ข่าว
100 year

สุดยอดความหนัก รวม 5 รถอ้วนน้ำหนักตัวเกิน 2.3 ตันที่ขายในไทย!

ไทยรัฐออนไลน์8 ม.ค. 2563 14:05 น.
SHARE

บนโลกใบนี้ อะไรก็ตามที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากก็ย่อมต้องต่อสู้กับแรงดึงดูดหรือ gravity ที่จะกระทำต่อวัตถุที่มีมวลมหาศาล รถยนต์ก็เป็นวัตถุชนิดหนึ่งที่มีน้ำหนัก ไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่ หากน้ำหนักตัวมากเกินไป มวลน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะกลายตัวการที่คอยบั่นทอนประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ วิศวกรจึงต้องคิดค้นเครื่องยนต์ที่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำให้รถคันโตเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ปัจจุบัน รถยนต์ 1 คันมีชิ้นส่วนเฉลี่ยมากถึง 30,000 ชิ้น หรือมากกว่านั้น ชิ้นส่วนบางชิ้นต้องรับแรงมหาศาล เช่น แชสซี เครื่องยนต์ หรือเกียร์ โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์คันใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานอย่างครอบคลุม การออกแบบให้ตัวถังมีขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ความใหญ่ของมิติตัวรถนั้นส่งผลไปถึงน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แชสซีที่แข็งแรงของเอสยูวีมักจะมีน้ำหนักมากกว่ารถทั่วไป เพื่อความแข็งแกร่งทนทานไม่บิดตัวหรือฉีกขาดเมื่อขับลุยทางวิบาก การลดน้ำหนักด้วยการใช้โครงสร้างที่เป็นโลหะเบาอย่างอะลูมิเนียม หรือแม้แต่คาร์บอนไฟเบอร์ แม้จะเข้ามาช่วยทำให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่รถยนต์ประเภทเอสยูวีที่มีทุกสิ่งทุกอย่างครบครันกลับมีมวลน้ำหนักที่คอยบั่นทอนประสิทธิภาพของแรงบิดที่ถูกส่งออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านระบบเกียร์ และนี่คือรถยนต์ 5 คัน ซึ่งบางคันมีขายในประเทศไทยและมีน้ำหนักตัวทะลุเกิน 2.3 ตัน 

5. BMW X5 xDrive M50d – 2,337 kg
New X5 xDRIVE M50d มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง เทอร์โบ 4 ตัวกระหน่ำแรงบูส 2 ตัวต่อ 3 กระบอกสูบ!! เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ความจุ 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี กำลัง 381 แรงม้า ที่ 4,000-4,400 รอบต่อนาที แรงบิดอย่างโหดที่ 740 นิวตันเมตร ในย่าน 2,000-3,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.3 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หมูอ้วน X5 M50d มีช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive Air Suspension โหมดขับเคลื่อน 5 รูปแบบและการปรับตั้งอัตโนมัติในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE น้ำหนักตัวส่วนใหญ่ของ X5 เกิดจากโครงสร้างแชสซี เครื่องยนต์และเกียร์ ชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วงล่างกับอุปกรณ์ในระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย เบาะไฟฟ้าของ X5 ก็หนักเอาเรื่องกว่า 20 กิโลกรัม ทำให้มันมีน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 2.3 ตัน แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของน้ำหนักตัวรถทั้งคันในกลุ่มเอสยูวีหรูไซส์กลางจากเยอรมนี

4. Ford Ranger Raptor 2.0 Bi-Turbo 4x4 10AT – 2,420 kg
กระบะตัวสุดคันนี้ มีดีที่สมรรถนะของแชสซี เครื่อง เกียร์และช่วงล่างหมาจิ้งจอก FOX Racing แชสซีอย่างหนากลายเป็นน้ำหนักตัวส่วนเกินที่คล้ายคนอ้วนกินจุ! Ranger Raptor วางเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ หรือ Bi-Turbo ใช้เทอร์โบสองตัวกับอินเตอร์คูลเลอร์คอยลดอุณหภูมิของไอดี เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว (Bypass) กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมากถึง 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นเกียร์ขับสี่ลูกโตที่หนักเอาเรื่อง กำลังแรงม้านั้นไม่เท่าไหร่ แต่ตัวเลขแรงบิด 500 นิวตันเมตร บนเครื่องดีเซลแค่ 2 ลิตร วิ่งดีทั้งทางราบและทางวิบาก จากกำลังที่เหลือล้นของมัน น้ำหนัก 2.4 ตันของไดโนเสาร์นักล่าคันนี้ เกิดจากแชสซีสุดแกร่ง โครงสร้าง เครื่องและเกียร์ รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ส่วนล้อและยางของมันก็ยังมีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ ออกแบบเพื่อลุยและแกร่ง จะมาทำให้เบากว่านี้คงลำบากล่ะครับ

