโลกรัม/แรงม้า ระบบแบตเตอรี่ใหม่ช่วยรักษาความคงที่ของสมรรถนะได้ดีกว่ารุ่นปกติถึง 4 เท่า ขณะที่แรงบิดรวมสูงสุดทำได้ถึง 1,425 นิวตันเมตร ถือเป็นระดับสูงสุดในคลาส

เครื่องยนต์ V12 ที่ลากรอบได้สูง ผสานระบบไฮบริด พา Revuelto SV พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 345 กม./ชม. ระบบไอเสียระบายผ่านปลายท่อไอเสียคู่ดีไซน์สปอร์ต ซึ่งปรับจูนเสียงคำรามมาเป็นพิเศษ โดยมีให้เลือกทั้งสีเทาด้าน (Matt Grey) สีดำด้าน (Matt Black) และสีบรอนซ์ด้าน (Matt Bronze)


อเลสซานโดร ฟาร์เมสกี ผู้อำนวยการสายผลิตภัณฑ์ Revuelto ของออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า เป้าหมายของ Revuelto SV คือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับกับตัวรถให้ตรงไปตรงมาที่สุด ถ่ายทอดอารมณ์สนามแข่งอย่างเข้มข้น ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ระบบอากาศพลศาสตร์ ช่วงล่าง เบรกเจเนอเรชันใหม่ ยาง Bridgestone Potenza Race R และโหมด Pilota ถูกพัฒนาเพื่อมอบเสถียรภาพ สมรรถนะที่คงที่ และความเร้าใจระดับสูงสุดทั้งบนถนนและสนามแข่ง

ช่วงล่างพัฒนาจากรถแข่ง GT3 ปรับเซตด้วยมือ
ช่วงล่างเปลี่ยนมาใช้แดมเปอร์ปรับตั้งด้วยมือ (Manual Adjustable Damper) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถแข่ง GT3 ควบคุมการเคลื่อนตัวของตัวถังอย่างแม่นยำ เพิ่มความคล่องตัวขึ้น 17% และเพิ่มแรงยึดเกาะด้านข้าง (Lateral Grip) อีก 10% เมื่อเทียบกับ Revuelto รุ่นมาตรฐาน พร้อมมีคู่มือแนะนำการตั้งค่าช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพสนาม ทั้งสนามทางเรียบ พื้นผิวขรุขระ หรือแทร็กเปียก

ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus เจเนอเรชันใหม่
จานเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus นำเทคโนโลยีจากรถแข่ง F1 และ Endurance มาปรับใช้ โครงสร้างคาร์บอน 3 มิติ พร้อมสารเคลือบพิเศษและเบลล์เบรกแบบระบายอากาศ ช่วยกระจายความร้อนสม่ำเสมอ จานเบรกหน้าขนาด 420 x 40 มม. ด้านหลังขนาด 410 x 32 มม.

การทดสอบชะลอความเร็วจาก 200-0 กม./ชม. ทำระยะเบรกเหลือเพียง 110 เมตร เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ SV ให้ประสิทธิภาพการเบรกสูงสุดเพิ่มขึ้น 11% ระบายความร้อนดีขึ้น 23% และอุณหภูมิจานเบรกลดลง 12% โดยมีสีคาลิเปอร์เบรกให้เลือกถึง 12 เฉดสี

ระบบ Integrated Brake Control และเซนเซอร์ 6D
ระบบควบคุมการเบรกแบบบูรณาการ ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ 6D ติดตั้งใกล้จุดศูนย์ถ่วง ประมวลผลความเร่งและความเร็วเชิงมุมทั้ง 3 แกน (pitch, roll, yaw) แบบเรียลไทม์ ผ่านอัลกอริทึม Kalman filtering เพื่อประเมินค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของยางกับพื้นถนน ช่วยป้องกันล้อล็อก เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกขณะเข้าโค้ง ขับผ่านเนิน หรือปีนขอบเคิร์บ ช่วยลดระยะเบรกรวมได้สูงสุด 10%

เปิดตัวโหมดการขับขี่ใหม่ "Pilota"
นอกเหนือจากโหมด Strada, Sport และ Corsa Revuelto SV เพิ่มโหมด Pilota ปรับตั้งผ่านปุ่มหมุนสีแดงบนพวงมาลัย ถ่ายทอดระบบ Traction Control 5 ระดับจากรถแข่ง GT3 ช่วยให้ผู้ขับปรับการทำงานตามสภาพสนามและระดับการสึกหรอของยางได้อย่างละเอียด

