เป็นที่รู้กันดีในแวดวงยานยนต์ว่า ครอบครัว Bovensiepen เจ้าของแบรนด์เก่าแก่สุดคลาสสิกอายุ 60 ปีอย่าง Alpina ได้มีการขายสิทธิ์ทั้งหมดให้กับ BMW Group ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2022 หลังจากการเทคโอเวอร์ของ BMW Group ครอบครัว Bovensiepen ก็หันมาทำรถของตัวเองอีกครั้ง โดยยังคงใช้รถ BMW เป็นพื้นฐานในการดัดแปลงเหมือนเดิม เพียงแต่มีการผสมผสานงานศิลปของอิตาเลี่ยนให้รถมีความพิเศษมากกว่าเดิม และนี่คือรถรุ่นแรกจากบริษัทใหม่ชื่อ Bovensiepen Automobile เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ในหลายด้าน แม้ว่าตอนนี้จำนวนตัวอักษรบนตัวรถจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จาก ALPINA เป็น BOVENSIEPEN
...
สำหรับรถที่สั่งผลิตแบบพิเศษ แน่นอนว่าหากย้อนกลับไปในปี 1979 จนถึง 2021 Alpina มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากซีดานสายหรูที่เน้นขับสบายๆ และรถคันใหม่อย่าง Bovensiepen Zagato ก็ยังคง Concept เดิม นั่นก็คือการทำรถสปอร์ต 2+2 ที่นั่ง ค่าตัว 320,000 ปอนด์ หรือประมาณ 14-15 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า 300%++ สำหรับสุดหล่อราคาแพง Bovensiepen Zagato ออกแบบโดย Norihiko Harada ในสตูดิโอแถบชานเมืองมิลาน รถถูกวางตำแหน่งให้เป็นทั้งของสะสมสุดพิเศษ และเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Aston Martin DB12 S เนื้อแท้ของมันคือรถ GT พันธุ์หรูที่อัดแน่นด้วยงานหนังแท้ และมีแรงบิดจากระบบส่งกำลังมากพอจะเอาออกไปสนุกในวันหยุดได้แบบ Ferrari ว่ากันแบบนั้นเลยทีเดียว
ความแตกต่างระหว่างรถ Zagato กับ Alpina ในอดีต ต่อให้เป็นรุ่นที่พิเศษที่สุดก็ตาม คือ แทนที่มันจะสร้างขึ้นโดยใช้โครงสร้างจาก BMW รุ่นพื้นฐานทั่วไป แต่ภายใต้ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ มันคือร่างอวตารของ BMW M4 Competition M xDrive Convertible หรือ M4 รุ่นเปิดประทุนนั่นเอง เหตุผลของการเอาตัวแรงรหัส M เป็นสารตั้งต้น ก่อนที่จะลงมือดัดแปลงให้กลายเป็น Bovensiepen Zagato ทำไมถึงเลือกใช้ M รุ่นเปิดประทุนที่มีน้ำหนักมากกว่ารุ่นคูเป้?
...
เหตุผลหลักก็คือ รถเปิดประทุนเปิดโอกาสให้ Bovensiepen มีดีไซน์ย้อนแย้งแบบไม่มีเสากลางนั่นเอง เป็นแนวที่ Andreas Bovensiepen เจ้าของและซีอีโอชอบ ดีไซน์แบบนี้ ทำให้ออกแบบและสร้างหลังคาทรงโหนก Double-bubble ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Zagato มาตั้งแต่ปี 1948 ขึ้นมาใหม่ แล้วยกมาติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องไปตัดเฉือนโครงสร้างตัวถังเดิมของรถ M4 เพราะเส้นสายของหลังคาที่ลาดเทเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกับกระจกบานหลังอย่างแนบเนียน ถือเป็นจุดที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของ Bovensiepen Zagato
...
อีกจุดที่สวยไม่แพ้กัน คือ เส้นสายความลาดเอียงของฝากระโปรงหน้า ซึ่งมีความยาวมากกว่าฝากระโปรงของ M4 รุ่นปกติอยู่ 100 มิลลิเมตร มีการเพิ่มความซับซ้อนด้วยการซ่อนช่องระบายอากาศทรงโหดเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องของความจำเป็นทางเทคนิคผสมกับความเท่ เส้นสายตรงนี้ลากยาวไปจบที่ไฟหน้าซึ่งถูกกดให้ต่ำลงเท่าที่โครงสร้างตัวถังของ BMW จะอำนวย ผลลัพธ์ คือ หน้าตารถที่ดูดุดัน หรูหรา พร้อมกลิ่นอายของรถ Aston Martin Lagonda ผสมผสานอยู่ด้วย
...
