จริงๆ แล้ว นี่คือ Lexus ES เจนเนอเรชันที่ 8 ถ้านับย้อนกลับไปตั้งแต่ ES รุ่นแรกที่เปิดตัวเคียงข้างกับพี่ใหญ่อย่าง LS ในปี 1989 สำหรับกลุ่มลูกค้ารถหรู หลายคนไม่ได้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ยานยนต์แบบเจาะลึกเพราะมีทั้งเรื่องที่น่าสนใจและน่าเบื่อไปพร้อมๆกัน
มีอะไรใหม่ใน ES 2026
เส้นสายภายนอก ถูกขัดเกลาจนลงตัว ทำให้ทรงของรถดูดุดันและมีมิติขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Lexus ระบุไว้ในเอกสารว่า ดีไซน์ของ New ES ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถคอนเซปต์ LF-ZC ที่เปิดตัวในปี 2023 กระจังหน้าแบบเดิมถูกลดทอนขนาดความใหญ่โตลงไป เปลี่ยนมาใช้นิยามการออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Spindle Body ลากเส้นสายจากส่วนล่างของกันชนหน้า ยาวต่อเนื่องขึ้นไปถึงฝากระโปรง ชุดไฟหน้าแบบแยกส่วน Split Lighting Setup มาพร้อมไฟ LED ส่องสว่างวางตำแหน่งอยู่ใต้ไฟ DRL และไฟเลี้ยวทรง L-Shape คู่สุดคม ทั้งหมดทำงานด้วยระบบอัตโนมัติและในบรรดารถญี่ปุ่นทั้งหมด ต้องยอมรับว่าระบบไฟอัตโนมัติของ Lexus ทำงานได้ดีไม่แตกต่างจากแบรนด์หรูยุโรป ทั้งความไวในการทำงาน การส่องสว่างไปยังจุดที่มืดบนถนนและหลีกเลี่ยงการสาดไฟไปรบกวนรถที่แล่นส่วนมาหรือรถที่วิ่งอยู่ข้างหน้า
ด้านข้าง มีการออกแบบมือจับประตูให้กลมกลืนไปกับตัวถังในแบบ Semi-flush Door Handles เพิ่มเส้นสายคมกริบ เสริมด้วยหลังคาแนว Fastback ลาดเทลงไปยังส่วนท้าย ชุดไฟท้ายแบบยาวเชื่อมต่อกันแบบ Lightbar เน้นความเรียบหรู ตามสไตล์รถยนต์รุ่นใหม่ในยุคนี้ที่ออกแบบให้เส้นไฟท้ายเชื่อมโยงกันทั้งสองฝั่งเพื่อทำให้รถดูมีความทันสมัยไม่ตกเทรน
สำหรับประเทศไทย มีขุมพลังให้เลือกถึง 2 รูปแบบ ทั้งไฮบริดและไฟฟ้าล้วน Lexus New ES Electric ขุมพลังไฟฟ้า Pure EV ดูจะมีอุปกรณ์มากกว่ารุ่นไฮบริด และที่น่าสนใจคือ มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ หรือ Dedicated EV Architecture แต่เป็นการนำแพลตฟอร์ม GA-K ที่ใช้อยู่ใน Toyota RAV4 และ Camry มาดัดแปลงปรับปรุงใหม่
ราคา The All-New Lexus ES
ES 350e Premium – ราคา 3,290,000 บาท
ES 350h Grand Luxury – ราคา 3,890,000 บาท
Lexus ES 350e Electric พ่วงแบตเตอรี่ความจุใช้งานจริง 76.96 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) แต่วิ่งจริงๆ หักไปได้เลย 100 กิโลเมตร การทำได้ 500 กิโลเมตร สำหรับขับใช้งานในชีวิตประจำวันที่มากเกินพอ แม้สมรรถนะจะเป็นรองรถไฟฟ้าแบรนด์ยุโรปบางรุ่น แต่ ES ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นไม่ยอมเปลี่ยนใจไปขับรถหรูแบรนด์อื่นและพร้อมที่จะควักเงิน 3 ล้านจัดรถรุ่นใหม่มาใช้งาน เพียงแค่ลูกค้ากลุ่มที่บอกนี้ มีอยู่เพียงแค่หยิบมือเดียว ด้วยราคาที่แพงกว่า ทำให้เรายังคงเห็นว่าLexus ในไทยมียอดขายที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก
Lexus New ES350h ไฮบริด ระบบส่งกำลัง HEV และ BEV โดยสำหรับระบบ HEV เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ไฮ A25A-FX ความจุ 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ส่งกำลังในรูปแบบรถขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 247 แรงม้า แบตเตอรี่ไฮบริด Li-ion ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีอัตราบริโภคน้ำมัน 22.72 กิโลเมตร/ลิตร (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)
ถ้าเลือกออปชันล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว ระยะทางขับขี่จะลดลงเหลือเพียง 524 กิโลเมตร แต่ยังพอมีข่าวดีตรงที่รองรับระบบชาร์จ AC สูงสุด 22 kW ส่วนการชาร์จเร็ว DC ทำได้สูงสุดที่ 150 kW ในตลาดโลกยังมีรุ่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้กำลังสูงสุด 337 แรงม้า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเศรษฐีเท้าหนักชอบขับรถเร็วแรง
โดยภาพรวม บรรยากาศภายในยังคงเดินตามรอยเทรนด์ยุคปัจจุบัน นั่นคือ หน้าจอสัมผัส เมนูระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ต้องใช้เวลาปรับตัวในการใช้งานสักพักใหญ่ๆ การลดทอนปุ่มควบคุมแบบกายภาพลง แม้จะมีแถบทางลัดแบบซ่อนไว้บนคอนโซลให้ใช้งาน
จุดเด่นสไตล์ Lexus ที่ต้องชื่นชม คือ งานตกแต่งที่นำวัสดุไม้ไผ่ Bamboo Trim มาใช้ได้อย่างมีรสนิยม เบาะนั่งออกแบบให้พนักพิงบางลง เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร และพวงมาลัยดีไซน์ใหม่ที่กริปจับบางลง พร้อมปุ่มสั่งการแบบกดจริงที่ใช้งานได้แม่นยำขึ้น
แน่นอนว่าเค้กชิ้นนี้มีขาใหญ่จากเยอรมนียึดครองอยู่อย่างเหนียวแน่น และทั้งหมด มีสมรรถนะสูงเอาเรื่อง โดย Lexus ตั้งราคามาเพื่อชนกับ BMW i5, Audi A5 e-tron Sportback และ Mercedes-Benz EQE ซึ่งรายหลังสุดกำลังจะถูกแทนที่ด้วย E-Class ไฟฟ้าที่มีรูปทรงเป็นรถซีดานดั้งเดิมมากขึ้น ยุคสมัยของรถ EV ทรงเรียบมนของค่ายดาวสามแฉกใกล้จะจบลงแล้ว นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกสแกนดิเนเวียที่ไม่ใช่รถเยอรมันอย่าง Volvo ES90 รอเปรียบเทียบอยู่เหมือนกัน ด้วยราคาที่ถูกกว่านิดหน่อย
หากกำลังมองหาทางเลือกอื่นที่แตกต่างไปจากซีดานหรูไฟฟ้าจากเยอรมนี Volvo ES90 ดูจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวกว่า เพราะ Lexus ES 350e ค่อนข้างขาดความจัดจ้านในการขับขี่ และที่สำคัญคือระยะทางวิ่งต่อการชาร์จยังคงตามหลังคู่แข่งหลักในตลาดอยู่พอสมควร
ระบบเสียง Mark Levinson PurePlay Surround Sound ใน Lexus ES (2026) ชูจุดเด่นด้านงานวิศวกรรม acoustics ที่ออกแบบมาเพื่อห้องโดยสารยุคใหม่โดยเฉพาะ
จำนวนลำโพงและการจัดวาง (17 Speakers, 12 Channels)
ระบบนี้มาพร้อมลำโพงทั้งหมด 17 ตัว แบ่งตำแหน่งการติดตั้งเพื่อสร้างมิติเสียงสมจริงรอบทิศทาง:
คอนโซลหน้า (3 ตำแหน่ง) ลำโพง Unity™ (Coaxial) รวม midrange และ tweeter ไว้ในตำแหน่งเดียว ชี้มุมสะท้อนกระจกหน้าเพื่อยกเวทีเสียงให้อยู่ในระดับสายตา
