Avatr 06 คือรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ Avatr ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่าง Changan, Huawei และ CATL โดยรุ่นนี้วางตัวเป็นน้องเล็กที่เข้าถึงง่ายกว่า Avatr 11 แต่ยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับเรือธง สำหรับ Avatr 06T คือความน่าตื่นเต้นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ เพราะมันไม่ใช่ SUV แต่มาในตัวถังแบบ Station Wagon (Shooting Brake) ที่กำลังเป็นกระแสแรงมากในตอนนี้ โดยเป็นการนำเอาพื้นฐานของ Avatr 07 (หรือ 06 Sedan) มายกระดับใหม่ทั้งดีไซน์และสมรรถนะ ให้กลายเป็นรถสเตชันแวกอนที่สง่างามและทรงพลังมากที่สุดในกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า


...





รายละเอียดตัวรถ ผู้ออกแบบรูปลักษณ์ (Design) นำทีมโดย Nader Faghihzadeh (อดีตดีไซเนอร์มือฉมังของแบรนด์ BMW) ซึ่งคราวนี้ 06T มีการเน้นเส้นสายแบบ Shooting Brake สไตล์รถแวกอนที่ดูสปอร์ตและลู่ลมกว่ารถสเตชันแวกอนทั่วไป รูปลักษณ์โดยรวม ด้านหน้า ใช้ภาษาการออกแบบ Avatr 2.0 พร้อมไฟ DRL รูปตัว "E" คู่ที่เพรียวบาง ด้านท้ายคือจุดเปลี่ยนสำคัญ 06T มีการติดตั้ง กระจกบานหลัง มาให้แล้ว (ต่างจากรุ่นพี่อย่าง Avatr 11 หรือ 07 รุ่นแรกๆ ที่ไม่มีกระจกหลัง) เพิ่มทัศนวิสัยที่ดีขึ้นมาก Digital Mirrorsก ระจกมองข้างแบบกล้องเป็นตัวเลือกมาตรฐานในรุ่นสูง ช่วยให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวเหมือนรถต้นแบบ รวมถึงระบบประตูดูดเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าหรือออกจากห้องโดยสาร บานประตูอัตโนมัติ เปิด-ปิดด้วยการกดปุ่มเพียงแค่ครั้งเดียว 

...

มิติตัวถัง (Dimensions) ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นจากรุ่นซีดานเล็กน้อยเพื่อให้ได้พื้นที่เก็บสัมภาระที่ใช้งานได้จริง ความยาว: 4,855 มิลลิเมตร กว้าง: 1,980 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร ค่อนข้างเตี้ย (ความสูงลดลงกว่า 06 รุ่นมาตรฐาน เพื่อจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและการขับขี่ที่คมขึ้น) ส่วนความยาวฐานล้อ มีตัวเลขอยู่ที่ 2,940 มิลลิเมตร 


...




...

ระบบขับเคลื่อน (Powertrain) Avatr 06T มีไม้ตายอยู่ที่รุ่น  Ultra High Performance เน้นสมรรถนะด้านอัตราเร่งและ ระบบขับอัตโนมัติ ใช้เทคโนโลยี Taihang Drivetrain รุ่น BEV (ไฟฟ้าล้วน) 

รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) กำลังรวมสูงสุด 590 แรงม้า (440 kW)

รุ่น Ultra High Performance มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวมมหาศาลถึง 955 แรงม้า (712 kW) ทำให้Avatr 06T กลายเป็นหนึ่งในแวกอนที่แรงที่สุดในโลก

สำหรับ Avatr 06T ในรุ่น Performance (Tri-motor) ซึ่งเน้นสมรรถนะสูงสุดนั้น มีรายละเอียดแรงบิดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

แรงบิดรวมสูงสุด (Total Peak Torque): มหาศาลถึง 1,020 นิวตันเมตร

การกระจายกำลังของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เป็นการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ 3 ตัว (ขับเคลื่อนล้อหน้า 1 ตัว และล้อหลัง 2 ตัว)

มอเตอร์หน้า (เดี่ยว) มีแรงบิดประมาณ 280 นิวตันเมตร

มอเตอร์หลัง (คู่) ให้แรงบิดรวมกันประมาณ 740 นิวตันเมตร

ด้วยแรงบิดระดับหลักพันนิวตันเมตรนี้ ทำให้รถสไตล์สเตชันวากอนรุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.78 วินาที เท่านั้น

