คุณอาจพอจะสังเกตเห็นกันบ้างแล้ว และเอาจริง ๆ ก็คงยากที่จะคลาดสายตาไปจากรถเยอรมันคันโตที่เพิ่งจะเปิดตัวไปสดๆร้อนๆ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Audi ได้ทำการกเปิดผ้าคลุม Q9 รถ SUV เบาะ 3 แถวรุ่นใหญ่ไซส์บิ๊กเบิ้มคันใหม่ล่าสุด ในขณะที่คนทั้งโลกได้เห็นแค่รุ่นมาตรฐานที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ทางฝั่งอเมริกากลับได้รับการเอาอกเอาใจด้วยขุมพลัง V8 แบบจัดเต็ม! เนื่องจากรถเอสยูวีที่มีขนาดน้องคลับเฮ้าส์ ในอเมริกานั้นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ใช่แล้วครับ นี่คือ SQ9 รุ่นพิเศษ สำหรับตลาดรถหรูในอเมริกาเหนือเท่านั้น SQ9 มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงถึง 583 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 800 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-1000 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.1 วินาที ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียวสำหรับรถที่มีขนาดตัวถังใหญ่พอ ๆ กับดาวพระเคราะห์ดวงเล็ก แถม Audi ยังคุยอวดอย่างภาคภูมิใจอีกว่า นี่คือ รถ SUV เบาะ 3 แถวที่ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เร็วที่สุดในกลุ่มเอสยูวีไซล์ช้าง
แน่นอนเป็นที่สุด SQ9 มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ โดยเน้นการส่งกำลังไปที่ล้อหลังเป็นหลัก ระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพลาหลัง ยางคู่หลังหน้ากว้างกว่าล้อหน้า ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยมีขนาด 23 นิ้วให้เลือกเป็นออปชันเสริมที่จะต้องจ่ายเพิ่ม ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด, ช่วงล่างระบบถุงลม Sport Aaptive Air Suspension ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกับ Q9 รุ่นปกติ แต่ในรุ่น SQ จะมีออปชันให้ปรับแต่งอัปเกรดเป็น ช่วงล่างถุงลมแบบสปอร์ตแปรผัน (sport adaptive air suspension) ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบขนสมาชิก 7 คนไปวิ่งเล่นในสนามแข่งอยู่เป็นประจำ
เมื่อมองจากภายนอก จะสังเกตเห็นความต่างที่ชัดแจ้ง จากกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะของ SQ9 ซึ่งแน่นอนว่าเปล่งแสงได้พร้อมกับโลโก้สี่ห่วงของ Audi ด้านหลังมีสปอยเลอร์หลังคา , โป่งซุ้มล้อขยายกว้าง ท่อไอเสียคู่แยก 4 ท่อ (Quad exhausts) การตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียมรอบคัน เพื่อเน้นย้ำรหัสความแรงตระกูล S สองเท่า ไฟหน้าระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ Digital Matrix LED และนี่คือไฟส่องสว่างแบบใหม่ของจริง ถือเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ทีมวิศวกรของ Audi สามารถพัฒนาระบบไฟที่ผ่านเกณฑ์ข้อบังคับเรื่องแสงสะท้อนของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (DOT) ได้สำเร็จ
ภายในห้องโดยสาร เจ้าของรถ สามารถเลือกจัดวางเบาะนั่งได้ทั้งแบบ 6 หรือ 7 ที่นั่ง และได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของแบรนด์สี่ห่วงว่า เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa พร้อมระบบอุ่นเบาะ จะถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานครบทั้ง 3 แถวโดยไม่ต้องควักเพิ่ม ส่วนชุดหน้าจอแสดงผลจะยกมาจากรุ่น Q9 ดีเซล แต่สำหรับรุ่นนี้ คุณจะได้งานตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ลายพิเศษ พร้อมตราสัญลักษณ์รหัส S ประดับอยู่อีกเพียบ และยังได้ระบบ 'Adaptive Cruise Assist' เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยให้สามารถขับขี่แบบปล่อยมือบนทางหลวง (Hands-free highway driving) ได้อย่างสบายใจเฉิบ ตราบเท่าที่กฎหมายประกันภัยให้การคุ้มครอง (เฉพาะในบางประเทศ)
รูปแบบการจัดวางที่นั่ง 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง
รุ่น 6 ที่นั่ง (Layout 2+2+2) — เน้นความพรีเมียมระดับเฟิร์สคลาส เบาะแถวที่ 2 ถูกเปลี่ยนจากเบาะยาวเป็น Captain's Chairs สองตัวแยกอิสระ พร้อมพิงแขนส่วนตัว ตัวเบาะปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระบบอุ่นเบาะ (Heated), ระบบระบายอากาศ (Ventilated) และฟังก์ชันนวด (Massage) ให้ฟีลลิ่งพื้นที่ส่วนตัว กว้างขวาง และมีช่องทางเดินตรงกลาง (Walk-through) เพื่อเดินเข้าสู่แถวที่ 3 ได้สะดวกยิ่งขึ้น
รุ่น 7 ที่นั่ง (Layout 2+3+2) — เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุดสำหรับครอบครัว เบาะแถวที่ 2 เป็นแบบพับแยก 35/30/35 สามารถเลื่อนหน้า-หลังด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อแบ่งปันพื้นที่วางขา (Legroom) กับแถวที่ 3 ได้อย่างอิสระ ฟังก์ชัน Easy Entry กดปุ่มเดียว เบาะแถวที่ 2 จะไถลและเอียงไปข้างหน้าด้วยระบบไฟฟ้า โดยที่ไม่จำเป็นต้องถอดคาร์ซีทของเด็กออก ทำให้การก้าวเข้า-ออกเบาะแถวที่ 3 ทำได้ง่ายและไม่เกะกะ เบาะแถวที่ 3 สำหรับทั้ง 6 และ 7 ที่นั่ง ด้วยความยาวฐานล้อถึง 3.14 เมตร ทำให้เบาะแถวที่ 3 มีพื้นที่กว้างขวางพอที่ผู้ใหญ่จะนั่งได้อย่างสบาย ติดตั้งระบบอุ่นเบาะ (Heated Seats) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานครบทั้ง 3 แถว
งานดีไซน์และการตกแต่งฉบับสายพันธุ์สปอร์ต SQ9 วัสดุหุ้มเบาะ มาพร้อมเบาะหนังแท้ Nappa ตัดเย็บลาย Diamond Stitching สไตล์ S-Model มีตัวเลือกสีสปอร์ตให้เลือก เช่น สีแดง (Red), สีเทาเงิน (Silver), สีดำ (Black) และสีน้ำเงินเข้ม (Baikal Blue) แผงตกแต่ง (Inlays) ตกแต่งด้วยแผง Matte Carbon Fiber บริเวณคอนโซลและแผงประตู หรือเลือกออปชันไม้จริงแบบ Open-pore Wood ลดการใช้พลาสติกสีดำเงา Piano Black ลงอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนไปใช้วัสดุผิวสัมผัสนุ่ม เสา A-Pillar และหลังคาบุด้วยผ้า Dinamica Faux-Suede/Alcantara
หน้าจอดิจิทัลแบบอลังการ (Digital Stage) แผงหน้าปัดและคอนโซลหน้ายกชุดหน้าจอยุคใหม่ของ Audi มาแบบจัดเต็ม 11.9 นิ้ว — จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Virtual Cockpit 14.5 นิ้ว — จอกลางอินโฟเทนเมนต์ MMI Touchscreen 12.3 นิ้ว — จอฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า (Passenger Display) สำหรับดูความบันเทิงหรือระบบนำทางส่วนตัว
นวัตกรรมความสะดวกสบายและบรรยากาศในห้องโดยสาร ประตูเปิด-ปิดไฟฟ้าอัตโนมัติ (Powered / Automatic Doors): ครั้งแรกของ Audi ที่ประตูปิดเองได้เพียงแค่แตะเหยียบแป้นเบรก คาดเข็มขัดนิรภัย หรือกดปุ่มบนแผงประตู พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับสิ่งขวางกั้นเพื่อความปลอดภัย หลังคา Panoramic Sunroof ปรับความเข้มแสงได้ หลังคากระจกบานใหญ่ที่สุดเท่าที่ Audi เคยทำมา ไม่มีแผงบังแดดผ้าอีกต่อไป แต่ใช้นวัตกรรมกระจกเปลี่ยนความเข้มแสง Switchable Transparency แยกปรับได้ถึง 9 ส่วน พร้อมฝังไฟ LED 84 ดวงรอบขอบหลังคาที่ปรับสีตาม Ambient Light ได้
ระบบปรับอากาศ 5-Zone Automatic Climate Control มีช่องแอร์ส่วนตัวเจาะอยู่ที่เสา B และเสา C ให้ผู้โดยสารทุกแถว (รวมถึงแถวที่ 3) ปรับอุณหภูมิแยกได้อย่างอิสระ ระบบเสียงระดับไฮเอนด์ แบรนด์หรู Bang & Olufsen Premium Sound System พร้อมลำโพง 22 จุด กำลังขับกว่า 1,300 วัตต์ ระบบทำความร้อนเฉพาะจุด (Surface Heating Plus) นอกเหนือจากเบาะแล้ว ที่พิงแขนตรงประตูและคอนโซลกลางยังมีระบบทำความร้อนแผ่ออกมาเพื่อความอบอุ่นสูงสุด
การส่งมอบ Q9 จะเริ่มขึ้นช่วงปลายปีนี้ สำหรับรุ่นตัวแรงสายพันธุ์พิเศษอย่าง SQ9 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 118,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.1-4.2 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า และ Q9 รุ่นเริ่มต้น มีราคาอยู่ที่ 87,700 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 3.1 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/