ใช่ครับ ยอดขายที่ไม่ค่อยจะดีของแบรด์ ทำให้ Porsche ตัดสินใจส่งสัตว์ประหลาดแสนสวยที่ขายได้ออกมา ถือเป็นการแหกกฏระเบียบที่เคร่งครัดของ GT3 เพื่อการตลาดอย่างแท้จริง คือ GT3 เปิดประทุนนั้น เมื่อทำออกมาขาย ยังไงซะ เศรษฐีใหม่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้.....



...

Porsche 911 GT3 S/C อักษรย่อต่อท้ายที่บอกให้รู้ว่านี่คือ GT3 หรือนิยามของคำว่า สปอร์ตเปิดหลังคา ที่เผยโฉม GT3 แบบไร้หลังคาเป็นครั้งแรกของแบรนด์ เพื่อให้เจ้าของรถได้ดื่มด่ำกับกระแสลมปะทะหัวกระบาลของทุกจังหวะการลากรอบไปจนถึง 9,000 รอบต่อนาที ได้อย่างเต็มอิ่มที่สุด เป็นการต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเสียงคำรามแผดสนั่นจากเครื่องยนต์ Boxer 4.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศตามสไตล์เครื่องยนต์ GT3 การไม่พึ่งเทอร์โบทำให้คันเร่งไวราวกับคนเป็นโรคเส้นประสาท แน่นอนว่า S/C ไม่ใช่รถของคนเจ้าสำอางที่ชอบโชว์เหลือ และขับไปกินข้าวกับสาวแถวสุขุมวิท รถรุ่นนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับแบบแทรคเดย์ แล้วให้สาวที่มาด้วยคอยจับเวลาต่อรอบในพิตแทนที่จะมานั่งหัวกระเซิงอยู่ในรถ!! 



GT3 S/C พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หูของคุณภรรยาอื้ออึงด้วยความสะใจผ่านท่อระบายไอเสียแบบใหม่ของ GT3 Porsche เผยว่า GT3 S/C รุ่นใหม่ มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1,497 กิโลกรัม หนักกว่ารุ่น Coupe เกียร์ธรรมดา 35 กิโลกรัม (และมากกว่ารุ่นเกียร์ PDK แค่ 18 กิโลกรัมเท่านั้น)

เคล็ดลับความเบา ถอดรหัสงานวิศวกรรมเบื้องหลังน้ำหนักที่เบาหวิวนี้ คือการหยิบยืมดีเอ็นเอ "Lightweight Design" มาจากรุ่น 911 S/T โดยระดมใช้คาร์บอนไฟเบอร์ในเกือบทุกจุดสำคัญ:

ตัวถัง: ฝากระโปรงหน้า, แก้มข้าง, และประตู

โครงสร้าง: เหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) และแผ่นเสริมความแข็งแกร่ง (Shear plates) ต่างทำจากคาร์บอนทั้งสิ้น

รายละเอียดที่เหนือกว่า

ไม่ใช่แค่ตัวถัง แต่ทุกองค์ประกอบถูกรีดน้ำหนักอย่างบ้าคลั่ง:

ระบบเบรก  ติดตั้งเบรกเซรามิก (PCCB) มาให้เป็นมาตรฐาน ช่วยลดน้ำหนักลงได้ถึง 20 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับจานเบรกเหล็กหล่อทั่วไป

...

ล้อ Magnesium ล้อ Center-lock ขนาด 20/21 นิ้ว (ยกมาจากรุ่น S/T) เบากว่าล้อปกติถึง 9 กิโลกรัม

นวัตกรรมอื่นๆ วัสดุแมกนีเซียมยังถูกนำไปใช้ในกลไกหลังคาอัตโนมัติ แม้กระทั่งแบตเตอรี่ขนาดจิ๋ว 40Ah ก็ยังเป็นรุ่นน้ำหนักเบาพิเศษ

นี่เครื่องจักรกลที่สร้างมาเพื่อคนรักความแรง สัมผัสสายลมและเสียงเครื่องยนต์แบบไร้สิ่งกีดขวาง โดยไม่ยอมเสียสมรรถนะอันเป็นหัวใจของ GT3 ไปแม้แต่นิดเดียว

