รถคลาสสิกที่นายกหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีอยู่ในครอบครอง แต่กบฝรั่งเศสคันนี้ เสี่ยหนูบอกว่า นี่เป็นของลูกชาย (เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล) สำหรับความคลาสสิกของ Citroen DS 21 ปี 1972 สีทอง (หรือบลอนซ์น้ำตาล หลังคาขาว) เป็นรถโบราณของแบรนด์ฝรั่งเศส ฉายา "หน้ากบ" ช่วงล่างไฮดรอนิวเมตริก และราคาของรถคลาสสิกอย่าง DS ในไทย ที่ไม่ได้แพงอะไรเลยเมื่อเทียบกับความสุดด้านราคาของรถโบราณบางรุ่นที่เศรษฐีเค้าสะสมกัน (DS มีราคาประมาณ 2 ล้านบาท หรือถูกกว่านั้นเล็กน้อย) เพราะในโลกแห่งรถโบราณ ยังมีรถสะสมระดับขึ้นหิ้งที่มีราคาแพงกว่านี้อีกนับไม่ถ้วน DS ถือเป็นรถคลาสสิกแบบพื้นๆแต่มีความสวยงามของดีไซน์ที่สุดยอด คนรักรถเก่ามักชอบรถรุ่นนี้ และสามารถหามาสะสมได้ในราคาที่ไม่ได้แพงทะลุโลก รถอย่าง DS ไม่ได้โชว์ความร่ำรวยเหมือนรถคลาสสิกบางรุ่นที่มีมูลค่ามหาศาล ส่วน BMW 2002 สีน้ำเงินของเสี่ยหนู ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศ ที่วันหลังจะเล่าให้ฟังนั้น ราคาที่เค้าเล่นกันตอนนี้อยู่ในระดับ 3-6 แสนบาท ราคาหกแสน พอๆกับ Jaecoo 5EV ถ้าบอกว่าแพงก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
...
จริงๆ แล้ว เสี่ยหนูเคยแจ้งกับสื่อในปี 2566 ว่า นี่เป็นรถคันโปรดของลูกชาย เนื่องจากในปี พศ. 2566 ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งข้อสงสัยว่า รถคลาสสิก Citron DS 21 รุ่นปี 1972 และ รถ BMW ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่ปรากฏในรายการบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. นั้น นายกหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลลุงตู่ ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์โพสต์ดังกล่าวว่า "เรียน อ.เจษฏาที่เคารพ รถซีตรองลูกชายผมเป็นเจ้าของครับ ส่วนรถ BMW เป็นของผม เพิ่งซื้อเมื่อไม่นานมานี้ จึงไม่อยู่ในบัญชีทรัพย์สินตอนพ้นตำแหน่ง สส. เมื่อเดือน มี.ค. แต่จะอยู่ในบัญชีทรัพย์สินที่กำลังจะส่งเที่ยวนี้หลังจากรับตำแหน่ง สส. เมื่อต้นเดือน ก.ค.2566 จึงเรียนมาเพื่อทราบ และกรุณาแก้ไขข่าวเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและเกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนด้วยนะครับ ยินดีถูกตั้งข้อสงสัย แต่ควรจะมีการได้ข้อมูลที่แน่นอนก่อนที่จะเผยแพร่นะครับ ขอบพระคุณมากครับ"
ยุคสมัยหนึ่ง Citroen โมเดล DS คือยนตรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมา จักรกลยานยนต์โบราณคันนี้ไม่เคยมีรถยนต์คันใดที่จะมีการคิดอะไรได้กว้างไกลมากไปกว่ารถฝรั่งเศสรุ่นนี้อีกแล้ว มันมีทุกอย่างเหมือนรถยนต์ในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ผ่านกาลเวลามานานกว่า 35 ปี Citroe DS เปรียบเสมือนยานอวกาศบนโลกแห่งยานยนต์ที่เพียบพร้อมไปทุกสิ่ง ระบบอำนวยความสะดวกขั้นสุดยอด มันมีแม้กระทั่งพวงมาลัยเพาเวอร์ ระบบรองรับแบบ Hydropneumatic Suspension Explained ที่นิ่มนวลราวกับพรมวิเศษ พวงมาลัยแบบก้านเดี่ยวเอกลักษณ์ของ Citroen ไฟหน้าแบบ Active หมุนตามพวงมาลัย บังโคลนหลังบนงานวิศวกรรมขั้นสูงที่ใช้นอตเพียงตัวเดียวยึดอย่างแข็งแรง เรือนร่างแบบปลาฉลาม (บางคนบอกเหมือนอึ่งอ่าง) ที่ปราดเปรียวแหวกแนวล้ำหน้ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในยุคนั้น อย่างสิ้นเชิง
...
...
