ท่ามกลางกระแสต้อนรับที่ส่วนใหญ่เป็นบวก กับการเปิดตัว Toyota Corolla Cross ไมเนอร์เชนจ์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ว่าบางท่านจะบอกว่าอุปกรณ์บางอย่างยังกั๊ก แต่พูดกันตามตรงว่าการปรับผลิตภัณฑ์ให้น่าใช้ขึ้น อัดฉีดอุปกรณ์มากขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มราคารถนั้น เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า Toyota ในยุคที่มีคู่แข่งน่ากลัวเป็น EV จีน ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเลิกกั๊กของแล้วขายแพง มาเอาใจลูกค้ามากขึ้นแต่ถ้าคุณกำลังมองรถรุ่นนี้อยู่ รุ่นย่อยไหนเล่า ที่น่าจะเหมาะกับคุณ?

...

ในสัปดาห์นี้ผมรับใช้คุณผู้อ่านจากจังหวัดสุรินทร์ด้วยว่าเดินทางมาเพื่อเยี่ยมรุ่นน้องและพักผ่อน+ทำงานไปด้วย ก็ปั่นต้นฉบับสัปดาห์นี้ส่งน้าฉ่าง อาคม รวมสุวรรณในห้องที่โรงแรมนี่ล่ะครับ โดยหัวข้อบทความสำหรับสัปดาห์นี้นั้น ไม่ใช่ว่าขี้เกียจคิดหรอกว่าจะเขียนเรื่องอะไร สัปดาห์ก่อนเราเขียนถึง Corolla Cross มือสองที่ราคากำลังน่าใช้ มาถึงวันนี้ผมเขียนถึง Corolla Cross ที่เพิ่งมีการอัปเดตไป มันเป็นรถที่อยู่ในกระแสมากกว่าที่ผมคาดไว้ระดับหนึ่ง และดูท่าว่ายอดขายเดือนละ 1,500 คันที่คาดหวังไว้จะไม่ไกลเกินจริง หรืออาจจะได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำ เพราะในปัจจุบัน Toyota เป็นหนึ่งในตองอูถ้าพูดกันเรื่องรถไฮบริดแบบ HEV ที่ดีทั้งตอนเป็นรถใหม่ และมีภาษีดีกว่าเจ้าอื่นเวลาขายต่อ อีกทั้งแนวโน้มส่วนแบ่งตลาดของรถไฮบริดขยับขึ้นจาก 12% เป็น 17% ภายในเวลาไม่ทันข้ามปี ปัจจัยเหล่านี้และการปรับปรุงโฉม น่าจะทำให้ Toyota รีดนมจากวัวตัวที่ชื่อ Corolla Cross นี้ได้อีกพักใหญ่

...

นั่นคือเรื่องของการตลาด แต่สำหรับคนทั่วไปที่เลือกแล้วว่าจะเอา Corolla Cross นี่ล่ะ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกรุ่นย่อยไหนดี ซึ่งก็จะมีตั้งแต่รุ่นเบนซิน 1.8 ลิตร ในชื่อรุ่น Sport Plus ตามมาด้วยรุ่นที่เป็นขุมพลังไฮบริดอีก 3 รุ่น ได้แก่รุ่น HEV Premium, HEV Premium Luxury และ HEV GR Sport รวมทั้งหมด 4 ตัวเลือกนี้ มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน แม้ว่าทาง Toyota ได้พยายามปรับอุปกรณ์จนแม้แต่รุ่นต่ำสุดยังมีสเปกที่ไม่ได้น่าเกลียด แต่คุณลักษณะในบางอย่างกลับพบได้แต่รุ่นสูงๆ อาทิ ถ้าคุณอยากได้รถที่เป็นสีแดง คุณจะไม่มีทางเลือกนอกจากรุ่นแพงสุดอย่าง HEV GR Sport ราคา 1,254,000 บาท เพราะรุ่นอื่น ไม่มีสีแดงเลย หรือหากคุณอยากได้เบาะ/ภายในสีแดง Dark Rose คุณจะต้องเลือกรุ่น HEV Premium ราคา 1,094,000 บาท หรือ HEV Premium Luxury ราคา 1,204,000 บาทเท่านั้น และต้องเลือกรถสีภายนอก ดำ ขาว หรือเทาที่ชื่อ Celestite Gray เท่านั้น นั่นแน่..เพียงแค่นี้ผมว่าบางท่านเลือกรุ่นย่อยที่ถูกใจได้แล้วล่ะ

...

