Toyota Land Cruiser FJ เป็นรถ SUV สายออฟโรดขนาดกะทัดรัด (Compact SUV) ที่เน้นความคล่องตัวแต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งของตระกูล Land Cruiser โดยใช้พื้นฐานร่วมกับแพลตฟอร์ม IMV 0 ( Hilux Champ)
...
Toyota Land Cruiser FJ รุ่นใหม่ (เปิดตัวช่วงปลายปี 2025 ในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์) คือการนำจิตวิญญาณของรถออฟโรดในตำนานมาตีความใหม่ในขนาดที่กะทัดรัดและเข้าถึงง่ายขึ้น รูปลักษณ์และการออกแบบ ใช้สไตล์ทรงกล่อง (Boxy Design) ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง FJ เน้นความเหลี่ยมสันคล้ายบล็อก LEGO เพื่อความทนทานและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายใน มีการออกแบบให้ชิ้นส่วนบางจุดสามารถถอดเปลี่ยนได้ กันชนหน้า-หลังและซุ้มล้อถูกออกแบบให้แยกชิ้นและถอดเปลี่ยนได้ง่าย เพื่อลดค่าซ่อมบำรุงจากการขับลุยและรองรับการตกแต่งตามสไตล์เจ้าของ ไฟหน้า: มีให้เลือกทั้งแบบ ไฟกลมคลาสสิก (Heritage) และแบบ C-clamp ที่ดูทันสมัย
ความเชื่อมโยงกับ Land Cruiser ในอดีต DNA ของรถรุ่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากทรงของรุ่น FJ40 Series โดยเฉพาะกระจังหน้าที่มีตัวอักษร "TOYOTA" แทนโลโก้สามห่วง และการใช้ไฟหน้าทรงกลม ปรัชญา Freedom & Joy: ชื่อ "FJ" ในรุ่นใหม่นี้ย่อมาจาก Freedom & Joy เพื่อสื่อถึงความสนุกและอิสระในการใช้งานจริง แต่ยังคงความอึดและทนตามแบบฉบับตระกูล Land Cruiser
...
แพลตฟอร์มและช่วงล่าง
โครงสร้างแชสซี FJ ใช้แพลตฟอร์ม IMV Ladder-frame (พื้นฐานเดียวกับ Toyota Hilux Champ และ Hilux Revo) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง สมรรถนะออฟโรด: มีระยะฐานล้อสั้นกว่ารุ่น Prado 250 ถึง 270 มม. ช่วยให้มีความคล่องตัวสูง โดยมีการเพิ่มคานค้ำยันใต้ท้องรถ (Underfloor Braces) เพื่อความเสถียรขณะลุย
มิติตัวถังของ Toyota Land Cruiser FJ 2026 ยาว 4,575 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง: 1,960 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,580 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร แพลตฟอร์มโครงสร้างแชสซีส์แบบ Body-on-Frame (IMV 0)เหมือนกับ Hilux Champ เปรียบเทียบขนาด FJ สั้นกว่า Land Cruiser 250 (Prado) ถึง 270 มิลลิเมตร เพื่อความคล่องตัวในเมืองและทางออฟโรด
...
ทำไมต้องประกอบในไทย?
Toyota Motor เลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักที่ โรงงานบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก จากความได้เปรียบทางต้นทุน การใช้แพลตฟอร์ม IMV 0 ที่มีสายการผลิตและซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งมากในไทย ช่วยลดต้นทุนการผลิตและราคาจำหน่ายให้เข้าถึงง่ายขึ้น แม้กระบะจะมียอดขายลดลง จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (จีน) แต่รูปแบบของความอเนกประสงค์ในสไตล์เอสยูวีของ FJ เทรนความชอบของคนรุ่นเก่าและใหม่ รวมถึงราคาและชิ้นส่วนอะไหล่ที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะของแต่ง ทำให้ Land Cruiser FJ เป็นรถที่หลายๆคนรอคอย...
...