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เจ้าของรถได้ดื่มด่ำกับเครื่องยนต์ 6 สูบที่ยอดเยี่ยมเหมือนต้องมนต์ขลัง  เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ก็ไม่เหมาะกับพวกรักสบาย เกียร์ถ่ายทอดอารมณ์การทดกำลังได้อย่างถึงใจ แน่นอนว่า GT3 S/C ไม่มีเกียร์อัตโนมัติให้เลือก (อย่างน้อยก็จะได้ขายแพงกว่าเกียร์คลัตช์คู่เพราะผลิตไม่มาก) Porsche เคลมพละกำลังไว้ที่ 503 แรงม้า ส่วนตัวเลขเร่ง 0-100 กม./ชม. หรือความเร็วสูงสุดนั้น แฟนคลับไม่แยแสเลยด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่ยุ่งกับการเสพความเร้าใจของเครื่องยนต์ Flat-six ในระดับ 9,000 รอบต่อนาที (แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ตัวเลข คือ 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 312 กม./ชม. ไม่แนะนำให้ขับรถเปิดประทุนด้วยความเร็วสูงขนาดนั้น เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นก็...)

...


เมื่อพูดถึงความสุนทรีย์ในการขับขี่ GT3 S/C คือ 911 เปิดประทุนรุ่นแรกที่ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) สำหรับแชสซีส่วนที่เหลือแทบจะยกชุดมาจาก GT3 Touring ทั้งแผง หลังคาดีไซน์ใหม่ เสริมโครงแมกนีเซียมสุดเนี้ยบ การปรับปรุงและพัฒนากลไกไฮดรอลิก ทำให้สามารถปิดลงได้ภายในเวลาเพียง 12 วินาที แม้ในขณะที่รถวิ่งอยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ผ่านปุ่มกดในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นพรมและแผงประตูน้ำหนักเบา เบาะนั่งสปอร์ตปรับไฟฟ้า (รุ่นนี้มีแค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น) หุ้มหนังสีดำดุดัน พร้อมหน้าปัดดิจิทัลและไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift lights)

...

หากต้องการความเหนือไปอีกขั้น Porsche ยังมี 'Street Style Package'  ที่มาพร้อมกับตัวถังสีเทา กราฟิกตกแต่งรอบคัน คาลิปเปอร์เบรกสีทอง งานปักเบาะลายใหม่ และรายละเอียดการตกแต่งอื่นๆ อีกเพียบ หรือถ้ายังไม่สะใจ  สามารถสั่งซื้อนาฬิกา 911 GT3 S/C เข้าชุดกันมาใส่ให้ครบเซตได้อีกด้วย



“เราได้เรียนรู้มาแล้วจากรุ่น 911 Speedster และ 718 Spyder RS ว่าเครื่องยนต์หายใจธรรมดาที่ลากรอบได้สูงจัด ชุดช่วงล่างที่ตอบสนองได้อย่างเฉียบคม และการรีดน้ำหนักอย่างพิถีพิถันนั้น เมื่อนำมาหลอมรวมกันจะสร้างสุดยอดรถยนต์สำหรับนักขับตัวจริงในเวอร์ชันเปิดประทุนได้ยอดเยี่ยมเพียงใด” อันเดรอัส พรอยนิงเงอร์ (Andreas Preuninger) บอสใหญ่แผนก GT ของ Porsche พูดเอาไว้ในวันเปิดตัว

“เมื่อผสานเข้ากับยางสปอร์ตที่ยึดเกาะถนนเป็นเลิศและน้ำหนักตัวที่เบาหวิว รถคันนี้พร้อมมอบสุนทรียภาพการขับขี่บนเส้นทางคดเคี้ยวในแบบที่รถเปิดประทุนคันไหนๆ ก็ไม่เคยทำได้มาก่อน”

สำหรับค่าตัวของเจ้าอสูรกายเปิดประทุนที่พกมาทั้งยางหนึบพิเศษ น้ำหนักเบา เครื่องยนต์หายใจธรรมดารอบจัด และช่วงล่างสุดคมคายคันนี้ เคาะราคาเริ่มต้นที่ 200,500 ปอนด์ (ประมาณ 9 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) หากต้องการออปชัน Street Style Pack ต้องจ่ายเพิ่มอีก 24,110 ปอนด์ (ราว 1.1 ล้านบาท) และถ้าอยากได้นาฬิกาให้ครบเซตด้วย? เตรียมเงินไว้อีก 10,600 ปอนด์ (ราว 4.7 แสนบาท) ได้เลย

