หากจะพูดถึงเมืองที่เป็นจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต คงไม่มีที่ไหนเกินหน้า "มอนติคาร์โล" และสำหรับ MINI ที่นั่นคือสมรภูมิประลองความเร็วและเป็นที่มาของชัยชนะ อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของแบรนด์จนกลายเป็นตำนาน ในปี 1965 เมื่อ Timo Mäkinen และคู่หู Paul Easter ควบ Mini Cooper S ทะยานคว้าชัยในรายการ Monte Carlo Rally จนกลายเป็นตำนานบทใหม่ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและสมรรถนะที่คล่องตัวในยุคนั้น

MINI  Millennium Auto ปลุกวิญญาณแชมป์ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในร่างใหม่กับ MINI 1965 Victory Edition รุ่นพิเศษที่หยิบเอาดีเอ็นเอจากสนามแข่งมาตีความใหม่ภายใต้งานคราฟต์สุดประณีต

ขุมพลัง 3 รูปแบบ แรงสั่งได้ตามสไตล์ JCW

Victory Edition รุ่นพิเศษนี้มีให้เลือกครบทั้งไลน์อัพ ตั้งแต่ตัวแรงรุ่นพิมพ์นิยมไปจนถึงพลังงานสะอาด:

MINI Cooper S เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที ตอบโจทย์ทั้งความสนุกและการใช้งานในเมือง

...

MINI John Cooper Works (JCW) ขยับความจี๊ดขึ้นมาเป็น 231 แรงม้า แรงบิดสะใจ 380 นิวตันเมตร ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที



MINI John Cooper Works Electric รุ่นที่ MINI Millennium Auto นำเข้ามาขาย ไฮไลต์อยู่ที่รุ่นไฟฟ้า 100%  รีดพละกำลังได้ 258 แรงม้า กระชากจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.9 วินาที  ดีไซน์ภายนอก ความคลาสสิกที่ทันสมัย ตัวรถมาในเฉดสีแดง Chili Red ตัดกับแถบสติกเกอร์สีขาวพาดตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าไล่ไปถึงหลังคาและท้ายรถ เอกลักษณ์สำคัญคือ เลขหมาย "52" สีขาว ที่ข้างประตู ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกับรถแข่งคันจริงในปี 1965

ดีไซน์ภายนอก การตกแต่งภายนอกเน้นการย้อนรำลึกถึงรถแข่งเบอร์ 52 ของ Timo Mäkinen ในปี 1965

สีตัวถังแดง Chili Red ตัดกับแถบสติกเกอร์สีขาว (White Trim Stripe) ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าพาดผ่านหลังคาจนถึงส่วนท้าย

กราฟิกพิเศษ หมายเลข "52" สีขาวที่บานประตูทั้งสองด้าน (เลียนแบบเลขข้างรถแข่งแชมป์มอนติคาร์โล)

สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ สติกเกอร์คำว่า "1965" บริเวณเสา C (C-pillar)

ล้อและช่วงล่าง

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย JCW Lap Spoke (แบบ 2-tone) สำหรับรุ่นเครื่องยนต์สันดาป

ล้อลาย JCW Mastery Spoke สีดำ สำหรับรุ่น Electric

Floating Hubs ฝาครอบดุมล้อแบบตั้งตรงตลอดเวลา (คล้ายรถหรูและรถแข่ง)

ฝาปิดจุกลมยาง JCW สีพิเศษเฉพาะรุ่น

หลังคา เลือกได้ระหว่างหลังคาพาโนรามิก หรือหลังคาสีขาว Glaced

ดีไซน์ภายใน (Interior & Craftsmanship)

ห้องโดยสารเน้นโทนสี Anthracite ตัดแดง ตามแบบฉบับ John Cooper Works (JCW):

กาบบันได (Door Sill) สัญลักษณ์ "1965" สีขาวบนพื้นหลังแดง-ดำ

Storytelling บริเวณด้านในของประตูมีรายละเอียดบันทึกประวัติการแข่งแรลลี่ในอดีต

 พวงมาลัยสปอร์ตพร้อมโลโก้ "1965" ที่ก้านตำแหน่ง 6 นาฬิกา

...

คอนโซลกลาง กล่องเก็บของประทับตรา "1965"

กุญแจรถ ตัวเคสกุญแจ (Key Cap) พิมพ์หมายเลขรถแข่งจากปี 1965



...



...




เสริมหล่อด้วยหลังคาพาโนรามิกหรือหลังคาสีขาว Glaced ที่ตัดกับตัวรถอย่างลงตัว พร้อมสติกเกอร์ "1965" ที่เสา C เพิ่มความขลัง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย JCW Lap Spoke แบบ 2 สี (หรือลาย JCW Mastery Spoke สีดำสำหรับรุ่นไฟฟ้า) มาพร้อมดุมล้อแบบ Floating Hub (โลโก้ไม่หมุนตามล้อ) และจุกลมยาง JCW สีพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแรลลี่




ห้องโดยสารอารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด

เปิดประตู คุณจะพบกับกาบบันไดตัวอักษร "1965" บนพื้นหลังสีแดง-ดำ พร้อมแผ่นเพลทบันทึกเรื่องราวชัยชนะในอดีตติดตั้งไว้ที่แผงประตู ภายในตกแต่งด้วยโทนสี Anthracite ตัดกับสีแดงสไตล์ JCW Trim

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถูกใส่ใจอย่างดี ทั้งโลโก้ "1965" ที่ก้านพวงมาลัยตำแหน่ง 6 นาฬิกา และบนกล่องเก็บของคอนโซลกลาง แม้แต่กุญแจรถยังประดับด้วยหมายเลขรถแข่งของปี 1965 ตอกย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟในทุกครั้งที่หยิบขึ้นมา

สัมผัสตัวจริง MINI 1965 Victory Edition (Electric) วางจำหน่ายใน  MINI Millennium Auto ราคา 2,249,000 บาท จำนวนจำกัด 65 คัน.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/