Audi แบรนด์รถยนต์เยอรมนีปล่อยของร้อนในช่วงปลายปีกับรถสปอร์ต 4 ประตูสุดแรง Audi RS7 Sportback ด้วยทรงของตัวถังแบบรถ GT Gran Turismo ฝาท้ายไฟฟ้าสไตล์รถสปอร์ตแฮตช์แบ็ก ชุดแต่ง RS และความดุระดับซุปเปอร์คาร์จากขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 600 แรงม้า พร้อมระบบไฮบริดจิ๋ว 48 โวลต์ 

...

รูปลักษณ์ภายนอกในฐานะที่เป็นรุ่นสูงสุดของโมเดล A7 เจ้า RS7 Sportback จัดเต็มสูบด้วยความโหดระดับซุปเปอร์สปอร์ต โป่งข้างบวมพองออกมาเพื่อรองรับล้อวงสวยขอบ 22 นิ้ว สาแก่ใจในความใหญ่โตของล้อและยาง ไฟหน้าแบบใหม่ HD Matrix LED Headlights Technology ติดตั้งหลอด LED ในตำแหน่งไฟเลี้ยว 12 หลอด พร้อมไฟ LED ที่ใช้ส่องมุมด้านข้างของตัวรถ ไฟหน้าทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติไปตามเซนเซอร์และโซนาร์ตรวจจับวัตถุต่างๆ บนถนน

...

HD Matrix LED ใน RS7 Sportback รุ่นสูงสุดของแบรนด์สี่ห่วง ติดตั้งระบบปรับมุมของแสงเพื่อเพิ่มระยะของการมองเห็นในที่มืด ช่วยลดมุมอับของแสงไฟขณะขับเคลื่อนอยู่ในโค้งหรือเคลื่อนที่ผ่านทางแยก ลดหรือยกไฟสูงแบบอัตโนมัติ เป็นระบบส่องสว่างของ Audi ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ เทียบเคียงกำลังในการส่องสว่างของ Adaptive LED ใน BMW 8-Series และ Multi Beam LED ใน Mercedes-Benz CLS63 AMG ซึ่งเป็นระบบส่องสว่างยุคใหม่ได้อย่างสบายๆ HD Matrix LED Headlights Technology มีกำลังในการส่องสว่างไกล 600 เมตร มาพร้อมฟังก์ชั่นปรับตั้งขณะขับขี่ท่ามกลางหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก รวมถึงสภาพการต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นในเวลากลางคืน ไฟท้ายแบบ Full LED ทำงานราวกับนักมายากลด้วยการกะพริบที่ชัดเจนทั้งไฟเบรกและไฟเลี้ยว

...

...

มิติตัวถังของ RS7 Sportback มีความยาว 4,969 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,908 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,390 มิลลิเมตร ความยาวของฐานล้อ 2,926 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายมีขนาดความจุ 535 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังราบลงกับพื้นจะเพิ่มความจุของห้องเก็บของได้ถึง 1,390 ลิตร ส่วนน้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,985 กิโลกรัม

ห้องโดยสารอันงดงามและทันสมัยของค่าย Audi ขึ้นชื่อในด้านการจัดวางอุปกรณ์และความไฮเทคของระบบอำนวยความสะดวก การปรับตั้งและการใช้งานที่ง่ายขึ้นด้วยรูปแบบที่คล้ายกับห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ RS7 Sportback มี Cockpit ตกแต่งตามสไตล์ของ Audi หนัง Nappa สีดำ Black Pearl และหนัง Valcona เบาะสปอร์ตปักตราสัญลักษณ์ RS หุ้มหนังลายไดมอนคัต พวงมาลัยRS ทรงสามก้านฐานตัดคล้ายกับคันบังคับของยานอวกาศ ระบบแสดงผล Audi Virtual Cockpit เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น มาตรวัดTFT LCD แบบ RS Monitor เบาะหลังแยกตำแหน่ง 2 ที่นั่งออกจากกันในรูปแบบของรถหรูสุดขั้วรวมถึงยังมีรุ่นเบาะหลังแบบ 3 ที่นั่งให้เลือกอีกตะหาก พื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายมีปริมาตรความจุ 535 ลิตร เมื่อยังไม่พับเบาะ และถ้าปรับพับเบาะหลังจะมีพื้นที่เพิ่มเป็น 1,390 ลิตร ใส่กระเป๋าเดินทางหรือถุงกอลฟ์ได้อย่างสบายๆ