การดัดแปลงตัดระบบกลไกหลังคาพับของรถคันเดิมทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยตัวถังใหม่ ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์จำนวน 12 ชิ้น โดยมีน้ำหนักรวมกันแค่ 50 กิโลกรัม นั่นนับรวมน็อตและตัวยึดที่ใช้ตรึงเข้ากับโครงสร้างหลักด้านล่างหมดแล้ว รอยต่อระหว่างหลังคาใหม่กับขอบกระจกบังลมหน้าเดิมของ M4 Convertible ยังพอมองออกอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าเก็บงานได้เนียนและประณีตตามประสารถสั่งทำรุ่นพิเศษที่ต้องเนียนตามากกว่ารถโรงงาน ข้อเสียคือ บังโคลนซุ้มล้อคู่หลังเป็นแบบผนังสองชั้น เนื่องจากชิ้นส่วนเดิมที่เป็นเหล็กกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างความปลอดภัยเวลาเกิดการชน Bovensiepen ไม่สามารถตัดทิ้งแล้วแทนที่ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ตรง ๆ ได้ ชิ้นงานคาร์บอนไฟเบอร์ของ Zagato ที่ทำขึ้นมาใหม่ก็เลยต้องใช้วิธีครอบทับลงไปบนเนื้อเหล็ก
ภายใน เศรษฐีที่สั่งรถรุ่นนี้จะเจอกับการจัดวางอุปกรณ์และฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ยกมาจากรถรุ่นพื้นฐานอย่าง BMW M4 สิ่งที่ขัดแย้งก็คือความหรูหราของวัสดุที่ประเคนใส่เข้ามาแบบบ้าเลือด ซึ่งในจุดนี้แหละคือความหรูหราที่แผนกงานเบาะและงานหนังของ Bovensiepen มีความถนัดสูงสุด ลูกค้าเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมรถแต่ละคันถึงต้องใช้เวลาประกอบนานถึง 250 ชั่วโมง และอาจลากยาวไปถึง 400 ชั่วโมง ถ้าสั่งออปชันพิเศษแบบจัดเต็ม ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ตกแต่งด้วยหนังอัลคันทาราสีน้ำตาล เดินตะเข็บด้ายสีขาว อารมณ์เดียวกับตอนที่ Bugatti นั่งขัดปีกนกช่วงล่างของรถ Veyron ให้เงากริ๊บจนส่องกระจกได้
ห้องโดยสารโทนสีฟ้านุ่มนวล มีพื้นผิวแทบทุกจุดทำจากวัสดุสังเคราะห์ ถ้าไม่ใช่งานคาร์บอนไฟเบอร์ ก็จะถูกหุ้มด้วยหนังแท้คัดเกรดที่นุ่มและเนียนมือสุด ๆ มีหนังระดับท็อปอย่าง Lavalina ให้เลือก การหุ้มไล่มาตั้งแต่พื้นรถไปจนถึงผ้าบุหลังคาที่ทำจากอัลคันทารา ทำให้ยิ่งนานวันตามกาลเวลา เจ้า Bovensiepen Zagato จะยิ่งดูคลาสสิกและสวยงาม ปัจจุบัน การใช้เบาะผ้าหรือหนังสังเคราะห์รักษ์โลกกำลังได้รับความนิยมมาก การที่รถรุ่นพิเศษของแบรนด์เก่าแก่จะประเคนหนังแท้รอบคันขนาดนี้เพื่อความรู้สึกหรูหราแหวกแนวประหนึ่งเหมือนกำลังทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องทีลูกค้าพอจะเข้าใจได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็อาจกระซิบบอกว่า ทำไปเถอะ ไม่มีใครมา
แน่นอนว่า เนื้อแท้ของรถคันนี้ คือ M4 การจัดวางตำแหน่งท่านั่งขับของรถ Zagato ตรงตามมาตรฐานอันสูงส่งของรถสปอร์ตชั้นดีแบรนด์ยุโรป เบาะนั่งแน่น กระชับ ปรับได้ต่ำ พวงมาลัยก็ยังสามารถปรับระยะยืดหดสูงต่ำได้เยอะ ความกว้างขวางของพื้นที่วางขาด้านหลังของ BMW ก็ยังถูกยกตามมาด้วย ทัศนวิสัยการมองเห็นโปร่งตาและยอดเยี่ยม เพราะรถไม่มีเสากลาง หรือ B-Pillar แถมกระจกบังลมบานหลังยังขยายใหญ่กว่ากระจกของรุ่น M4 Convertible สรุปสั้นๆ รถคันนี้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงและสะดวกสบายกว่ารถตระกูลรุ่นพิเศษค่าตัวระดับทะลุ 3 แสนปอนด์ส่วนใหญ่ในตลาด
วิศวกรของ Bovensiepen พยายามปรับรูปทรงของจอแสดงผลดิจิทัลทรงโค้งของ M4 ที่เดิมดูทึบ ๆ และจืดชืด ให้มีมิติขึ้นมาบ้าง นั่นถือเป็นความพยายามที่ดี แต่กรอบบังไมล์ทรงบางที่อยู่หลังพวงมาลัยคนขับกลับเป็นจุดเดียวในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นงานดัดแปลงที่เอามาแปะเพิ่มเข้าไปทีหลัง แต่แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shifters ทำมาจากอลูมิเนียมที่ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและฟินกว่าแป้นยางเดิมของ M4 เครื่องยนต์ เจ้า Zagato คันนี้จะแผดเสียงออกมาแบบไม่เกรงใจใคร มันยังคงมีโทนเสียงแหบแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์รหัส ‘S58’ เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร แต่รอบนี้มีเสียงหวีดในย่านความเร็วรอบสูงและเสียงทุ้มต่ำที่แน่นกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากชุดท่อไอเสียไทเทเนียมของ Akrapovic ระบบไอเสียชุดนี้เป็นงานไทเทเนียมแท้ทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่ออกจากบล็อกเครื่องยนต์ไปยันหม้อพักท้าย ส่งผลให้แรงดันไอเสียย้อนกลับลดลง
