คอลัมน์เจาะลึก "5 รถไฮบริด (HEV) รุ่นยอดฮิตในไทย เน้นประหยัดน้ำมันทุกหยาดหยด คือ เรียกได้ว่าแทบจะไม่ให้รถกินน้ำมันกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าในช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงยันเพดานจนกระทบกับค่าครองชีพเพราะรายรับไม่ได้เพิ่มตามรายจ่ายที่กลายเป็นราคาน้ำมัน HEV ที่น่าจะตอบโจทย์การใช้งานในปี 2569 โดยเน้นรุ่นที่ถามเข้ามาซึ่งครอบคลุมทั้ง City Car, Sedan และ MPV ครอบครัว แน่นอนว่ารถไฟฟ้านั้นประหยัดกว่า แต่เวลาเดินทางในช่วงวันหยุดยาวก็จะเจอเข้ากับความแออัดในสถานีชาร์จทางไกลที่ระยะทาง 300-400 กิโลเมตร รถไฟฟ้าที่รอชาร์จจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ การเลือกใช้รถยนต์ไฮบริด HEV ที่มีอัตราสิ้นเปลือง 20-25 กิโลเมตรต่อลิตรก็พอจะทำให้ไม่ลำบากไปมากกว่านี้ 


...

1. Toyota Yaris ATIV HEV

นี่คือรถที่หลายคนรอคอยที่สุดในกลุ่ม Entry-level Sedan โดยใช้พื้นฐานความสำเร็จของ Ativ รุ่นปกติมาเสริมทัพด้วยระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันขั้นสุด  25-26 กม./ลิตร มาพร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense แบบจัดเต็ม และห้องโดยสารที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Hybrid (ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน) สำหรับ Toyota Yaris ATIV HEV (รุ่นปี 2025-2026) เป็นการอัปเกรดขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรเดิม มาเป็นระบบ Full Hybrid 1.5 ลิตร ซึ่งยกชุดวิศวกรรมพื้นฐานมาจาก Yaris Cross HEV มาปรับจูนใหม่ให้เหมาะสมกับตัวถังเก๋ง เครื่องยนต์รหัสใหม่นี้เปลี่ยนจาก 3NR-VE (1.2L) มาเป็นตระกูล 1.5 ลิตรที่เน้นประสิทธิภาพ รหัสเครื่องยนต์: 2NR-VEX แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i ปริมาตรความจุ: 1,496 ซีซี (1.5 ลิตร) กำลังสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิด  121 นิวตันเมตร  

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ (Electric Motor & Battery) หัวใจของระบบไฮบริดที่ทำให้ ATIV รุ่นนี้ขับสนุกขึ้นกว่ารุ่นน้ำมัน กำลังมอเตอร์ 80 แรงม้า  แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 141 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบ 111 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 0.76 kWh (แรงดันไฟฟ้า 177.6 โวลต์)

ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ เกียร์อัตโนมัติ E-CVT (ขับเคลื่อนล้อหน้า) อัตราสิ้นเปลือง เคลมว่าทำได้สูงสุดถึง 29.4 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน ECO Sticker) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน แต่เท้าก็ต้องเบาเป็นปุยนุ่น สำหรับโหมดการขับให้เลือก 3 โหมด คือ ECO, NORMAL และ POWER พร้อมปุ่ม EV Mode สำหรับใช้ไฟฟ้าล้วนในระยะสั้นๆ

 Toyota Yaris ATIV HEV ราคาโดยประมาณ 729,000 – 799,000 บาท


2.  Honda City e:HEV Hatchback / Sedan 
ตัวตึงในกลุ่ม City Car ที่ขึ้นชื่อเรื่องแรงบิดที่สนุกเร้าใจด้วยระบบมอเตอร์คู่ และความอเนกประสงค์ของเบาะ Ultra Seat ในรุ่น 5 ประตู ระบบ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย, อัตราเร่งที่ตอบสนองไวเหมือนรถไฟฟ้า และฟีเจอร์ความสะดวกสบายอย่างช่องปรับอากาศตอนหลัง 

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson-cycle (e:HEV มอเตอร์ 2 ตัว) Honda City e:HEV (ทั้งตัว Sedan และ Hatchback) ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า i-MMD (intelligent Multi-Mode Drive)  แตกต่างจากระบบ Hybrid แบบเดิมๆ ตรงที่เน้นให้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเกือบตลอดเวลา เครื่องยนต์ทำหน้าที่หลักคือการ "ปั่นไฟ" ส่งไปให้มอเตอร์ขับเคลื่อน และจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนโดยตรงเฉพาะในช่วงความเร็วสูงที่คงที่เท่านั้น

...

