Toyota Crown Sport SUV ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเปรี้ยวสุด นับเป็นรถตรามงกุฎ หรือ Crown ในเจเนอเรชันที่ 16 เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 ลากยาวมาสี่ปี มีการปรับวัสดุและอุปกรณ์นิดหน่อย Toyota Crown Sport SUV เป็นซีรีส์รถพรีเมียมที่ผลิตออกมาขายมากถึง 4 รุ่น ได้แก่ Crossover, Signia (Estate), Sedan และ Sport SUV ซึ่งในประเทศไทย มีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาขายและได้รับความนิยมในกลุ่มคนรวยชอบรถที่ไม่เหมือนใครไปพอสมควร
...
Toyota Crown Sport เป็นรถ SUV ทรงสปอร์ตคอมแพกต์ ปรับไดนามิกการขับให้คล่องตัว ด้านหน้า ลักษณะคล้ายฉลามหัวค้อน (Hammerhead shark-like face) ซึ่งเป็นสไตล์การออกแบบยุคปัจจุบันของพี่โต แต่เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Toyota Crown Sport SUV แตกต่างออกไป ชุดไฟหน้า ไฟส่องสว่างกลางวัน (DRL) ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนในแนวนอน ส่วนบนจะแยกย่อยออกเป็นสององค์ประกอบ เมื่อรวมไฟ DRL ส่วนบนและส่วนล่างเข้าด้วยกัน จะเกิดเป็นรูปทรงตัว C (C-shaped) ชุดไฟสูงและไฟต่ำ แยกไปอยู่ในโมดูลด้านล่าง บริเวณกันชนที่ถูกปรับเส้นสายให้มีความสมดุลทั้งกันชนและกระจังหน้า มุมของกันชนหน้ามีชิ้นงานตกแต่งแนวนอน (Flics) อยู่ใต้ไฟหลักพอดี กระจังหน้าช่องดักอากาศขนาดใหญ่ด้านล่างใช้ตะแกรงลวดลายเพชร (Diamond-pattern mesh) ฝากระโปรงหน้าที่นูนเด่นยังช่วยสะท้อนถึงความสปอร์ต ในฐานะที่เป็นรุ่นที่สร้างสรรค์ของซีรีส์ Crown ความงามที่โดดเด่นจึงเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถต่อรองได้
การพัฒนารุ่น Sport เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มีการเพิ่มความเร้าใจในความเรียบง่าย ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบของ Crown ยุคใหม่ ส่งผลให้การออกแบบมีความสวยงามในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สมกับชื่อ "Sport" สำหรับรถ SUV Crown ด้วยรูปลักษณ์ที่ผสานกับไดนามิกซึ่งดูแล้วคล้าย Ferrari Purosangue
องค์ประกอบของรุ่น Sport คือบังโคลนหลังที่ยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดจากเสา D ไปจนถึงล้อหลัง ช่วยเสริมความรู้สึกถึงความคล่องตัวและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ยางขนาดใหญ่ช่วยเน้นความโดดเด่นของรถและเสริมให้รูปลักษณ์ดูน่าดึงดูด พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นครอสโอเวอร์ ดีไซน์ด้านหน้าที่คล้ายหัวฉลามค้อนยังคงไว้ซึ่งไฟวิ่งกลางวันแบบเลนส์แคบภายในพื้นที่สีดำ เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่เฉียบคมและดุดัน นอกจากนี้ การออกแบบที่กว้างขึ้นยังให้ความรู้สึกสปอร์ตยิ่งขึ้นอีกด้วย รุ่นสปอร์ต มาพร้อมกับยางขนาด 21 นิ้วและล้ออัลลอย โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพที่มอบความสะดวกสบายในการขับขี่ระดับสูงไว้ แต่ล้อมีขนาดกว้างและใหญ่ขึ้นเพื่อเสริมความสวยงาม
...
