เปิดฉากศักราชใหม่แห่งความแรง! ค่ายสี่ห่วง Audi โชว์ความก้าวหน้าทางยนตรกรรมอีกครั้งกับยานยนต์ในตระกูล RS กับการส่งจอมพลังขับสี่ Audi RS 5 สปอร์ตซีดานตัวใหม่ เข้าร่วมโปรแกรม Hot Laps โชว์อัตราความเร็วต่อรอบสนาม ในศึกฟอร์มูล่าวัน “ไมอามี กรังด์ปรีซ์” ขุมพลังไฟฟ้ากับความมันส์ระดับมอเตอร์สปอร์ต หลอมรวมกันอีกครั้งกับ F1 พร้อมกฎใหม่ที่ทำให้การแข่งขันน่าเบื่อหนักเข้าไปอีก!
...
การปรากฏตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโชว์ตัวธรรมดา แต่มันคือการสำแดงฤทธิ์เดชของระบบขับเคลื่อนยุคใหม่ Audi RS ถือเป็น "ไฮเปอร์-ปลั๊กอินไฮบริด" (PHEV) สมรรถนะสูงรุ่นแรก จากชายคาของ Audi Sport ยกเทคโนโลยีขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าแบบเดียวกับรถแข่ง F1 ยุคปัจจุบันมาใส่ไว้ในรถบ้านแบบเนื้อๆ เน้นๆ
...
หัวใจเบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ บวกมอเตอร์ไฟฟ้า รีดม้าเฉียด 640 ตัว! ลบความคิดเดิมๆ ว่ารถไฮบริดต้องอืดอาดไปได้เลย เพราะใต้อุโมงค์ฝากระโปรงของ RS 5 ใหม่ คือการผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.9 ลิตร V6 ทวินเทอร์โบ บล็อกโหดที่รีดกำลังได้ 510 ม้า พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 130 กิโลวัตต์ เมื่อสองระบบทำงานพร้อมกัน RS5 ใหม่ จะระเบิดกำลังสูงสุดออกมาท่วมท้นถึง 470 กิโลวัตต์ หรือ 639 แรงม้า! กดมิดคันเร่งเมื่อไหร่ก็กระชากหลังติดเบาะ ความเร็วสูงสุดโดนตอนเอาไว้ที่ 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยแต่สำหรับสายเสี้ยนก็เสียบกล่องปลดล็อกได้เลย ตัวเลขสเปกเทพ เซตมาตรฐานใหม่ให้วงการรถคูเป้ไฮบริด ทั้งความแรง อัตราประหยัดน้ำมัน การควบคุมที่เหนือชั้น
...
...
ระบบคุมแรงบิดอัจฉริยะของ RS5 ไม่ใช่แค่แรงทางตรง แต่ทางโค้งก็เกาะสุดกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro เสริมด้วยชุดควบคุมแรงบิดแบบไดนามิก (Dynamic Torque Control) ซึ่งเป็นระบบกระจายแรงบิดด้วยไฟฟ้า หัวใจสำคัญคือ ระบบจะคอยตรวจจับและส่งกำลังแรงบิดไปยังล้อฝั่งที่มีการยึดเกาะสูงสุดแบบเสี้ยววินาที โดยเฉพาะเวลาสาดโค้งแรงๆ ทำให้ RS 5 เลี้ยวได้คมกริบ คล่องตัว ควบคุมง่าย ในทุกสถานการณ์
บลีดดิ้งดีเอ็นเอตัวแข่ง โดย 2 ยอดนักขับระดับตำนาน ความพิเศษคือ รถที่นำมาวิ่งสาดโค้งโชว์แขก VIP ในสนาม F1 ครั้งนี้ Audi Sport ขิงว่า เป็นรถสเปกโรงงานแท้ๆ ไม่มีการปรับแต่งเครื่องยนต์หรือช่วงล่างเพิ่มเติมแม้แต่ชิ้นเดียว! ตัวถังมาในเฉดสีพิเศษ เทาไทเทเนียม (Titanium) ตัดไฮไลต์ด้วยวงแหวนสี่ห่วงสีแดงลาวา (Lava Red) ที่หน้า-หลัง ดุมล้อแม็กสีดำ ได้แรงบันดาลใจ (อีกแล้ว) มาจากโทนสีของรถแข่งตัวกลั่นอย่าง Audi R26
Audi Sport จัดวิศวกรมาดูแลตัวรถอย่างใกล้ชิด พร้อมดึงสองนักแข่งระดับตำนานที่มีสายเลือดสี่ห่วงเต็มสูบมาเป็นสารถีพาลูกค้า VIP ไปสัมผัสความเสียวสยองในสนาม
ดินโด คาเปลโล (Dindo Capello) ยอดนักขับผู้เจนจบในอเมริกา แชมป์เลอมังส์ 24 ชั่วโมง และแชมป์เซบริง 12 ชั่วโมง 5 สมัย
มาร์คัส วินเคิลฮ็อค (Markus Winkelhock) แชมป์เนอร์เบิร์กริง 24 ชั่วโมง 3 สมัย เคยสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นนำในศึก F1 ปี 2007
วินเคิลฮ็อค เปิดใจถึงรถคันนี้ว่า "อดใจรอไม่ไหวที่จะพาทุกคนไปซิ่งในสนาม F1 โดยเฉพาะโค้งหักศอกแคบๆ รอบสนามฮาร์ดร็อก สเตเดียม ที่ไมอามี ระบบ quattro กับ Dynamic Torque Control จะโชว์ความเหนือชั้นให้เห็น นี่แหละคือคำนิยามของ Vorsprung durch Technik (ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยี) ของAudi ที่มอบทั้งความสปอร์ตและความสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว"
