Life Cycle Impulse ของ BMW 320d M Sport เพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์โดนใจ เทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ Series-3 เมื่อปรับโฉมครั้งสุดท้าย ก่อนการเปลี่ยนโฉมใหม่เร็วๆนี้ มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม การประกอบในประเทศทำให้ราคาค่าตัวของ 320d M Sport LCI อยู่ที่ 2,699,000 บาท  จะบอกว่าดีสุด ก็ยังน้อยเกินไป หรือจะบอกว่า ยอดเยี่ยม มันก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น เอาเป็นว่า Series-3 320d M Sport LCI ไม่เป็นสองรองใครเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เครื่องดีเซลวิ่งไกลใกล้ 1000 กิโลเมตร ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของ BMW Series-3 ทำให้รถซีดานรุ่นฮิตคันล่าสุดของแบรนด์ตราใบพัดขับได้ดีพอๆ กับรถคู่แข่งโดยมีการเติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ทั้งหน้าตา ช่วงล่างและชุดขับเคลื่อนดีเซล เพื่อการเอาชนะรถคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน 


...



BMW 320d Sport G20 รุ่นปรับโฉม LCI เป็นรถซีดานที่เร้าใจ รูปลักษณ์ดูจริงจัง ด้วยกระจังหน้าใหม่ ทรงของไฟหน้าที่ลงตัว กระจังแบบใหม่ใช้ระบบเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ เมื่อเครื่องยนต์ยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงาน กระจังจะปิดเพื่อลดแรงต้านของอากาศ และเมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้น กระจังหน้าบริเวณซี่กระจังจะเปิดออกแบบอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนให้กับหม้อน้ำ การทำงานของกระจังอัตโนมัติร่วมกับพัดลมไฟฟ้าช่วยลดอุณหภูมิเครื่องยนต์และช่วยทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น ไฟท้ายทรงยาวหลอด LED แบบใหม่สวยงามลงตัวกับบั้นท้ายแบบเรียบๆ 320d M Sport ถูกปรุงแต่งให้เป็นรถสปอร์ตซีดานที่ขับสนุกกว่าเดิม และมีวิถีทางการใช้งานแบบเฉพาะตัว ยุคใหม่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์แบบใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบ ปล่อยมลพิษต่ำ มีกำลังในรูปของแรงบิดพอตัวและมีความคงทนพอใช้ได้ เป็นรถที่คุณสามารถขับอย่างเร่าร้อน แถมยังได้ความประหยัดและทำตัวสะอาดมากกว่าเดิม 



...



...

ลูกค้าที่ยกระดับตัวเองจากรถญี่ปุ่นแล้วหันมาซื้อ Series-3 แน่นอนว่า...มีความคาดหวังสูงมาก น้ำหนักตัวที่พอดีกับขนาดของตัวถัง มิติตัวถังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นคือ เรื่องที่มีความขัดแย้งกันสำหรับงานวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ BMW 320d M Sport ความยาว 4,709 มิลลิเมตร สัดส่วนความกว้างอยู่ที่ 1,827 มิลลิเมตร สำหรับความสูงของ 320d อยู่ที่ 1,435 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,530 กิโลกรัม ขนาดของตัวถังที่ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ Series-3 รหัส F30 ผนวกกับฐานล้อที่ยาวขึ้นทำให้พื้นที่ห้องโดยสารของ Series-3 G20 มีขนาดที่เกือบจะเท่ากับรถรุ่นพี่อย่าง Series-5 G30 เลยทีเดียว โดยเฉพาะพื้นที่เบาะคู่หน้า ส่วนล้อและยางของ 320d M Sport LCI ใส่ล้ออัลลอย M ลาย 5 ก้านแบบใหม่ ขอบ 18 นิ้ว ขนาด 7.5Jx18 ยางสปอร์ตยี่ห้อ michelin pilot sport 4ZP ยางหน้าไซส์ 225/45R18 95Y ยางหลัง 255/40R18 89Y


...

เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงสี่สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ระบบอัดอากาศ เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo ระบบส่งกำลังเกียร์ออโต้ ZF 8 สปีด ช่วงล่างเน้นฟิลลิ่งสปอร์ต คล้ายขับรถแฮนด์ลิ่งเยี่ยมๆ ในยุค 1990 ขับเรื่อยๆ ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองในโหมด Eco Pro ซึ่งเป็นโหมดประหยัดได้ 15.7 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อปรับไปใช้โหมดสูงสุด  อัตราสิ้นเปลืองในโหมดสปอร์ต อยู่ที่ 11.7 กิโลเมตรต่อลิตร แรงม้า 190 ตัว กับแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร จากเครื่องดีเซลสี่สูบ รหัส B47D20 2.0 L I4 turbo  สะอาดพอใช้ จากอัตราการปล่อย Co2 แค่ 122 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร  สายพันธุ์ของ Series-3 โดยเฉพาะรุ่นปรับโฉม ถูกประกอบอย่างประณีตโดยช่างของ BMW ที่โรงงานในจังหวัดระยอง เป็นงานประกอบตามมาตรฐานของแบรนด์ตราใบพัด และโรงงานแห่งนี้เคยได้รับสิทธิประกอบรถยนต์ Series-7 มานานกว่า 30 ปีจนถึงปัจจุบัน ชุดตกแต่งภายนอกและภายในของ 320d M-Sport เหมือนกับ 330e ยกเว้นล้ออัลลอย ส่วนในด้านของความครบนั้นจัดเต็มด้วยอุปกรณ์เสริมความหล่อของ M ที่ถูกปรับดีไซน์ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้นในรุ่นปรับโฉม ช่วงล่างแบบสปอร์ตเข้ากันได้ดีกับพวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic อัตราทดแปรผัน  โหมดขับเคลื่อน 3 รูปแบบ ECO PRO / COMFORT / SPORT พร้อมการปรับตั้งแยกย่อย INDIVIDUAL  ปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ พวงมาลัยและระบบเกียร์ตามใจชอบ 







ห้องโดยสารของ 320d LCI คงกลิ่นและสไตล์ของ BMW แม้คู่แข่งอย่าง C-Class C220d W206 จะจัดเต็มด้วยห้องโดยสารสุดไฮเทค แต่ BMW ก็ยังคงวางตำแหน่งท่านั่งที่กระชับรัดกุม อุปการณ์ภายใน ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ขับเป็นหลักทำให้การใช้งานอุปกรณ์ภายในมีความสะดวกสบาย เบาะหุ้มหนังค่อนข้างหนา เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าที่สามารถกดลงต่ำได้ดั่งใจ มาตรวัดจอภาพที่เชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์กลางดูเรียบง่ายคล้ายรถจีนมากไปนิด จอภาพ TFT ที่ทันสมัยแสดงผลอย่างสวยงามด้วยกราฟิกใหม่ล่าสุด มาตรวัดพร้อมจอภาพเล็กของระบบแจ้งข้อมูล MID multi information display จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ดี พวงมาลัย M หุ้มหนังแท้มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift แต่คันเกียร์ที่สั้นกุดและมีหน้าตาคล้ายสวิตช์ หลายคนบอกว่าอยากได้คันเกียร์แบบเดิมมากกว่า 






งานอะลูมิเนียมลาย Mesheffect ที่เฉียบคมบนแผงคอนโซลและแผงประตู ซุ้มเกียร์แบบใหม่กับสวิตช์คันเกียร์หน้าตาประหลาดที่สั้นจุ๊ดจู๋ BMW ยังเข้าใจการใช้งานของลูกค้าเก่า แป้นควบคุมของระบบ iDRIVE จึงยังอยู่เหมือนเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ย้ายตำแหน่งของปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์โดยเอามาแปะไว้ข้างๆ คันเกียร์ 320d M Sport มีภายในที่ให้ความรู้สึกหรูหราและพิเศษ จากคุณภาพของวัสดุและงานประกอบ พวกหนัง อะลูมิเนียม พลาสติกเกรดสูง เป็นภายในของ BMW ยุคใหม่ที่ละทิ้งวัฒนธรรมเก่าแก่ที่คุ้นเคยของแบรนด์ตราใบพัดแล้วหันไปหาความไฮเทคในโลกดิจิทัล 






