Bemmer คือคนที่ชอบรถ BMW โดยเฉพาะการทำตัวเป็นแฟน BMW ขนานแท้ และบูชาลัทธิ M Power ในรถตระกูล M ที่ส่งตรงออกมาจาก BMW M GmbH การถือกำเนิดของ BMW M3 E30 ในปี 1986 กลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญของคนที่รักการขับ M3 คันแรก เป็นรถคูเป้ประสิทธิภาพสูง ผลิตออกมาขายให้กับคนรักความแรง และเพื่อเป็นการทำตามกฎโฮโมโลเกชันของการแข่งรายการ Deutsche Tourenwagen Meisterschaft (DTM) กับรายการ Group A Touring โดยกติกาของการแข่งขันในรายการดังกล่าว บริษัทผู้ผลิตต้องส่งรถแบบเดียวลงสู่ตลาดให้ได้อย่างน้อย 5,000 คันเสียก่อน เพราะนอกจากความรู้สึกของการได้ครอบครองรถแข่งจากสนามที่มาอยู่ในชีวิตจริง วิ่งบนถนนจริงแล้ว M Car คันแรกของแบรนด์ตราใบพัด ยังเป็นรถสปอร์ตคูเป้หน้าตาเรียบๆ ที่มี 4 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสองประตู สี่ที่นั่งที่พาครอบครัวเล็กๆ เดินทางท่องเที่ยว แต่มีขุมพลังที่รุนแรงเมื่อเทียบกับรถทั่วไปในยุค 80' 35 ปีผ่านไป ปัจจุบัน ในปี 2021 ก็มีรถ M ดีๆ ออกมาขาย นั่นก็คือ BMW M4 Competition ทายาทรุ่นที่ 5 มาพร้อมกับไดนามิกส์สไตล์ M Car พร้อมระบบขับเคลื่อนที่มีความก้าวล้ำ มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ M XDrive
...
...
...
รูปลักษณ์ของ M4 ตั้งแต่ในช่วงที่ยังเป็นแค่รถต้นแบบแนวคิดโดน
วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการออกแบบกระจังหน้าไตคู่ขนาดเขื่องในแนวตั้ง รูปทรงของกระจังที่เคยใช้ในรถ BMW รุ่น 2000CS และอีกหลายๆ รุ่นถูกนำมาดัดแปลงและออกแบบรายละเอียดใหม่ อย่างเช่นซี่กระจังแนวนอนและการไม่มีกรอบล้อมรอบ และเมื่อ M4 ตัวจริงถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ค่อยๆ เบาลง เมื่อได้เห็นตัวจริงกับกระจังหน้าแบบใหม่ ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่จะพบเจอได้ในเฉพาะ BMW M3 และ BMW M4 เท่านั้น มันอาจจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับสายตาหน่อยในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระจังหน้าแบบใหม่ดูลงตัวและเข้ากับทรงแบบคูเป้ที่ดุดันของ New M4 นอกจากนี้ สิ่งที่แตกต่างจาก BMW 4 Series รุ่นปกติ ก็คือ ระบบส่องสว่างแบบบใหม่ที่ใช้ไฟหน้า Laser light เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (เหมือนกับไฟของ BMW M340i แต่ใช้ไฟหน้าคนละทรงกัน) ช่องรีดอากาศไปเป่าซุ้มล้อ (Air Curtain) ที่ปลายกันชนด้านซ้ายขวามีแผ่นจัดเรียงกระแสลมรวมเข้าไปเป็นส่วนเดียว เพื่อพัฒนาแอโรไดนามิกส์ให้ดีขึ้นในย่านความเร็วสูง ซุ้มล้อขยายขนาดเพื่อโชว์มัดกล้าม โป่งปกคลุมล้อที่ขนาดใหญ่ หลังคาวัสดุน้ำหนักเบา CFRP พร้อมครีบสองฝั่งตามแนวยาวของรถ สปอยเลอร์หลังท้ายและแผงดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างกันชน ปลายท่อไอเสียสีดำโครเมียมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อละ 100 มม. จำนวน 4 ท่อ แผ่น Flap ปรับระดับเสียงของท่อไอเสียที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าอยู่ด้านใน แนวคิดก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่ BMW M ทำ M3 E30 ในยุค 80s มากนัก เพียงแต่ทุกอย่าง ถูกยกระดับขึ้นตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทุกรายละเอียดถูกปรับแต่งเพื่อการทำความเร็วและความสะดวกสบาย
...
