ข่าว
100 year

ส่องจุดสลบ ทำไมคุณพี่ไปจบที่ฟอร์จูนเนอร์?

ไทยรัฐออนไลน์14 ก.พ. 2563 10:00 น.
SHARE

จากความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นทุกปีของรถยนต์อเนกประสงค์ประเภทเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) ทำให้บริษัทรถเกือบจะทุกแบรนด์ต้องหันมาผลิตรถยนต์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด แนวโน้มความนิยมรถยนต์เอสยูวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก อ้างอิงตัวเลขล่าสุดจากบริษัทสำรวจและวิจัย JATO ในอังกฤษ พบว่ายอดจำหน่ายรถเอสยูวีรวมทุกทวีปทั่วโลกมีจำนวนสูงถึง 29.77 ล้านคัน คิดเป็น 36.4% ของยอดขายรถยนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ตัวเลขการจดทะเบียนรถเอสยูวีในยุโรปช่วงปี 2019 พุ่งสูงถึง 40% ยานยนต์อเนกประสงค์ 5-7 ที่นั่งยังเติบโตสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สร้างกำไรมหาศาลให้กับบางบริษัทที่ผลิตรถยนต์เอสยูวีและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ขณะที่ยอดขายรถอเนกประสงค์ในประเทศไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากปี ค.ศ.2010–2019 เติบโตพุ่งทะยานถึง 130.70% ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดเอสยูวีนั้นกำลังร้อนแรงและสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ในปัจจุบัน

ในประเทศไทย การเลือกซื้อรถอเนกประสงค์ได้รับความนิยมมานานเกือบ 20 ปีแล้วแล้วจากความนิยมที่มากกว่ารถยนต์ทั่วไปตามข้อมูลการวิจัยทางการตลาดล่าสุด คนใช้รถยนต์ในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยมองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ตอบโจทย์ได้เหนือกว่ารถเก๋ง ตั้งแต่ความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร เครื่องยนต์ดีเซลมีแรงบิดดีและประหยัดน้ำมัน สัดส่วนความสูงที่ลุยน้ำลุยทางวิบากได้ดี เป็นจุดเด่นที่มาพร้อมกับราคาที่ไม่ถูก

ทำไมถึงชอบรถเอสยูวี

พื้นที่ใช้สอย ขนของได้เพียบ!
รถเอสยูวี ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากความอเนกประสงค์ในการใช้งาน มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง ทำให้เกิดข้อได้เปรียบมากกว่ารถเก๋งซีดานหลายด้าน เช่น ความสะดวกสบายจากตัวรถที่มีขนาดใหญ่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ความสูงที่มากกว่ารถเก๋งทำให้ทัศนวิสัยมุมมองรอบตัวรถดีกว่า รถเอสยูวีตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะขับไปทำงานในเมือง หรือพาครอบครัวออกไปเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด รถยนต์อเนกประสงค์เหล่านี้ยังไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้รอบด้าน ความสูงที่มากกว่ารถเก๋งทำให้สามารถลุยน้ำท่วมขังเอาตัวรอดได้ในวันที่ฝนตกหนัก รถเอสยูวียังมีพื้นที่เก็บสัมภาระมากกว่ารถเก๋ง สามารถบรรทุกอุปกรณ์กีฬาและสัมภาระได้สะดวกมากกว่า 

รถอเนกประสงค์ออฟโรด หรือรถกระบะดัดแปลง PPV-SUV จุผู้โดยสารได้มากจากพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไปหรือรถเก๋ง 4 ประตูไซส์เล็กรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 4-5 คน กับพื้นที่เก็บสัมภาระไม่มากนัก กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการพาครอบครัวใหญ่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ด้วยกัน แต่หากเป็นรถอเนกประสงค์แบบเบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง นอกจากจะขนสมาชิกในบ้านได้ถึง 6 คนแล้ว หากเดินทางแค่ 3-4 คนก็ยังสามารถพับเบาะแถวหลังเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับสัมภาระได้อีกด้วย

ใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ
ขนาดตัวถังที่มีขนาดใหญ่และกว้างของรถเอสยูวี โดยเฉพาะรถยนต์อเนกประสงค์บางรรุ่นที่บรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่ารถซีดาน ด้วยเบาะโดยสารแบบ 5-7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการนำคนในครอบครัวเดินทางไปพร้อมกัน รถเอสยูวียังออกแบบเบาะแถวที่สองและสามให้สามารถพับเบาะเพื่อบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา จักรยาน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเคลื่อนที่ระหว่างทริปก็ยังได้