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson-cycle  รหัส LEB-MMD แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว i-VTEC เทคโนโลยีฝาสูบแบบ Atkinson Cycle เพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ความจุ 1,498 ซีซี (1.5 ลิตร) กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร Honda เคลมอัตราประหยัด27.8 กม./ลิตร ขับใช้งานจริง วิ่งเร็ว กิน 18-20 กิโลเมตรต่อลิตร

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่  ระบบนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (Motor Generator และ Motor Drive) กำลังมอเตอร์ขับเคลื่อนสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ติดตั้งอยู่บริเวณที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ระบบส่งกำลังและการทำงาน Honda ใช้เกียร์ไฟฟ้า e-CVT ที่ไม่มีชุดเฟืองเกียร์เปลี่ยนอัตราทดแบบปกติ แต่ใช้การเชื่อมต่อกำลังผ่านคลัตช์ (Engine-linked Clutch) ในโหมด EV Drive Mode  วิ่งด้วยไฟฟ้า 100% (มอเตอร์ดึงไฟจากแบตเตอรี่มาหมุนล้อ) ส่วน Hybrid Drive Mode เครื่องยนต์ปั่นไฟ (Generator) แล้วส่งพลังงานไฟฟ้าไปให้มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) หมุนล้อ Engine Drive Mode ในความเร็วสูงที่คงที่ ชุดคลัตช์จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์เข้ากับล้อโดยตรง เพราะเครื่องยนต์ทำงานได้ประหยัดกว่ามอเตอร์ในย่านความเร็วสูง

Honda City e:HEV Hatchback / Sedan ราคา 769,000 – 839,000 บาท

...


3. MG 3 Hybrid+
แฮตช์แบ็ก 5 ประตูรุ่นใหม่ที่มาเขย่าตลาดด้วยสมรรถนะตัวเลขแรงม้าที่สูงที่สุดในกลุ่มเดียวกัน และราคาที่เข้าถึงง่าย ระบบ Hybrid+ ที่ให้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำงานได้หลากหลายโหมด (EV, Series, Parallel) และมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่รวดเร็วสำหรับรถระดับนี้

เครื่องยนต์: 1.5 ลิตร Hybrid ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับ MG 3 Hybrid+ (โฉมใหม่ปี 2024-2026) ถือเป็นรถ Hybrid ที่ทำตัวเลขสมรรถนะออกมาได้น่าสนใจมากในกลุ่ม Hatchback โดยใช้ระบบที่เรียกว่า Hybrid+ ซึ่งเน้นความแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก เครื่องยนต์ของ MG 3 Hybrid+ เน้นการประหยัดพลังงานและการทำงานที่สอดประสานกับระบบไฟฟ้าเป็นเครื่องเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,498 ซีซี (1.5 ลิตร) กำลัง 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด (เครื่องยนต์) 128 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ 250 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบ  194 แรงม้า  แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ขนาดความจุ 1.83 kWh (ถือว่าใหญ่ขึ้นมาอีกนิด เมื่อเทียบกับรถ Hybrid ทั่วไปที่มักจะอยู่แถวๆ 0.7 - 1.1 kWh)

...

 MG 3 Hybrid+ ใช้เกียร์แบบ 3-speed EDU (Electric Drive Unit) หรือที่ในแคตตาล็อกระบุว่าเป็นเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด (3-speed E-AT) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งกำลังในช่วงความเร็วต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.:  ในเวลาประมาณ 8 วินาที (ถือว่าเร็วระดับต้นๆ ของกลุ่ม) อัตราสิ้นเปลืองตามสเปกเคลมไว้สูงสุดที่ 26.2 กม./ลิตร