เส้นสายด้านข้าง ด้วยความสูงของตัวรถที่ต่ำ เส้นหลังคาที่ลาดเอียง และโป่งล้อที่ดูบึกบึน ทำให้ Crown Sport มีท่าทางที่ดูดุดัน เส้นสายตัวถังที่โค้งมนสะดุดตา เรือนกระจกที่ดูปราดเปรียว ล้อขนาด 21 นิ้ว และซุ้มล้อสีดำเงา (Gloss black) ถือเป็นจุดเด่นสำคัญในด้านข้างดีไซน์ด้านท้าย: ด้านหลังของ Crown Sport มาพร้อมไฟท้ายแบบผสมผสานที่ดูเรียวบาง เชื่อมต่อกันด้วยคิ้วตกแต่งสีดำเงาทรงโค้งลากยาวตลอดความกว้างของฝาท้าย และเช่นเดียวกับด้านหน้า กันชนหลังถูกออกแบบมาอย่างมีมิติ รวมถึงฝาท้ายก็มีเส้นสายที่คมชัดและแข็งแกร่งดีไซน์ภายใน (Interior)ห้องโดยสารของ Crown Sport ไม่ได้มีความแตกต่างจากอีก 3 รุ่นในตระกูล Crown ทั่วโลกมากนักในแง่ของภาพลักษณ์ภายในรถให้ความรู้สึกคุ้นเคย
...
ในซีรีส์ Crown เจเนอเรชันที่ 16 ห้องโดยสาร ใช้แนวคิดการออกแบบ Island Architecture Toyota ระบุว่าเป็นการจัดกลุ่มหน้าจอแสดงผล คันเกียร์ และองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ให้อยู่รวมกันในจุดเดียวแผงคอนโซลหน้าแบบหลายชั้น (Multi-layered) มีมิติที่กว้างและเชื่อมต่อกับแผงประตูหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ มีการตกแต่งด้วยสีบรอนซ์ทั่วทั้งห้องโดยสารเพื่อเพิ่มความหรูหรา พวงมาลัย แผงคอนโซล และคอนโซลกลางยังคงมีปุ่มควบคุมการทำงานแบบปุ่ม Physical controls เลย์เอาต์การจัดวางดูสะอาดตาและกลมกลืนเป็นระเบียบ
ภายใน ตกแต่งด้วยสีทูโทน กระจก พาโนรามิคซันรูฟบานใหญ่ เบาะนั่งแบบสปอร์ต คันเกียร์ไฟฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน ตกแต่งโลโก้ตรามงกุฎ จอทัชสกรีน 12.3 นิ้ว ส่งงานด้วยระบบสัมผัสควบคุมระบบบันเทิงและการเชื่อมต่อในชุดจอเดียวกัน เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay ไร้สาย Android Auto เครื่องปรับอากาศแยกโซน 3 จุด ทั้งด้านหน้าซ้ายขวา และด้านหลัง มีการเพิ่มความเงียบในห้องโดยสารด้วยระบบ Toyota Sound-regulating Ceiling ติดตั้งเพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรกในรถรุ่นนี้
...
ห้องโดยสารมีทัศนวิสัยภายนอกดีในทุกทิศทาง พื้นที่เบาะหน้า มีพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) เหลือประมาณ 6 นิ้ว ตัวเบาะรองรับต้นขา ไหล่ และหลังได้ดี ขณะที่ตัวเบาะก็นุ่มและกว้างพอให้ความรู้สึกสบาย อย่างไรก็ตาม หากฐานเบาะยาวกว่านี้อีกสักหน่อยจะช่วยรองรับต้นขาได้ดียิ่งขึ้นวัสดุและการประกอบ: คุณภาพของวัสดุถือว่าใช้ได้ในภาพรวม แต่ห้องโดยสารน่าจะดูดีขึ้นได้อีกหากเพิ่มพื้นผิวที่เป็นวัสดุสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) มากกว่านี้ โดยเฉพาะบริเวณกึ่งกลางพวงมาลัยและแผงประตูด้านบน ฝาปิดช่องเก็บของคอนโซลกลางยังดูราคาถูกหรือพรีเมียมน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือของภายใน เนื่องจากไม่มีกลไกการปิดแบบนุ่มนวล (Soft-close)
พื้นที่เบาะหลังมีพอร์ต USB Type-C 2 ช่อง, ช่องแอร์ 2 ช่อง, ตะขอแขวนเสื้อ, ช่องเก็บของหลังเบาะ และที่วางแขนตรงกลางแบบพับได้พร้อมที่วางแก้วในตัว สามารถปรับพนักพิงและเบาะรองนั่งของเบาะผู้โดยสารตอนหน้าด้วยระบบไฟฟ้า ผ่านปุ่มควบคุมที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างของเบาะหน้าได้