ลุยแหลกแจกสะบัด 
ระยะความสูงจากพื้นและระบบกันสะเทือนของรถเอสยูวี รวมไปถึงระบบส่งกำลังที่ถูกออกแบบมารองรับสภาพทางที่สมบุกสมบันกว่า จึงรองรับทุกการขับและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีกว่ารถซีดานในทุกสภาพ ไม่ว่าจะถนนที่ไม่เรียบในตัวเมือง ถนนลูกรังในต่างจังหวัด หรือแม้แต่การขับข้ามประเทศ รถอเนกประสงค์ยกสูงขับเคลื่อนสี่ล้อสามารถขับแบบออฟโรดได้อย่างสมบุกสมบัน ต้องยอมรับว่า เจ้าของรถอเนกประสงค์ส่วนใหญ่ไม่เคยขับรถไปในเส้นทางการขับขี่แบบออฟโรด อย่างไรก็ตาม ด้วยรถยกสูงที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะมีความแข็งแกร่งทนทาน สามารถขับเดินทางไปได้ทุกที่ ไม่เหมือนการใช้รถเก๋งเล็กที่มีระยะห่างระหว่างถนนกับใต้ท้องรถไม่มาก และไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมยางออฟโรดสำหรับขับลุยทางวิบาก รถอเนกประสงค์ PPV-SUV ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจึงมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่แบบเขตร้อนของประเทศไทย โดยเฉพาะการขับใช้งานในฤดูฝน

เครื่องดีเซล อึดถึกทนและประหยัดน้ำมัน
เครื่องยนต์ของรถเอสยูวียุคใหม่ มีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ส่วนใหญ่รถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมและมีจำหน่ายในประเทศมักเป็นรถกระบะดัดแปลง PPV SUV ที่ใช้ขุมกำลังแบบเดียวกับรถปิกอัพภายในค่าย นั่นก็คือเครื่องยนต์ดีเซลที่มีให้เลือกตั้งแต่ 1.9 ลิตร ไปจนถึง 2.8 ลิตร เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบยุคใหม่ของรถ PPV SUV ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพทั้งแรงม้าและแรงบิดที่พอเพียงต่อการใช้งาน เครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่มีขนาดเล็กลงแต่มีกำลังมากกว่าเครื่องรุ่นเก่า กินเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็นและปล่อยมลพิษน้อยกว่าเครื่องดีเซลในอดีต 

รถอเนกประสงค์เครื่องยนต์ดีเซลมีอัตราสิ้นเปลืองต่ำ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์กำลังคิดค้นวิธีต่างๆ ที่จะทำให้รถอเนกประสงค์เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น เช่น การนำเอาหลักการด้านอากาศพลศาสตร์มาใช้ในการออกแบบและนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเรื่องการประหยัดน้ำมัน ปรับขนาดของเครื่องยนต์ให้มีขนาดที่เล็กลงและเบาขึ้นแต่ยังมีแรงบิดหรือแรงฉุดลากเพียงพอต่อการใช้งาน มีการใช้วัสดุโครงสร้างชั้นสูงเพื่อช่วยลดน้ำหนักของรถให้เบาลง ทั้งหมดนี้สามารถช่วยเรื่องการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น แต่ความประหยัดน้ำมันของรถเอสยูวีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในการขับใช้งาน เช่น น้ำหนักบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระและความเร็วในการขับขี่ไปจนถึงการต้านกระแสลมและการเปลี่ยนระดับของพื้นถนน รถอเนกประสงค์ PPV-SUV ส่วนใหญ่เติมเชื้อเพลิงหนึ่งถังจะวิ่งได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร บางรุ่นเติมเชื้อเพลิงดีเซลเต็มถังลากยาวเกือบ 1,000 กิโลเมตร ราคาเชื้อเพลิงดีเซลที่ต่ำกว่าเบนซิน รวมถึงความทนทานไม่จุกจิกกวนใจใช้กันยาวๆของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรลไดเรคอินเจคชั่น ทำให้รถเอสยูวีที่ใช้เครื่องดีเซลกลายเป็นทางเลือกที่เหนือกว่ารถเก๋งเครื่องเบนซิน

รถอเนกประสงค์ยุคใหม่ออกแบบได้สวยงามน่าใช้ โดยเฉพาะขาลุยที่ชอบรถยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อคันโต ถึงแม้ว่าบางคนจะซื้อรถอเนกประสงค์เอสยูวีเพราะต้องการรถที่มีขนาดใหญ่หรือไว้ขับขี่แบบออฟโรด แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่ใช้งานในเมืองเป็นหลักมักจะซื้อรถอเนกประสงค์จากความนิยมในขณะนี้ จากเหตุผลนานับประการที่ทำให้การใช้งานเหนือกว่ารถเก๋งขนาดเล็ก แม้เอสยูวีที่เป็นรถกระบะดัดแปลงจะมีราคาสูงเฉียด 2 ล้านบาทก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ยอมกัดฟันซื้อเพื่อการใช้งานที่ครบมากกว่า จากยอดการขายรถอเนกประสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยคาดว่ารถเอสยูวีจะยังคงเติบโตต่อไปเรื่อยๆ

