กระแสข่าวและการปล่อยทีเซอร์แรกของ All-New Mitsubishi Pajero (เวอร์ชันปี 2027) ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาในช่วงนี้ (ปลายเดือนพฤษภาคม 2026) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครับ เพราะ Mitsubishi ตัดสินใจดึงรหัสตำนานกลับมาทำตลาดในฐานะ Global Flagship SUV โดยจะประกอบที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ คาดว่าช่วงกันยายน - พฤศจิกายน 2026
หลังจากคอนเฟิร์มเตรียมเปิดตัว Pajero ใหม่ ลุยตลาดโลกไตรมาส 3 ปี 2026 นี้ คาดว่าตัวรถน่าจะพร้อมส่งมอบในช่วงเดือนธันวาคม แน่นอนว่า Mitsubishi Pajero มีแชสซีส์แกร่ง หัวใจดีเซล ตัวรถยังคงเป็นเอสยูวีแบบแชสซีส์ขั้นบันได (Ladder-frame) แชร์แพลตฟอร์มพื้นฐานและขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลร่วมกับกระบะ Triton เกียร์ใหม่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ถือเป็นข่าวใหญ่ที่ทำเอาตลาดเอสยูวีกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากเงียบเป็นเป่าสาก
...
เครื่องยนต์ Hyper Power (Bi-Turbo) ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร เป็นบล็อกสี่สูบดีเซลเทอร์โบ จูนมาให้มีแรงบิดมารอบต่ำเพื่อความคล่องตัว และแก้ปัญหาเรื่องการรอรอบได้ดีกว่าตัวเทอร์โบเดี่ยวเดิม และถึงแม้ว่า Triton จะใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แต่มีข่าวจากฝั่งออสเตรเลียและดีลเลอร์ว่า Pajero ตัวใหม่ อัปเกรดเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เพื่อให้สอดรับกับความเป็นรถพรีเมียม อัตราทดที่ชิดขึ้นจะช่วยให้การเดินทางไกลเนียนและประหยัดน้ำมัน ส่วนทางเลือกในอนาคต กับเครื่องยนต์ Hybrid HEV มีการยืนยันว่าระบบไฮบริด (อาจเป็นขุมพลังพ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าคั่นกลางระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ หรือระบบ P2) กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อรองรับมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้นหลังจากปี 2027 เป็นต้นไป
การกลับมาของ Pajero แน่นอนว่า ขุมกำลังเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร เทอร์โบ 204 แรงม้า 470 นิวตันเมตร พ่วงด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อฟูลไทม์ SuperSelect II การันตีระบบขับเคลื่อนและเกียร์ที่ทำให้กระบะ Triton กลายเป็นหนึ่งในรถที่ขับสนุกและสมรรถนะดีในตลาดเวลานี้ มีรายงานข่าวงในระดับดีลเลอร์แว่วมาว่า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดที่อยู่ใน Triton จะถูกถอดออก แล้วแทนที่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใน Pajero ตัวใหม่ เพื่อยกระดับการทดกำลัง ความนุ่มนวลและความฉลาดของระบบเกียร์ ให้ขึ้นไปทัดเทียมกับคู่แข่งในตลาด รวมถึงเพื่อสืบทอดเทคโนโลยีต่อจากรุ่นพี่อย่าง Pajero Sport คาดว่าตัวรถจะสามารถลากจูงได้หนักถึง 3.5 ตัน (3,500 กิโลกรัม) พร้อมความสามารถในการลุยน้ำลึก 800 มิลลิเมตร ตัวเลขระดับนี้บอกได้คำเดียวว่า นี่คือตัวลุยพันธุ์แท้ ไม่ใช่แค่เอสยูวีไว้ขับจ่ายตลาดแน่นอน!
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย ทำได้อยู่ที่ประมาณ 12.5 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนมิติตัวถัง ถูกส่งลงมาซัดตรงรุ่นกับ Ford Everest และ Toyota Fortuner สองเจ้าตลาดเอสยูวีไซส์ใหญ่ อีกหนึ่งก้างชิ้นโตคือ Isuzu MU-X รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อและใกล้เคียงกับ Pajero มากที่สุด แม้ MU-X จะขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและเป็นที่นิยม แต่ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยี ต้องยอมรับว่าเริ่มอิ่มตัวและดูมีอายุไปหน่อย
...