แผงประตูหน้า (4 ตำแหน่ง) ลำโพง Woofer ขนาดใหญ่ที่แผงประตูด้านล่าง 2 ตัว และ Tweeter บริเวณเสา A-pillar อีก 2 ตัว
แผงประตูหลัง (4 ตำแหน่ง) ลำโพง Woofer และ Tweeter แยกชิ้นฝั่งละคู่
แผงหลังเบาะหลัง / Parcel Shelf (5 ตำแหน่ง) ลำโพง Surround sound ซ้าย-ขวา, Midrange ตรงกลาง และ Subwoofer ขนาดใหญ่
Subwoofer (1 ตำแหน่ง) Subwoofer ยิงออกด้านหลังสำหรับย่านความถี่ต่ำโดยเฉพาะ
2. กำลังขับและระบบแอมปลิฟายเออร์ (Power Output)
กำลังขับรวม 1,800 วัตต์ (Class-D Amplifier)
ประสิทธิภาพพลังงาน ใช้เทคโนโลยีแอมป์ประสิทธิภาพสูง ลดการใช้ พลังงานไฟฟ้าในรถ แต่ให้ไดนามิกเรนจ์ที่กว้าง ตอบสนองต่อจังหวะดนตรีได้อย่างฉับไวโดยไม่เกิดความร้อนสะสมสูง
3. เทคโนโลยีเสียงสำคัญ (Core Audio Technologies)
Mark Levinson PurePlay สถาปัตยกรรมจัดวางลำโพงระดับหูฟังไฮเอนด์ โดยวางลำโพงระดับหู (Ear-level) ในตำแหน่งที่สมมมาตรทั่วห้องโดยสาร ทำให้คลื่นเสียงเดินทางถึงหูผู้ฟังในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ลดปัญหาเรื่องเฟสเสียง (Phase Distortion) และสร้างเวทีเสียง (Soundstage) ที่กว้าง ลึก มีมิติสมจริง
Clari-Fi 2.0 (Digital Audio Restoration) ระบบอัลกอริทึมกู้คืนคุณภาพไฟล์เพลงดิจิทัลที่ถูกบีบอัด (เช่น MP3 หรือ Streaming ผ่าน Bluetooth/Spotify) โดยเข้าไปเติมเต็มไดนามิกและย่านความถี่สูง-ต่ำที่ขาดหายไป ทำให้เสียงมีความชัดเจนและใกล้เคียงกับไฟล์สตูดิโอมสเตอร์ต้นฉบับมากที่สุด
QuantumLogic Surround (QLS) ระบบประมวลผลสัญญาณเสียงรอบทิศทางที่ทำการแยกองค์ประกอบของดนตรี (เครื่องดนตรี, เสียงร้อง, และ reverberation จากห้องอัด) ออกจากกันในแบบ Real-time แล้วนำมารีมิกซ์จัดสรรตำแหน่งลงในช่องทางลำโพงรอบห้องโดยสารอย่างเป็นธรรมชาติ
บุคลิกเสียง
การเซ็ตอัปใน ES รุ่นใหม่นี้เน้น ความสมดุลและความเป็นธรรมชาติ (Neutral & Balanced) ตัวเนื้อเสียงมีความสะอาดโปร่ง เบสอิ่มนุ่มลึกแบบไม่บวมล้น ย่านเสียงร้องมีความสมจริงสูง เหมาะอย่างยิ่งกับการฟังเพลงแนว Jazz, Acoustic, Classical หรือไฟล์เพลงไฮเรสคุณภาพสูงครับ
ตัวเลขสมรรถนะและการชาร์จพลังงาน ให้อารมณ์เหมือนถูกรั้งประสิทธิภาพไว้ด้วยแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าของรถสันดาบภายใน ซึ่งที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นรถไฟฟ้าตั้งแต่แรก สิ่งที่ต้องยอมรับว่าทำได้ดีมาก คือ งานตกแต่งภายในห้องโดยสาร การเลือกใช้วัสดุผิวสัมผัสประณีต ผสานกับหนังแท้นุ่มมือ รวมถึงพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวางตระการตา ทำให้สรุปได้ไม่ยากว่า Lexus ES คันนี้ น่าสัมผัสที่สุด เมื่อคุณรับบทเป็นทั้งคนขับและผู้โดยสารที่เบาะหลัง แต่การเป็นคนนั่งอยู่หลังพวงมาลัยใน Lexus ยุคใหม่ถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำมากกว่านั่งรูดมือถืออยู่ในเบาะหลังแนวรถผู้บริหาร (ระดับสูง)
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/