ข่าว
100 year

ทดสอบรถไฟฟ้า NISSAN LEAF ชาร์จหนึ่งครั้งไปไกลแค่ไหนมาดูกัน!

ไทยรัฐออนไลน์10 ส.ค. 2562 10:00 น.
SHARE

Nissan Thailand จัดการทดสอบสมรรถนะยานยนต์พลังงานไฟฟ้า Nissan Leaf  ด้วยการขับขี่ในสภาพการจราจรที่แตกต่างกัน ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตลอดทั้งวัน จากการชาร์จไฟเต็มเพียงครั้งเดียวแล้วทดลองขับทำระยะทางในกรุงเทพฯ ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด 

กิจกรรมทดสอบขับขี่ Nissan Leaf ที่จัดขึ้นนี้เป็นการเชิญสื่อมวลชนและลูกค้าได้ทดสอบประสิทธิภาพของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Leaf หลังจากทำการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม แล้วทดลองขับขี่ในสภาพการจราจรของกรุงเทพฯ ตลอดทั้งวัน การทดสอบครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เริ่มจากการทดสอบสมรรถะอย่างเต็มรูปแบบบนพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่การทดสอบตามสภาพการจราจรจริงของกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางสู่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 

Nissan Leaf มีขนาดความยาวตัวถัง 4,490 มิลลิเมตร กว้าง 1,788 มิลลิเมตร สูง 1,540 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า/หลังอยู่ที่ 1,530 และ 1,545 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 150 มิลลิเมตร ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ 0.28 ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง 215/50R17 น้ำหนัก 1,523 กิโลกรัม ช่วงล่างของ Nissan Leaf ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานแข็งทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกใช้ดิสก์เบรก 4 ล้อ 

ห้องโดยสารของรถ Nissan ราคา 1.9 ล้านบาทคันนี้อุดมไปด้วยพลาสติกเกรดกลางๆคล้ายห้องโดยสารของ Nissan Note ทำให้รู้สึกไม่ค่อยจะคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายออกไปเกือบสองล้านบาท แดชบอร์ดคอนโซลขึ้นรูปจากพลาสติก พวงมาลัยสามก้านที่พบเห็นได้ทั่วไปในรถยนต์ Nissan ยุคใหม่ เบาะคู่หน้ายังใช้การปรับด้วยมือแทนที่จะเป็นเบาะไฟฟ้าให้สมกับราคาค่าตัว ทุกสิ่งทุกอย่างของงานตกแต่งภายในดูธรรมดาเกินไปสำหรับรถยนต์ที่มีค่าตัวสูงขนาดนี้ เบาะหลังนั่งโดยสารได้อย่างสบายก้นเนื่องจากการออกแบบพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะที่มากพอสมควร ซุ้มเกียร์หน้าตาออกในแนวอวกาศ ใช้หัวเกียร์ทรงกลมกุดๆ สั้นๆ เป็นระบบเกียร์แบบไฟฟ้าที่ใช้การโยกไปมาคล้ายๆ กับจอยสติ๊ก สวิตช์ e-Paddle ติดตั้งอยู่ด้านบนของซุ้มเกียร์ พร้อมด้วยสวิตช์ ECO เพื่อการขับที่เน้นการประหยัดพลังไฟในแบตเตอรี่  

มาตรวัดแบบผสม มีทั้งจอภาพ TFT ที่คอยแจ้งเตือนถึงการใช้พลังงานไฟฟ้า การเปิดปิดบานประตูทั้งสี่ ตำแหน่งเกียร์ เวลาและอุณหภูมิภายนอก ส่วนมาตรวัดความเร็วที่ด้านขวามือเป็นมาตรวัดแบบเข็มพร้อมตัวเลขความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร ซึ่งลองวิ่งจริงทำได้แค่ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนแผงคอนโซลกลางติดตั้งจอภาพมอนิเตอร์ของระบบมัลติมีเดีย ไม่มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม มีแค่กล้องมองหลังและกล้องมองภาพรอบทิศทางที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเกินไปทำให้มองลำบาก จอภาพ TFT แจ้งเตือนการใช้พลังไฟฟ้า การชาร์จกลับ ระยะทางที่วิ่งได้ด้วยไฟที่เหลือ Safety System แสดงการทำงานของระบบความปลอดภัยต่างๆ แสดงค่าความเร็วเป็นตัวเลข พร้อมเข็มทิศ แสดงค่าแรงดันลมยางในล้อแต่ละข้าง Drive Computer ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ความเร็วเฉลี่ย และข้อมูลต่างๆ แสดงอุณหภูมิของแบตเตอรี่