การเลือกใช้รถอเนกประสงค์ ยังเป็นการเลือกที่สมเหตุสมผลด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวไปแล้วการเลือกรถอเนกประสงค์ยังเป็นการใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ เพราะสไตล์ของรถเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ ส่วนจะเลือกเอสยูวีรุ่นไหนยี่ห้อใดราคาเท่าไหร่ลองมาดูกันครับ

TOYOTA FORTUNER 2.8 TRD SPORTIVO 1,769,000 บาท
Toyota New Fortuner รุ่น 2.8V 4WA AT วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ รหัส 1GD FTV ปริมาตรความจุ 2.8 ลิตร หรือ 2,755 ซีซี กำลัง 130 กิโลวัตต์ หรือ 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร มาในย่าน 1,600-2,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใน Fortuner รุ่นท็อปสุดใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift หลังวางพวงมาลัย ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่วิศวกรของ Toyota เรียกว่า Sigma 4 ประกอบด้วยระบบช่วยขับเคลื่อนยามต้องลุยฝ่าสภาพเส้นทางแบบออฟโรด Sigma 4 ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในขณะขับเคลื่อนทั้งบนทางเรียบและทางที่มีความทุรกันดาร องค์ประกอบของ Sigma 4 มีรูปแบบของการขับเคลื่อน 3 รูปแบบคือ H2 H4 L4 ผสมผสานการทดกำลังของเกียร์และเฟืองขับสี่ผ่านการควบคุมด้วย ECU ของชุดขับเคลื่อน

เข้ามาดูงานตกแต่งภายในของ Fortuner รุ่นท็อปสุด จุดเด่นของมันอยู่ตรงเบาะผู้โดยสารแถวที่สองของ Fortuner รุ่น 2.8 TRD Sportivo สามารถปรับเอนเพื่อให้ความผ่อนคลายสำหรับการเดินทางไกล ตำแหน่งของเบาะแถวที่สองค่อนข้างสูงทำให้รู้สึกถึงความเตี้ยของหลังคา ความโปร่งโล่งจากการออกแบบทำให้ไม่สร้างความอึดอัดตลอดระยะเวลาที่นั่งโดยสารอยู่บนเบาะแถวท่ีสอง ตำแหน่งของช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังออกแบบใหม่โดยติดตั้งอยู่บนเพดานฝั่งและสองตำแหน่งครอบคลุมและช่วยกระจายความเย็นได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีตำแหน่งสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศมาให้สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเอาไว้ปรับความแรงของพัดลมและไอเย็นจากคอมเพรสเซอร์แอร์ ในจุดนี้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองร้อนของประเทศไทย ไอเย็นที่กระจายตัวอย่างรวดเร็วช่วยทำให้สบายเนื้อสบายตัวขณะนั่งโดยสาร

MITSUBISHI PAJERO SPORT 4WD GT-PREMIUM 1,599,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปรับโฉม ในส่วนของขุมกำลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเดิมที่มีสมรรถนะดีอยู่แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 4 วาล์วต่อสูบ ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผันกับอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิไอดีก่อนอัดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์ MIVEC VG Turbo Clean Diesel กำลัง 181 แรงม้า รหัส 4N15 แม้จะมีความจุแค่ 2,442 ซีซี แต่มีแรงบิดมาให้ใช้งานถึง 430 นิวตันเมตร ไม่เป็นรองรถอเนกประสงค์คู่แข่งที่วางเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร หรือ 3.0 ลิตร ซึ่งกินเชื้อเพลิงมากกว่า เครื่องยนต์ 4N15 มีอัตราส่วนกำลังอัด 15.5:1 ความกว้างกระบอกสูบ 86.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 105.1 มิลลิเมตร ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดไฟฟ้ากับระบบคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น อัตราเร่งตอบสนองดีและมีความต่อเนื่อง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II หรือระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อของ Pajero Sport GT-Premium มีโหมดการขับเคลื่อนถึง 4 รูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของเส้นทาง โหมด 4H หรือ 4WD High Range ออกแบบมาให้มีความเหมาะสมสำหรับใช้ในการขับขี่บนถนนปกติหรือเส้นทางออฟโรดที่มีความเปียกลื่นแบบนี้ เมื่อพบกับสายฝนและสภาพพื้นผิวถนนเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้าย ระบบส่งกำลังจะทำการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เมื่อขับบนสภาพพื้นผิวถนนที่เปียกชื้น ชุดขับเคลื่อนจะกระจายแรงไปยังล้อทั้ง 4 โดยเฉลี่ยแรงบิดให้เท่ากันทั้งล้อหน้าและล้อหลัง โดย Tosen (Torque Sensitive Type) จะคงประสิทธิภาพของการยึดเกาะเมื่อต้องผจญกับผิวถนนที่เปียกลื่น สวิตช์ในตำแหน่ง 4H 4WD High Range ในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ New Pajero Sport GT-Premium จะทำงานในแบบ Full Time All Wheel Control