มาตรฐานสากล รถรุ่นนี้ถูกพัฒนามาเพื่อเจาะตลาดโลก (Global Model) โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการรถออฟโรดราคาย่อมเยา แต่ทนทานตามมาตรฐาน Land Cruiser
ออปชันภายใน (Interior Options)
Land Cruiser FJ: เน้นความ "ถึกทนและเรียบง่าย"
ดีไซน์เน้นเส้นสายแนวตั้งและแนวนอนเพื่อให้กะระยะได้ง่ายขณะลุย
วัสดุภายในเน้นการเช็ดทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean)
หน้าจอสัมผัสรองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย
ปุ่มกดมีขนาดใหญ่เพื่อให้กดใช้งานได้ถนัดแม้ใส่ถุงมือขับรถออฟโรด
เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่าง
สเปกที่ยืนยันสำหรับการเปิดตัวในไทย (และหลายตลาดทั่วโลก) เน้นความทนทานและการบำรุงรักษาที่ง่าย เครื่องยนต์: เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE (4 สูบแถวเรียง) ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตรเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (Super ECT) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) แบบ Part-time ช่วงล่าง เน้นความแข็งแกร่งรองรับการขับขี่วิบาก มีการเสริมโครงสร้างจุดยึดช่วงล่างและคานใต้ท้องรถ โดยมีมุมปะทะ (Approach Angle) ใกล้เคียงกับรุ่น 70 Series
Toyota Land Cruiser FJ 2026 ระบบเกียร์และระบบขับเคลื่อนได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นความทนทานและการใช้งานออฟโรดที่สมบุกสมบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระบบเกียร์ (Transmission)
ประเภท เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (6-speed Super ECT)
ลักษณะการทำงาน: เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่เน้นความนุ่มนวลและทนทาน มีการปรับจูนอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ออฟโรด (Off-road Crawling) เพื่อให้มีแรงบิดเพียงพอในการไต่ทางลาดชัน
โหมดขับขี่ Sport, Normal และ Eco ปรับการตอบสนองของคันเร่งและจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ตามความเหมาะสมของสภาพถนน
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD System)
ระบบขับเคลื่อนของ Land Cruiser FJ เป็นแบบ Part-time 4WD (ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบชั่วคราว) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนได้ตามต้องการผ่านสวิตช์หรือคันเกียร์แยก โดยมีโหมดการทำงานดังนี้
H2 (High-range 2WD): ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง 100% เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนลาดยางทั่วไปเพื่อความประหยัดน้ำมัน
H4 (High-range 4WD): ส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 แบบความเร็วสูง (High Speed) ใช้สำหรับถนนที่ลื่นหรือทางลูกรัง โดยระบบจะกระจายกำลังหน้า-หลังแบบ 50:50
L4 (Low-range 4WD): โหมดขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (Low Gear) ซึ่งจะผ่านเกียร์ทด (Transfer Case) เพื่อเพิ่มแรงบิดมหาศาลที่ล้อ เหมาะสำหรับการลุยโคลน ทราย หรือการไต่หินที่ต้องใช้ความเร็วต่ำมาก
ชุดเกียร์ฝาก (2-speed Transfer Case): ช่วยปรับแรงบิดให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง
ระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock): ทำหน้าที่ล็อกล้อคู่หลังให้หมุนไปพร้อมกัน ป้องกันล้อฟรีเมื่อติดหล่ม
เฟืองท้าย Torsen LSD ในบางรุ่นย่อยอาจมีการติดตั้งเฟืองท้ายแบบ Limited Slip เพื่อช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้าย-ขวาให้สมดุล
ระบบช่วยขับขี่ออฟโรด มีระบบ Hill Descent Control (HDC) ช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และโหมดช่วยการยึดเกาะ (Traction Modes)