Citroen DS มีชื่อเล่นว่า Deesse ตรงกับคำในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลความหมายว่า นางฟ้า วิศวกรของ Citroen ใช้เวลาพัฒนาตัวรถนานถึง 18 ปี ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นักออกแบบ Flaminio Bertoni ชาวอิตาเลียนบรรจงวาดเส้นสายที่งดงามอ่อนช้อยลงไปบนโครงตัวถัง ความลงตัวของเหลี่ยมมุมบนเรือนร่างและเทคโนโลยีใหม่ที่ค่าย Citroen ใส่ลงไปในรถคันนี้สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งวงการ วันแรกของการเปิดตัวในวันที่ 5 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1955 รถ DS มียอดจองท่วมท้นถึง 12,000 คัน หนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนในวงการยนตรกรรมประทับใจคือระบบกันสะเทือนแบบ Hydropneumatic Suspension Explained ใช้ปั๊มไฮดรอลิกแรงดันสูงส่งกำลังไปเลี้ยงระบบแยกย่อยต่างๆ เช่น ระบบรองรับแบบตุ้มน้ำมันไฮดรอลิกที่นิ่มนวลสุดยอด สามารถปรับระดับความสูงขณะขับขี่ได้อย่างสบาย รวมถึงระบบบังคับเลี้ยวที่ควบคุมตัวรถได้อย่างเฉียบคมอีกด้วย
...
Citroen โมเดล DS เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 1955 ในงานแสดงรถยนต์ Paris Motor Show ทำเอาผู้คนในยุคนั้นแตกตื่นตกตะลึงด้วยเทคโนโลยีล้ำอนาคต ตัวถังของ DS ออกแบบโดยผ่านการขัดเกลาจากการทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อให้มันมีรูปร่างที่ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วงล่าง Hydropneumatic Suspension Explained ที่ยกตัวเองให้สูงขึ้นเมื่อวิ่งผ่านทางขรุขระ หรือลดระดับลงมาขณะทำความเร็วบนทางแบบไฮเวย์ นวัตกรรมระบบรองรับที่ก้าวไกลมีการติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบไฮดรอลิก ชุดส่งกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติที่ไม่มีคลัตช์ เช่นเดียวกับระบบเบรกของรถยุคใหม่ในทุกวันนี้ รถ DS สามารถกดปุ่มสั่งเบรกได้เหมือนกับ BMW หรือ Mercedes Benz ในปัจจุบัน เจ้า Citroen โมเดล DS คือผู้บุกเบิกตัวจริงเสียงจริงคันแรกที่ใช้ระบบห้ามล้อแบบดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ
DS ในรุ่นท้ายๆ ยังมีการติดตั้งระบบไฟหน้าแบบหมุนตามพวงมาลัย จานฉายจะมีกลไกที่ต่อเชื่อมกับคันชักคันส่งของชุดแรคพวงมาลัย ซึ่งช่วยให้การขับขี่บนทางโค้งในยามค่ำคืนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น วิศวกรผู้ออกแบบ Citroen DS ได้ทำการยกระดับและมาตรฐานของอุปกรณ์ภายในทั้งหมด เพื่อให้มันมีความทันสมัย น่าใช้งาน ในบางแง่มุม มันเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย การควบคุมขับขี่ที่ง่ายดายแม้จะมีเรือนร่างไม่เล็ก ถือเป็นรถยนต์อีกคันที่สื่อให้เห็นถึงศิลปะของการออกแบบและความเป็นอัจฉริยะ ในเชิงวิศวกรรมยานยนต์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จุดเริ่มต้นในปี 1955 มาจนถึงปี 1975 นับเป็นเวลายาวนานในสายพันธ์ุของโมเดล DS กว่า 20 ปีที่ค่าย Citroen ผลิตออกขาย จำนวนรถ DS ทั้งหมดรวม 1,456,115 คัน บ่งบอกถึงความนิยมของผู้คนทั่วโลกที่มีต่อรถยนต์คันนี้ได้เป็นอย่างดี
ระบบห้ามล้อซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการที่ Citroen นำจานดิสเบรกทั้งสี่ล้อมาใช้กับรุ่น DS โดยใช้แรงดันของน้ำมันในระบบ Hydropneumatic มาคอยสนับสนุนทำให้การเบรกมีความนิ่มนวลสูงสุดและหยุดรถได้ดีกว่าเบรกแบบเก่า (ดรัมเบรก) ระบบส่งกำลังในยุคแรกของ DS ใช้เกียร์ที่ไม่มีแป้นคลัตช์มาคอยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนขับ เทคโนโลยีเหล่านี้ ส่งให้ Citroen DS กลายเป็นยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน ตลอดระยะเวลาของอายุโมเดลที่ยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้รถ DS มีเครื่องยนต์และอุปกรณ์เสริมให้เลือกมากเท่าที่ต้องการ ในช่วงท้ายๆ รถ DS วางเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะ (2175 ซีซี) แม้จะมีอายุใขที่ยาวนาน แต่เรือนร่างรูปทรงของมันยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และนี่คืออีกหนึ่งยนตรกรรมแห่งความคลาสสิกที่ยากจะลืมเลือน รถ DS ที่ผ่านกาลเวลาและอยู่ในสภาพดีแทบจะไม่มีเจ้าของคนใดยอมขาย จากความสวยงามของรูปทรงและประสิทธิภาพของการขับเคลื่อน ซึ่งในยุคสมัยหนึ่ง มันคือเทพแห่งวงการยานยนต์อย่างแท้จริง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/