..แต่ถ้ายังไม่ได้ เชิญอ่านต่อครับ

...

ถ้าคุณเป็นคนที่ 1) ใช้รถแบบเน้นอัตราเร่งดี ชอบลากรอบ หรือ 2) ให้ตายยังไงก็ไม่ขอใช้รถถ่าน คือไม่เอารถไฮบริด หรืออาจจะทั้งสองข้อ แนะนำว่าคุณเลือกรุ่น 1.8 เบนซิน Sport Plus ราคา 999,000 บาทได้เลย เพราะเครื่องยนต์เบนซินรุ่นนี้ แม้ว่าอัตราเร่งจะไม่ได้ถึงกับหลังติดเบาะ และเวลากดคันเร่งแบบตื้นๆ รถจะไม่ได้พุ่งดีเท่ารุ่นไฮบริด แต่เวลาที่ต้องเรียกกำลังเต็ม 100 หน่วยจริงจัง รุ่นเบนซินอัตราเร่งแซงดีกว่าไฮบริดแบบรู้สึกได้ ถึงรุ่นไฮบริดมีมอเตอร์ช่วยถีบตอนออกตัว แต่ในความเร็วสูงขึ้น พลังแรงม้าที่สูงกว่า (140 เทียบกับ 122 ในรุ่นไฮบริด) และน้ำหนักตัวรถที่เบากว่า ย่อมสร้างความสนุกในการขับได้มากกว่า ส่วนความสวยงามภายนอกรถนั้น คุณได้ไฟหน้า LED พร้อมไฟเลี้ยว Sequential และไฟท้ายสเปกเดียวกับรุ่นอื่น ขอแค่คุณรอเวลาสักนิดให้มีเจ้าของ Corolla Cross HEV ปล่อยล้ออัลลอย 18 นิ้วติดรถขายต่อในราคาถูกๆ ก็ไปสอยมาใส่ เพียงเท่านั้นรถคุณก็ดูเก๋เท่ารุ่น HEV Premium และยังมีสีภายนอกตัวถังที่มีให้เลือกเท่ากันด้วย

อุปกรณ์ติดรถในรุ่น Sport Plus ไม่ฟู่ฟ่า แต่ไม่ถึงกับน่าเกลียด ในด้านความปลอดภัย แม้แต่รถรุ่นถูกสุด ก็ยังได้ระบบแจ้งเตือนเวลาถอยหลังออกจากช่องจอดแล้วมีรถวิ่งจะตัด มีระบบแจ้งเตือนจุดบอดในกระจกมองข้าง ถุงลม 7 ใบ ภายในรถ ก็ได้เบาะหนังสีดำ ตกแต่งภายในสีดำ ได้จอกลาง 10.1 นิ้วที่เหมือนรุ่นอื่น มีกล้องถอยหลัง เซนเซอร์รอบคัน ได้หน้าปัดที่ดูสมราคารถมากขึ้น มีเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เบรกมือแบบส้นเท้าเหยียบก็ถูกถอดออก แทนที่ด้วยเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold แล้ว เรียกได้ว่า ถ้าคุณเคยมีชีวิตอยู่กับ Hilux Revo พวกรุ่นย่อยที่ราคาเกินล้าน ออปชันของเจ้านี่มีให้มากกว่าอีก แต่อย่าไปมองว่าพวกรุ่นไฮบริดมีอะไรบ้าง อย่าไปมอง Yaris Cross ตัวท็อปว่ามีอะไรบ้าง เพราะต่อให้พวกนั้นของเล่นเยอะ แต่ถ้าคุณไม่ชอบรถถ่าน ..คุณไม่มีทางเลือกครับ