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า แม้มันจะแรงจนใจหาย ดูเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด และมีเสียงคำรามที่ไพเราะราวกับเสียงสวรรค์ แต่จริงๆ แล้ว Porsche ก็มี 911 รุ่นเปิดประทุนให้เลือกอยู่แล้ว ทั้งในรหัส Carrera, GTS และ Turbo ในขณะที่ตราสัญลักษณ์ 'GT3' นั้นถูกสงวนไว้ให้กับความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่สืบทอดมาจากโลกมอเตอร์สปอร์ตมาโดยตลอด เพราะอย่างไรเสีย โลกนี้ก็ไม่เคยมีรถแข่ง Porsche 911 รุ่นหลังคาอ่อนมาก่อน

นี่จึงนำไปสู่คำถามที่ว่า... นี่คือการทำลายขนบที่เกินขอบเขตของตระกูล GT3 ไปหรือเปล่า? หรือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ในวันที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังสะดุด Porsche จำเป็นต้องเข็น "เครื่องพิมพ์ธนบัตร" ที่การันตีรายได้ถล่มทลายออกมาให้เร็วที่สุดกันแน่?


ถือเป็นครั้งแรกที่ Porsche เปิดตัว 911 GT3 มาพร้อมกับหลังคาเปิดประทุนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเจ้า 911 GT3 S/C คันนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเน้นอรรถรสการขับขี่โดยเฉพาะ ด้วยการนำเอาโครงสร้างน้ำหนักเบาจากรุ่น 911 S/T มาผสานเข้ากับขุมพลังเครื่องยนต์ Boxer 4.0 ลิตร ไร้เทอร์โบ จาก 911 GT3 รีดพละกำลังได้สูงสุด 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร เสริมความโดดเด่นด้วยแก้มข้างและประตูจากรุ่น 911 S/T ตัดกับกรอบกระจกหน้าสีดำ ทำให้ 911 GT3 S/C มีรูปลักษณ์ที่เปี่ยมเอกลักษณ์จนยากจะละสายตา

ตอกย้ำตำแหน่งการเป็น "รถของนักขับ" ด้วยการวางจำหน่ายเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดแบบอัตราทดชิดน้ำหนักเบาเท่านั้น นอกจากนี้ 911 GT3 S/C ยังเป็นรุ่นเปิดประทุนเพียงรุ่นเดียวในตระกูล 911 ปัจจุบันที่ออกแบบมาให้เป็นรถ 2 ที่นั่งพันธุ์แท้ ซึ่งชวนให้หวนระลึกถึง 911 Speedster ปี 2019

ทว่าจุดที่แตกต่างคือ 911 GT3 S/C ไม่ใช่รถรุ่นลิมิเต็ดที่จำกัดจำนวนการผลิต และยังมาพร้อมกับออปชันเสริมอย่าง Street Style Package ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของได้ตกแต่งตัวรถให้สะท้อนตัวตนและรสนิยมส่วนตัวออกมาได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

แฟรงก์ โมเซอร์ (Frank Moser) หัวหน้าสายการผลิตรุ่น 911 และ 718 กล่าวว่า 911 GT3 S/C รุ่นใหม่นี้ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่โหยหารถสปอร์ตซึ่งเน้น “ความสนุกในการขับขี่” เป็นสำคัญ: "หัวใจอันเปี่ยมอารมณ์ของ 911 GT3 จะสำแดงฤทธิ์เดชออกมาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อคุณขับเปิดประทุนไปตามเส้นทางคดเคี้ยวแถบชนบท ซึ่งหัวใจสำคัญคือการที่เราสามารถคุมน้ำหนักของ 911 GT3 S/C ให้เหลือเพียง 1,497 กิโลกรัมได้สำเร็จ แม้จะต้องติดตั้งระบบหลังคาอ่อนแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบก็ตาม ตัวเลขนี้มากกว่า 911 Speedster ในเจเนอเรชัน 991 เพียงแค่ประมาณ 30 กิโลกรัมเท่านั้น"

