เปรียบมวย....ระหว่างแชมป์เก่าจอมเก๋าอย่างรถไฮบริด HEV (Hybrid Electric Vehicle) ระบบไฮบริดดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย กับผู้ท้าชิงหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง REEV (Range Extended Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้าช่วงขยายระยะทางของแบรนด์รถจีน ที่กำลังเป็นกระแส เพราะคนเริ่มเบื่อการวนหาตู้ชาร์จสาธารณะในช่วงเดินทางวันหยุดยาว จะเลือกแบบไหนที่ประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด
...
รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle HEV)
รถยนต์ไฮบริด หรือ HEV เช่น Toyota Yaris Ativ HEV , Honda City HEV และ Mitsubishi XForce HEV/ Mitsubishi Xpander Cross HEV ยานพาหนะยอดนิยมที่ผสมผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายใน แตกต่างจาก PHEV ตรงที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอก
ระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฮบริด HEV ใช้ระบบไฮบริดแบบชาร์จตัวเอง (Self-Charging Hybrid) ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก พลังงานไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นจากการชาร์จกลับขณะเบรกและจากเครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมแรงขณะออกตัวหรือเร่งแซง รวมถึงขับเคลื่อนในความเร็วต่ำช่วงสั้น ๆ ได้
ระบบควบคุมจะเลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ หรือทั้งสองระบบร่วมกันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด เน้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ต่ำที่สุดแม้จะขับเร็ว (Honda HEV)
...
รถไฮบริด HEV ปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป เนื่องจากมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัดที่ระบบ Regenerative Braking สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ได้ แต่ไฮบริด HEV ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปภายใน จึงไม่สามารถลดการปล่อยมลพิษได้ถึงระดับศูนย์เหมือน BEV ส่วนการชาร์จและการเติมพลังงาน มีข้อได้เปรียบของรถไฮบริด HEV คือไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟ ผู้เพียงแค่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติ ขณะที่ระบบไฮบริดจะจัดการเก็บและนำพลังงานกลับมาใช้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความถี่ในการเข้าปั๊มน้ำมันเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป ทั้งสามรุ่น มีอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 19-24 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมาก ส่วนตัวเลขที่บริษัทรถเคลมมา ส่วนใหญ่พอเอามาขับใช้งานจริง แม้จะขับด้วยความเร็วต่ำก็ยังทำตัวเลขระดับ 28 -30 กิโลเมตรต่อลิตรลำบาก เอาเป็นว่า ขับเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็ว รถที่เอ่ยมา เช่น Toyota Yaris Ativ HEV , Honda City HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV วิ่ง 80-100 กิโลเมตร กินน้ำมัน 18-22 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดมากแล้ว การทำให้ Honda City HEV กิน 16 กิโลเมตรต่อลิตร ผมไม่แนะนำ เพราะจะต้องใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องในย่าน 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบแทบจะไม่ยกคันเร่งกันเลยทีเดียว
...
รถยนต์ไฮบริด HEV เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จยังไม่พร้อมหรือมีไม่มากพอ แต่ HEV มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันครอบคลุมอยู่แล้วทั่วประเทศแม้ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เมื่อตู้ชาร์จไฟยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและออกเดินทางพร้อมๆกันในวันหยุดยาว รถไฮบริด HEV ช่วยให้การเดินทางไกลโดยไม่ต้องแวะชาร์จไฟเป็นไปอย่างราบรื่น มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะในเขตชนบทหรือสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติไกลๆ ที่ปราศจากสถานีชาร์จ
ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV)
ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง หรือ REEV (Range-Extended Electric Vehicles) คือการผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์ปั่นไฟขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแนวทางที่จับต้องได้ในการลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) ด้วยโครงสร้างระบบแบบนี้ ผู้ขับขี่จึงสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยยังคงมีความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดลงระหว่างทาง
...