การปรับปรุงท่อทางเดินไอดีใหม่และการจูนกล่องสมองกล ส่งผลให้กำลังขยับขึ้นจาก 534 แรงม้า ใน M4 รุ่นปกติ ไปอยู่ที่ 602 แรงม้า แรงบิดจาก 650 นิวตัน-เมตร ขยับไปเป็น 700 นิวตัน-เมตร น้ำหนัก 1,875 กิโลกรัม อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 321 แรงม้าต่อตัน ดีกว่า Porsche 911 Carrera GTS โฉมปัจจุบันนิดเดียว ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M XDrive ทำตัวเลขอัตราเร่ง 0−100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที เป็นตัวเลขที่ประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง Bovensiepen ถอดช็อกอัพเดิมโรงงานของ M4 ออก แล้วใส่ชุดช็อกอัพ Bilstein Damptronics เข้าไปแทน เปลี่ยนมาใช้สปริงสั่งทำพิเศษของ Eibach เปลี่ยนเบ้าหัวช็อกอัพใหม่ เลือกใช้เหล็กกันโคลงบางลง คาแรคเตอร์ของช่วงล่างถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ทำให้ตัวถังของ Zagato มีระยะขยับตัวได้อย่างอิสระมากขึ้น ให้ความนุ่มนวลซับแรงกระแทกได้เนียนสำหรับการเดินทางไกล ล้อฟอร์จ ยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 285/30 ที่ล้อหน้า และ 295/25 ที่ล้อหลัง เป็นไซส์ยางขนาดใหญ่สุดเท่าที่มีให้เลือกเป็นออปชันใน M4 ปกติ
อัตราส่วนการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้า-หลังไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงเฟืองท้าย M Differential ควบคุมด้วยไฟฟ้า และการตั้งค่าระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ก็ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ เห็นได้ชัดเลยว่า Andreas Bovensiepen และทีมงานแฮปปี้มากกับการได้ใช้สารตั้งต้นเป็นรถตระกูล M แท้ ๆ ที่โครงสร้างเหนียวและแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แทนที่จะใช้รถ BMW รุ่นพื้นฐานทั่วไปเหมือนในอดีตสมัยทำแบรนด์ Alpina
M4 ซึ่งเป็นรถพื้นฐานมีความสมบูรณ์แบบ จนไม่ต้องไปดัดแปลงระบบขับเคลื่อน โครงสร้างตัวถัง หรือเพิ่มระบบระบายความร้อน เข้าไปอีก ผลลัพธ์จากแนวคิดทั้งหมดนี้ทำให้รถคันนี้กลายพันธุ์ออกมาเป็น "รถรหัส M ที่ผ่อนคลายขึ้น บาลานซ์ของรถเป็นกลางมากขึ้น นุ่มกว่า M4 แต่มีความตึงกระชับแบบเดียวกัน ซึ่งทำให้คาดเดาอาการได้ง่ายและคอนโทรลได้แม่นยำ การผสมผสานระหว่างความนุ่มนวลผ่อนคลายที่ซ่อนการควบคุมรถเอาไว้ด้านล่าง บวกกับแรงบิดที่มาแบบเหลือเฟือ
แผนจะผลิตออกมาแค่ 99 คันบนโลก เจ้าของใหม่จะต้องจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับสิทธิ์การเป็นเจ้าของ แต่การครอบครองชื่อ Zagato รถคูเป้ที่เน้นงานประกอบเนี้ยบกริ๊บ สวยหยาดเยิ้ม หน้าตาไม่ตะโกนหรืออวดรวยจนเกินไป สัดส่วนตัวรถกำลังพอดี ไม่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงอะไรมากมายก็สามารถขับมันให้เร็วได้ ถือว่าครอบครัว Bovensiepen ได้พารถคันนี้ย้อนเวลากลับไปสู่อนาคตได้อย่างงดงาม.
ข้อมูลสเปกเทคนิคหลัก (Technical Specifications)
ราคา: ประมาณ 319,000 ปอนด์ (ราว 14.5 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
เครื่องยนต์: เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 2,993 ซีซี เทอร์โบคู่
กำลัง 602 แรงม้า ที่ 7,200 รอบ/นาที
แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)
น้ำหนักตัวรถ (Kerb weight): 1,875 กิโลกรัม
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 3.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด: เกิน 300 กม./ชม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ประมาณ 9.6 กม./ลิตร
คู่แข่งในตลาด: Aston Martin DB12 S, Ferrari Amalfi
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/