รีดน้ำหนักทุกหยด เพื่อความมันส์ทะลุพิกัด

การผสมผสานวัสดุน้ำหนักเบาเกรดพรีเมียมเข้าด้วยกัน ทำให้ 911 GT3 S/C เปล่งประกายด้วยความคล่องตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Porsche GT โดยชิ้นส่วนตัวถังน้ำหนักเบาที่ยกมาจากรุ่น 911 S/T นั้นโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้า แก้มข้าง และประตูที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงเหล็กกันโคลงและแผ่นเสริมความแข็งแกร่ง (Shear Plate) คาร์บอนไฟเบอร์ ก็ถูกส่งต่อมาจาก 911 S/T รุ่นหลังคาแข็งเช่นกัน

นอกจากนี้ ระบบเบรกและล้อยังดำเนินตามสูตรสำเร็จการรีดน้ำหนักของรหัส S/T อย่างเคร่งครัด:

ระบบเบรก: ติดตั้งเบรกเซรามิก (PCCB) มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งเบากว่าจานเหล็กหล่อทั่วไปถึง 20 กิโลกรัม

ล้อ Magnesium: ล้อแบบ Center-lock ขนาด 20 นิ้วที่คู่หน้า และ 21 นิ้วที่คู่หลัง ผลิตจากวัสดุแมกนีเซียมน้ำหนักเบา ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Rotating Mass) ไปได้ราว 9 กิโลกรัม

กลไกหลังคา: แมกนีเซียมยังถูกนำมาใช้เป็นโครงสร้างของชุดหลังคาผ้าใบไฟฟ้าอีกด้วย

แบตเตอรี่: การเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 40 Ah ที่ทั้งเบาและกะทัดรัด ช่วยเซฟน้ำหนักไปได้อีกประมาณ 4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่รถยนต์ปกติ

ผลลัพธ์ที่ได้คือรถสปอร์ตเปิดประทุนที่มีน้ำหนักตัวเบาจนน่าเหลือเชื่อ มอบสมรรถนะที่เฉียบคมและดิบเถื่อนในแบบที่แฟนพันธุ์แท้ Porsche ถวิลหา




ภายในห้องโดยสารสะท้อนจรรยาบรรณแห่งความเบาด้วยการเลือกใช้พรมและแผงประตูน้ำหนักเบา พร้อมสายดึงเปิดประตูคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งเป็นงานดีไซน์ที่ส่งตรงมาจากรุ่น 911 S/T โดย 911 GT3 S/C ถูกสร้างมาเป็นรถ 2 ที่นั่งพันธุ์แท้ ติดตั้งเบาะนั่ง Sports Seats Plus ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางมาให้เป็นมาตรฐาน

แต่หากคุณต้องการความดิบไปอีกขั้น ก็สามารถเลือกสั่งเบาะ Full Bucket Seat น้ำหนักเบาที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และพับพนักพิงได้ ซึ่งมาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบปรับความสูงด้วยไฟฟ้า และปรับระยะหน้า-หลังด้วยมือ รวมถึงมีออปชันระบบอุ่นเบาะ 3 ระดับให้เลือกสั่งเพิ่ม

รายละเอียดที่พิถีพิถัน

การตกแต่งภายในเน้นความสุขุมด้วยหนังสีดำเป็นมาตรฐาน ครอบคลุมไปถึงแผงบังแดดและเสา A พร้อมปักโลโก้ GT3 S/C ไว้บริเวณกึ่งกลางแผงกั้นห้องโดยสารด้านหลัง ส่วนกลางเบาะนั่งใช้หนังแบบเจาะรูเพื่อการระบายอากาศที่ดียิ่งขึ้น

พวงมาลัย: หุ้มด้วยหนังเจาะรูแบบเดียวกับรุ่น 911 S/T ให้สัมผัสที่กระชับมือ

จิตวิญญาณดั้งเดิม: เช่นเดียวกับ 911 GT3 รุ่นหลังคาแข็ง การสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้ใช้ปุ่มกด แต่ยังคงเสน่ห์ด้วยสวิตช์บิดทางด้านซ้ายของพวงมาลัย