ต่อมา รุ่นย่อยที่ได้ของเพิ่มจนน่าเล่นขึ้นมากเมื่อเทียบกับราคา คือรุ่น HEV Premium ซึ่งในการเล่น Corolla Cross สักรุ่นนั้น คนที่ใช้รุ่นไฮบริดน่าจะทราบแล้วว่าขุมพลังใน Corolla Cross HEV ทั้งหลายนั้น เป็นไฮบริดแบบเน้นใช้งาน ไม่ได้มีพลังอะไรมาก กดคันเร่งเต็มมิดแม่ยายยังนั่งถักนิตติ้งอยู่เบาะหลังได้ไม่หัวใจวาย แต่สิ่งที่คุณได้ตอบแทนมาจากการเล่นไฮบริดคืออัตราการสิ้นเปลืองในเมือง ซึ่ง 20-21 กิโลเมตรต่อลิตรก็ทำได้ มีเจ้าของรุ่นเก่าทำได้หลายคน สำหรับคนที่รู้ตัวว่าวิ่งไกลหรือแม้ไม่ไกล แต่ใช้รถเยอะแล้วอยากประหยัดค่าเชื้อเพลิง ก็ต้องเป็นรุ่นไฮบริด และรุ่น HEV Premium ราคา 1,094,000 บาทนั้น ก็เหมาะมาก หากคุณมองว่า “อยากเน้นประหยัด และมีเซฟตี้เพียงพอ แต่ขอไม่เอาหลังคากระจกนะ เพราะมันร้อน แล้วเวลาขับก็มองแต่ถนน ไม่ได้มองหน้าอกนกพิราบที่บินอยู่ข้างบนนั่น” ถ้าคิดแบบนี้ HEV Premium เหมาะเลยครับ

เพราะอะไร? อย่างแรกคือ ภายนอก คุณต่างจากรุ่น Premium Luxury ที่แพงกว่ากัน 110,000 บาท แค่รูเซนเซอร์ที่กันชนหน้า 2 จุด หลังคาพานอรามิก และราวหลังคาครับ กระจังหน้า ไฟต่างๆ และล้อ เหมือนกันเด๊ะ ภายในก็ต่างกันที่หน้าปัดเป็นสไตล์เหมือนตัวท็อปของ Corolla Cross โฉม 2020 ไม่ใช่แบบจอสีเต็มพื้นที่แบบรุ่น Luxury แล้วก็ต่างกันที่ระบบ Wireless Charger กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ กับกล้องรอบคัน แต่นอกเหนือจากนี้ไปแทบจะเหมือนกันหมด ได้เบาะไฟฟ้าฝั่งคนขับ แอร์ออโต้ Dual Zone ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด ในด้านความปลอดภัย ก็มีระบบ Toyota Safety Sense เหมือนกัน ต่างกันแค่เวลาถอยหลัง รุ่น Premium มีแค่ระบบเตือนรถวิ่งตัดด้านหลัง แต่รุ่น Premium Luxury จะสามารถเบรกให้คุณได้ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณไม่ได้บ้าหลังคากระจก และโอเคกับอุปกรณ์ที่หายไปบ้างตามนี้ คุณสามารถเซฟเงินแสนได้ตั้งแต่วันซื้อ และในการขับปกติ คุณจะไม่รู้สึกว่ารถสองรุ่นนี้มีอะไรต่างกันมากนัก

แต่แน่นอนครับว่าคนเราย่อมมีความอยากในใจ เป็นไปตามกำลังเงิน หากคุณไม่ได้ต้องการเซฟเงินมากขนาดนั้น ก็ให้ลองคำนวณดีๆ ว่า ความต่างในยอดผ่อนชำระของรุ่น Premium Luxury นั้น กินเงินคุณมากกว่าเดิมสักกี่บาท แล้วคุณก็อาจจะจบตรงที่ว่า เล่นรุ่นท็อปไปเลยครบจบสุด วิธีคิดว่าจะเลือกรุ่นไหนดี ก็แค่ดูรายการอุปกรณ์ที่ผมร่ายไปว่า แต่ละอย่างนั้น คุณสนใจมากน้อยเพียงไร ผมแนะนำว่า หากไม่ได้สนใจเรื่องหลังคาแก้ว ไม่ได้ชอบเรื่องกล้องรอบคัน และเป็นคนที่เวลาขับรถมีหน้าปัดไว้มองความเร็วไม่ให้โดนใบสั่งพอ แบบนั้นคุณก็น่าจะเอาแค่รุ่น Premium พอ ถูกไหมครับ