ล้ออัลลอย Center Lock ครั้งแรกในรถผลิตจริง
เปิดตัวล้อฟอร์จน้ำหนักเบาดีไซน์ 3D-Superlight Dromos (หน้า 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว) ก้านล้อลายหกเหลี่ยม ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Mass) พร้อมระบบน็อตล็อกกลาง (Monolocker) ซึ่งนำมาติดตั้งในรถยนต์เวอร์ชันผลิตจริงของลัมโบร์กินีเป็นครั้งแรก โดยมีล้อลาย Triguero สี Matt Titanium และ Shiny Silver เป็นออปชันเสริม

ชุดแต่งคาร์บอนเปลือย 25 ชิ้น และออปชันตกแต่งเฉพาะรุ่น
Revuelto SV เดินตามธรรมเนียมตระกูล Super Veloce ด้วยออปชันโลโก้ SV ภายนอก 4 รูปแบบ พร้อมลวดลายตกแต่งเฉพาะรุ่นอีก 4 ดีไซน์ผ่านโปรแกรม Ad Personam ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยภายนอกมีให้เลือกติดตั้งมากถึง 25 ชิ้น ครอบคลุมทั้งกันชนหน้าและปีกหลัง ขณะที่แผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์สีแมตต์ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อลดน้ำหนักตัวถัง  รองรับการติดตั้งชุดเครื่องเสียง Sonus faber ได้อย่างลงตัว

ล้อฟอร์จ DROMOS ขนาด 20-21 นิ้ว ระบบล็อกกลาง Monolock มีสีให้เลือก 5 เฉดสี จับคู่กับตัวล็อกกลางที่มีให้เลือกถึง 12 สี เพื่อให้แมตช์กับสีคาลิเปอร์เบรก ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุ Corsa-Tex by Dinamica พร้อมเฉดสีใหม่อย่าง Nero Cosmus และเบาะนั่งบักเก็ตซีทหุ้มหนังตัดสลับ Corsa-Tex ดีไซน์สไตล์ตัวแข่ง

ยาง Bridgestone สมรรถนะสูง พัฒนาเฉพาะรุ่น

Bridgestone ในฐานะพันธมิตรผู้จัดหายางอย่างเป็นทางการ ได้พัฒนายางเฉพาะรุ่น Revuelto SV ครบทั้ง 3 รูปแบบ (ผลิตในอิตาลี พร้อมประทับโลโก้ Lamborghini):

  • Potenza Race R: ยางกึ่งสลิค (Semi-slick) พัฒนาจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต อุ่นยางได้เร็ว ให้แรงยึดเกาะสูง และทำเวลาต่อรอบได้อย่างสม่ำเสมอ โดยยังคงใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • Potenza Sport: ยาง Ultra High Performance เน้นการใช้งานบนถนนทั่วไป มอบความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวทั้งบนถนนแห้งและเปียก พร้อมมีออปชันเทคโนโลยี Run Flat (RFT)

  • Blizzak LM005: ยางสำหรับใช้งานในฤดูหนาวและสภาวะพื้นผิวถนนที่มีหิมะ

ยางทุกรุ่นผ่านการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Virtual Tyre Development ช่วยลดระยะเวลาการผลิตและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการพัฒนาลงได้ถึง 60%

 

สถิติต่อรอบสนามฮอกเคนไฮม์
Revuelto SV ประกาศความเหนือชั้นด้วยการทำเวลาต่อรอบ ณ สนามฮอกเคนไฮม์ (Hockenheimring) ประเทศเยอรมนี ด้วยเวลา 1:41.6 นาที ขับโดย มาร์โก มาเปลลี นักขับทดสอบของโรงงาน ส่งผลให้ Revuelto SV ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์เวอร์ชันผลิตจริง (Production Car) ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในสนามแห่งนี้

ตำนานตระกูล Super Veloce (SV)
รหัส SV ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความแรงระดับหัวแถวของลัมโบร์กินีมายาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่การกำเนิดของ Miura SV ในปี 1971 ต่อด้วย Diablo SV, Murciélago LP 670-4 SV, Aventador SV และล่าสุดกับ Revuelto SV ซึ่งยังคงถ่ายทอด DNA ยนตรกรรมสมรรถนะสูงของค่ายกระทิงดุแห่งซันต์อากาตา โบโลญเญเซ ต่อไปอย่างเต็มภาคภูมิ

ข้อมูลด้านเทคนิค

เครื่องยนต์สันดาปภายใน V12 NA 6.5 ลิตร

ความจุกระบอกสูบ 6,500 ซีซี

กระบอกสูบ/ช่วงชัก Ø 95 มม. × 76.4 มม.