ภายในห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งของ New Pajero Sport รุ่นสูงสุด ราคา 1,599,000 บาท ยัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบและมากเกินความต้องการจนใช้งานแทบจะไม่หมด เริ่มจากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่หรือมาตรวัดแบบ LCD ขนาด 8 นิ้วใหม่ที่ง่ายต่อการอ่าน มีการแสดงผลมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์และข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถ พร้อมกับแสดงสถานะของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ 3 แบบ รองรับเมนูภาษาไทย สามารถเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA (Smartphone-link Display Audio) ขนาด 8 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และแอปเปิลคาร์เพลย์ สั่งงานหน้าจอด้วยระบบสัมผัส และการสั่งงานด้วยเสียง กึ่งกลางเพดานของห้องโดยสารติดตั้งจอภาพพร้อมรีโมตคอนโทรล ขนาด 12.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI ห้องโดยสาร New Pajero Sport คล้ายรุ่นที่แล้วแต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยและความสะดวกสบาย พื้นที่บริเวณหัวเข่าและข้อศอกกว้างขึ้นติดตั้งวัสดุบุนุ่มบริเวณมือจับประตูและคอนโซลกลาง ช่องเก็บของเพิ่มที่บริเวณหน้าคันเกียร์ ช่องวางของที่ด้านล่างของคอนโซลกลาง พร้อมติดตั้งเพิ่มช่องจ่ายไฟและพอร์ท USB สำหรับชาร์จไฟ ฟีเจอร์ใหม่ใน New Pajero Sport เข้ามาเพิ่มความสบายในการใช้งาน เช่น ระบบเบรกมืออัตโนมัติ Auto Parking Brake (APB) และระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อจอดอยู่กับที่ Brake Auto Hold (BAH)

ISUZU MU-X THE ONXY 3.0DDi BLUEPOWER 1,421,000 บาท
Isuzu MU-X The Onxy รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ที่เพิ่งจะออกขายสดๆร้อนๆ มีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้งาน ด้วยชุดแต่งใหม่รอบคัน THE ABSOLUTE ONYX EDITION เบาะนั่ง Cool Max ช่วยลดการสะสมความร้อนได้ดีกว่าเบาะทั่วไป ชุดตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 DDi Blue Power ชุดแต่ง THE ABSOLUTE ONYX EDITION เช่น ชุดแต่งกันชนหน้า-หลัง กระจังหน้า ชุดแต่งประตูท้าย โคมไฟหน้า Projector Lens แบบ Bi-LED สีรมดำ Black Chrome Fender Lip Matte Black ไฟท้ายรมดำ LED กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ล้ออัลลอย Flash Black Design ขนาด 18 นิ้ว และ Roof Rail สไตล์สปอร์ต MU-X The Onxy วางเครื่องยนต์ดีเซล รหัส 4JJ1-TCX ปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร 2,999 ซีซี. ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง Commonrail Direct Injection ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน VGS Turbo พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ความกว้างกระบอกสูบ 95.4 มิลลิเมตร ช่วงชัก 104.9 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนล้อหลังแบบ 6 สปีด Rev Tronic

ห้องโดยสารของ MU-X The Onxy แบบสามแถว 7 ที่นั่ง ติดตั้งเบาะนั่ง Cool Max เทคโนโลยีใหม่ ผลิตจากวัสดุพิเศษลดการสะสมความร้อนได้ดีเมื่อเทียบกับเบาะทั่วไป ชุดตกแต่ง Piano Black บริเวณคอนโซลกลาง และคอนโซลเกียร์ ไฟ Ambient Light บริเวณแผงข้างประตู Built-in Navigator และ Digital TV Tuner เบาะนั่งแถวกลางออกแบบให้เบาะรองนั่งสั้นกว่าเบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้ารวมถึงการเข้า-ออก จากห้องโดยสารได้สะดวกมากขึ้น รูปแบบการพับเบาะเมื่อต้องการจะเข้าไปนั่งบนเบาะแถว 3 ต้องพับพนักพิงศีรษะด้วยเพื่อความสะดวกในการเข้าออกจาก เบาะแถวที่ 3 พับเก็บแบบราบลงกับพื้นได้ ช่วยเพิ่มพื้นห้องเก็บสัมภาระ ส่วนพื้นที่ห้องเก็บของด้านหลังมากพอสำหรับการขนสัมภาระเพื่อเดินทางไกล 