ซับเฟรมด้านหน้ามีค้ำอลูมิเนียมติดตั้งเพื่อความแข็งแรง ชุดค้ำตัวถังแบบตัว X ใต้พื้นห้องโดยสาร และซับเฟรมหลังที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับจุดยึดเข้ากับตัวถังสำหรับ BMW M4 โดยเฉพาะ จุดที่ BMW M4 ใหม่ มีการพัฒนาด้านโครงสร้างตัวรถอย่างมาก เป็นผลมาจากการที่ BMW M GmbH ตัดสินใจพัฒนา BMW M4 เวอร์ชันถนน ควบคู่กับตัวแข่ง BMW M4 GT3 ซึ่งเป็นทางเดินเดียวกันกับตอนที่พวกเขาพัฒนา BMW M8 ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นรถตัวแรงเวอร์ชันถนน ที่มีแชสซีแข็งแกร่ง พร้อมรับช่วงล่างและชุดเบรกที่จะสามารถรีดสมรรถนะของมันออกมาได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ซึ่งวิศวกรบอกว่ามันทำให้รถมีอาการเป็นกลางอยู่ตลอดเวลาแม้ในตอนที่กำลังขับจนถึงขีดจำกัด
การจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องได้รับความช่วยเหลือจากช่วงล่าง Adaptive M Suspension ที่ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ BMW M4 Competition ช่วงล่าง สามารถปรับความแข็งได้ตามโหมดการขับที่เลือกเอาไว้จากปุ่ม Driving Experience Control ระบบรองรับของมัน จับคู่กับพวงมาลัยไฟฟ้า M Servotronic สามารถปรับอัตราทดแปรผันไปตามสถานการณ์ได้ เพื่อแฮนด์ลิงการขับที่ดุดันและเฉียบคม จากนั้นก็มีเบรก M Compound เพื่อหยุดม้ากล้ามโตฝูงใหญ่ คาลิปเปอร์ M สีน้ำเงินแบบหกสูบด้านหน้าและหนึ่งสูบด้านหลัง จานเบรกหน้าขนาด 380 มิลลิเมตร จานหลัง 370 มิลลิเมตร น้ำหนักแป้นเบรกยังมีลูกเล่นมาให้ปรับได้ตามสถานการณ์และสไตล์การขับที่แต่ละคนชื่นชอบได้ 2 โหมด คือ COMFORT ที่ตอบสนองของเบรกแบบค่อยเป็นค่อยไป และ SPORT ที่ตอบสนองรวดเร็ว รวมถึงสิ่งที่ครอบเบรกเหล่านั้นไว้อย่างล้ออัลลอยน้ำหนักเบา M forged ขนาดด้านหน้า 19 นิ้ว และหลัง 20 นิ้ว แบบสลับสี เพื่อการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะออกตัวบนทางตรง หรือพุ่งเข้าหาโค้ง
รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามดุดัน แต่ใต้เปลือกตัวถังนั้น มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า วิศวกรติดตั้งชุดค้ำและดามตัวถังตั้งแต่บนลงล่างและหน้าจรดท้ายเพื่อเพิ่มความแกร่งของตัวถัง ให้ทนต่อแรงบิดทั้งแนวยาวและแนวเฉียง สอดรับกับแรงม้า 510 ตัว ซึ่งมากกว่ารุ่นปกติอยู่เกือบเท่าตัว เบ้าโช้คอัพหน้า มีค้ำเชื่อมระหว่างเบ้าทั้งสองฝั่ง และยังมีอีกสองชุดเพื่อยึดมันเข้ากับคานหน้ารถและแผงไฟร์วอลล์ ค้ำห้องเครื่องกับซับเฟรมหน้าในแนวดิ่ง ส่วนซับเฟรมด้านหน้ามีค้ำอลูมิเนียมติดตั้งเพื่อความแข็งแรง ชุดค้ำตัวถังแบบตัว X ใต้พื้นห้องโดยสาร และซับเฟรมหลังที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับจุดยึดเข้ากับตัวถังสำหรับ BMW M4 โดยเฉพาะ ส่วนหนึ่งที่ BMW M4 ใหม่นี้มีการพัฒนาด้านโครงสร้างตัวรถอย่างมากมาย เป็นผลมาจากการที่ BMW M GmbH ตัดสินใจพัฒนา BMW M4 เวอร์ชันถนนไปควบคู่กับตัวแข่ง BMW M4 GT3 ซึ่งเป็นทางเดินเดียวกันกับตอนที่พวกเขาพัฒนา BMW M8 ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นรถตัวแรงเวอร์ชันถนนที่มีตัวถังแข็งแกร่งพร้อมรับช่วงล่างและชุดเบรกที่จะสามารถรีดสมรรถนะของมันออกมาได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ซึ่งวิศวกรบอกว่ามันทำให้รถมีอาการเป็นกลางอยู่ตลอดเวลาแม้ในตอนที่กำลังขับจนถึงขีดจำกัด