โฉม LCI ใน 320d Sport G20 จัดของไฮเทคด้วยจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมกับจอภาพมาตรวัดแสดงผล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายมากกว่าเดิม (OS 8.0) ระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกเตอร์แบบใหม่ ฟังก์ชันการเชื่อมต่อใหม่ การแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ปรับตั้งค่าและระบบต่างๆ ของรถก็ใหม่ จอภาพของระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรืออินโฟเทนเมนต์ เชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อเล่นเพลงในระบบบลูทูธ เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน USB เป็นมอนิเตอร์ของการปรับตั้งระบบไฟส่องสว่างทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงการปรับตั้งไฟตกแต่ง Ambient Lights ที่เลือกสีสันได้ 11 เฉดสี เป็นจอมอนิเตอร์ของระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางทั้งสี่ล้อ แจ้งเตือนสภาพอากาศและอุณหภูมิฯ จอมอนิเตอร์สามารถสั่งงานผ่านแป้นควบคุม iDRIVE หรือใช้การสัมผัสเบาๆ ที่หน้าจอภาพ BMW 320d M Sport มีกล้องมองหลังมาให้ พร้อมสัญญาณการแจ้งเตือนเมื่อถอยหลังเข้าไปใกล้กับสิ่งกีดขวาง สำหรับชุดเครื่องเสียงและลำโพง BMW HiFi loudspeaker ให้เสียงที่คมชัดใช้ได้ แต่กำลังขับยังเป็นรองเครื่องเสียงของ Harman Kardon ที่ติดตั้งอยู่ใน 330e M-Sport รวมถึงตัวแรง M340i 

ชุดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบใหม่ 3 Zone ใน New Series-3 มีขนาดเล็กลง ออกแบบปุ่มควบคุมให้มีความง่ายในการใช้งาน ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมมีปุ่มหมุนทรงกลมสีเงินสำหรับเปิดหรือปิดช่องแอร์ กึ่งกลางของคอนโซลซุ้มเกียร์บริเวณด้านหลังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมแผงควบคุมแบบดิจิทัลของระบบแอร์ด้านหลัง

BMW 320d M Sport รุ่นปรับโฉม ปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการใหม่ จาก operating system 7.0 มาเป็น 8.0 หรือ iDrive 8 ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่คล้ายการปฏิวัติระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถทั้งหมด โดยมีทั้งส่วนที่ให้ข้อมูลหลังพวงมาลัยหรือจอภาพมาตรวัด ขนาด 12.3 นิ้ว และส่วนควบคุมด้วยระบบสัมผัสหรือจอมอนิเตอร์กลางขนาด 14.9 นิ้ว หลอมรวมทั้งสองจอเข้าเป็นพาเนลเดียวกันและออกแบบให้จอมีลักษณะโค้งเพื่อเอียงเข้าหาคนขับสำหรับการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น ความละเอียดของหน้าจอ เพิ่มเป็น 200ppi มีการอัปเกรดระบบซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับกับการเชื่อมต่อ และการสั่งงานด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่ดีงามก็คือ ปุ่มควบคุมทรงกลมแบบ 5 ทิศทางหรือปุ่ม iDrive ยังอยู่เหมือนเดิม ทำให้การเลือกฟังก์ชันการแสดงผลและการปรับแต่งค่าต่างๆ ของรถทำได้ง่ายเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องทำความคุ้นชินกับกราฟิกใหม่ที่มีหน้าตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง





จอภาพแบบใหม่สไตล์พาโนรามาของชุดมาตรวัดและชุดมอนิเตอร์กลางที่รวมกันเป็นจอทรงโค้ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการแสดงผลหน้าจอได้สามรูปแบบ มีการเสริมด้วยกราฟิกมาตรวัดระดับพลังงานในระบบ Hybrid ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นจอวัดรอบซึ่งย้ายมาอยู่ด้านขวา หรือนำเอาระบบนำทาง ระบบอินโฟเทนเมนต์ ระบบระแวดระวังหรือระบบความปลอดภัย (ที่รวมถึงการแสดงผลของระบบช่วยขับ) มาใส่ไว้ตรงกลางก็ยังได้ มาตรวัดจอภาพตรงหน้าคนขับ จะเปลี่ยนสีไปตามการเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน เช่น สีฟ้าสำหรับโหมดไฟฟ้า Electric หรือ Hybrid สีแดงในโหมด Sport เป็นจอดิจิทัลรุ่นใหม่คอยแสดงผลข้อมูลการขับขี่ด้วยมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วที่อ่านค่าได้ค่อนข้างยากจากรูปแบบของกราฟิกบนจอภาพ คุณสามารถนำระบบต่างๆ มาแสดงผลอยู่ตรงกลางระหว่างมาตรวัดทั้งสอง จอภาพมาตรวัด TFT LCD ทำงานร่วมกับจอมอนิเตอร์กลาง สั่งการผ่าน iDrive Controller, Touch Control, Voice Control มาตรวัดแบบใหม่ล่าสุดในโปรแกรม BMW Operating System 8 ไปจนถึง 8.5 และ 9.0 ติดตั้งในรถ BMW รุ่นใหม่ที่ขายในไทย เช่น New Series 3 New Series-7 X7 IX และ XM รวมถึง M2 M3 M4 

การปรับเปลี่ยนหัวเกียร์ใหม่ให้กลายเป็นสวิตช์สี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ใช้นิ้วจับเลื่อนขึ้นลงในตำแหน่ง RND และ D/S หัวเกียร์เล็กจิ๋ว มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋ทันสมัยแต่ให้ความรู้สึกแปลกๆ เวลาใช้งาน หัวเกียร์ ZF-8HP หน้าตาประหลาดจะอยู่ใน BMW ยุคใหม่เกือบทุกรุ่นยกเว้น M Car ข้างคันเกียร์ด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมอยู่เพียบ เช่น ปุ่มแทรคชั่นคอนโทรล ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีเงินยวง ปุ่มควบคุมระบบถอยหลังอัตโนมัติที่มาพร้อมกับกล้องมองภาพ ปุ่มปรับโหมดของการขับเคลื่อน เช่น SPORT / COMFORT/ ECO/ ปุ่มควบคุมระบบเบรก Auto Brake hold สวิตช์เบรกมือไฟฟ้า ด้านซ้ายของคันเกียร์ติดตั้งสวิตช์ควบคุมมัลติฟังก์ชันระบบ iDRIVE 8 แบบใหม่เชื่อมโยงกับระบบ BMW live cockpit professional มาพร้อมเมนูภาษาไทยและฟังก์ชันใช้งานเพิ่มเติมที่ใส่เข้ามาให้ใช้กันอย่างนับไม่ถ้วน ที่ชอบก็คือการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยที่ระบบจะตอบโต้กับคำสั่งได้ดีขึ้น





ประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ได้รับกลับมาจาก 320d G20 นั้นคุ้มค่าต่อเงินที่ต้องเสียไป โดยเฉพาะความประหยัดที่ทำได้ดีมาก น้ำมันหนึ่งถังลากยาวๆ ได้เกือบ 900 กิโลเมตร 3-Series G20 เป็นรถซีดานสี่ประตูทรงปราดเปรียวและมีการขับขี่ที่ดี เป็นรถที่หลอมรวมงานวิศวกรรมยานยนต์เยอรมัน เน้นการบังคับควบคุม ผสานให้เข้ากับรูปแบบที่ทันสมัย Series-3 คือโมเดลที่ทำเงินอย่างมหาศาลให้กับ BMW Group ผู้บริหารของ BMW ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มันประสบความสำเร็จ การขับใช้งานในเมืองเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 190 แรงม้า ไม่ได้สำแดงประสิทธิภาพอะไรออกมามากนักเนื่องจากเจอการจราจรติดหนึบ การเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนความสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวางราวกับ Series-5 ได้เข้ามาช่วยให้การอาศัยอยู่ใน 320d M Sport LCI มีความโปร่งโล่งเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัดอย่างหนัก ผู้ขับที่ชอบฟังเพลงจะใช้เสียงดนตรีช่วยผ่อนคลายความเครียดจากสภาพการจราจรที่เข้าขั้นจลาจลลงได้บ้าง ระบบปฏิบัติการ iDRIVE เวอร์ชันใหม่ ถูกปรับปรุงให้เข้าสู่เมนูของการใช้งานและการสั่งงานต่างๆ ง่ายขึ้นพร้อมหน้าจอมอนิเตอร์แบบสัมผัส โหมดการขับ 3 รูปแบบ (ECO-PRO/ COMFORT / SPORT แถมด้วย INDIVIDUAL) นั้น สั่งงานได้ง่ายด้วยสวิตช์ข้างคันเกียร์




เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร เทอร์โบ ทำงานลื่นไหลและมีเสียงรบกวนไม่มาก ผมพยายามรักษาระดับความเร็วให้คงที่ในย่าน 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 1,600-1,800 รอบต่อนาที จากการทำงานของระบบส่งกำลังในโหมด ECO ที่ดันอัตราทดขึ้นสู่เกียร์สูงเพื่อลดรอบ เครื่องยนต์ B47D20 2.0 L I4 turbo ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีเมื่อขับทางไกล ความจุ 1,995 ซีซี กับเทคโนโลยีระบบอัดอากาศ BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มากเกินพอสำหรับการใช้งานปกติ มาในย่าน 1,750-2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ไหลขึ้นลงด้วยความเรียบเนียนไม่มีอาการกระตุกกระชาก ตัวเลขสมรรถนะของ BMW 320d M Sport LCI เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในย่านความเร็วเดินทาง Series-3 มีการทรงตัวที่ดี ขับเร็วขึ้นก็ยังนิ่ง พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อโหมดขับเคลื่อนถูกปรับไปเป็นสปอร์ตโหมดพร้อมการกระแทกคันเร่งอย่างต่อเนื่องเพื่อจับการตอบสนองของรถเมื่อขับเร็ว




เทอร์โบแบบ Multi-Stage Turbocharging ในเครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตรทำให้สมรรถนะโดยรวมดีกว่าเครื่องดีเซลแบบ 6 สูบรุ่นโบราณ อาการ Turbo Lag แทบไม่โผล่ให้สัมผัสตลอดช่วงการทดสอบทางไกล ทำให้ความรู้สึกในการขับ 320d Sport G20 คล้ายการขับรถซีดานแรงๆ คันหนึ่งที่ไม่มีระบบอัดอากาศด้วยซ้ำจากการตอบสนองที่ดีของขุมกำลัง เมื่อใช้วิธีนำเข้าจากต่างประเทศ เจ้า 320d Sport ทุกคันที่จำหน่ายโดยตัวแทนของ BMW Thailand จะมีแรงม้า 190 ตัว และเร่งจาก 0-100 ใน 6.8 วินาที รุ่นประกอบในประเทศไทยโผล่ออกมาในราคาที่ไม่แรงมากจนเกินไป กำลังที่มากพอตัวกับสมรรถนะด้านอื่นจัดมาเต็มที่เพื่อการขับขี่ของสาวก BMW 





แรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ยังคงตัวเลข 400 นิวตันเมตร เท่ากับ 320d F30 รุ่นที่แล้ว ช่วงล่างที่แข็งขึ้นทำให้สัมผัสเก่าๆ ของรถ Series-3 หวนกลับคืนมาอีกครั้งใน New 3-Series บวกกับพวงมาลัยไฟฟ้าของใหม่ที่ทั้งแม่นทั้งคมและมีน้ำหนักที่ดีเยี่ยม ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ตึงไม้ตึงมือมากขึ้น อาจทำให้คุณสุภาพสตรีนักขับรู้สึกแปลกใจ หลังจากโดนต่อว่าว่าใน F30 มีช่วงล่างและพวงมาลัยที่ทำออกมาสำหรับคุณผู้หญิง เจ้า 3 รุ่นล่าสุดปรับให้ช่วงล่างแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อการยึดเกาะที่ดีกว่าเดิม 3-Series G20 LCI มีการปรับปรุงจูนโดยเฉพาะด้านไดนามิก เพื่อเข้ามาแก้ไขคำติเตียนให้ดีขึ้น เมื่อขับเร็ว พวงมาลัยให้ความรู้สึกหน่วงมือและฟีลลิ่งของช่วงล่างออกอาการกระด้างนิดๆ เพื่อความมั่นใจในการเทโค้งช่วงล่างของ Series-3 จะไม่ถูกปรับเซตให้นุ่ม มันคือความรู้สึกมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วจากความหนึบแน่นของช่วงล่างและพวงมาลัย ความรู้สึกของไดนามิกที่ดี ยังมีอยู่ใน 3-Series และ 4-Series ไล่จาก 320d 330e และ M340i ไปจนถึง 430i และ M440i 




เครื่องยนต์ดีเซลไซส์เล็ก 4 สูบ ของ 3-Series LCI ตอบสนองอย่างตรงไปตรงมาในโหมดที่เลือก เมื่อใช้โหมด COMFORT เป็นโหมดมาตรฐานสำหรับขับทั้งในและนอกเมือง นี่คือโหมดเริ่มต้นทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ต คันเร่งไฟฟ้าทำงานตามองศาการกดของฝ่าเท้า เกียร์ ZF ไหลขึ้นอย่างเนียนเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้าก็ให้ความแม่นยำพร้อมการหน่วงน้ำหนักที่ดี แรงบิด 400 นิวตันเมตรจากเครื่องดีเซล ไหลออกมาอย่างสุภาพ แต่มีความต่อเนื่องและมากพอสำหรับการแซงรถช้า รอบจะห้อยตามสันดานของเครื่องดีเซล เมื่อใช้ความเร็วเต็มที่ การทรงตัวที่นิ่งตามนิสัยของรถเยอรมันชั้นดีโผล่ออกมาให้เห็นเมื่อตัวเลขความเร็วกวาดผ่าน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงบิดที่ดี ช่วงล่างที่ให้อารมณ์สปอร์ตกับพวงมาลัยคมๆ ส่งผลให้ 320d กลายเป็นรถที่ออกแบบสำหรับการขับใช้งานอันหลากหลายของคนที่ชอบรถยุโรป (แต่มีเงินแค่รถญี่ปุ่นแบบผม)




ช่วงล่าง Sport  ยางแก้มเตี้ย Pilot Sport 4ZP วิ่งผ่านรอยต่อของถนนด้วยล้อและยางที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป ฟีลลิ่งของช่วงล่าง Sport รู้สึกได้ถึงความสะเทือนเมื่อเจอเข้ากับถนนไม่เรียบ จุดที่ดีก็คือ การทำงานอย่างเนียนของระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีดจากค่าย ZF เกียร์ตัดต่อไหลขึ้นๆ ลงๆ ได้อย่างนุ่มนวลแม้จะขับด้วยความเร็วสูง ในโหมด Sport เกียร์จะคาอยู่ในเกียร์ 4 นานกว่าปกติเพื่อเรียกแรงบิด การโยกคันเกียร์ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เองก็ยังไหลลื่นเหมือนเดิม แต่แนะนำว่าถ้าจะเชนจ์เกียร์เพื่อลดความเร็วก็ควรใช้เบรกร่วมด้วยจะเป็นวิธีที่เหมาะสมมากกว่าใช้เกียร์อย่างเดียว เกียร์ 8 สปีดมีการปรับอัตราทดใหม่ ให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ทำงานด้วยความแม่นยำจากการจัดเรียงขบวนเฟืองที่ครอบคลุมและสัมพันธ์กับความเร็วรอบ 