แน่นอนว่า Audi Sport ใช้ F1 เป็นสะพานหน้าส่งรถแรงลุยตลาดมะกัน ด้วย SUV พร้อมตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยขั้นเทพ ตามด้วยของแรงอย่าง RS5 V6 PHEV
ไม่ใช่ออกมาซิ่งโชว์เอาเท่ เนื่องจากการที่ค่ายสี่ห่วง เลือกสังเวียนความเร็ว ไมอามี กรังด์ปรีซ์ เป็นเวทีเปิดตัว Audi RS 5 ซึ่งเข้ามารับหน้าที่รถแรงในโปรแกรม Hot Laps บอกเลยว่าเป็นการวางหมากเดินเกมรบระดับโลกอย่างมีชั้นเชิง เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการเดินหน้าโกยยอดขายให้กับเศรษฐีในอเมริกาที่เสพติดสี่ห่วง เป็นการปักธงในตลาดรถหรูแดนลุงแซมด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก!
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ปีนี้ Audiเตรียมเปิดปฏิบัติการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดครั้งใหญ่ ด้วยการส่งรถอเนกประสงค์เอสยูวี (SUV) ในตลาดรถหรูทั่วโลกแบบไม่ให้คู่แข่งได้หายใจหายคอ ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การเตรียมเปิดตัวพี่ใหญ่คันยักษ์อย่าง Audi Q9 ควบคู่ไปกับ Audi Q7 โฉมใหม่ล่าสุด 2027
นอกจากนี้ ยังมีน้องเล็กสายลุยอย่าง Audi Q3 ใหม่ ที่เริ่มลุยตลาดทั้งไทยและอเมริกาไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้อาวดี้ทุ่มทุนสร้าง ดึงตัวดาราระดับฮอลลีวูดรุ่นใหญ่ตัวพ่ออย่าง มอร์แกน ฟรีแมน และดาราสาวดาวรุ่ง เชส อินฟินิตี้ มาเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีไลน์อัปจำพวกรถพรีเมียมเอสยูวีที่ใหม่สดที่สุดในตลาดอเมริกาและในตลาดโลก
มาร์โก ชูเบิร์ต กรรมการบริหารฝ่ายขายและการตลาดของ AUDI AG ออกมาเปิดเผยถึงกลยุทธ์ในครั้งนี้ว่า "ตอนนี้กระแสฟอร์มูล่าวันกำลังฮิต มีแฟนๆ ทั่วโลกติดตามเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เราจึงต้องตามกระแสเพื่อเติมความจัดจ้าน และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับแบรนด์ Audi ในขณะเดียวกัน ก็ตั้งเป้าที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดอเมริกา ซึ่ง Audi ได้เริ่มส่งต่อความเปลี่ยนแปลงนี้ลงสู่ถนนแล้ว โดยเฉพาะ Audi Q9 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชาวอเมริกันโดยเฉพาะ และมันจะกลายเป็นเรือธงลำใหม่ล่าสุด ซึ่งผมตั้งตารอคอยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้อย่างใจจดใจจ่อ"
ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ทำให้ลูกค้าอุ่นใจได้เต็มร้อย เพราะ Audi Sportไม่ได้มีดีแค่ความแรงและดีไซน์ แต่ยังครองบัลลังก์ผู้นำด้านความปลอดภัยในกลุ่มแบรนด์รถหรูอีกด้วย การันตีด้วยผลทดสอบล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยสถาบันเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงของสหรัฐฯ หรือ IIHS (Insurance Institute for Highway Safety) ได้ประกาศมอบรางวัลความปลอดภัยระดับสูงสุด (Highest Rating) ให้กับรถยนต์ Audi รวดเดียวถึง 6 รุ่น
หากย้อนดูปูมหลัง Audi มีประวัติศาสตร์ศาสตร์อันเกรียงไกรและประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในวงการมอเตอร์สปอร์ตฝั่งอเมริกาเหนือมาอย่างยาวนาน การกลับมาครั้งนี้พร้อมกับรถแข่งคันเก่งอย่าง Audi R26 ที่พ่วงขุมพลังไฮบริด F1 สุดล้ำ ซึ่งซุ่มพัฒนาและส่งตรงมาจากประเทศเยอรมนี ถือเป็นการกลับมาลงชิงชัยในแผ่นดินอเมริกาในฐานะ ทีมโรงงานแท้ (Factory Team) เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จบศึกฟอร์มูล่า อี (Formula E) ที่นิวยอร์กเมื่อปี 2021.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/