รุ่น EREV (ปั่นไฟ) ใช้เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 231 kW (314 แรงม้า) สำหรับผู้ที่ยังกังวลเรื่องการชาร์จเวลาเดินทางไกล 






แบตเตอรี่และการทำระยะทาง (Battery & Range)

ใช้แบตเตอรี่เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดจาก CATL

รุ่น BEV แบตเตอรี่ความจุ 89.33 kWh (CATL Shenxing 5C) รองรับการชาร์จระดับ 5C (30-80% ในเวลาเพียง 12 นาที) ทำระยะทางสูงสุดได้ประมาณ 740 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)

รุ่น EREV: แบตเตอรี่ความจุ 45.06 kWh (CATL Freevoy) วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 330 กิโลเมตร ระยะทางวิ่งรวม (น้ำมัน+ไฟฟ้า) สูงสุดกว่า 1,250 กิโลเมตร 

จุดเด่นของ Avatr 06T  คือระบบปฎิบัติการณ์ Huawei Inside ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Huawei Qiankun ADS 4.0 พร้อม LiDAR รุ่นใหม่ล่าสุด (192 เส้น) ที่ตรวจจับได้ไกลถึง 250 เมตร และ HarmonyOS 5.0 ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะทำงานบนหน้าจอ Panoramic ทรงยาว ซึ่งเป็นทั้งมอนิเตอร์ของคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า ขนาดความยาวถึง 35.4 นิ้ว หน้าจอกลาง 15.6 นิ้ว สำหรับตัว 06T นี้ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของรถสเตชั่นแวกอนที่มีขายในไทย (Audi A5 Avant)  ชูจุดเด่นที่พลังของการขับเคลื่อน ด้วยความแรงของมอเตอร์ไฟฟ้าระดับเกือบพันแรงม้าและระบบช่วยขับที่ฉลาดที่สุดจาก Huawei  





ภายในได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Mobile Wellness Sanctuary ที่เน้นความสบายและสุขภาพของผู้ใช้ วัสดุและการตกแต่งของ Avatr 06T แน่นอนว่าต้องมีความหรูหรามากกว่ายานยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ภายในของ06T มีการบุนุ่มเป็นพื้นที่รวมกว่า 7 ตร.ม. ใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหนัง Nappa และผ้าไมโครไฟเบอร์ พรมเนื้อนุ่ม กระจกหลังคาพาโนรามิกพร้อมการป้องกันแสงแดดในเวลากลางวัน โดยมีโทนสีให้เลือก 3 รูปแบบ (เช่น ม่วงเข้ม, ม่วง-ขาว, แดง)


พื้นที่ใช้สอยท้ายรถมีความจุ 416 – 1,266 ลิตร มาพร้อมช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) 70 ลิตร และช่องเก็บของลับขนาด 30 ลิตร

ระบบปฏิบัติการ ติดตั้งระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ HarmonySpace 5 บนแพลตฟอร์ม Harmony OS 5.0 ของ Huawei รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะและระบบอินโฟเทนเมนต์แบบไร้รอยต่อ






ในส่วนของเบาะโดยสารที่ปรับรายละเอียดมาดี ทั้งตำแหน่งท่านั่ง วัสดุหุ้มเบาะ ระบบทำความเย็นภายในตัวเบาะ เบาะคู่หน้าแบบ Zero Gravity (ไร้แรงดึงดูด) พร้อมระบบนวดมากถึง 16 จุด เพื่อความผ่อนคลายสูงสุด เบาะหลังก็ยังมีฟังก์ชันนวดแถมมาให้สำหรับคนขี้เมื่อยได้ผ่อนคลายยามเดินทางไกล 