ความคล่องตัว ระยะฐานล้อที่สั้นกว่ารถรุ่นพี่อย่าง Land Cruiser 250 ถึง 270 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.5 เมตร ทำให้ขับขี่ในเมืองหรือบนถนนที่คับแคบได้อย่างสะดวก ทัศนวิสัยมุมมองรอบคันค่อนข้างดี เนื่องจากการคำนึงถึงความโปร่งโล่งขณะขับเคลื่อนและโดยสาร ดีไซน์เนอร์ของ Toyota ออกแบบคอนโซลหน้าแนวราบและฝากระโปรงต่ำ เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนทั้งบนถนนและทาง Off-road วางตำแหน่งเบาะให้อยู่ในจุดที่สมดุลและมีความสบาย จุดเด่นอีกอย่างของ Land Cruiser FJ ก็คือ ความง่ายในการถอดเปลี่ยนชิ้นส่วน การออกแบบเพื่อการใช้งานจริง กันชนหน้า-หลังแบบแยกส่วน (Modular) สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายหากเกิดความเสียหายจากการลุย
ราคาและความคุ้มค่า
รายละเอียด ข้อมูลคาดการณ์/ยืนยันราคาคาดการณ์ประมาณ 1,200,000 - 1,300,000 บาท (ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท)ความคุ้มค่าได้รถดีไซน์ Retro ย่อส่วนจากตำนาน FJ40-70 ที่ดูแลรักษาง่ายด้วยอะไหล่พื้นฐานร่วมกับ Hilux กำหนดการเปิดตัวพร้อมราคา คาดว่าจะเปิดตัวในไทยปลายเดือนมีนาคม 2569 (ในงาน Motor Show) ช่วงแรกจะยังไม่มีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เนื่องจากต้องควบคุมต้นทุนและทำรถให้ผ่านมาตรฐานไอเสียสำหรับตลาดโลก (EURO-6) เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 อึด ทนทาน ไม่จุกจิก รองรับการติดแก๊ส
เปรียบเทียบระหว่าง Toyota Land Cruiser FJ (รถ SUV สายลุยขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่) และ Toyota Fortuner (รถ PPV ยอดนิยมในไทย) มีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้
ขนาดและมิติตัวถัง Land Cruiser FJ: มีขนาดเล็กกว่า เน้นความคล่องตัว มีความยาวประมาณ 4,575 มม. และระยะฐานล้อสั้นกว่าที่ 2,580 มม. (ใกล้เคียงกับ Hilux Champ)
Fortuner: มีขนาดใหญ่กว่าชัดเจน ความยาวประมาณ 4,795 มม. และระยะฐานล้อ 2,745 มม. เพื่อรองรับห้องโดยสาร 3 แถว
เครื่องยนต์และสมรรถนะ (Engine)
Land Cruiser FJ: เครื่องยนต์ เบนซิน 2.7 ลิตร (2TR-FE) กำลังประมาณ 161-163 แรงม้า เน้นความทนทานและการบำรุงรักษาที่ง่าย.
Fortuner: มีตัวเลือกที่หลากหลายกว่า โดยเฉพาะเครื่องยนต์ ดีเซล 2.4 และ 2.8 ลิตร Turbo แรงบิดสูงถึง 500 นิวตันเมตร เหมาะสำหรับการเร่งแซงและการบรรทุกหนัก
การใช้งานและฟิลลิ่งการขับขี่ (Utility & Driving Feeling)
Land Cruiser FJออกแบบมาเพื่อ "สายลุยแนว Retro" มีมุมปะทะ (Approach Angle) ที่ดีกว่า และทัศนวิสัยรอบคันที่โปร่ง เหมาะกับการขับขี่ Off-road ในเส้นทางแคบหรือการใช้งานในเมือง.
Fortuner: เป็นรถ SUV สำหรับครอบครัว เน้นความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และการเดินทางไกลด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครันกว่า
ระบบความปลอดภัย (Safety Sense)
Land Cruiser FJ ติดตั้ง Toyota Safety Sense (TSS) รุ่นมาตรฐาน เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System), ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) แต่อาจจะไม่ได้ใส่ฟีเจอร์ล้ำสมัยเท่ารุ่นพี่ เพื่อรักษา ระดับราคาให้เข้าถึงง่าย
Land Cruiser FJ จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการ "ภาพลักษณ์ระดับตำนาน" ในราคาที่เอื้อมถึงง่ายกว่า (คาดว่าราคาจะต่ำกว่า Fortuner รุ่นกลาง) ในขณะที่ Fortuner เป็นคำตอบที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยและกำลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร โดยเฉพาะรุ่น GR Sport.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/