หัวใจของระบบขับเคลื่อนในซุปเปอร์สปอร์ตทรง GT คันนี้คือเครื่องยนต์ไซส์โตขนาดความจุ 4.0 ลิตรแบบ V8 เป็นเครื่องยนต์ที่มีพื้นฐานเดียวกับ Lamborghini Urus เจ้า RS 7 Sportback วางเครื่องยนต์เบนซินรหัส TFSI แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ โดยออกแบบให้เทอร์โบวางอยู่บนฝาสูบเพื่อลดความยาวของท่อไอดี (เทอร์โบ 1 ตัวรับผิดชอบการอัดอากาศต่อ 4 กระบอกสูบ) ระบบไฮบริดจิ๋วที่กำลังได้รับความนิยมในยานยนต์สมรรถนะสูงของเยอรมนี Mild Hybrid ขนาด 48 โวลต์ ทำให้ RS7 มีพละกำลังสูงสุดมากถึง 600 แรงม้า แรงบิดระดับรถบรรทุกหัวลากมากถึง 800 นิวตันเมตร มาในย่าน 2,050 – 4,500 รอบต่อนาทีระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ tiptronic 8 สปีด ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ติดตั้งกลไกไฟฟ้าเวอรร์ชั่นล่าสุดเพื่อการทำงานที่ฉับไวในการเฉลี่ยแรงบิดลงไปในล้อแต่ละข้างแบบอิสระ โหมดการขับ Audi Drive Select มีให้เลือกเหมือนเดิม เช่น comfort, auto, dynamic, efficiency โดยมีการเพิ่มระดับของการตอบสนองด้วยโหมด RS1 และ RS2

ระบบเบรกจัดเต็มเพื่อหยุดความโหดของม้าทั้ง 600 ตัว คาลิปเปอร์เบรกหน้าแบบ 6 พอต เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหน้า 420 มิลลิเมตร เบรกหลังใช้คาร์ลิปเปอร์แบบ 4 พอต พร้อมจานเบรกเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 370 มิลลิเมตร ถ้าเงินเหลือก็สามารถจ่ายเพิ่มอีกเพียบเพื่อสอยระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก โดยขนาดของจานหน้าจะโตขึ้นกลายเป็น 440 มิลลิเมตร ใหญ่โตจนแทบจะล้นออกมาจากล้อเลยทีเดียว

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Audi RS 7 Sportback เป็นแบบมัลติลิงก์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบ RS Adaptive Air Suspension ใช้โช้คอัพแบบถุงลม  และเนื่องจากมีแรงม้ามหาศาล ความเตี้ยของ RS7 จึงต่ำกว่า A7 Sportback ถึง 20 มิลลิเมตร ช่วงล่างแบบ Air Suspension จะทำงานแบบอัตโนมัติโดยลดความสูงลงอีก 10 มิลลิเมตร เมื่อความเร็วทะยานผ่าน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ RS7 ยังยกความสูงขึ้นได้อีก 20 มิลลิเมตร แค่กดปุ่มปรับระดับความสูงเพิ่มเท่านั้นเอง 

ตัวเลขสมรรถนะของ Audi RS7 Sportback เร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อจ่ายเงินซื้อออปชั่น Dynamic Plus Package ความเร็วปลายคันเร่งจะทะยานไปได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่ใจได้เลยว่าถนนโล่งๆ บนโลกใบนี้น่าจะมีอยู่แค่ออโต้บาห์นในเยอรมนีเท่านั้น ถึงจะสามารถปล่อยม้ากันได้แบบหมดไส้หมดพุง

Audi RS7 Sportback เปิดตัวในงาน iaa frankfurt motor show 2019 โดยจะเริ่มวางขายในช่วงปลายปีนี้สำหรับตลาดรถแรงในยุโรปและอเมริกา.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/