ระบบเสียงใน Avatr 06T (รวมถึงรุ่น Avatr 06) เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกับ Meridian Audio แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากอังกฤษ  ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด Mobile Wellness Sanctuary เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสมจริงที่สุด กำลังขับและฮาร์ดแวร์หลัก กำลังขับสูงสุด รุ่นท็อป (Performance) มาพร้อมแอมพลิฟายเออร์กำลังขับรวม 2,016 วัตต์ (ขณะที่รุ่นเริ่มต้นมีหกำลังขับสูงสุดรวม 1,408 วัตต์) จำนวนลำโพงสูงสุด 25 ตัว ทั่วห้องโดยสาร รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 7.1.4 Channel ซึ่งรวมถึงเสียงจากด้านบน (Sky Speakers) เพื่อมิติเสียงที่สมจริง สำหรับจำนวนของช่องสัญญาณในการกระจายเสียง ทำงานแยกกันอิสระถึง 24 แชนเนล 


รายละเอียดซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) Air Subwoofer ใช้เทคโนโลยีวูฟเฟอร์แบบ High-power ที่มีคอยล์คู่ (Dual Coil) กำลังขับ 70W + 70W จุดเด่นคือ วัสดุที่ใช้ ไดอะแฟรมผลิตจากกระดาษผสมยางคอมโพสิต เพื่อให้เสียงเบสที่นุ่มลึก มีพลัง และตอบสนองความถี่ต่ำได้แม่นยำ ประสิทธิภาพและเทคโนโลยี วิศวกรของ Meridian นำอัลกอริทึม 6 รูปแบบมาใช้ปรับแต่งเสียง โดยทำการแปลงสัญญาณสเตอริโอ 2 แชนเนลปกติ ให้เป็นระบบเสียงรอบทิศทางที่โอบล้อมคนขับและผู้โดยสาร ด้วยมิติของเสียงที่มีความคมชัดสูงและสมจริง 

Intelli-Q ปรับแต่งการเล่นเสียงตามข้อมูลของตัวรถ (เช่น ความเร็วหรือเสียงรบกวนภายนอก) เพื่อความชัดเจนตลอดเวลา

Perfect Balance รักษาสมดุลของโทนเสียงในทุกระดับความดัง

RE-Q ปรับแก้การสะท้อนของเสียงภายในห้องโดยสารให้มีความใสและแม่นยำ

Digital Precision ลดความผิดเพี้ยนของสัญญาณดิจิทัลเพื่อให้ได้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน

True Time ฟิลเตอร์ DSP ที่ช่วยกำจัดเสียงก้อง (Pre-echo) เพื่อจังหวะดนตรีที่กระชับ

ตำแหน่งลำโพงถูกออกแบบให้กระจายเสียงได้ครอบคลุมทุกที่นั่ง 

แผงคอนโซลหน้า มีลำโพง Center Midrange และ Tweeter เพื่อสร้างเวทีเสียงด้านหน้า

ประตูหน้าและหลัง ติดตั้งวูฟเฟอร์ (Woofer) และลำโพงเสียงกลาง (Midrange) เพื่อความแน่นของเสียงบนเพดาน (Sky Speakers) ลำโพงแบบ Ultra-flat จำนวนหลายตัวเพื่อสร้างมิติเสียงจากด้านบน พนักพิงศีรษะ (Headrest) ลำโพง 2 ตัวที่เบาะคนขับ สำหรับเสียงนำทาง (Navigation) หรือการสนทนาโทรศัพท์แบบส่วนตัวและเพิ่มความโอบล้อม ด้านหลัง ติดตั้งลำโพง Surround เพื่อสร้างมิติเสียงรอบทิศทาง


กระจกมองข้างดิจิทัล ออปชันเสริม สามารถเลือกใช้กล้องแทนกระจกมองข้างแบบเดิม โดยแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 6.7 นิ้วภายในห้องโดยสาร หรือถนัดแบบเดิมเป็นกระจกมองข้างมาตรฐาน

ระบบปรับอากาศ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 2 โซน พร้อมกรองฝุ่น PM2.5, ระบบฟอกอากาศ และน้ำหอมอัจฉริยะ

ใน Avatr 06T ระบบ CDC (Continuous Damping Control) เปรียบเสมือน "มันสมอง" ของช่วงล่างที่คอยปรับแต่งความนุ่มหนึบให้เข้ากับสภาพถนนแบบเรียลไทม์ โดยทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) เพื่อมอบสมดุลระหว่างความนุ่มนวลระดับรถหรูและความมั่นใจระดับรถสปอร์ตครับ

