Alpina คือบริษัทผู้ผลิตชุดตกแต่งรถยนต์ BMW ที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมอันหรูหราและมีความเร็วเหนือระดับ โดยใช้การต่อยอดมาจากโครงสร้างของ BMW ที่ออกขายในปีนั้นๆ ถือเป็นแบรนด์รถยนต์เพื่อคนรักรถตัวจริงเสียงจริงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่นเดียวกับแบรนด์อย่าง Ruf และ Dallara ความมุ่งมั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติเยอรมัน ความเชี่ยวชาญระดับหัวกระทิ และจำนวนการผลิตที่จำกัด ทำให้ Alpina กลายเป็นนิยามของพาหนะคู่ใจ ที่รู้กันดีในหมู่นักขับระดับแถวหน้า
...
หากจะว่ากันตามระเบียบแบบแผน Alpina เพิ่งจะเริ่มผลิตรถยนต์สำหรับวิ่งบนถนนอย่างเป็นทางการในปี 1983 แน่นอนว่าความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นทางการ กับสิ่งที่เป็นจริงนั้น คือเหตุผลที่ทำให้เกิดคำว่า โดยพฤตินัย ขึ้นมา เพราะในความเป็นจริง Alpina เริ่มปรับแต่งรถมาตั้งแต่กลางยุค 60 และมีการสร้างรถแข่งในช่วงปลายยุค 60 ตามมาด้วยการผลิตรถสำหรับวิ่งบนถนนมาตั้งแต่ช่วงปลายยุค 70 แล้ว หลังจากเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนั้นน่าสนใจยิ่งนัก เมื่อ BMW ได้เข้าซื้อกิจการของ Alpina พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในนาม BMW Alpina และนำพาบริษัทของตระกูล Bovensiepen ผู้ก่อตั้ง Alpina ไปสู่เส้นทางใหม่ ในการร่วมมือกับสำนักออกแบบ Zagato แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ แต่หัวใจหลักของมันก็ยังคงจิตวิญญาณของ BMW อยู่ในดีเอนเอทั่วทุกอนูของรถ
ก่อนที่ BMW จะเข้ามาดูแลกิจการ รถของ Alpina ถูกประกอบขึ้นในเมืองบูคโล (Buchloe) เมืองเล็กๆ ในแถบถิ่นบาวาเรียตอนใต้ จะว่าไปก็ไม่ได้อยู่ลึกที่สุดในแคว้นบาวาเรีย เพราะคุณยังสามารถขับรถเล่นลงใต้ไปได้ไกลกว่านั้นอีกหน่อย แต่โรงงานซึ่งถือเป็นบ้านของ Alpina ก็ถือว่าอยู่ลึกพอที่จะได้เห็นประเพณีปีศาจแครมปัส (Krampus) ในช่วงคริสต์มาส
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา การผลิตของ Alpina จะถูกรวมเข้ากับโรงงานในเครือ BMW Group บางแห่งที่ได้รับคัดเลือก มีการยกระดับขีดความสามารถอย่างครอบคลุมของโรงงานประกอบ เพื่อให้ได้มาตรฐานระดับสูงตามที่คาดหวังจากแบรนด์ใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนโรงงาน Alpina เดิมในเมืองบูคโลจะถูกปรับเปลี่ยนไปใช้สำหรับบริการด้านอะไหล่และการดูแลรักษารถ Alpina รุ่นคลาสสิกแทน
...
ก่อนที่ BMW จะกุมบังเหียน แบรนด์ Alpina เคยสร้างรถในจำนวนที่น้อยจนทำให้ Ferrari หรือ Rolls-Royce ดูเหมือนรถที่ผลิตในปริมาณมาก (Mass-produced) ไปเลย เมื่อดูจากตัวเลขยอดการผลิตรถยนต์ของ Alpina แบรนด์ของแต่งสุดฮิตจากเยอรมันมียอดผลิตเพียงประมาณ 1,700 คันต่อปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความพิถีพิถันในกระบวนการประกอบได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่า BMW จะไม่เปลี่ยน Alpina จากจุดยืนนี้ไปมากนัก เพราะเป้าหมายหลัก ยังคงเป็นการผลิตรถยนต์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว (Exclusively made) ด้วยตัวเลขอันน้อยนิดเหมือนเดิม และเป็นไปตามใบสั่งที่มีการระบุรายละเอียดของลูกค้าซึ่งควักเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อสั่งทำรถ BMW รุ่นพิเศษ (Bespoke) เป็นรายคัน
...