FORD EVEREST 2.0 BI-TURBO TITANIUM+ 4x4 10AT 1,799,000 บาท
รุ่นปรับโฉมของ Everest ตัวท็อป มีการเปลี่ยนขุมกำลังให้เล็กลง จากที่เคยใช้เครื่องยนต์ดีเซลความจุ 3.2 ลิตร หรือ 2.2 ลิตร จนมาถึงเวอร์ชั่นปรับโฉม Ford ทำการลดปริมาตรความจุเครื่องยนต์ของ Everest ลงมาให้เหลือแค่ 2.0 ลิตร เครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุลดลง เพื่อลดปริมาณการปล่อยมลพิษและลดการใช้เชื้อเพลิง ผลพลอยได้ก็คือเครื่องยนต์ดีเซลที่มีน้ำหนักเบา มีแรงบิดมากกว่าเดิมและรับประทานเชื้อเพลิงน้อยลง! Everest รุ่นสูงสุด 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x4 10AT วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2 ลิตร 1,996 ซีซี. อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ (Bi-Turbo) มีกำลัง 213 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร เหนือชั้นกว่าเครื่อง 3.2 ลิตร เทอร์โบเดี่ยวที่ทั้งหนักและกินน้ำมัน เป็นอีกจุดที่ทำให้สมรรถนะของ Everest รุ่นสูงสุดมีความโดดเด่นมากที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ของ PPV ค่ายคู่แข่ง ระบบเกียร์ (Transmission) อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา (10-Speed Automatic Transmission with SelectShift) ระบบขับเคลื่อน (Drivetrain) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบ Terrain Management (Full Time 4x4 with Terrain Management System) เป็นระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า Everest รุ่นเก่า ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 3.2 และ 2.2 ลิตร 

ห้องโดยสารของ Everest 2.0 Titanium Plus Bi-Turbo 4x4 10A/T เนื่องจากเป็นรุ่นแพงสุด Ford จึงพยายามปรับความหรูหรา เพื่อเอาใจลูกค้าที่ชอบรถลุยแบบ 7 ที่นั่ง ภายในกว้างขวาง และอุดมไปด้วยพลาสติกที่มีผิวสัมผัสและรายละเอียดของชิ้นงานแตกต่างกันออกไปตามแนวทางของงานตกแต่งห้องโดยสารยุคใหม่ของ Ford ห้องโดยสารเน้นสีดำและเทาที่เคร่งขรึม แดชบอร์ดมีขนาดใหญ่ทำจากพลาสติกคอนโซลกลางตกแต่งด้วยพลาสติกปั๊มขึ้นรูป โดยใช้รูปทรงที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม เพื่อเน้นความแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงสอดรับกันทั่วทั้งคัน คอนโซลกลางแบ่งออกเป็นสองชิ้น ส่วนบนที่ต้องกระทบกับแสงจากภายนอกใช้พลาสติกสีเทา-ดำเพื่อลดการสะท้อนแสง เบาะหุ้มหนังสีดำ เฉพาะเบาะคนขับและคนนั่งหน้าปรับด้วยไฟฟ้า 8 ตำแหน่งครอบคลุมทุกสรีระ เบาะผู้โดยสารตอนกลางแบบ 3 ที่นั่งออกแบบให้มีพื้นที่ของการนั่งยาวๆ ด้วยพื้นที่ของการวางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด ซึ่งเป็นสไตล์การออกแบบภายในจาก Ford เบาะแถวกลางยังสามารถเลื่อนหรือพับได้เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับผู้โดยสารด้านหลังสุดซึ่งมีเบาะอีก 2 ที่นั่งเผื่อมาไว้ให้สำหรับครอบครัวที่มีคนเยอะ เบาะแถวสุดท้ายมีพื้นที่ไม่มากนักสำหรับการวางเท้า คนที่มีรูปร่างสูงโย่งจึงไม่เหมาะที่จะนั่งโดยสารในตำแหน่งแถวหลังสุด เบาะแถวหลังจึงเหมาะกับเด็กๆ ที่มีรูปร่างเล็กมากกว่าจะให้คนที่มีเรือนร่างอวบอ้วนหรือสูงโย่งเข้าไปนั่ง เบาะแถวหลังสุดหรือแถวที่ 3 เมื่อปรับพับราบลงกับพื้นก็สามารถเปิดพื้นที่ของการเก็บสัมภาระได้มากขึ้น การเข้าออกเบาะแถวที่ 3 นั้นยังทำออกมาได้ไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร จากพื้นที่ที่คับแคบและด้อยที่สุดในบรรดา PPV-SUV

CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 4WD Z71 1,499,000 บาท
Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD Z71 วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 สูบรุ่นใหม่ รหัส Duramax XLDE25 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อให้แรงบิดสูงสุดในย่านรอบเครื่องที่ต่ำกว่าเครื่องตัวเก่า เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLDE25 มีปริมาตรความจุรวม 2,499 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว ระบบเพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ชุดอัดอากาศใช้เทอร์โบใหม่พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์เพื่อลดอุณหภูมิของอากาศและเพิ่มความหนาแน่นของอากาศก่อนที่จะประจุเข้าไปยังท่อร่วมไอดี เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLDE25 มีความกว้างกระบอกสูบที่ 92.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5:1 ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า หรือ 132 กิโลวัตต์ ที่ย่าน 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร หรือ 45.0 กิโลกรัม-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ XLDE25 ติดตั้งยางรองแท่นเครื่องยนต์แท่นเกียร์และยางรองตัวถังใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 6 สปีด ส่วนระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส ระบบรองรับด้านหลังใช้แบบคอยล์สปริง 5 Link Coll Rear Suspension สำหรับระบบห้ามล้อมีการติดตั้งดิสเบรกหลังมาให้จากโรงงานตั้งแต่ออกขาย จานดิสเบรกด้านหน้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร ส่วนจานเบรกหลังมีขนาด 318 มิลลิเมตร พร้อมหม้อลมเบรกขนาด 10.5 นิ้ว คาร์ลิปเปอร์อัลลอยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดิสเบรกประสิทธิภาพดีรองรับการเบรกด้วยตัวช่วยเบรก เช่น ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรก EBD ระบบช่วยเบรกกะทันหัน PBA ระบบเพิ่มแรงเบรก HBA

ห้องโดยสารอุดมไปด้วยพลาสติก คอนโซลและแดชบอร์ดมีดีไซน์แข็งทื่อตามสไตล์รถออฟโรดของพวกมะกัน ภายในถูกออกแบบโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานทั้งการขนผู้โดยสาร หรือการบรรทุกสัมภาระ เบาะของ Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD ZZ1 เป็นเบาะโดยสารที่ใช้หนังห่อหุ้ม นอกจากรุ่นสูงสุดแล้ว รุ่นย่อยของ Chevrolet Trailblazer ยังให้เบาะหุ้มหนังมาจากโรงงานเพื่อเพิ่มเติมความหรูหราและสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่าเบาะแบบหุ้มด้วยผ้า เบาะคนขับของ Trailblazer 2.5 Z71 ปรับด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับตั้งด้วยมือแบบแมนนวลซึ่งควรจะปรับไฟฟ้าทั้งคู่ได้แล้ว เบาะคนขับสามารถปรับท่านั่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของมนุษย์ จากขนาดความสูงของตัวเบาะจึงไม่ต้องกังวลว่าท่านั่งจะต่ำจนเกินไป เบาะผู้โดยสารตอนหลังแถวที่ 2 และ 3 สามารถพับแบบเอนราบไปกับพื้นได้ทุกตำแหน่งเพื่อการขนของชิ้นโต แถวของเบาะผู้โดยสารตอนหลังยังมีช่องแอร์พร้อมสวิตช์ควบคุมการทำงานเพื่อกระจายความเย็นจากระบบปรับอากาศให้ทั่วถึงและมีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ แบบเขตร้อนของประเทศไทย มือจับที่เปิดประตูใช้โลหะสีเงินเพื่อความสวยงามรวมถึงช่องเก็บของบริเวณแผงประตูก็ยังใช้เก็บของกระจุกกระจิกหรือขวดน้ำเมื่อขับขี่ทางไกล เบาะแถวที่สองและสามปรับพับได้หมดเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการขนสารพัดสัมภาระ โทนสีดำของห้องโดยสารทำให้ภายในของ Trailblazer 2.5 Z71 ดูสวยงามใช้ได้ มีพื้นที่สำหรับการใช้สอยมากพอสมควร ห้องโดยสารเน้นความโปร่งโล่ง ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ในการวางเท้าซึ่งมีให้มากกว่ารถซีดานคันโต ทัศนวิสัยมุมมองรอบคันที่ดีเกิดขึ้นจากการออกแบบกระจกบังลมให้มีพื้นที่สำหรับการมองเห็นครอบคลุมทั่วทั้งคัน