จุดที่ Mitsubishi พยายามสร้างความแตกต่างจากรถกระบะพื้นฐานร่วม PPV อย่าง Triton เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นแค่รถกระบะดัดแปลงทั่วไป ทางค่ายเคลมชัดเจนว่าจะมีการออกแบบชุดช่วงล่างด้านหลังใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนจากแหนบของกระบะมาเป็น คอยล์สปริง (Coil Springs) พร้อมระบบอิสระมัลติลิงก์ (Multi-link) แบบเฉพาะรุ่น เพื่อเน้นความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกจากผิวถนน ลดอาการท้ายโยนเวลาเจอลูกระนาด ซึ่งเป็นจุดที่คนนั่งแถวสามในรถประเภทนี้เซนซิทีฟที่สุด สำหรับจุดเด่นเรื่องการทรงตัว ระบบ Active Yaw Control (AYC) ควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (การกระจายแรงเบรกและแรงบิดระหว่างล้อฝั่งซ้าย-ขวา) ที่เคยอยู่ใน Xpander HEV และ Triton ตัวท็อป จะถูกนำมาเซตอัปใหม่ให้เข้ากับโครงสร้างตัวถังที่สูงใหญ่ ช่วยให้การเข้าโค้งในย่านความเร็วสูงนิ่งและคมขึ้น
...
อีกเรื่องที่มีความสำคัญก็คือ มุมมองด้านประสิทธิภาพและการใช้งาน การขยับตำแหน่งการตลาด จาก Pajero Sport ขึ้นสู่ Pajero แบบไม่มีสร้อยท้าย หมายความว่ารถคันนี้จะถูกยกระดับไปฟัดกับกลุ่มตัวลุยพรีเมียมอย่าง Toyota Land Cruiser Prado หรือ Ford Everest ตัวบน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ทีเด็ดของค่าย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time สามารถวิ่ง 4H บนถนนยางมะตอยแห้งๆ ได้อย่างปลอดภัย พร้อมโหมดการขับขี่ (Drive Modes) 7 โหมด (Normal, Eco, Power, Sand, Gravel, Snow, Mud) ตอบโจทย์ทั้งสายลุยลึกและสายออนโรด ความสามารถในการลากจูงและการลุย คาดว่าจะรองรับพลังลากจูงสูงสุดถึง 3.5 ตัน ลุยน้ำลึก 800 มิลลิเมตร เป็นอย่างน้อย
ห้องโดยสารและมิติตัวถัง ตัวรถจะมีระยะฐานล้อที่กว้างและยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมชัดเจน ส่งผลให้พื้นที่ในห้องโดยสาร (โดยเฉพาะแถว 2 และ 3) นั่งสบายขึ้น การเก็บเสียง (NVH) จะใช้โครงสร้างห้องโดยสารแบบใหม่ที่มีจุดยึดซับแรงสั่นสะเทือนจากแชสซีส์ที่ดีกว่าเดิม
...
การกลับมาครั้งนี้เป็นการเดินเกมของแบรนด์ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเหนื่อย ไม่ได้สบายตัวเปิดแบบสวยๆเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว....เนื่องจากมีคู่แข่งสัญชาติจีนเตรียมแบรถใหม่รอต้อนรับอยู่เต็มหน้ากระดาน Mitsubishi เองก็ต้องเลือกใช้โครงสร้างแชสซีส์แบบเหล็กกล้าทนทานสูง (Ladder Frame) แทนที่จะเป็น Monocoque แบบ Pajero ตัวเก่าในอดีต เพราะตอบโจทย์เรื่องความทนทานในการลุยหนักและการแบกรับน้ำหนัก แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ การเซตความนุ่มนวลของช่วงล่างและการเก็บเสียง รวมถึง การออกแบบอินเทอร์เฟซภายในห้องโดยสาร ว่าจะสามารถทำลายความรู้สึกดิบของรถกระบะ แล้วก้าวขึ้นสู่ความเป็น Flagship PPV SUV ที่หรูหรา น่าขับ และคุ้มค่ากับค่าตัวที่จะขยับสูงขึ้นได้สมบูรณ์แบบแค่ไหน คงต้องตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ น่าจะเปิดตัวในช่วงปลายตุลาคม หรือไม่ก็ดันไปเปิดตัวพร้อมราคาในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2026 พร้อมกับการเปิดรับจองอย่างเป็นทางการภายในงานที่มีโปรโมชันดักทางลูกค้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/