อันที่จริง เบนซ์ก็เหมือนกับบรรดาผู้ผลิตรถยนต์พรีเมียมค่ายคู่แข่งนั่นแหละ หลังจากทำรถไฟฟ้าขายมาได้สักพัก Mercedes-Benz เริ่มรู้ตัวว่า...ทำไมลูกค้าถึงเลือกซื้อรถยนต์บางรุ่น และ “GLA พลังงานไฟฟ้าโฉมใหม่ ก็ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกในกลุ่มคอมแพกต์ของ Mercedes-Benz ที่ได้รับการติดตั้งกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ยุคใหม่
ใช่แล้ว New GLA คันนี้ มีให้เลือกทั้งรูปแบบไฟฟ้าบริสุทธิ์ 100% และปลั๊กอิน-ไฮบริด ได้รับกระจังหน้าใหม่เอี่ยมอ่อง ชนิดที่ปกติแล้วจะสงวนไว้ให้กับรถรุ่นใหญ่ระดับหรูหราของค่ายเท่านั้น โดยเป็นการยกเอาทั้งงานโครเมียม, ไฟ Micro-LED แบบเคลื่อนไหวได้, ตราดาวสามแฉกเปล่งแสง และกลิ่นอายความหรูหราอัปเกรดมาไว้ในหน้าตาของน้องเล็กประจำค่ายดาวสามแฉก
เอาเข้าจริงๆ ตอนนี้มันอาจไม่ได้ดูเล็กเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะ Mercedes ประเคนสารอาหารเสริมกล้ามเนื้อให้กับ New GLA โฉมใหม่ จนผลลัพธ์ออกมากลายเป็นครอสโอเวอร์ที่เตี้ยลง ยาวขึ้น และกว้างขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด แถมยังอัดแน่นไปด้วยโป่งสันซุ้มล้ออันมึนเมาและล้อที่วางเสมอพอดีกับตัวถัง
ล้ออัลลอยลายใหม่ที่ว่านี้ มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18 นิ้ว ไปจนถึง 20 นิ้ว ย้ำนะครับว่าล้อขอบ 20 นิ้ว ในรถระดับคอมแพกต์! มันคงอวบอ้วนพิลึก เค้าโครงตัวถังโดยรวม ยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคยจากรุ่นที่แล้วด้วยเส้นสายที่คล้ายกัน แต่งานออกแบบในรอบนี้ ทำให้ตัวรถดูมีสัดส่วนที่กะทัดรัดและลงตัวขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวเลือกขุมพลังจัดมาครอบคลุมครบๆ ตั้งแต่รุ่นไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ขนาด 58 kWh กำลัง 222 แรงม้า ใน GLA 200), รุ่นไฟฟ้าที่แรงขึ้นมาอีกขั้นกับ 268 แรงม้า ใน GLA 250+ , ไปจนถึงรุ่นไฟฟ้าตัวแรงระดับเกือบ 350 แรงม้า GLA 350 4Matic นี่คือรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 5.4 วินาที
สองรุ่นหลังนี้จะได้รับแบตเตอรี่ NMC ขนาดใหญ่ขึ้น เป็น 85 kWh และมีอยู่รุ่นหนึ่ ซึ่ง Mercedes ไม่ได้ระบุชัดๆ แต่เดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็น GLA 250+ ที่สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 657 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และที่สำคัญคือ ทุกรุ่นมาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 800V ครับ
ข้อมูลแจ้งมาว่า จะมีรุ่นไฟฟ้าอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 71 kWh ตามออกมาในปี 2027 พร้อมๆ กับเวอร์ชันเครื่องยนต์เบนซินปลั๊กอิน-ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริดที่ว่า จะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 1.3 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ โดยจะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ
ตามสไตล์ของแบรนด์ตราดาวที่ GLA ทุกคันจะมาพร้อมโหมดการขับขี่หลากหลาย เช่น Eco, Comfort, Sport และอื่นๆ ซึ่งจะคอยปรับจูนค่าต่างๆ ทั้งระบบพวงมาลัย, ขุมพลัง, ช่วงล่าง และเบรก รวมถึงอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอย่างสิ่งที่เรียกว่า 'ปัญญาประดิษฐ์' หรือ AI (แอบสงสัยเหมือนกันว่าจะฮิตติดตลาดไหมนะ?), กล้อง, เรดาร์ และเซนเซอร์รอบคัน, ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ตลอดจนห้องโดยสารที่ได้รับการยกเครื่องออกแบบใหม่ทั้งหมด
ห้องโดยสารใหม่นี้ถูกครอบงำด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจจัง! หน้าจอขนาดมหึมา มีออปชันเสริมอย่างหน้าจอ MBUX Superscreen ที่วางพาดยาวเต็มความกว้างของแผงคอนโซลหน้า ประกอบไปด้วยหน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว, จอกลางอินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว และจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14 นิ้ว แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ผู้โดยสารข้างๆ มายุ่งกับหน้าจอ ก็สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นแผงตกแต่งสไตล์กระจกเงาแทนได้
แน่นอนว่าระบบหน้าจอนี้ประมวลผลด้วยชิปเซตระดับท็อปสุดคมกริบ สามารถปรับแต่งการตั้งค่าส่วนบุคคลได้ หรือแม้กระทั่งพูดคุยสั่งงานด้วยเสียง ส่วนจุดอื่นๆ ช่องแอร์ทรงกลมคู่เดิมตรงขอบข้างถูกขยายขนาดขึ้นจนดูเหมือนเครื่องยนต์เจ็ท, พวงมาลัยดีไซน์ใหม่, ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Lighting, เครื่องเสียง Burmester เป็นออปชันเสริม, การซับเสียงภายในที่เงียบยิ่งขึ้น และแพ็กเกจชุดแต่งอีกเพียบที่พร้อมจะควักเงินในกระเป๋าของคุณ เพื่อทำให้ GLA คันนี้โดดเด่นสะดุดตาที่สุดบนท้องถนน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/