...
ก่อนการควบรวมกิจการนั้น Alpina ได้ผลิตทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลโดย ต่อยอดจาก BMW ซีรีส์ 3, 4, 5 และ 8 รวมถึงรุ่น X3, X4 และ X7 สำหรับ Alpina รุ่นเครื่องยนต์เบนซินจะมีรหัสขึ้นต้นด้วยตัว ‘B’ ซึ่งย่อมาจากคำว่า Benzin ที่แปลว่าน้ำมันเบนซินในภาษาเยอรมัน ส่วน Alpina รุ่นดีเซลจะใช้รหัส ‘D’ เพราะ รูดอล์ฟ ดีเซล (Rudolf Diesel) ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยกำลังอัดก็เป็นชาวเยอรมันเช่นเดียวกัน วิธีเรียกชื่อรุ่นก็แค่ใส่ตัวเลขซีรีส์ของ BMW ต่อท้าย และเติม X ไว้ข้างหน้าถ้าเป็นรถ SUV เท่านี้คุณก็ได้ชื่อรุ่นของ Alpina แล้ว ในอดีตอาจจะไม่ได้ใช้สูตรนี้เสมอไป เช่น รุ่น B11 ในช่วงปลายยุค 80 สร้างขึ้นจากซีรีส์ 7 แต่หลังจากนั้น ระบบการตั้งชื่อก็เริ่มลงตัวเป็นรูปแบบที่เข้าใจง่ายมาโดยตลอด จะมีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อยตรงที่รุ่นดีเซลมักจะมีตัวอักษร ‘S’ ต่อท้ายเพิ่มเข้ามา
ล่าสุด เมื่อ Alpina "ยุคเก่า" กำลังหันไปผลิตรถคูเป้ดีไซน์โดย Zagato ส่วน Alpina "ยุคใหม่" เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว BMW เต็มตัว บีเมอร์ส่วนมาก ยังไม่แน่ใจนักว่าก้าวต่อไปภายใต้การปกครองของ BMW จะเป็นอย่างไร แต่มีข่าวลือหนาหูว่า Alpina จะประเดิมด้วยการสร้างซีรีส์ 7 รุ่นหรูหราพิเศษ หรือจะเรียกว่าเป็น "Maybach ในเวอร์ชันของ BMW" ก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งก็ได้แต่หวังว่ารูปลักษณ์ของมันจะออกมาดูดีกว่า (Maybach)
สำหรับตัวเลือกที่ย่อมเยาที่สุดที่ คือ BMW Alpina รุ่น D3S ราคา 63,500 ปอนด์ หรือประมาณ 2.9 ล้านบาทยังไม่รวมอัตราภาษีนำเข้า แน่นอนว่านั่นเป็นเงินจำนวนไม่น้อย แต่นั่นเป็นรถเริ่มต้นของแบรนด์ ส่วน Alpina ที่มีราคาค่อนข้างสูงก็คือ BMW Alpina XB7 สนนราคาอยู่ที่ 149,500 ปอนด์ หรือประมาณ 6.8 ล้านบาทยังไม่รวมอัตราภาษีนำเข้า จริงๆแล้วมีลูกค้าไม่มากนักที่เลือกออปชันสูงสุดอย่าง XB7 แต่รถรุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในอเมริกา เรียกว่า ขายดิบขายดีกันเลยทีเดียว
เมื่อพิจารณาว่าความเชี่ยวชาญของ Alpina นี่การสร้างสรรค์ยนตรกรรมระดับผู้บริหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ทำความเร็วได้แบบไม่ต้องออกแรงขยี้คันเร่ง ตลอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไม่เคยขาดแคลนรถแรงระดับพระกาฬ เมื่อลองจัดอันดับ 10 รถ Alpina ที่เร็วที่สุด ทุกรุ่นที่ถูกบันทึกเอาไว้จะมีความเร็วปลายทะลุ 322 กม./ชม. ทั้งสิ้น...และแม้แต่รายชื่อรถ Alpina ที่ครองตำแหน่ง (หรือเคยครอง) รถที่เร็วที่สุดในเซกเมนต์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ยังมีจำนวนมากพอที่จะจัดทำท็อป 10 แยกออกมาได้อีกชุดใหญ่ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วแปลกใจไหมถ้าจะบอกว่าตำแหน่ง Alpina ที่เร็วที่สุด นั้น จริงๆ แล้วเป็นการครองแชมป์ร่วมกันระหว่างรุ่น B5, B6 และ B7?