3-Series รุ่นปรับโฉมส่งท้าย มีประสิทธิภาพดีพอตัว เป็นซีดานที่สร้างขึ้นมาเพื่อการขับแบบผสมผสาน เร็วก็ได้ ไหลไปเรื่อยๆ ในเมืองก็มีความประหยัด เป็นรถที่ขับสนุกและมีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าคู่แข่ง เมื่อใช้งานในเมืองจะพบกับความรู้สึกแปลกๆ ของระบบรองรับ ช่วงล่างค่อนข้างแข็งซึ่งเป็นเรื่องปกติของ Series-3 ในอดีตที่เน้น performance แล้วถ่ายทอดมาถึงรถรุ่นปัจจุบัน พวงมาลัยแม่นยำ มีน้ำหนักค่อนข้างมากแต่เลี้ยวแล้วคมชัด น้ำหนักที่เป็นเลิศในทุกย่านความเร็ว ทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่าย ไฟหน้ามาพร้อมกลไกอัตโนมัติของระบบ Adaptive LED สว่างและเบี่ยงเบนแสงไฟได้อย่างอิสระเพื่อเปิดมุมมองตอนกลางคืน ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนบนถนนที่ไม่มีแสงไฟ ช่วยทำให้ปลอดภัยจากการมองไกลเพราะกำลังในการส่องสว่างนั้นแรงใช้ได้ เครื่องยนต์ทำอัตราสิ้นเปลืองได้น่าพอใจ ถ้าขับเรื่อยๆ ตัวเลข 15.7 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยทำให้ประหยัด เมื่อขับทางไกลก็ไม่ต้องวิ่งเข้าปั๊มบ่อย





สำหรับเครื่องยนต์ของ BMW 320d M Sport LCI 2025 ซึ่งใช้รหัส B47 ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ "ทนทานและไว้ใจได้มากที่สุด" รุ่นหนึ่งของ BMW ในปัจจุบัน ความอึดของเครื่องยนต์ B47 พัฒนาจากจุดอ่อนเดิม เครื่อง B47 ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาจากรุ่นก่อน (N47) โดยเฉพาะเรื่องชุดโซ่ราวลิ้น (Timing Chain) ทำให้มีความเสถียรและทนทานขึ้นมาก อายุการใช้งาน: หากดูแลรักษาตามระยะอย่างถูกต้อง เครื่องยนต์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานเกิน 250,000 - 300,000 กิโลเมตร ได้ไม่ยาก อย่าลืมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และกรองเกียร์เมื่อวิ่งครบ 40000-50000 กิโลเมตร เพื่อยืดอายุการใช้งานระบบส่งกำลังที่มีค่าซ่อมแพง แน่นอนว่าดีเซลนั้นทนทานกว่าปลั๊กอินไฮบริด ในระยะยาว (7-10 ปีขึ้นไป) เครื่องยนต์ดีเซลล้วนๆแบบนี้มักจะมีค่าบำรุงรักษาที่คาดเดาได้ง่ายกว่าและไม่มีความเสี่ยงเรื่องแบตเตอรี่แรงดันสูงเหมือนรุ่นปลั๊กอินไฮบริด จุดที่ต้องระวังตามระยะ (Common Issues) แม้จะทนทานแต่ก็มีส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเมื่อใช้ไปนานๆ เช่น ระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation): อาจมีปัญหาเขม่าสะสมหรือวาล์วค้างได้บ้างตามสไตล์เครื่องดีเซล ชุดกรองไอเสีย (DPF): หากขับใช้งานในเมืองที่รถติดขัดเป็นเวลานานอย่างเดียว อาจทำให้ DPF ตันได้ ควรมีการขับทางไกลบ้างเพื่อให้ระบบทำความสะอาดตัวเอง (Regeneration) การดูแลรักษา หัวใจสำคัญคือ "น้ำมันเครื่อง" ควรใช้เกรดที่ระบุในคู่มือและเปลี่ยนถ่ายตามระยะ (หรือเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อยหากขับหนัก) เพื่อถนอมเทอร์โบและชิ้นส่วนภายใน แค่นั้นคุณก็จะมีรถดีเซลเยอรมันที่ขับโคตรดีรับใช้ไปอีกนาน สรุปสั้นๆ คุ้มครับ. 


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/