รูปแบบระบบขับเคลื่อน
ในรถยนต์ประเภท REEV มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรง มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและเงียบสงบตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนเครื่องยนต์ที่อยู่บนรถจะทำหน้าที่เพียงแค่ปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่เมื่อจำเป็นเท่านั้น โดยไม่มีการส่งกำลังตรงไปที่ล้อเลย การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามลพิษเป็นศูนย์ (Zero-emission) ในย่านความเร็วต่ำ ที่เครื่องยนต์ยังดับอยู่ สร้างความอุ่นใจด้วยระยะทางที่วิ่งได้ไกลขึ้นเมื่อต้องเดินทางไกล นับเป็นการผสมผสานที่ชาญฉลาดระหว่างสมรรถนะของรถไฟฟ้ากับระบบสำรองพลังงานที่พึ่งพาได้
เมื่อขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้า (Electric Mode) รถ REEV จะไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเลย และถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ปั่นไฟจะเริ่มทำงาน อัตราการปล่อยมลพิษก็ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถ ทำให้ REEV เป็นทางเลือกที่สะอาดกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับการชาร์จไฟและการเติมเชื้อเพลิง รถ REEV มอบความสะดวกในการใช้งาน ด้วยทางเลือกประจุพลังงานสองรูปแบบ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟเข้ากับสถานีชาร์จเพื่อประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ได้โดยตรงเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป นอกจากนี้ เครื่องยนต์ปั่นไฟบนรถยังสามารถชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ช่วยให้เดินทางได้อย่างต่อเนื่องแม้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรองรับ แต่ถ้าขับเร็วเมื่อไหร่ ก็จะรับประทานน้ำมันทันที และกินดุกว่ารถ HEV อย่างเห็นได้ชัด ในระดับ 10 กิโลเมตรต่อลิตร ก็เคยโดนมาแล้วถ้าขับเร็ว
เมื่อขับไม่เร็ว อยู่ในเกณฑ์ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ REEV ถือเป็นยานพาหนะพลังงานใหม่ที่ใช้งานได้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่าน สามารถใช้งานเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบสำหรับการขับขี่ในเมือง (ที่ความเร็วต่ำ) ในขณะที่เครื่องยนต์ปั่นไฟ เป็นระบบสำรองสำหรับการเดินทางไกล หรือในพื้นที่ที่มีสถานีชาร์จจำกัด ขีดความสามารถแบบ Dual Capability แก้ปัญหาเรื่องหาสถานีชาร์จยาก ทำให้ REEV เป็นตัวเลือกที่มีอนาคต สำหรับคนที่ไม่ขับเร็ว
ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)
ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และมีการบำรุงรักษาต่ำที่สุด เมื่อเดินทางไกล ต้องพึ่งสถานีชาร์จเป็นหลัก ราคาขายมืองสองหล่นยับ ค่าประกันต่อปีแพงหูฉี่ แต่ถ้าใช้งานในเมือง ขับไม่ไกล 100-200 กิโลเมตรต่อวัน มีที่ชาร์จในบ้าน (Wall Box) ถือว่า น่าใช้โคตรๆ
ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV)
ผสานพลังงานไฟฟ้าสำหรับการเดินทางระยะสั้นเข้ากับเครื่องยนต์น้ำมันสำหรับการเดินทางไกล แต่ระบบขับเคลื่อนที่ซ้ำซ้อนส่งผลให้ตัวรถมีความซับซ้อนมากขึ้น เวลาเจ๊งก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หรือถ้าเป็นปลั๊กอินยุโรปก็ยิ่งสูงหนักขึ้นไปอีกระดับแบตเตอรี่ลูกละล้านก็เจอกันมาแล้ว (Porsche Panamera SE Hybrid)
ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV)
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันโดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ แต่รองรับการขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางที่จำกัดมาก แค่ 2-3 กิโลเมตร ที่ความเร็วต่ำ เครื่องยนต์ก็ติดขึ้นมาแล้ว แต่ HEV ที่ขายในไทย ส่วนใหญ่จูนเครื่องมาให้ประหยัดเชื้อเพลิงในระดับ 18-23 กิโลเมตรต่อลิตร นั่นถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ
ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV)
มอบข้อดีของระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าควบคู่ไปกับระยะทางการวิ่งที่ไกลขึ้น แต่ในปัจจุบันยังมีตัวเลือกในตลาดค่อนข้างจำกัด และถ้าซิ่งเมื่อไหร่ก็ถังรั่วได้เหมือนกัน
สรุป
เลือกไฮบริด (HEV) ดีสุดสำหรับคนที่ต้องการความชัวร์ ไม่ชอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป ไม่มีที่ชาร์จไฟที่บ้าน และไม่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถแม้แต่นิดเดียว เน้นรถยนต์ญี่ปุ่นที่ทนทาน ซ่อมง่าย ขายต่อราคาไม่เจ็บตัว แต่ได้ความประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นมาช่วยเซฟกระเป๋าในยุคน้ำมันแพง
เลือกไฟฟ้าช่วงขยาย (REEV) เหมาะสำหรับคนชอบเทคโนโลยีใหม่ อยากได้ฟีลลิ่งการขับรถไฟฟ้า 100% แบบแรง, เงียบ, สมูท มีที่ชาร์จไฟ AC ที่บ้าน เพื่อเน้นประหยัดในวันทำงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ชอบการรอคิวตู้ชาร์จหรือโดนแจมตู้ทำให้ต้องรอนานหนักเข้าไปอีก เวลาขับรถไปต่างจังหวัดวันหยุด REEV คือลูกผสมทางรอดที่อุดรอยรั่วของความกังวล (Range Anxiety) ได้กริ้บที่สุดในชั่วโมงนี้ แต่อย่าขับเร็ว เพราะเมื่อเร็วก็จะรับประทานทันที.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358 /