ข่าวดี (หรืออาจจะไม่ดีนัก แล้วแต่มุมมอง) ก็คือ 6 Series ตัวเก่าที่ใช้ทำ B6 นั้นเลิกผลิตไปแล้ว และดูเหมือน Alpina กำลังจะปิดตำนาน B7 ลงอย่างถาวรเช่นกันเนื่องจากขายไม่ค่อยดี นั่นทำให้เหลือเพียง B5 ซึ่งเป็นร่างจำแลงของ 5 Series ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ 4.4 ลิตร ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 329 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การสร้างโจทย์ที่ตัดสินใจยากที่สุดให้กับคนจะซื้อรถ คือ เลือก B5 หรือ M5 ดี? ว่ากันตามตรง พวกนักเลงรถกระเป๋าหนักก็ไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนดีเหมือนกัน ยกเว้นความจริงที่ว่า คนมีเงินทั่วโลกสามารถสั่ง B5 ในตัวถังแบบเอสเตท (Wagon) ได้ถ้ายอมรับความเร็วสูงสุดที่ลดลงเหลือแค่ 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งแน่นอน ลูกค้ายอมรับมันได้อย่างไม่มีปัญหาเลยละ! เพราะตัวเลขความเร็วสูงสุดขนาดนั้น คนที่เคยขับเข้าไปใกล้ขอบเขตของอันตรายรู้ดีว่าต้องใช้ทางตรงยาวมากขนาดไหน
ช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ผ่านไปแล้วจริงหรือ? เมื่อ BMW ตัดสินใจซื้อกิจการทั้งหมดไปนั้น ถือเป็นการยืนยันที่ชัดเจนที่สุดถึงความประณีตในงานฝีมือของ Alpina รวมถึงชื่อเสียงที่สั่งสมมาจากความพิถีพิถันนั้นด้วย นับตั้งแต่เริ่มต้นการสร้างรถยนต์ BMW สำหรับวิ่งบนถนนของ Alpina มักจะมีเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มั่นคงและไม่ซ้ำใคร มันคือความเรียบหรูและสุภาพนุ่มนวลที่ซ่อนพลังทำลายล้างมหาศาลเอาไว้ภายใน เหมือนหมัดฮุกขวาหนักๆ ที่พร้อมจะซัดใส่คู่ต่อสู้ทันทีที่ถูกกระตุ้น
Alpina ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงยังคงสร้างผลกำไรได้เสมอ แม้ในโลกที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมเสียจนอาจทำให้หลายๆคนถึงกับเส้นเลือดในสมองแตก สิ่งที่ Alpina แสดงให้เห็นก็คือ เส้นทางสู่นิพพานแห่งโลกยนตรกรรม นั้นไม่ได้มีเพียงแค่เส้นทางเดียวเสมอไป ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะตัดสินว่าอนาคตของ Alpina ภายใต้การกุมบังเหียนของ BMW จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ เสน่ห์บางอย่างที่เคยดูมีความเป็นของแปลก หรือโปรเจกต์ลับหลังบ้าน ที่กล้าทำอะไรแตกต่างจากคนอื่นนั้นได้เลือนหายไปแล้ว จากเดิมที่เคยเป็นเด็กหลังห้องจอมสร้างสรรค์ที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ตอนนี้ Alpina ได้กลายเป็นประธานนักเรียนที่ต้องอยู่ในระเบียบวินัยไปเสียแล้ว
ความจริงที่ว่าครอบครัว Bovensiepen รีบแยกตัวออกไปสร้างเส้นทางใหม่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว (แถมยังชิงตัดหน้าเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ก่อนที่ BMW จะเผยโฉม Alpina รุ่นแรกที่ทำเองในบ้านเสียอีก) เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างดีว่า พวกเขายังคงเชื่อมั่นในคุณค่าของวิธีการทำงานในแบบฉบับดั้งเดิมของตนเองอยู่เสมอ เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่แฟนตลับคาดหวังจาก Alpina มาตลอด นั่นคือ ความเร็วระดับมหาศาล โดยไม่ยอมสูญเสียความสะดวกสบายแม้เพียงนิดเดียว อย่าลืมว่าในยุคก่อตั้ง Alpina ประสบความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต มากกว่าบรรดาบริษัทรถยนต์ที่พยายามป่าวประกาศความสปอร์ต (หรือที่จริงคือการเสแสร้ง) ของตัวเองเสียอีก