 MG 3 Hybrid+ ราคา 579,900 – 619,900 บาท


4. Mitsubishi Xpander HEV / Xpander Cross HEV

รถยนต์ 7 ที่นั่งขวัญใจครอบครัวที่อัปเกรดมาใช้ระบบไฮบริด ทำให้การเดินทางไกลประหยัดขึ้นและขับสนุกกว่าเดิม

จุดเด่น ระบบขับเคลื่อนแบบ Full Hybrid ที่ปรับจูนมาเพื่อแรงบิดในการบรรทุก, โหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 7 โหมด และเทคโนโลยี AYC (Active Yaw Control) ที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

เครื่องยนต์: 1.6 ลิตร MIVEC Hybrid คือหัวใจของ Mitsubishi Xpander Cross HEV มาพร้อมกับระบบไฮบริดที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี PHEV ของ Outlander โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Mitsubishi e:MOTION ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก  เครื่องยนต์ถูกออกแบบใหม่ให้ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ เน้นไปที่ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน รหัสเครื่องยนต์ 4A92 แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว  ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ฝาสูบแบบ Atkinson Cycle (วงจรการขยายตัวสูง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้  ใช้ปั๊มน้ำไฟฟ้า (Electric Water Pump) เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ ความจุ 1,590 ซีซี (1.6 ลิตร) กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด  134 นิวตันเมตร  ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แน่นอนว่ามอเตอร์ไฟฟ้าคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนรถรุ่นนี้ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำและปานกลาง กำลังมอเตอร์สูงสุด 116 แรงม้า  แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 255 นิวตันเมตร (ให้แรงบิดสูงสุดทันทีที่ออกตัว) แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุประมาณ 1.1 kWh คือใช้แบตเตอรี่เล็กจิ๋ว ติดตั้งบริเวณใต้พื้นเบาะนั่งคู่หน้า ระบบส่งกำลังและการทำงาน (Hybrid System) ใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้า e-CVT ที่เชื่อมการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน และไดชาร์จ (Generator)

หลักการทำงาน EV Mode ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ (ในระยะสั้นๆ หรือช่วงความเร็วต่ำ)
Series Hybrid เครื่องยนต์ปั่นไฟส่งให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ (เครื่องยนต์ไม่ได้ต่อตรงกับล้อ)
Parallel Hybrid  เครื่องยนต์และมอเตอร์ช่วยกันขับเคลื่อนล้อพร้อมกัน (มักเกิดในช่วงความเร็วสูงที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด)

7 Drive Modes: มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 รูปแบบ (Normal, Eco, Gravel, Tarmac, Mud, Wet และ EV Priority/Charge)

 ดูแล้วตัวเลขแรงม้าเครื่องยนต์จะดูจิ๋มหลิม หรือน้อยกว่ารุ่นเดิม (1.5L เดิมมี 105 แรงม้า) แต่เมื่อรวมพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้าแล้ว Xpander Cross HEV จะให้แรงบิดที่สูงกว่ามาก (255 นิวตันเมตร เทียบกับ 141 นิวตันเมตรในรุ่นเดิม) ทำให้การเร่งแซงและการออกตัวกระฉับกระเฉงกว่าชัดเจน 

Mitsubishi Xpander HEV / Xpander Cross HEV ราคา 912,000 – 946,000 บาท


5.  Changan Deepal S05 
สำหรับ Changan Deepal S05 (ฉางอาน ดีพอล 05) รถรุ่นใหม่วิ่งไกลจิบน้ำมันนิดเดียวที่มีความน่าสนใจ  เพราะในไทยมีการทำตลาดทั้งแบบไฟฟ้า 100% (BEV) และแบบ REEV (Range Extended Electric Vehicle) ซึ่งทำหน้าที่ใกล้เคียงกับรถไฮบริด แต่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก 
Deepal S05  รุ่น REEV (Extended Electric Vehicle) มีระบบขับเคลื่อนทำงานคล้ายไฮบริด คือ ใช้น้ำมันปั่นไฟ

จุดเด่น ดีไซน์ล้ำอนาคตแบบ Hi-end SUV, เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติจาก Huawei (ADS) และภายในที่หรูหราเหมือนห้องรับแขกเคลื่อนที่

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า มีเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ช่วยปั่นไฟ (ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ชาร์จ)