แผงหน้าปัดอัจฉริยะ: หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานจริง โดยมีโหมด ‘Track Screen’ ที่จะตัดข้อมูลไม่จำเป็นออก เหลือเพียงข้อมูลสำคัญอย่าง แรงดันลมยาง, อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, ระบบหล่อเย็น และระดับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่ด้านข้างมาตรวัดรอบ

Shift Lights ไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์บริเวณข้างมาตรวัดรอบจะคอยบอกจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการสับเกียร์

ปรับแต่งได้ตามใจ หากคุณต้องการความรู้สึกแบบรถแข่งเต็มสูบ สามารถปรับหมุนการแสดงผลบนหน้าจอให้ตัวเลข 9,000 รอบต่อนาที ไปอยู่ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกาพอดีได้ด้วย

ทุกรายละเอียดในห้องโดยสารนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ผู้ขับขี่และตัวรถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในทุกเสี้ยววินาที

ขุมพลังหายใจธรรมดารอบจัด 510 แรงม้า

เครื่องยนต์ 4.0 ลิตรแบบไม่มีเทอร์โบใน 911 GT3 S/C ใหม่ ถูกปรับจูนมาเพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียยุคล่าสุด โดยติดตั้งตัวกรองอนุภาคถึง 2 ชุดและแคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์อีก 4 ตัว แต่ถึงจะมีระบบบำบัดไอเสียที่ซับซ้อน Porsche ก็ยังคงรักษาเสียงคำรามที่เร้าอารมณ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม และจะยิ่งแผดสนั่นชัดเจนขึ้นไปอีกเมื่อคุณเปิดประทุนขับ

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงฝาสูบใหม่เมื่อเทียบกับ GT3 เจเนอเรชันก่อน พร้อมติดตั้งแคมชาฟต์ที่ดุดันขึ้นซึ่งยกมาจากรุ่น 911 GT3 RS ช่วยให้การตอบสนองของพลังในรอบสูงนั้นเฉียบคมยิ่งกว่าเดิม เสริมด้วยลิ้นเร่งแยกอิสระที่ปรับปรุงการไหลเวียนอากาศให้เหมาะสม และระบบคูลเลอร์น้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

พละกำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) ถูกถ่ายทอดผ่านเกียร์ธรรมดา GT 6 สปีด ที่มีอัตราทดเฟืองท้ายแบบสปอร์ต (Short final-drive ratio) ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับ 911 S/T และ 911 GT3 ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 313 กม./ชม.

นวัตกรรมหลังคาแมกนีเซียม 

สิ่งที่ทำให้ 911 GT3 S/C ต่างจากต้นตระกูลอย่าง 911 Speedster คือมันไม่ได้ใช้ฝาครอบท้ายแบบ Double-bubble แต่หันมาติดตั้งระบบหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบาแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบแทน ซึ่งความล้ำสมัยอยู่ที่การใช้ โครงหลังคา (Ribs) ทำจากวัสดุแมกนีเซียม ทำให้เวลาปิดหลังคาแล้ว เส้นสายของรถยังดูสวยงามราบเรียบเหมือนรุ่น Coupé แทบจะไร้ที่ติ



เส้นโค้งของหลังคาลากผ่านจากขอบกระจกหน้าไปจนถึงฝาปิดที่เก็บหลังคาอย่างสง่างาม โดยไม่มีรอยนูนของโครงสร้างให้เห็นจากภายนอก ซึ่งนอกจากจะรักษาเอกลักษณ์ "Flyline" ของ 911 ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ยังส่งผลดีต่อระบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) อีกด้วย

ความสะดวกที่มาพร้อมความเร็วในการทำงานของหลังคาผ้าควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจิ๋ว เปิด-ปิดทันใจ ด้วยระบบไฮดรอลิกน้ำหนักเบาพิเศษ หลังคาสามารถเปิดหรือปิดได้ในเวลาเพียง 12 วินาที แม้ในขณะที่รถวิ่งอยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม.

