...

เมื่อคุณพยายามนึกถึง MINI คนที่อินกับรถคลาสสิคจะนึกถึงรุ่น Original จากอังกฤษที่มีจุดเด่นจากความเล็กและเบา หากเป็นคนที่ได้ใบขับขี่ในยุคเปลี่ยนศตวรรษ คุณจะนึกถึง R53 ซูเปอร์ชาร์จจากหนังเรื่อง Italian Job กับฉากขับรถผาดโผนซึ่งก็ยังชูจุดเด่นเรื่องความเล็ก แต่ความรักของคุณกับพุงของแฟนคุณมีจุดที่เหมือนกัน..คือมันโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริหาร BMW บริษัทแม่ก็ไม่อยากให้ MINI Hatch ตัวหลักที่ขายความเล็กมาตลอดทำตัวเหมือนชายที่พอเข้าประตูวิวาห์ก็เลิกรักษาหุ่น พวกเขาจึงปล่อยรถรุ่นอื่นมารับตลาดที่ต้องการรถใหญ่ขึ้น

...

ด้วยความที่ต้องปรับตัว ตรงไหนมีลูกค้า MINI ก็พยายามสร้างรถเข้าไปอุดช่องว่างให้ได้มากที่สุดตราบใดที่ไม่ขัดกับนโยบายหลักของค่าย เราจึงมีรถอย่าง Clubman, Countryman และ Paceman ทุกคันต้องมีบุคลิกที่ดูเยาว์วัย สดชื่น กระปรี้กระเปร่า คุณจะไม่มีทางเห็น MINI พร้อมกับชื่อที่ดูน่าเศร้าอย่าง Singleman, Lonelyman หรือ Poorman แต่ในช่วงหลังมานี้ Countryman ตัวล่าสุดนั้น เริ่มมีความเป็น Overweightfamilyman มากขึ้น เพราะคนสมัยนี้ตัวใหญ่ขึ้นจริง และ MINI ก็ไม่เคยมีรถที่เหมาะกับครอบครัวอย่างจริงจัง ทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อ MINI ใช้มาตั้งแต่วัยรุ่น พอแต่งงานเริ่มมีครอบครัว ก็ต้องหันไปคบรถขนาดโตขึ้นจากค่ายอื่น

...

...

เมื่อ Countryman ตัวล่าสุด เข้าโหมดขยายร่างไปเป็นคนรักครอบครัว มันจึงมีช่องว่างเกิดขึ้นสำหรับคนที่ไม่ชอบ MINI เวอร์ชั่นอ้วนใหญ่ใจดี แต่พบว่ารูปแบบชีวิตตัวเองไม่สะดวกต่อการขับรถที่มีประตูน้อย บางทีอาจจะเป็นคนที่ชอบพาเพื่อนไปไหนมาไหนกัน 4 คน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่พลังเงินเหลือและนิยมชมชอบในเอกลักษณ์ทางการออกแบบของ MINI ไม่ได้มานั่งเอาแต่พูดว่าราคานี้ไปรุ่นนั้นรุ่นนี้ดีกว่า คุณซื้อรถเพราะทรงมันใช่มากกว่าที่จะมองหารถที่ราคาระดับ MRT แล้วอุปกรณ์สูงเท่าตึกที่พี่เบียร์ทำงานอยู่ MINI Aceman น่าจะตอบโจทย์คุณได้ ถ้าคุณเข้าใจและศึกษามาก่อนว่าบุคลิกการขับของ MINI ตลอดมานั้น เป็นเช่นไร