Toyota Crown Sport มีให้เลือกทั้งรุ่นไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มิติตัวถัง มีขนาดความยาว 4,720 มิลลิเมตร กว้าง 1,880 มิลลิเมตร สูง 1,565 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,770 มิลลิเมตร กระจังหน้าสีเดียวกับตัวถัง ช่องระบายอากาศแบบตาข่าย ไฟหน้า LED ตกแต่งเป็นเส้นเรียวยาว 2 ชั้น โลโก้ใหม่ที่กระจังหน้า กระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ไฟท้าย LED ตกแต่งเป็นเส้นเรียวยาวรับกับกันชนหลัง
Toyota Crown Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Dynamic Force ขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-AWD ทำงานโดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่เพลาล้อหลัง
รุ่น Hybrid (HEV)เครื่องยนต์เบนซินให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 163 ปอนด์-ฟุต ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 3NM ที่ล้อหน้า กำลัง 118 แรงม้า แรงบิด 149 ปอนด์-ฟุต มอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 4NM ที่ล้อหลัง (กำลัง 54 แรงม้า แรงบิด 120 นิวตันเมตร (Nm)
รุ่น Plug-in Hybrid (PHEV) เครื่องยนต์รหัส A25A-FXS เวอร์ชัน 174 แรงม้า แรงบิด 162 ปอนด์-ฟุต แต่มอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหน้าจะเป็นคนละบล็อก ใช้รหัส 5NM' ซึ่งให้กำลัง 180 แรงม้า แรงบิด 199 ปอนด์-ฟุต ล้อหลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4NM บล็อกเดียวกับรุ่นไฮบริด (54 แรงม้า /120.67 นิวตันเมตร (Nm)
อัตราสิ้นเปลืองและระยะทางวิ่งอัตราสิ้นเปลือง รุ่นไฮบริดทำได้ประมาณ 21.3 กม./ลิตร ขณะที่รุ่นปลั๊กอินไฮบริดทำได้ประมาณ 20.3 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน WLTC ของญี่ปุ่น
โหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode): รุ่น PHEV มาพร้อมแบตเตอรี่ขับเคลื่อนขนาดใหญ่กว่ามากที่ 14.85 kWh ช่วยให้รถสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลประมาณ 90 กิโลเมตร ระยะทางวิ่งรวม รุ่นไฮบริดสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด ประมาณ 1,171 กิโลเมตร ต่อการเติมน้ำมันเต็มถังหนึ่งครั้ง ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดให้ระยะทางวิ่งรวมสูงสุดประมาณ 1,207 กิโลเมตร
ราคาของ Toyota Crown Sport (SUV) แตกต่างกันค่อนข้างมาก ระหว่างราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น กับราคาที่ผู้นำเข้าอิสระ (Grey Market) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
ราคาในประเทศไทย (โดยผู้นำเข้าอิสระ) เนื่องจากทาง Toyota ประเทศไทยไม่ได้นำเข้ารถรุ่นนี้มาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาจึงเป็นราคาของผู้นำเข้าอิสระ (เช่น ETON Group) ซึ่งเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาสำเร็จรูปจากญี่ปุ่นราคาเริ่มต้นประมาณ 3,690,000 บาท (สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Hybrid HEV)
เครื่องยนต์ TOYOTA CROWN SPORT SUV
เครื่องยนต์ไฮบริด
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร
ระบบ Hybrid Synergy Drive (HSD) เจเนอเรชันล่าสุด
กำลังสูงสุด 186 แรงม้า (PS) ที่ 6000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 219 นิวตันเมตร ที่ 3600 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า กำลัง 119 แรงม้า แรงบิด 202 นิวตัน-เมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง กำลัง 54.4 แรงม้า แรงบิด 121 นิวตัน-เมตร
กำลังสูงสุดรวม 234 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/