ราคา Deepal S05 รุ่น REEV

Deepal S05 REEV Plus ราคา 949,000 บาท

Deepal S05 REEV Max ราคา 999,000 บาท

 ข้อมูลของ Deepal S05 รุ่น REEV  ขุมพลัง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (95 แรงม้า) ทำหน้าที่เป็น Generator ปั่นไฟเพียงอย่างเดียว โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 218 แรงม้า เป็นตัวขับเคลื่อนล้อหลัง แบตเตอรี่ขนาดความจุ 27.28 kWh ซึ่งถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับรถไฮบริดทั่วไป เช่น City หรือ Ativ ที่แบตเตอรี่มักจะอยู่ประมาณ 1-2 kWh เท่านั้นเอง คือแบตฯ รถไฮบริดญี่ปุ่นนั้น โคตรจะเล็กมานานแล้ว และไม่ยอมทำให้ใหญ่ขึ้นโดยมีข้ออ้างต่างๆนาๆที่ฟังแล้วงง 
ระยะทางการวิ่ง ของ S05 สามารถวิ่งด้วย ไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 170 กม. (NEDC)

เมื่อมีน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็ม จะวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดกว่า 1,000 - 1,180 กม. (NEDC) เรียกว่าไกลสุดในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด 5 คันที่นำเสนอกันเลยทีเดียว 

การชาร์จไฟ เป็นรุ่นเดียวในลิสต์ที่รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge (30-80% ภายใน 20 นาที) ทำให้ใช้งานได้เหมือนรถ EV แต่ไม่ต้องกังวลเวลาหาที่ชาร์จไม่ได้เพราะเติมน้ำมันปั่นไฟได้นั่นเอง


6. BYD SEAL 5 DM-i 
นี่คือตัวตึงสายจิบน้ำมัน ลากลงมาจากเชียงรายด้วยน้ำมัน 1 ถัง สี่สิบลิตรนิดๆ ถึง กทม สบายๆ รถยนต์ซีดาน Plug-in Hybrid (PHEV) เน้นความประหยัดและการใช้งานระยะยาว เทคโนโลยี DM-i (Dual Mode intelligence) ระบบส่งกำลัง (Powertrain) DM-i ของ BYD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และใช้เครื่องยนต์ช่วยเสริมแรงบิดลงล้อหรือช่วยปั่นไฟ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร (Xiaoyun-PHU) 4 สูบ ให้กำลัง 72 กิโลวัตต์ ประมาณ 101-110 แรงม้า แรงบิด 122 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 145 กิโลวัตต์ ประมาณ 197-218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) รุ่น Standard/Dynamic ความจุ 13.08 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 85 กม. รุ่น Premium ความจุ 18.3 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 120 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ในเ 7.5 - 7.9 วินาที อัตราสิ้นเปลือง เคลมสูงสุดที่ 26.3 - 28.6 กม./ลิตร (มาตรฐาน NEDC) การทำระยะทางรวมเมื่อน้ำมันเต็มถัง 45 ลิตร แบตเตอรี่เต็ม วิ่งได้ไกลกว่า 1,100 - 1,200 กิโลเมตร โหมดการขับขี่ เลือกสลับระหว่าง EV (ไฟฟ้าล้วน) และ HEV (ไฮบริด) ได้ตามต้องการ

ราคาจำหน่าย 

BYD SEAL 5 DM-i รุ่นประกอบในไทย  
รุ่น Standard ราคา 599,900 บาท
รุ่น Dynamic ราคา 659,900 บาท
รุ่น Premium ราคา 699,900 บาท

จุดเด่น BYD SEAL 5 DM-i มีความประหยัดเป็นเลิศ ด้วยความที่เป็น PHEV หากชาร์จไฟบ้านสม่ำเสมอจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้มาก โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่วิ่งไฟฟ้าล้วนได้เกือบตลอดวัน ระบบ V2L จ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอกได้ (สูงสุด 2.2 kW) ขนาดตัวรถ: เป็นรถ C-Segment (ขนาดพอๆ กับ Civic หรือ Altis) แต่เปิดราคามาในระดับ B-Segment ทำให้เป็นคู่แข่งกับรถ HEV ของแบรนด์ญี่ปุ่นแต่มีราคาที่ถูกกว่าเป็นแสน 


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/