ขนาดตัวรถของ Aceman ถ้าให้เทียบกับรถที่เห็นได้ตามท้องถนน ก็พูดได้ว่าโตกว่า Honda Jazz หน่อยแต่เล็กกว่า City Hatchback ตัวถังกว้างเกือบเท่า Cooper 3 ประตู แต่ได้ตัวรถและฐานล้อที่ยาวขึ้น 80 มม. เป็น 2,606 มม. กับประตูหลังที่เพิ่มขึ้นมาให้เพื่อนสาวคนที่ 3 และ 4 ก้าวขึ้นเบาะหลังได้สวยๆไม่ต้องมุดเข้าแบบรุ่น Cooper SE แต่อย่าเข้าใจไปว่า Aceman กลายเป็นรถขนคนที่เน้นความโตของห้องโดยสารนะครับ ถูกล่ะที่เฮดรูมด้านหลังสูงพอให้ผม (สูง 180 ซม.) เข้าไปนั่งแล้วหัวไม่ติด แต่พื้นที่วางขาจะสั้นกว่า City Hatchback ตามขนาดตัวของมัน ถ้าคนขับตัวผอมและสูงไม่เกิน 170 แบบนั้นคนนั่งหลังที่ตัวเท่ากันจะยังนั่งได้แบบมีพื้นที่ไม่อึดอัด..ถ้าตัวโตกว่านั้น Countryman เถอะครับ ส่วนพื้นที่ด้านท้าย 300 ลิตรนั้น พอใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ แต่ถ้าเป็นถุงกอล์ฟคงต้องพับเบาะ หรือถ้าเดินทางไกล 4 คน 4 คืน อาจจะลำบากเรื่องพื้นที่กระเป๋าสักหน่อย แต่ถ้า 1 คืน คงไม่มีปัญหา

ความมีสีสันชีวิตชีวาเหมือนเด็กสาวที่ยังไม่เคยเจอชีวิตวัยแก่หลังขดทำงานอันน่าเบื่อ คือจุดเด่นของรถค่ายนี้ แม้จะเป็นรถคันสีน้ำเงินเข้มที่ดูแก่แบบชวนเข้าวัดฟังธรรม แต่ด้วยเส้นสายการออกแบบของ Aceman ก็ยังทำให้ดูเป็นวัยรุ่นได้อยู่ มันไม่ใช่รถที่หน้าตาโหดกร้าวใจใครเห็นในกระจกมองหลังต้องเหวี่ยงหลบ..นั่นเป็นหน้าที่ของ BMW (โดยเฉพาะกับหน้าตาของรถใหม่ๆหลายๆรุ่นที่ดูเหมือนคุณพ่อหงุดหงิดตลอดเวลา) Aceman ดูกึ่งน่ารัก กึ่งเป็นมิตรแต่แอบกวน เหมือนสาวหมวยตากลมโตที่แต่งตัวแนวๆ เดินจังก้าเหมือนผู้ชาย เราไม่ได้มองว่าเขาสวย แต่เขาเหมือนผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆแล้วจะมีเรื่องสนุกๆให้ทำตลอด นี่ยังไม่นับไฟหน้าและไฟท้ายแสนกล ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบไฟ Daytime Running Light และไฟหรี่ท้ายยามค่ำคืนได้ 3 แบบ..สักแบบในนั้นควรจะโดนใจคุณ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วกับยางที่ไม่บางจนวิ่งตกหลุมแล้วล้อคดง่ายๆ และป้ายบอกชื่อรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ กับกระจังหน้า ซึ่งในยุคที่ MINI ก้าวเข้าสู่การขาย EV ดีไซน์แบบนี้ผมว่าใช้ได้ อันที่จริง ผมชอบรูปลักษณ์ของ Aceman มากกว่า Cooper 3 ประตูตั้งแต่หน้ายันท้าย

คุณอาจจะงงนิดว่าทำไมยางของ Aceman ถึงไม่ได้บางเฉียบแบบรถวัยรุ่นสมัยใหม่ เพราะรูปแบบของรถนั้นทาง MINI บอกว่า มันเป็นรถครอสโอเวอร์ครับ ไอ้ผมก็แอบงง ครอสโอเวอร์ยังไงครับใต้ท้องสูง 143 มม. หรือเตี้ยพอๆกับรถเก๋งทั่วไปนั่นเอง รวมถึงความรู้สึกเวลาเข้าไปนั่งแล้วมองออกมาข้างหน้า มันดูติดถนนเหมือนกับ Cooper มากกว่าสูงโปร่งแบบ Countryman