อัตราส่วนกำลังอัด 1 : 12.6

กำลังสูงสุด @ รอบ (เครื่องยนต์สันดาป) 825 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที

กำลังสูงสุด (รวมสันดาป + ไฟฟ้า) 1,065 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด @ รอบ (เครื่องยนต์สันดาป)  725 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบ/นาที

มาตรฐานไอเสีย Euro 6e-bis (EB)

ระบบควบคุมไอเสีย แคทาไลติกคอนเวอร์เตอร์แบบ 3 ทาง 4 ตัว (NAR และ RoW ไม่มี OPF; EU และจีนมี OPF)

ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยของเหลว - วงจรเฉพาะสำหรับชิ้นส่วนแรงดันสูง (HV)

ระบบหล่อลื่น อ่างเก็บน้ำมันแบบ Dry sump

ระบบส่งกำลัง

ประเภทเกียร์ DCT

ชุดเกียร์ เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด พร้อมเฟืองท้าย LSD แบบกลไก คลัตช์คู่


ระบบไฮบริด

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เซลล์เดี่ยวทรงกระบอก 2.5 Ah, 7.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

กำลังไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลวัตต์

แรงบิดของระบบ 1,425 นิวตันเมตร

สมรรถนะ

ความเร็วสูงสุด 345 กม./ชม.

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 2.4 วินาที

อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. 6.7 วินาที

โครงสร้าง

โมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์แบบมัลติเทคโนโลยี โครงสร้างส่วนหน้าเป็น Forged Composites

ตัวถัง

ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ประตูอะลูมิเนียม กันชนหน้าและหลังเทอร์โมพลาสติก

อากาศพลศาสตร์

อากาศพลศาสตร์ที่ปรับให้เหมาะสม พร้อมสปลิตเตอร์หน้าและพื้นใต้ท้องรถออกแบบใหม่ สมดุลอากาศพลศาสตร์ที่ปรับให้เหมาะสม ปีกหลังใช้งานจริงแบบติดตั้งถาวร Gurney flap และช่องระบายความร้อนเบรกหลังโดยเฉพาะ


ช่วงล่าง ปีกนกคู่ (double wishbone) หน้าและหลัง พร้อมแดมเปอร์แบบ passive ปรับได้ด้วยมือ 4 ระดับ

ระบบเบรก ระบบเบรกคาร์บอน-เซรามิก CCM-R Plus พร้อมคาลิเปอร์อะลูมิเนียมโมโนบล็อกแบบตายตัว

เบรกหน้า จานเบรกขนาด 420 × 40 มม.

เบรกหลัง จานเบรกขนาด 410 × 32 มม.

ความปลอดภัย

 ถุงลมนิรภัยคนขับ ผู้โดยสาร และด้านข้าง มีถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าเฉพาะในตลาดบางแห่ง


ล้อและระบบควบคุม (WHEELS)

ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC)    

ESC ที่ผสาน ABS และ TCS พร้อมคุณลักษณะที่แตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ที่เลือก

ระบบบังคับเลี้ยว    

EPS - พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า

ยางหน้า 265/35 ZR20 (99Y) XL - Bridgestone Potenza Race R

ยางหลัง 345/30 ZR21 (111Y) XL - Bridgestone Potenza Race R

กระทะล้อหน้า 20 × 9.5J monolock

กระทะล้อหลัง 21 × 12J monolock

มิติตัวถัง (DIMENSIONS)

ระยะฐานล้อ 2,779 มม.

ความยาวรวม 4,944 มม.

ความกว้างรวม (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 2,038 มม.

ความกว้างรวม (รวมกระจกมองข้าง) 2,266 มม.

ความสูงรวม 1,161 มม.

ความกว้างล้อคู่หน้า 1,720 มม.

ความกว้างล้อคู่หลัง 1,701 มม.

น้ำหนักแห้ง 1,772 กก.

อัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลัง 1.66 กก./แรงม้า

การกระจายน้ำหนัก (หน้า-หลัง) 43/57

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/