แผงควบคุมอุณหภูมิมีหน้าตาคล้ายกับแผงระบบแอร์ของรถ ECO Car ราคาถูก ต่ำลงมาจากแผงควบคุมระบบแอร์เป็นช่องเสียบต่อเชื่อมและชาร์จไฟของช่อง USB รวมถึงช่องชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาด 12V ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีขาวหน้าตาเรียบๆ โดยภาพรวม ห้องโดยสารที่อุดมไปด้วยพลาสติกราคาถูกของ Nissan Leaf ไม่สมกับราคาค่าตัวที่สูงถึง 1.9 ล้านบาท และควรจะอยู่ในรถ ECO Car มากกว่าจะมาอยู่ในรถไฟฟ้าที่ Nissan แจ้งว่าขายดีที่สุดในโลกคันนี้! 

การทดสอบสมรรถนะของอัตราเร่ง และแรงบิดสูงสุดบนทางต่างระดับ Nissan Leaf ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การใช้ความเร็วสูงในรถยนต์พลังไฟฟ้าจะทำให้กระแสไฟในแบตเตอรี่ถูกดึงออกมาใช้มากกว่าการขับแบบไปเรื่อยๆ แบตเตอรี่ที่ชาร์จมาจนเต็มสามารถทำระยะทางได้ประมาณ 230 กิโลเมตร หากขับใช้งานแต่ในกรุงเทพฯ ก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับการหาที่ชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดกำลังไฟฟ้า แต่ถ้าขับออกทางไกลก็เสี่ยงกับการที่แบตเตอรี่จะไปหมดกลางทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับไปหัวหินหรือระยอง ที่ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตรเศษ ควรหาจุดชาร์จรองรับเผื่อไว้ และไม่ควรใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้กระแสไฟในแบตเตอรี่หมดลงอย่างรวดเร็ว 

เทคโนโลยี e-Pedal ที่ Nissan แจ้งว่าสามารถใช้ควบคุมความเร็วรถทั้งการเร่ง และเบรกด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้งานจริงต้องปรับความรู้สึกและระดับของการยกเท้าจากคันเร่งกันพอสมควร เนื่องจากระบบ e-Pedal จะทำการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ทันทีที่ผู้ขับยกเท้าออกจากคันเร่ง การหน่วงความเร็วที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายกับการเบรกชะลอความเร็ว แค่ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่งรถจะลดความเร็วลงมาทันที พร้อมกับการทำงานของไฟเบรกที่ด้านหลังเพื่อป้องกันอันตรายจากรถที่แล่นตามมาด้านหลัง e-Pedal ต้องใช้ความคุ้นชินในการปรับความรู้สึกกันพอสมควร การหน่วงความเร็วที่ไม่เป็นธรรมชาติจากระบบนี้อาจทำให้คนนั่งไม่สบายตัวเท่าที่ควร 

เทคโนโลยี e-Pedal เปลี่ยนวิธีการขับขี่ด้วยการเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว เมื่อปล่อยคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วโดยอัตโนมัติจนถึงหยุดนิ่ง ไม่ว่าจะจอดรถค้างอยู่บนเนินที่สูงชัน ก็ไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรก อัตราการชะลอความเร็วที่สูงถึงกว่า 0.2G อาจทำให้คนนั่งไม่สบายตัว หัวโยกไปโยกมาคล้ายการใช้เบรกสไตล์แท็กซี่โบราณ Nissan แจ้งว่า ข้อดีของ e-Pedal ก็คือผู้ขับไม่จำเป็นต้องขยับเท้าออกจากคันเร่งไปยังแป้นเบรกเพื่อชะลอหรือหยุด ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้า และความเครียดจากการขับขี่ในแต่ละวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้แป้นเบรกน้อยกว่าการขับขี่รถยนต์ทั่วไปถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อลองใช้งานจริงจังก็พบกับการหน่วงที่แตกต่างไปจากการใช้เบรกและต้องปรับความรู้สึกกันพอสมควรกว่าจะคุ้นชินกับการใช้ระบบ e-Pedal อาจโดนภรรยาที่นั่งมาด้วยหาว่าขับรถไม่เป็น! ส่วนระบบเบรกสะสมพลังงาน regenerative braking ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากน้ำหนักของแป้นเบรกในรถยนต์ปกติ น้ำหนักของแป้นเบรกนั้นปรับจูนมาดี แต่ระยะของการกดเท้าลงไปบนแป้นเบรกที่มากกว่าเบรกของรถยนต์ปกติทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเมื่อทดลองขับเป็นครั้งแรก เบรกฟองน้ำที่ค่อนข้างจะจมติดพื้นของ Nissan Leaf เบรกยังไงก็ยังให้ความมั่นใจน้อยกว่าระบบเบรกแบบปกติอยู่ดี จุดนี้ควรปรับปรุง