ภายในของ Aceman มีสีสัน ผมชอบการที่เขาทำวัสดุพื้นผิวหลายจุดเหมือนผ้าลายปุ่ม แล้วฝังหลอดไฟ Ambient Light เอาไว้ข้างใน มันคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสีสัน ศิลปะ และเทคโนโลยี แต่ไม่น่าจะผสมกันได้ดีกับโกโก้เย็นหรือชามัทฉะที่เพื่อนคุณซุ่มซ่ามทำกระฉอกใส่ คุณสามารถเลือกสีสันของไฟตกแต่งภายในได้หลายแบบ และเมื่อปรับโหมดการขับขี่ (MINI Experience Modes) ในแบบต่างๆ สีของไฟในห้องโดยสารจะเปลี่ยนไป มีแม้กระทั่งโหมดที่สามารถเปลี่ยนสีตาม Cover (ปก)ของเพลงที่คุณกำลังเล่นอยู่บน Streaming Music App ได้ด้วย เปิดม่านหลังคา Panoramic ออกเพิ่มความโปร่งตายามค่ำคืน และบนหลังคาก็จะมีแสงไฟตกแต่งให้สองฟาก มันคือรถสำหรับวัยรุ่นชัดๆ ถ้าเอารถที่มีไฟหลากสีแบบนี้ให้คุณแม่ผมนั่ง ผมว่าท่านคงเวียนหัวครับ

สำหรับสายบ้าอุปกรณ์ ผมจะบอกว่าในราคา 1,999,000 บาท (BSI Standard) อาจจะแพงกว่า Cooper SE ตั้งสามแสนบาท แต่คุณได้อุปกรณ์ต่างๆครบขึ้น บางอย่างผมก็ไม่เคยพบมาก่อนใน MINI เลยสักรุ่น เช่นเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมระบบความจำ โถ คุณ ขนาด JCW คันละสามล้านกว่าพ่อทูนหัวยังให้เบาะปรับมืออยู่ คนใช้ MINI ชิน แต่คนที่มาจากยี่ห้ออื่นจะงงๆ แต่ MINI เขาเข้าใจว่าคนเล่น EV ต้องเสพย์ความอัตโนมัติบ้างเลยอัดของมาให้ Aceman แม้กระทั่งเบาะนวด ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นมาก่อนใน MINI เช่นกัน รวมถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ADAS) ที่ให้มาครบครัน รวมถึง Adaptive Cruise Control และช่วยกำกับพวงมาลัย (Driving Assistant Plus) ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมา ไม่มีใน Cooper SE เครื่องเสียง ก็เป็นของ Harman Kardon พร้อมลำโพงเสียงตึบตับแน่นใช้ได้สำหรับรถทรงกล่อง มีจอ Head Up Display ที่ขนาดโตจนคนแก่อ่านยังง่าย และจอกลาง รักษาธรรมเนียมด้วยการเป็นทรงกลม สีสันเวลากราฟฟิคต่างๆเล่นนั้น ช่างสดใสและน่าเวียนหัวไปพร้อมๆกัน

จอกลางนั้น เรื่องสีสันลูกเล่นเอาไปเลยหกดาวจากห้า แต่สำหรับคนที่โตมากับรถอย่าง R53 เครื่องไครสเลอร์ซูเปอร์ชาร์จต้นศตวรรษ คนเหล่านั้นน่าจะรู้สึกเหมือนตามลูกสาวตัวเองมาผับที่มีบรรยากาศและเพลงไม่เข้าหู ผมนี่งงตาแตก เขาให้เวลาทดสอบรถ 3 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงผมหมดไปกับการพยายามเข้าไปดูว่าจอมันทำอะไรได้บ้าง และอะไรบ้างที่ต้องปรับจากจอ เพราะถ้าต้องขับไปเรียนรู้ไปมองจอไป มันจะอันตราย ผมหา Vehicle Settings เพื่อปรับจอ HUD อยู่นาน จนมาเจอว่าต้องกดปุ่ม Home ไล่ๆไป 2-3 หน้าจอ มันจะไปฝังอยู่ในนั้น แต่หลายเมนู โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการขับ จะมีปุ่มทางลัดให้เป็นปุ่มกดจริงข้างใต้จอ ส่วนถ้าอยากเข้า Trip Computer วัดระยะทางดูอัตราสิ้นเปลือง กดตรงมุมขวาบนแถวคำว่า Battery ได้ บางคนอาจจะว่าพี่ต้องโง่มากที่นั่งดูจออยู่ตั้งชั่วโมง คือ..ผมไม่ชอบออกรถโดยที่ไม่ทราบว่าอะไรสั่งตรงไหน และในงานนี้ ผมขับคนเดียว ไม่มีผู้ช่วยครับ