กลไกการทำงานของ CDC หลักการพื้นฐานคือการเปลี่ยน "ความหนืด" (Damping Force) ของโช้คอัพภายในเสี้ยววินาที โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ 

  1. การตรวจจับ (Sensing) ตัวรถติดตั้งเซนเซอร์ความเร่ง (Accelerometers) และเซนเซอร์วัดระยะยุบตัวของล้อ ซึ่งจะคอยตรวจจับการเคลื่อนที่ของตัวถังและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนมากกว่า 100 ครั้งต่อวินาที

  2. การประมวลผล (Processing) ข้อมูลจากเซนเซอร์ รวมถึงความเร็วรถ องศาการเลี้ยวพวงมาลัย และแรงเบรก จะถูกส่งไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) เพื่อคำนวณว่าโช้คอัพแต่ละล้อควรจะ "นุ่ม" หรือ "แข็ง" ในขณะนั้น

  3. การปรับวาล์วไฟฟ้า (Actuation) ภายในโช้คอัพ CDC จะมีวาล์วควบคุมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Control Valve) ถ้าต้องการความนุ่ม วาล์วจะเปิดกว้างเพื่อให้สารน้ำมันไฮดรอลิกไหลผ่านได้ง่ายขึ้น โช้คจะยุบตัวได้นุ่มนวล ซับแรงกระแทกจากหลุมบ่อได้ดี ถ้าต้องการความหนึบ วาล์วจะหรี่แคบลงเพื่อจำกัดการไหลของน้ำมัน ทำให้โช้คอัพมีความแข็งตึงขึ้น ลดอาการโคลง (Body Roll) ขณะเข้าโค้ง หรืออาการหน้าทิ่ม (Nose Dive) ขณะเบรกกะทันหัน

จุดเด่นของ CDC ใน Avatr 06T

สิ่งที่ทำให้ระบบ CDC ใน 06T พิเศษกว่ารถทั่วไป คือ การทำงานแบบ "Integrated Intelligence" ร่วมกับระบบอื่นๆ ในรถ Road Scanning Preview 06T ใช้เซนเซอร์ LiDAR และกล้องความละเอียดสูงจากระบบ Huawei ADS ในการสแกนผิวถนนข้างหน้า หากระบบตรวจพบลูกระนาดหรือถนนขรุขระ มันจะส่งข้อมูลไปสั่งการให้โช้คอัพเตรียม "คลายความหนืด" รอไว้ก่อนที่ล้อจะสัมผัสอุปสรรคจริง (Pre-active adjustment)

Adaptive Driving Modes ระบบจะปรับบุคลิกตามโหมดการขับขี่ เช่น ในโหมด Sport CDC จะเน้นความแข็งเพื่อการยึดเกาะ แต่ในโหมด Comfort จะเน้นความนิ่งสยบแรงสั่นสะเทือน

High-Speed Stability เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง CDC จะเพิ่มความหนืดเพื่อลดการโยนตัวของตัวถัง (Pitch & Roll) ทำให้รถนิ่งเหมือน "พรมบิน" แม้อยู่บนทางด่วน ประโยชน์ที่ได้ก็คือ ความสบาย ลดอาการสั่นสะเทือนที่ส่งถึงห้องโดยสารเมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบ ในด้านของความปลอดภัย ระยะเบรกสั้นลงและรถเสียอาการน้อยลงเมื่อต้องหักหลบกะทันหัน สุนทรียภาพของการขับเคลื่อน ให้ความรู้สึกมั่นคงในทุกย่านความเร็ว ซึ่งจำเป็นมากสำหรับรถที่มีพละกำลังสูงระดับ 900 แรงม้าอย่าง 06T 




ระบบขับอัตโนมัติของ Avatr 06T ยกระดับความอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี Huawei Inside (HI) Hardware ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR รุ่นใหม่ล่าสุดบนหลังคา พร้อมเซนเซอร์รอบคันรวม 27 จุด เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำสูง ส่วน Software ใช้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Huawei Qiankun ADS 4 (หรือเวอร์ชัน 3.0 ในบางรุ่น) ซึ่งรองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติทั้งในเมืองและทางไกล ฟังก์ชันการช่วยเหลือต่างๆของระบบขับอัตโนมัติ ประกอบด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA) อันนี้ทำงานเนียนและมีความแม่นยำในระดับสูงสุด , ระบบช่วยจอดจากระยะไกล (RPA) ใช้การควบคุมผ่านมือถือ , ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน เช่น AEB (เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ) และ ELK (ควบคุมเลนขณะฉุกเฉิน)