ตำนานนักแข่งอย่าง นิกิ เลาดา และ เจมส์ ฮันท์ ส่วนหนึ่งของเหล่านักขับผู้เปี่ยมพรสวรรค์และเท้าหนักระดับพระกาฬที่เคยควบรถแข่งของ Alpina มาแล้วทั้งนั้น แต่เครื่องหมายการค้าที่พิสูจน์ฝีมือของ Alpina ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นความสำเร็จในรายการแข่งรถสุดอึด (Endurance) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดหิน ลำพังแค่การขับในสนาม สปา-ฟรองโกชองส์ ด้วยความเร็วระดับแข่งขันโดยไม่หลุดโค้งก็นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว แต่การทำแบบนั้นต่อเนื่องถึง 301 รอบ ด้วยเทคโนโลยียางและเบรกที่มีในช่วงปี 1970 นั้นถือเป็นปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง และนั่นคือสิ่งที่จักรกลอย่าง BMW-Alpina 2800CS ทำไว้ในปี 1970 โดยวิ่งไปเป็นระยะทางรวมกว่า 4,248 กิโลเมตร ทิ้งห่างอันดับ 2 (รวมถึงอันดับ 3 และ 4) อย่าง Alfa GTAm ไกลกว่า 11 กิโลเมตร คงไม่ต้องย้ำกันอีกแล้วว่า สำหรับเรื่องของการทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย เศรษฐีนักขับทั่วโลกต่างไว้วางใจชื่อของ Alpina เสมอ
Alpina ก็เหมือนกับแบรนด์รถยนต์ระดับแถวหน้าอีกหลายเจ้าที่ไม่นิยมทำเรื่องไร้สาระประเภทรถต้นแบบ (Concept Car) เพื่อค้นหาทิศทางการออกแบบในอนาคต อะไรทำนองนั้น เพราะถ้าได้เห็นอะไรก็ตามที่ Alpina ออกแบบหรือสร้างขึ้นมา ก็มั่นใจได้เลยว่าจะได้เห็นเวอร์ชันที่วิ่งบนถนนจริงในเวลาไม่นานนัก... อย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี เพราะในความเป็นจริง รถพวกนี้หาดูได้ยากกว่า Ferrari เสียอีก
รถต้นแบบของ Alpina คงต้องเปลี่ยนนิยามหรือขยับเส้นเรื่องของคำว่ารถต้นแบบ เมื่อปรับความเข้าใจตรงกันแล้ว ก็สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากและไร้ข้อกังขาเลยว่าแนวคิดที่เจ๋งที่สุดเท่าที่ Alpina เคยมีมา คือการจับเอาความเร็วแรงของ BMW M5 รุ่นปัจจุบัน มาแต่งงานกับอรรถประโยชน์ของ 5 Series ตัวถังเอสเตท (Estate) แล้วสวมทับด้วยความสง่างามแบบเรียบหรู อันเป็นเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ นั่นก็คือรถแวนพ่อบ้านตีนโหดอย่างเจ้า B5 Touring นั่นเอง
สุดท้าย... คำว่า Alpina คืออะไร ในความเป็นจริง Alpina ได้รับการรับรองจากกระทรวงคมนาคมของเยอรมนีให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์ (Manufacturer) อย่างเต็มตัวมาตั้งแต่ยุค 1980 แล้ว ด้วยความละเอียดลออของเนื้องานประกอบกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่พวกเขามีต่อ BMW
การที่ Alpina ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ลงมือสร้าง ปรับแต่งรายละเอียดจนจบขั้นตอน และวางจำหน่ายรถยนต์โดยใช้พื้นฐานทางวิศวกรรมจาก BMW นั่นคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของแต่งนี้แตกต่างจากสำนักแต่งรถ (Tuner) ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ต่อให้สำนักแต่งชั้นนำระดับโลกเหล่านั้นจะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และศักยภาพในการปรุงแต่งรถยนต์แค่ไหนก็ตาม.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/