หลายฟังก์ชั่น จะมีทางเข้ามากกว่า 1 ทาง และคุณสามารถ Assign Shortcut เพื่อลัดเข้าอย่างเร็วเมื่อถูหน้าจอจากบนลงล่างมาได้ ส่วนการปรับตั้งการหน่วงของระบบ Regenerative Braking นั้น คุณเลือกได้ว่าในเกียร์ “D” จะให้หน่วงมากหรือน้อย หรือแปรผันอัตโนมัติตามสถานการณ์ (Adaptive) ซึ่งอย่างหลังนี้ทำตัวคาดเดายากจนผมรำคาญ เลยเซ็ตเลือกแบบค่อนไปทางหน่วงน้อย มันจะเป็นจุดที่ใกล้เคียงรถสันดาปเวลายกคันเร่ง แต่ MINI ยังมีเกียร์ “B” ให้เลือก ซึ่งเมื่อกด B แล้วยกคันเร่งจะสามารถหน่วงจนรถหยุดได้ ผมเลยใช้สูตร เกียร์ D หน่วงน้อยไว้ขับปกติ และเมื่อรถติดก็กดเกียร์ B แบบนี้ไม่ต้องเข้าไปปรับในจอ แต่เรื่องระยะห่างระหว่างรถคันหน้าใน Adaptive Cruise Control ผมว่าควรจะปรับที่ก้านพวงมาลัยได้ ไม่ใช่ให้ไปปรับในจอ

พลังมอเตอร์เดี่ยว 218 แรงม้า/330 นิวตันเมตรของ Aceman ก็ยกมาจาก Cooper SE นั่นล่ะครับ ไทยเรามี Aceman แค่ขุมพลังเดียวคือ “SE” 218 แรงม้า กับแบตเตอรี่ 54.2kWh ที่รองรับการชาร์จเร็ว 95kW ส่วนเมืองนอกจะมีรุ่น E สำหรับคนไม่เน้นแรง ขับแค่ในเมือง 184 แรงม้า แบตเตอรี่ 42.5kWh และชาร์จเร็ว DC 75kW ซึ่งผมมองว่าทางไทยเลือกถูกแล้วล่ะครับ MINI Cooper ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ขายหลายปีก่อนนั้นมีพิสัยทำการที่สั้นมากจนไม่คล่องตัวสำหรับคนที่อยากขับไปทริปใกล้ๆเช่นเขาใหญ่ ไปกลับแบบไม่ต้องแวะเติมไฟนานๆ ในรุ่นใหม่นี้ เขาเคลมมาว่าระยะวิ่ง WLTP ได้ 405 กิโลเมตร โดยที่อัตราสิ้นเปลืองไฟที่ผมลองขับจริง วิ่งแถบร่มเกล้า สุวรรณภูมิ เจอรถติดบ้าง ลองอัตราเร่งบ้าง ก็อยู่แถวๆ 14kW/100 กม.นั่นหมายถึงคุณควรจะขับมันได้ 300 กม. และเหลือไฟมากพอให้ไปหาแท่นชาร์จได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก แค่อย่าซัดตึงๆยาวๆเหมือนสมัยขับ MINI เครื่องสันดาปก็แล้วกัน

แรงม้าอาจจะฟังดูไม่เยอะ แต่พอขับจริงแล้วก็ดุใช่เล่นนะครับ ขับโหมด CORE (Normal) ยังทำ 0-100 แบบมีชายแก่ลงพุงในรถขับได้ 7.1-7.2 วินาที และถ้าใส่ Go-Kart Mode (Sport) มันจะลดลงมาเหลือ 6.9 วินาที ในงบประมาณระดับสองล้านบาท ถูกล่ะ คุณมี EV มากมายหลายรุ่นที่จะให้อัตราเร่งเร็วกว่านี้ แต่ถ้าใจคุณจะซื้อเพราะทรง MINI ก็ต้องรับให้ได้กับทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่มี อันที่จริง 0-100 เร็วขนาดนี้ ก็ได้เท่าๆกับ Subaru BRZ 2.4 ลิตรเกียร์ธรรมดาออกล้อฟรีเอี๊ยดแล้ว มันไม่ได้ทำให้คุณตื่นเต้น แต่ผมว่าเหลือพอ แถมยังมีเสียงสังเคราะห์ขับกล่อมให้เลือกตาม Driving Experience Modes ซึ่งปิดได้ถ้าคุณรำคาญ