Nissan Leaf ใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ขนาดความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์ (kW) หรือประมาณ 149 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 320 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% Nissan เคลมว่า เมื่อทำการชาร์จไฟมาจนเต็ม จะสามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 311 กิโลเมตร แต่เมื่อลองขับจริงจะทำระยะทางได้ประมาณ 230 กิโลเมตร

แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion (Li-ion) ขนาด 40 kWh ขนาดของแบตฯ เท่ากับ Leaf รุ่นที่แล้ว มีการปรับปรุงแบตเตอรี่ให้สามารถจุไฟได้มากขึ้น แบตเตอรี่มาพร้อมระบบระบายความร้อนซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของรถไฟฟ้า

การชาร์จไฟประจุกลับเข้าไปเก็บในแบตฯ เมื่อชาร์จกับไฟบ้านขนาด 220V จะใช้เวลาประมาณ 21 ชั่วโมง (ชาร์จแบบช้าสุด)

การชาร์จไฟแบบเร็ว หรือ Quick Charging ในสถานีจ่ายไฟสำหรับยานยนต์พลังงานไฟฟ้า จะใช้เวลาชาร์จแบตฯ จนเต็มนาน 1 ชั่วโมง (จะได้กำลังไฟฟ้าในแบตฯ ประมาณ 80%) 


ระบบความปลอดภัยใน Nissan Leaf

ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ (Forward Collision Warning)

ระบบเบรกฉุกเฉิน (Forward Emergency Braking)

กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor)

ระบบแจ้งเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection)

ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Alert Assist)

Nissan Leaf มีการรับการประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

แรกเริ่มเดิมที ผมคาดเดาเอาเองว่าราคาที่เหมาะสมของ Leaf ไม่น่าจะเกิน 1.3 ล้าน แต่เมื่อ Nissan เปิดราคามาไกลสุดกู่ถึง 1.9 ล้าน ก็แน่ใจได้เลยว่ามันจะขายไม่ออกอย่างแน่นอน Leaf เป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในยุคแรกที่ยังไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าที่ควร โดยเฉพาะราคาค่าตัวที่เปิดออกมาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือซึ่งแพงเกินไป แบตเตอรี่วิ่งได้ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้ในเมืองพอได้ แต่ถ้าออกทางไกลอาจลำบากหากไม่เตรียมหาสถานีชาร์จซึ่งยังไม่ค่อยจะมีเท่าที่ควรตามต่างจังหวัดไกลๆ เมื่อเทียบราคากับรถยุโรปที่มีค่าตัวประมาณ 1.9 ล้าน และมีการขับขี่ใช้งานที่ดีงาม เป็นรถหรูที่มีราคาค่าตัวสูสีกับ Leaf ได้แก่ Mercedes-Benz GLA200 Urban / Audi Q2 35TFSI ที่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้อย่างโดดเด่นถึง 16 กิโลเมตรต่อลิตร ล่าสุด MINI Thailand เปิดตัว MINI Cooper S Countryman Entry ราคา 1.9 ล้านบาทออกมาสดๆ ร้อนๆ ก็ยิ่งทำให้เซลส์ที่ขาย Nissan Leaf นั่งตบยุงอยู่ในโชว์รูมกันเพลินล่ะครับ