ส่วนรุ่น HEV GR Sport นั้น ไม่น่าจะใช่รุ่นที่คนส่วนใหญ่เลือก เพราะราคาบวกจากรุ่น Premium Luxury มาอีก 50,000 บาท แต่อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นว่า ถ้าสีแดงคือสิ่งที่คุณอยากได้ ก็ต้องมาจบกับรุ่นนี้เท่านั้นเลย และหากไม่ใช่เรื่องสีสันที่คุณอยากได้ ก็ต้องเป็นเพราะคุณชอบกระจังหน้าที่ยกมาจากรุ่นเดิมของ GR Sport และไฟท้ายที่ไม่ได้เปลี่ยนเหมือนรุ่นอื่นๆ นั้น นอกจากเหตุผลนี้ไปแล้ว สิ่งที่เหลือต่างให้เป็นจุดเด่นจริงจัง จะมีเพียงแค่ช่วงล่าง โช้คอัพ สปริง เหล็กกันโคลง และการเซตการตอบสนองของพวงมาลัย ที่รุ่น GR จะทำมาเอาใจคนชอบขับรถเร็ว ผมเคยลองมาแล้ว ดีจริง เกาะถนนเกาะโค้งดีชะมัด แถมยังไม่ได้กระด้างไปกว่ารุ่นธรรมดาเสียด้วย ดังนั้นถ้าคุณเป็นตีนผีมาเกิด หรือเป็นคนที่เวลาขับรถทางไกลชอบแอบตำรวจวิ่ง 140-160 เล่นประจำ เชื่อผมครับ 50,000 บาทตรงนี้ คุณจะได้ใช้คุ้มแน่นอน แต่ถ้าคุณไม่ขับเร็ว และไม่ได้ชอบหน้าตาที่แตกต่างของ GR Sport คุณก็ไม่จำเป็นต้องเล่นรุ่นย่อยนี้ ส่วนคนที่ขับเร็วแต่ไม่ได้ชอบหน้าตาแล้วถามว่า เอารุ่นธรรมดาไปใส่โช้คซิ่งเองดีกว่าไหม? ก็ทำได้ครับ แต่อย่าลืมค้นคว้าราคาโช้คแต่งดีๆ ดูก่อน และหาโอกาสลองขับรถที่ใส่โช้คอัพรุ่นนั้นถ้าทำได้..ถ้าไม่ได้ มันคือการวัดดวงครับ คุณอาจจะเซฟเงินได้ 20,000-40,000 บาท

การเลือกรถนั้น ถ้าเงินไม่จำกัดทุกคนย่อมอยากได้รุ่นที่ของหรูของเล่น มาให้เห็นแบบฉ่ำตา แต่สำหรับคนที่ใช้เงินแบบต้องคิดหลายตลบก่อนจ่าย หากคำแนะนำหลายย่อหน้าของผมไม่ช่วยเลย คุณอาจต้องคิดต่อยอดเองว่า 1) การจะขยับเล่นรุ่นแพงๆ นั้น คุณเหนื่อยเรื่องการหาเงินมาโปะส่วนต่างต่อเดือนมากแค่ไหน เรื่องนี้คนขายสามารถช่วยคำนวณให้คุณได้ครับ บางคนอยากเล่นรุ่นย่อยแพงๆ แต่อำนาจผ่อนต่อเดือนมีน้อย ก็อาจจะปรับเพิ่มจำนวนงวดผ่อนเพิ่ม 12 เดือนเพื่อคุมให้ยอดชำระต่อเดือนไม่หนักหนาเกินไปสำหรับคุณ และ 2) ของเล่นที่ได้มาเพิ่ม เวลาซ่อม ชีวิตลำบากแค่ไหน นี่พี่ไม่ได้แช่ง แต่แค่สมมติว่าเราไปถอยเข้าช่องหลังคาเตี้ยในห้างเก่าๆ บางแห่ง แล้วท่อเหล็กท่อน้ำมากระแทกหลังคาแก้วร้าว นึกออกใช่ไหมว่าค่าซ่อมย่อมไม่ถูกเท่าหลังคาเหล็กธรรมดาๆ นี่ไม่ได้ห้ามเล่นของสูง แต่ให้คิดด้วยว่า เราเอาความเสี่ยงมาแบก เพื่อสิ่งที่เราแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าได้ใช้ประโยชน์เยอะ หรือต้องการมากจริงๆ ก็อย่าปฏิเสธใจตนเอง

ถ้าหากคิดได้แล้วว่าจะเลือก Corolla Cross รุ่นไหน ก็ขอให้คุณมีความสุขกับทางเลือกของตนเอง รถกับแฟนเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือเลือกแล้ว ต้องอยู่กับมัน เสียงวิจารณ์ใดๆ ก็ให้มองเป็นนกการ้องคาราโอเกะไปเสีย อย่าไปถือโทษโกรธเคืองหรือนำไปคิดในการที่จะไม่ดีต่อตนเอง เพราะคนที่วิจารณ์ไม่ใช่คนจ่ายค่างวดผ่อนต่อเดือน คิดตามหลักความเป็นจริง แล้วจะเลือกรถได้ลงตัวกับชีวิตครับ.


Pan Paitoonpong