แนวคิดการออกแบบ 06T ตัวรถถูกออกแบบภายใต้ปรัชญา "Future Elegance" โดยทีมดีไซน์ที่นำโดย Nader Faghihzadeh อดีตนักออกแบบชื่อดังจาก BMW (ผู้ฝากผลงานไว้กับ BMW i8 และ 6 Series) รูปลักษณ์ภายนอก เน้นความล้ำสมัยสไตล์ Sci-Fi ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟ LED สองชั้นแบบ "Double E" ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เส้นสายตัวรถมีความโค้งมนแต่ดูทรงพลัง (Muscular) และยังคงใช้กระจกมองข้างแบบกล้อง (Digital Side Mirrors) ในรุ่นท็อป


มิติตัวถัง (Dimension)

Avatr 06T จัดอยู่ในกลุ่ม Mid-size SUV ที่มีความคล่องตัวสูง ความยาว 4,855 มม. ความกว้าง 1,980 มม. ความสูง: 1,475 มม. ระยะฐานล้อ 2,940 มม.(ขนาดจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Tesla Model Y และรถ SUV ขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน)

ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ Avatr 06T มีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วน (BEV) และแบบขยายระยะทาง (EREV):

รุ่น EREV (Extended Range Electric Vehicle) ใช้เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ ทำหน้าที่ปั่นไฟเพียงอย่างเดียวมอเตอร์ไฟฟ้ามีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (231 kW) และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (รวมสูงสุด 362 kW) รุ่น BEV (Battery Electric Vehicle) ใช้แพลตฟอร์ม 800V High-voltage system เพื่อการชาร์จที่รวดเร็ว รุ่นมอเตอร์เดี่ยว (RWD) กำลังสูงสุด 252 kW (ประมาณ 343 แรงม้า) รุ่นมอเตอร์คู่ (AWD) กำลังสูงสุด 440 kW (ประมาณ 598 แรงม้า)

แบตเตอรี่และการทำระยะทาง

หัวใจสำคัญมาจาก CATL โดยใช้แบตเตอรี่ตระกูล Freevoy และ Shenxing ที่รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ 

รุ่น EREV แบตเตอรี่ความจุประมาณ 39 kWh วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลราว 220 - 230 กม. (มาตรฐาน CLTC) และเมื่อรวมน้ำมันเต็มถังจะวิ่งได้ไกลกว่า 1,100 กม.

รุ่น BEV มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ทำระยะทางได้ตั้งแต่ 610 กม. ถึง 700 กม.+ (มาตรฐาน CLTC) ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน

ความเร็วในการชาร์จ สำหรับรุ่น BEV การชาร์จเพียง 10-15 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรด้วยสถาปัตยกรรม 800V

จุดเด่นด้านเทคโนโลยี Huawei Inside ติดตั้งระบบปฏิบัติการ HarmonyOS Cockpit และระบบขับขี่อัตโนมัติ Huawei ADS 3.0 ซึ่งใช้เซนเซอร์ LiDAR รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้การประมวลผลการขับขี่ฉลาดและปลอดภัยระดับท็อปของโลก

ช่วงล่าง ใช้ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) พร้อมระบบ CDC (Continuous Damping Control) ที่ปรับจูนความหนืดโช้คอัพได้แบบเรียลไทม์ตามสภาพถนน




ด้วยการดีไซน์ที่ฉีกกฎเดิมๆ และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei ทำให้ Avatr 06T เป็นรถ แวกอนไฟฟ้าที่น่าจับตามองอย่างมากในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2026 และแน่นอนว่า เราจะได้สัมผัสกับ Avatr 06T ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปช่วงปลายปีนี้ จากการเปิดตัวพร้อมราคาที่คาดว่าน่าจะถูกกว่ารถสเตชันแวกอนของยุโรปอย่างแน่นอน.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/