NISSAN TERRA 2.3 VL 7AT 4x4 1,427,000 บาท
Nissan Terra เอสยูวีที่พัฒนาจากประสบการณ์ของ Nissan จากการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีมานานกว่า 60 ปี ขุมกำลังของรถ PPV - SUV รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ รหัส YS23DDTT อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบทวินเทอร์โบ พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบทวินแคมหรือ DOHC 16 วาล์ว มีปริมาตรความจุ 2,298 ซีซี ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดเชื้อเพลิงระบบดีเซลคอมมอลเรล ไดเร็คอินเจคชั่น ความกว้างกระบอกสูบ 85.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 101.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.4 : 1 กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 450 นิวตัน-เมตร หรือ 45.9 กิโลกรัม-เมตร จากการเสกเป่าของเทอร์โบคู่ ในย่าน 1,500-2,500 รอบต่อนาที มาตรฐานมลพิษยังคงตามหลังพวกเยอรมันไกลลิบในระดับ EURO-4 ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องของเชื้อเพลิงดีเซลที่จำหน่ายในประเทศไทย ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 7 สปีด พร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน ฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ทำให้สามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ หรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ four-wheel driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน

ภายในห้องโดยสารของ PPV-SUV ที่ผลิตโดย Nissan แดชบอร์ดคอนโซลของ Terra ทำจากพลาสติกฉีดขึ้นรูป มีดีไซน์ที่เหมาะสมกับมาดรถลุยด้วยความโค้งมนที่ค่อนข้างลงตัวและการจัดวางอุปกรณ์รวมถึงการใช้งานที่วางตำแหน่งคนขับให้เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน ภายในของ Terra รุ่นท็อปสุดนอกจากเบาะหนังที่นั่งสบายก้นแล้ว คุณจะพบกับพลาสติกเกรดกลางๆ ที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสารและมีความเหมือนกับภายในของกระบะสายแกร่งอย่าง Nissan Navara NP300 เจ้า Terra ถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางสะดวกสบายของภายใน แม้จะใช้พลาสติกเยอะไปหน่อย เบาะที่นั่งมีพื้นที่ในการยืดขากว้างกว่าเมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง การตกแต่งภายในเรียบง่าย เช่น เบาะนั่งหุ้มหนัง รุ่นสูงสุดยังคงให้เบาะปรับไฟฟ้าในตำแหน่งคนขับมาแค่ที่เดียว เบาะนั่งแถวที่ 2 มีการออกแบบให้สามารถพับอย่างรวดเร็วด้วยการกดสวิตช์แค่ครั้งเดียว เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าออกจากเบาะแถวที่ 3 ได้สะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ใช้งานได้ง่าย ระบบพับเบาะอัตโนมัติ 1-Touch Remote Fold and Tumble Seats กดสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียวบริเวณซุ้มเกียร์ เบาะหนังสีน้ำตาลในรุ่นแพงสุด 2.3VL 4WD 7AT นั่งได้สบายตัว เดินทางไกลก็ไม่เมื่อยเนื้อปวดตัว เบาะแถวที่ 2 แม้จะยกสูงขึ้นมาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยแต่ก็ยังนั่งได้ดี คนที่มีรูปร่างสูงโย่งเมื่อนั่งโดยสารในตำแหน่งเบาะแถวที่ 2 อาจมีระยะจากศีรษะถึงเพดานน้อยลง ส่วนเบาะแถวที่ 3 ไม่แนะนำให้นั่งยาวๆ เมื่อเดินทางไกลอาจทำให้คุณเมื่อยขาจากความเตี้ยของตัวเบาะ แถวที่ 3 จึงเหมาะกับการพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระหรือไว้ให้สุนัขและแมวที่บ้านนั่งไปด้วยเวลาออกเที่ยวทางไกลหรือพับราบเพื่อวางกระเป๋าเดินทางดูจะเหมาะสมมากกว่า

สรุป
จากรถยนต์พีพีวี-เอสยูวีทั้งหมด 6 ยี่ห้อ อ้วนดำ Fortuner เข้าวินมาเป็นอันดับที่หนึ่งด้านตัวเลขยอดขาย เกิดจากความนิยม ความทนทานหลังการใช้งานไม่จุกจิกกวนใจนอนศูนย์มากกว่านอนที่บ้าน งานบริการหลังการขาย ราคาอะไหล่และการซ่อมบำรุง รวมถึงราคาขายต่อที่ Toyota Fortuner ทำได้เหนือกว่ารถคู่แข่งไม่ใช่ขับได้ดีกว่าเนื่องจาก Ford Everest มีการทรงตัวที่เหนือกว่า Fortuner แต่ปัญหาความจุกจิกที่รุมเร้าทำให้ความมั่นใจในการใช้งานเทมาทางค่ายสามห่วงมากกว่าจะเป็นค่ายรถอเมริกัน