เครื่องยนต์
ความจุแบตเตอรี่ 40kWh
แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร
มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ 150 แรงม้า
มอเตอร์ไฟฟ้า AC SYNCHRONOUS
ระบบเกียร์ Single Speed Gear Reduction
ความจุแบตเตอรี่ 40kWh

อัตราสิ้นเปลือง 0
อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0 (กรัม/กิโลเมตร)

ระบบเบรก
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรก
ระบบพวงมาลัย ระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า

ขนาดและน้ำหนัก
ความยาว  4,480 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,790 มิลลิเมตร
ความสูง 1,540 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 150 มิลลิเมตร
รัศมีวงเลี้ยว 5.4 เมตร

ล้อและยาง
ยาง 215/50R17 91V
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว


อุปกรณ์ภายนอก
มือจับประตูด้านนอก หน้า-หลัง แบบโครเมียม
โคมไฟหน้าแบบ LED พร้อม Daytime Running Light
ไฟตัดหมอกคู่หน้า
ไฟหน้าปรับอัตโนมัติ
โคมไฟหน้าแบบ LED
ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง และปัดตามความเร็วของรถ
ระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบตั้งเวลาหน่วง และฉีดน้ำล้างกระจก
กระจกมองข้างสีเดียวกับหลังคารถ ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา

อุปกรณ์ภายใน
โทนสีภายใน สีดำ
มือจับเปิดประตูด้านในแบบโครเมียม
เบาะหุ้มหนัง สีดำ ตกแต่งขอบด้วยสีฟ้า
พวงมาลัยหุ้มหนัง สีดำ
พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำได้
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise control)
ระบบเซ็นทรัลล็อก
กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ และปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ
เบาะนั่งคนขับ ปรับเลื่อนขึ้น-ถอยหลัง ปรับเอน และปรับระดับสูง-ต่ำ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับเลื่อนขึ้น-ถอยหลัง และปรับเอน
เบาะหลัง แบบหมอนหนุน แยก ปรับสูง-ต่ำได้ 3 ชุด
มิเตอร์แบบ Multi information มาตรวัดแสดงระยะทาง และระบบพลังงานไฟฟ้า, มาตรวัดอุณหภูมิแบตเตอรี่, มาตรวัด Drive computer (แสดงอัตราการใช้พลังงาน, มาตรวัดแสดงอุณหภูมิภายนอก, แสดงข้อมูลเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่, ระยะเวลาที่ชาร์จ และระบบแสดงอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ)
ที่บังแดดด้านหน้า พร้อมกระจกแต่งหน้าด้านผู้โดยสาร และแถบเหน็บนามบัตรด้านคนขับ
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent key) และระบบป้องกันการโจรกรรม (Immobilizer)
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start Button)
ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V
เทคโนโลยีคันเร่ง (e-Pedal) ผู้ขับขี่สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วรถยนต์ได้ในคันเร่งเดียว (1-Pedal)
เสาอากาศวิทยุแบบ Roof Antenna
ระบบเครื่องเสียงวิทยุ หน้าจอสี 5 นิ้ว (AM/FM, MP3) พร้อมระบบเชื่อมต่อ AUX-in และ USB)
ระบบควบคุมและเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย แบบ Bluetooth บนพวงมาลัย
ลำโพง 4 ตัว

ระบบความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยคู่หน้าด้านข้าง
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ Forward Collision Warning (FCW)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Forward Emergency Braking (FEB)
ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Active Trace Control (ATC)
ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า ด้านคนขับ แบบ ELR 3 จุด แบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ แบบ 2 ทิศทาง
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า ด้านผู้โดยสาร แบบ 3 จุด แบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง แบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้
กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)
ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD)
ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Alert (DAA)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake (E-PKB)
ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

ระบบสายชาร์จ
ระบบชาร์จ (Double speed charge) 6.6 kWh
สายชาร์จ (EVSE Cable) Plug IEC60309 , Connector IEC Type1
สายชาร์จ (MODE3 Cable) สายแปลงจากชาร์จพอร์ต Type2 ไป Type1

อาคม รวมสุวรรณ

E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NissanNissan Leafleafรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารถไฟฟ้าอาคม รวมสุวรรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้