BMW M4 Competition ใช้เครื่องยนต์ S58 แบบหกสูบเรียง เบนซิน เทอร์โบคู่ พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo ที่ผลิตแรงม้าออกมาได้สูงถึง 510 ตัว กับแรงบิด 650 นิวตันเมตร ที่มีบุคลิกเด่นด้วยการที่มันชื่นชอบตวัดไปที่รอบสูง ระบบโดยรอบได้รับการปรับปรุงมาไม่น้อยเช่นเดียวกัน ทั้งระบบระบายความร้อนที่มีหม้อน้ำย่อยอีก 2 ชุดแยกออกมาจากหม้อน้ำหลัก ซ่อนอยู่ในซุ้มล้อหน้าด้านละฝั่ง เพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นแม้กำลังถูกหวดอย่างหนักรอบแล้วรอบเล่าในสนามแข่ง และในรุ่น Competition จะมีออยล์คูลเลอร์เครื่องยนต์และออยล์คูลเลอร์เกียร์แยกออกมาต่างหากอีกด้วย อ่างน้ำมันเครื่องออกแบบใหม่ให้มีห้องสำรองเล็กๆ ไว้เก็บน้ำมันเครื่องในเวลาที่เครื่องยนต์ต้องการน้ำมันหล่อลื่นมากเป็นพิเศษ โดยปั๊มน้ำมันเครื่องที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะถูกสั่งให้ปั๊มน้ำมันจากห้องสำรองนี้ในตอนที่รถถูกเร่งไปข้างหน้าหรือเข้าโค้งอย่างรุนแรง และอาจทำให้น้ำมันเครื่องในอ่างไหลเทรวมกันไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้เครื่องขาดน้ำมันหล่อลื่นไปชั่วขณะ ซึ่งนั่นก็จะทำให้ BMW M4 Competition มีชีวิตอยู่กับเจ้าของที่ชื่นชอบการพารถไปจิบกาแฟและลงแทร็กเดย์ได้ยาวนานขึ้น โดยที่เครื่องยนต์ไม่โบกมือลาไปเสียก่อน
เครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะพร้อมฟังก์ชัน Drivelogic ที่เลือกความดุดันในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ได้ 3 ระดับ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายใน 3.9 วินาที และ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 12.5 วินาที (BMW M4 รุ่นปกติทำได้ 4.2 และ 13.7 วินาที ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดการขับที่เป็นฟีเจอร์เฉพาะสำหรับ BMW M อย่าง M Dynamic Mode (MDM) ที่ยอมปล่อยให้ล้อหลังหมุนฟรีในระดับที่จำกัด M Traction Control เลือกระดับการตอบสนอง ด้วยความว่องไวของระบบป้องกันล้อหมุนฟรีได้ถึง 10 ระดับ ซึ่งมีเป็นมาตรฐานสำหรับรุ่น Competition เท่านั้น และ M Mode ไว้คอยปรับระบบช่วยเหลือการขับต่างๆ ให้ลดบทบาทการเข้ามาควบคุมลงและปรับการแสดงผลหน้าจอต่างๆ ในรถตามโหมด ROAD, SPORT หรือ TRACK ที่เลือกเอาไว้ ระบบต่างๆ สามารถเซตค่าที่ชื่นชอบแล้วบันทึกไว้ในปุ่ม M1 และ M2 สีแดงบนพวงมาลัย เพื่อที่จะสามารถเรียกการตั้งค่านั้นขึ้นมาใช้งานอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไล่ปรับทีละจุดให้เสียอรรถ และเมื่อพูดถึงอรรถรสวิศวกรก็จัดหา M Drive Professional Drift Analyzer ติดตั้งมาให้รถประเมินคะแนนการดริฟต์ของคุณด้วยซะเลย เหมือนกับมีเพื่อนคู่ใจที่คอยเชียร์ให้คุณฮึกเหิมขึ้นตอนดริฟต์สวย แต่ก็ตรงไปตรงมาพอจะบอกว่าดริฟต์ห่วยๆ แบบนี้เลิกเสียเถอะ มันยังมาพร้อม M Laptimer เพื่อการจับเวลาต่อรอบด้วย
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งพิเศษตามแบบฉบับ BMW M ซึ่งคงไม่ต้องพูดกันให้มากความสำหรับแฟน M มาแต่อ้อนแต่ออก จุดเด่นอยู่ที่มาตรวัดแบบ BMW LiveCockpit Professional ที่มีกราฟิกสำหรับ M โดยเฉพาะ ระบบการแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า Head-up display เบาะนั่ง M carbon ทรงบักเก็ตซีทหุ้มด้วยหนัง Merino ผิวละเอียด พร้อมโลโก้ M4 บนพนักพิงศีรษะเรืองแสง เข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M เครื่องเสียง Harman Kardon แป้นแพดเดิลชิฟท์คาร์บอนด้านหลังพวงมาลัย ปุ่มการเลือกโหมดการขับแบบเฉพาะ BMW M เท่านั้น และโลโก้ M4 อีกเต็มคันเพื่อให้รู้ว่ารถคันนี้มี DNA ของตัวอักษรที่ทรงพลังที่สุดในโลกอยู่เต็มเปี่ยม
35 ปีผ่านไป BMW M ยังเปิดโอกาสให้คนที่รักความเร็วได้สัมผัสรถที่มีจิตและวิญญาณสำหรับนักขับอยู่อย่างเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น M2 M3 M4 M5 M760IL M8 รวมถึงรถ M ในกลุ่มเอสยูวี อย่าง X3M X4M X5M X6M รวมถึง X7M50d ถือเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ของรถสปอร์ตหลากหลายรูปแบบพร้อมเครื่องยนต์และชุดส่งกำลังสมรรถนะสูง ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในรถ M Electric ที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้.
ข้อมูลจาก https://www.bmw.co.th/th
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/