ส่วน Pajero Sport รุ่นปรับโฉมที่ได้รับความนิยมชมชอบมาเป็นอันดับที่สองนั้น เป็นรถที่มีราคาสมเหตุสมผล ให้อุปกรณ์เยอะกว่าคู่แข่งในราคาที่ถูกกว่า แม้จะมีการทรงตัวในย่านความเร็วสูงไม่ค่อยดีแต่การขับใช้งานด้วยความเร็วเดินทางที่ถูกกฏหมายก็สามารถขับเดินทางได้อย่างสบายๆ ของที่ให้มาก็เยอะจนใช้ไม่หมดและเป็นรถ PPV ที่มีความน่าใช้งานพอสมควร

สำหรับ Isuzu MU-X ที่มียอดขายอยู่ในอันดับ 3 แม้จะเอารถโฉมปัจจุบันมาเขียนหน้าทาปากอัดอุปกรณ์ใหม่เพิ่มเล็กๆน้อยๆก็ยังได้รับความนิยมพอหอมปากหอมคอ คนใช้ Isuzu ติดอกติดใจในงานบริการหลังการขาย ราคาอะไหล่ที่ไม่แพงและความถึกทนของเครื่องยนต์กับช่วงล่างที่มีความเหมาะสมในการใช้งานทั้งในและนอกเมือง

Chevrolet trailblazer เป็น PPV-SUV ของแบรนด์อเมริกันที่ออกมาขายนานมากแล้วและใกล้เวลาที่รถโฉมใหม่จะโผล่ออกมาเสียบแทนโฉมปัจจุบัน ด้วยความที่ไม่ค่อยจะมีอะไรที่สดใหม่ทำให้ยอดขายของ Chevrolet trailblazer ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ตลาดต่างจังหวัดก็ยังพอขายได้เนื่องจากผู้คนในแถบนอกเมืองนิยมชมชอบการขับใช้งานของรถรุ่นนี้กันพอสมควรจากสไตล์และรูปแบบของตัวรถที่โดนใจคนชอบใช้รถเอสยูวีของพวกอเมริกัน

Nissan ต้องปรับใหญ่เพื่อทำให้ PPV-SUV รุ่น Terra สามารถขายได้ดีกว่านี้ ท่ามกลางการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของประเทศไทย แม้จะเป็นรถที่ทนทานใช้งานนานหลายปีได้อย่างสบาย แต่ถ้ามีดีไซน์ไม่โดนใจคนไทย ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ จุดแรกที่ Nissan ต้องทำการบ้านก็คือดีไซน์ งานออกแบบที่ดีนั้นทำให้เซลส์ของ Nissan สามารถล้วงเงินออกจากกระเป๋าของลูกค้าได้ เครื่องยนต์ และเกียร์ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนหลักของ Terra นั้นดีอยู่แล้ว แต่หน้าตาที่ไม่ค่อยจะโดนใจคนไทยทำให้ยอดขายของ Nissan Terra เหี่ยวเฉาราวกับดอกกุหลาบหลังวันวาเลนไทม์ แค่ปรับให้รูปลักษณ์ภายนอกโดนใจอีกนิด เพิ่มอุปกรณ์ที่คู่แข่งไม่มีอีกหน่อย และปล่อยให้คนที่มีความเชี่ยวชาญมาทำการตลาดให้ดีกว่าเดิมโดยเฉพาะการขายตรงในออนไลน์ มีรถให้ลูกค้าที่สนได้ลองขับกันยาวๆ ก็น่าจะทำให้ยอดขายของ Terra ดีขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย

สรุป ทั้ง 6 รุ่น เดินไปหยิบกุญแจ Fortuner จบครับ

ตัวเลขยอดขาย PPV-SUV ม.ค.-ธ.ค. 2562

PPV sales in 1-ton pickup market: 60,452 units

1-Toyota Fortuner 26,217 คัน

2-Mitsubishi Pajero Sport 13,558 คัน

3-Isuzu MU-X 9,477 คัน

4-Ford Everest 6,355 คัน

5-Chevrolet trailblazer 3,091 คัน

6-Nissan Terra 1,754 คัน.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-5253692475053

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟอร์จูนเนอร์เอสยูวีพีพีวีtoyota fortunermitsubishi pajero sportisuzu Mu-XNissan Terra

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้