3. Ford Everest 2,0 Bi-Turbo 4x4 Limited 10AT – 2 467 kg
Everest Titanium plus 2.0L Bi-Turbo 10A/T ราคา 1,799,000 บาท เป็นรถกระบะดัดแปลงให้กลายเป็นรถเอสยูวี หรือที่เรียกกันว่า PPV-SUV มาพร้อมกับหน้าตาท่าทางที่โดนใจคนไทย จุดเด่นของ Everest รุ่นสูงสุด นอกจากเครื่องยนต์ตัวใหม่แล้วก็ยังได้อานิสงส์จากความแข็งแกร่งของแชสซีที่อ้างอิงกับรถออฟโรดภายใต้แบรนด์ Ford ซึ่งจำหน่ายอยู่ในสหรัฐอเมริกามาช้านานแล้ว มิติตัวถังมีความกว้าง 1,862 มิลลิเมตร ยาว 4,893 มิลลิเมตร และสูงถึง 1,836 มิลลิเมตร ความสูงใหญ่ของมันทำให้คนรูปร่างเตี้ยต้องตะกาย หรือโหนตัวเข้าห้องโดยสารกันเลยทีเดียวเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 10 สปีด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ford ในการส่งถ่ายกำลังแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พละกำลังไม่ได้แรงจนกระชากหลังติดเบาะ แต่มีแรงบิดที่ดีพอจะเอาตัวรอดในเส้นทางวิบาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นรถรุ่นนี้ล้วนแล้วแต่มีน้ำหนักมากทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแชสซีโครงสร้าง เครื่องและเกียร์ รวมถึงความหนักของล้อขนาด 20 นิ้วและยาง ทำให้ Everest รุ่น Titanium plus 2.0L Bi-Turbo มีน้ำหนักตัวมากถึง 2.4 ตันครับ 

2. BMW X7 xDrive M50d Steptronic – 2,588 kg
เอสยูวีฟูลไซส์ใหญ่ยักษ์ในชั่วโมงนี้คงไม่มีใครใหญ่เกินหน้าเกินตา BMW X7 M50d xDrive นี่คือยักษ์เยอรมันของจริง ที่มาพร้อมความยาวของตัวถังในระดับ 5,151 มิลลิเมตร กว้างถึง 2,000 มิลลิเมตร สูง 1,805 มิลลิเมตร ฐานล้อก็ยังยาวเหยียด 3,105 มิลลเมตร เจ้า M50d วางเครื่องยนต์ตัวเดียวกับ X5 M50d แต่มีการปรับแรงม้าและแรงบิดเพื่อให้มาความเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของ X7 เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 สูบ 2,993 ซีซี กระหน่ำเทอร์โบ 4 ตัวเพื่อการบูสที่ไม่ขาดตกบกพร่อง กำลัง 400 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดระดับนรกแตกที่ 760 นิวตันเมตร มาในย่าน 2,000-3,000 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ 8 สปีดพ่วงชุดขับสี่ xDRIVE เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.4 วินาที ล้ออัลลอยแบบใหม่ของ M ขอบ 9.5J x 21 นิ้ว ยางสปอร์ต 285/45 R21 113Y XL จากความยักษ์ของ X7 ทำให้มันมีน้ำหนักตัวไม่ต่างไปจากไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ซึ่งหนักถึง 2.5 ตัน เลยทีเดียว 

1. Mercedes-AMG G63 4MATIC+ Speedshift-TCT 9G – 2,599 kg
สุดยอดความหนักในยุคนี้ของรถอเนกประสงค์ออฟโรดต้องยกให้กับพี่ดาวมาเฟียยุโรป AMG G63 4MATIC+ ยักษ์ปักหลั่นคันนี้ถ้าเพิ่มอะไรแค่กิโลเดียวมันจะหนักถึง 2,600 กิโลกรัม ทันที Mercedes-AMG G63 4MATIC+ วางเครื่องยนต์เบนซิน รหัส M177 ความจุ 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี แบบ V8 ทวินเทอร์โบ กำลัง 585 แรงม้า แรงบิดจัดมาเต็มเม็ดที่ 850 นิวตันเมตร ในย่าน 1,800-3,500 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC Plus all-wheel drive with rear-biased torque distribution ถ่ายเทแรงบิดแบบผกผันไปที่ล้อทั้งสี่ มีแรงฉุดลากมากพอที่เอาไว้พ่วงกับเทรลเลอร์รถบ้านหรือเทรลเลอร์เรือเพื่อลากจูงน้ำหนักได้กว่า 4,000 กิโลกรัม หรือเอาไว้ขับเร็วๆ บนไฮเวย์ก็ได้ทั้งนั้น ระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G-Tronic 9 สปีด เชื่อมต่อการทำงานกับระบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆของ G Class รุ่นสูงสุด โดยเฉพาะแชสซีและช่วงล่างแบบถุงลม เกียร์ 9-G ลูกอย่างใหญ่พร้อม transfer case เชื่อมต่อเพลาหน้า-หลัง ที่โคตรจะหนัก ทำให้ยักษ์มาเฟียคันนี้มีน้ำหนักตัวบานเบอะมากถึง 2,599 กิโลกรัม ถ้ารวมผู้โดยสาร 5 คน บวกสัมภาระเต็มคัน มันจะหนักประมาณ 3 ตัน แม้ตัวจะใหญ่และมีน้ำหนักน้องๆ รถบรรทุก 6 ล้อ แต่ G63 เร่งจาก 0-100 ได้ในเวลาแค่ 4.5 วินาที โดยมีสปีดความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่ถ้าหั่นให้เหลือแค่ 1.5 ตัน มันน่าจะดัน 0-100 ได้แค่ 3 วิ เท่านั้นละครับ! 


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/


อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาคม รวมสุวรรณMercedes-AMG G63 4MATIC+BMW X7 xDrive M50dFord EverestFord Ranger RaptorBMW X5 xDrive 30d

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้