วัสดุเกรดพรีเมียม  ไม่ใช่แค่โครงหลังคา แต่เฟรมกระจกหน้าและกระจกหลังก็ผลิตจากแมกนีเซียมเช่นกัน


แผ่นกันลมไฟฟ้า  เพื่อให้การขับขี่แบบเปิดประทุนยังคงสุนทรีย์แม้ในความเร็วสูงหรืออากาศเย็น รถคันนี้จึงติดตั้งแผ่นกันลม (Wind Deflector) ระบบไฟฟ้ามาให้ ซึ่งสามารถยกตัวขึ้นได้ในเวลาเพียง 2 วินาที และสั่งการผ่านปุ่มบริเวณคอนโซลกลางได้แม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูงถึง 120 กม./ชม.



ดีไซน์ภายนอกถูกยกระดับให้ดูดุดันและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มจากการใช้ฟิล์มสีดำตกแต่งบริเวณกรอบกระจกบังลมหน้าเพื่อให้เข้ากับหลังคาผ้าใบสีดำ พร้อมติดฟิล์มกันสะเก็ดหินสีดำด้าน (Matt-black) บริเวณแผงตัวถังด้านข้าง จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ชุดไฟหน้า Matrix LED ที่รวบรวมฟังก์ชันการส่องสว่างทั้งหมดไว้ในโคมเดียว ทำให้ Porsche สามารถตัดชุดไฟส่องสว่างบริเวณกันชนหน้าออกไปได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่ช่องดักอากาศที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และรูปลักษณ์ด้านหน้าที่ดูสะอาดตาแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของ 911 รุ่นเปิดประทุนที่สปอยเลอร์หลังแบบยกตัวอัตโนมัติถูกติดตั้ง Gurney Flap (แผ่นดักอากาศขนาดเล็ก) มาให้ด้วย ซึ่งเป็นรายละเอียดที่หยิบยืมมาจากรุ่น 911 S/T และ 911 GT3 Touring Package ในขณะที่ชายล่างสปอยเลอร์หน้า (Spoiler lip) และดิฟฟิวเซอร์หลังยังคงยกชุดมาจาก 911 GT3 รุ่นปัจจุบัน เพื่อรีดสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ให้ถึงขีดสุดแบบไม่ต้องประนีประนอม



ยกระดับความสนุกในการขับขี่สู่มิติใหม่

“เราได้เรียนรู้จากรุ่น 911 Speedster และ 718 Spyder RS มาแล้วว่า เครื่องยนต์หายใจธรรมดารอบจัด ชุดช่วงล่างที่ปรับจูนมาอย่างเร้าใจ และการรีดน้ำหนักอย่างสุดโต่งนั้น เมื่อรวมตัวกันจะสามารถสร้างสุดยอดรถสำหรับนักขับในเวอร์ชันเปิดประทุนได้ดีเยี่ยมเพียงใด” อันเดรอัส พรอยนิงเงอร์ (Andreas Preuninger) หัวหน้าแผนก GT Cars กล่าว “นอกจากนี้ 911 GT3 S/C ยังเป็น 911 เปิดประทุนรุ่นแรกที่ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ซึ่งเมื่อผสานเข้ากับยางสปอร์ตที่ยึดเกาะถนนเป็นเลิศและน้ำหนักตัวที่เบาหวิว รถคันนี้จึงพร้อมมอบความมันส์บนเส้นทางคดเคี้ยวในแบบที่รถเปิดประทุนคันไหนๆ ก็ไม่เคยทำได้มาก่อน” โดยการเซตอัพแชสซีของ 911 GT3 S/C ใหม่นี้ จะถอดแบบมาจากรุ่น 911 GT3 Touring Package และติดตั้งยางมาตรฐานขนาด 255/35 ZR 20 ที่คู่หน้า และ 315/30 ZR 21 ที่คู่หลัง ตามแบบฉบับตระกูล GT3 ทุกประการ




Street Style Package: อัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

สำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง Porsche Exclusive Manufaktur ได้นำเสนอออปชันเสริมอย่าง Street Style Package โดยเน้นความสะดุดตาด้วยกราฟิกตกแต่งบริเวณแก้มข้างคู่หน้า และตัวอักษร ‘PORSCHE’ บริเวณข้างตัวรถในเฉดสีแดงแรงฤทธิ์อย่าง Pyro Red ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้รถคันนี้ดูจัดจ้านและมีสไตล์มากยิ่งขึ้น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/