สิ่งที่คนใช้ MINI จะเข้าใจ แต่ต้องเตือนสำหรับคนที่มาจากรถยี่ห้ออื่นก็คือ MINI ส่วนมากที่แรงม้าทะลุ 200 จะไม่ทำช่วงล่างเอาใจคนชอบนุ่มนิ่มนะครับ ในทางตรงกันข้าม Aceman SE จะถ่ายทอดทุกสภาพผิวถนนมาสู่กระดูกสันหลังคุณทุกเม็ด เหมือนรถที่ไปใส่ช่วงล่างสตรัทซิ่งมา แต่นี่คือรถโรงงาน ดังนั้นถ้าคุณเห็นหน้าตามันน่ารักแล้วคิดว่ามันจะช่วงล่างนุ่มเท่า Volvo EX30 หรือพวกรถ EV จีน เลิกคิดได้เลยครับ MINI น่ะพอม้าเริ่มเยอะ ยังไงเขาก็จะทำช่วงล่างเอาใจวัยรุ่น ซึ่งคุณต้องรับให้ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณขับ MINI ตัวแรงๆในอดีตมาตลอด คุณจะอยู่กับ Aceman ได้ และถ้าวัดกันจริงๆ ผมว่าช่วงล่างของ Aceman ปราณีต่อคนแก่มากกว่า Cooper SE ถึงแม้ความสนุกในการซัดโค้งจะหายไปบ้าง แต่มันจะเป็นรถที่คุณใช้ชีวิต 80% อยู่กับมันแล้วเหนื่อยล้าน้อยกว่า สิ่งที่ยังอยากให้ปรับคือเวลาออกตัวแรง ไม่รู้ว่าเสียงเพลาหรือช่วงล่าง จะมีอาการดังตึงลั่นในช่วงหลัง Launch ออกตัวไป ซึ่ง MINI สันดาปจะไม่มีอาการนี้

มันไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อการ Relax แน่ๆ พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี แต่ไวเหมือนรถสปอร์ต คุณหักพวงมาลัยนิดเดียวรถก็เปลี่ยนเลนได้แล้ว เวลาขับผ่านถนนที่ขรุขระต้องเกร็งมือไว้สักหน่อย ด้วยบุคลิกแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่า “ไม่ใช่ใครก็ได้” ที่จะซื้อ Aceman และขับได้อย่างสบายใจ แต่คนที่รัก MINI มาตลอด ใช้มาหลายคัน แล้วอยากลองเปลี่ยนไปคบ MINI ในแบบที่เป็นรถ EV ดูบ้าง คนเหล่านี้น่าจะพึงพอใจกับความทันสมัยของรถ อัตราเร่งที่ถ้าผมบอกไปคุณอาจจะด่าถึงบุพการีว่า จริงๆแล้ว 0-100 ของ Aceman นั้น เร็วกว่า MINI Paddy Hopkirk และ John Cooper Works Hatch 231 แรงม้าเสียอีกครับ

MINI Aceman SE จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสน สำหรับวัยที่กระดูกกระเดี้ยวยังแข็งแรงสมบูรณ์ เหมาะกับคนที่ตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่าจะเลือกรถโดยมีสไตล์เฉพาะตัวเป็นส่วนประกอบ มันเป็นรถที่ทำตัวเหมือนเด็กสาวที่ยังปีนเขา กระโดด เต้น Slay jump แล้วไม่เจ็บเข่า นั่งทำงานแล้วไม่บ่นปวดหลัง ซึ่งการจีบสาวประเภทนี้แล้วจะไปทำ Activity ต่างๆกับหล่อน คุณก็ต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่ชนะก่อน ระหว่างสังขาร กับความรัก

ส่วนตัวผมเหรอครับ? ถ้าให้เลือกกุญแจ MINI ขับได้หนึ่งคัน เจ้า “แดง 37” Paddy Hopkirk เกียร์ธรรมดา จะยังเป็น MINI อันดับหนึ่งในใจผมอยู่ แต่ถ้าสมมติว่าผมเป็นแฟน MINI จริงๆ แล้วหากวันใด MINI ไม่มีขุมพลังสันดาปให้เลือกอีก ผมก็ไม่ขาดใจตายหรอกครับ ส่วนวัยรุ่นสมัยใหม่ที่รักในสีสัน และสไตล์ของ MINI ไปพร้อมๆกับการก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้า ไปลองขับดูได้ ผมว่าคุณจะชอบ


Pan Paitoonpong