ย้อนอดีต ขุดกระดูกบรรพบุรุษ HONDA ACCORD

ข่าว

    ย้อนอดีต ขุดกระดูกบรรพบุรุษ HONDA ACCORD

    ไทยรัฐออนไลน์

    25 ก.ค. 2562 10:00 น.

    42 ปีกับการย้อนคืนสู่อดีต...ค้นหาจุดกำเนิดของ Honda Accord ซาลูนขนาดกลางยอดนิยม ยานยนต์สำหรับผู้บริหารที่ยังคงพกพาความไฮเทคพร้อมๆ ไปกับรูปลักษณ์ที่งดงาม พบกับความเป็นมาในแต่ละรุ่นจากอดีตจวบจนปัจจุบันกับรถยนต์ตระกูล Accord 

    แนวคิดในยุคแรกของการพัฒนารถยนต์ Honda Accord มุ่งไปที่ความต้องการพื้นฐานของผู้ขับขี่ ที่ต้องผนวกสมรรถนะของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง และพื้นที่ของห้องโดยสาร รวมเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว สำหรับตอบสนองความต้องการในการใช้งาน ย้อยเวลากลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1974 ค่าย Honda ทำการระดมความคิดทั้งจากกลุ่มผู้บริหารและวิศวกร ในการรังสรรค์ยนตรกรรมซีดาน ที่สามารถตอบสนองความต้องการในการใช้งานทั้งในเมืองและการวิ่งทางไกล จุดกำเนิดของรถยนต์ในตระกูล Accord จึงเกิดขึ้นภายใต้วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง จากปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงที่ส่งผลกระทบไปถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

    Honda Accord Generation 1 1976-1981
    จากการคิดค้นและพัฒนา รวมถึงการทดสอบอย่างต่อเนื่อง รถ Honda Accord คันแรกสุดในเจเนอเรชั่นที่ 1 ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1976 บนเรือนร่างขนาดกะทัดรัดแบบแฮตช์แบค 3 ประตู วางเครื่องยนต์ CVCC ขนาด 1.6 ลิตร ซึ่งต่อมาได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะด้านความประหยัดที่เป็นเลิศ ต่อมาในเดือนกันยายนปี 1977 ค่าย Honda ส่งรุ่น EX-L ลงทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ตามติดด้วย Accord รุ่นซีดาน 4 ประตู วางเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 123 แรงม้า

    หลังจากออกขายได้ไม่นานนัก ในปี 1978 ค่าย Honda จึงกระตุ้นตลาดอีกครั้งด้วย Accord รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารถรุ่นแรก เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานการควบคุมมลภาวะของประเทศญี่ปุ่น ปี 1979 Honda วางเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด เพื่อทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้คนในยุคนั้น จนมาถึงปี 1990 กับความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องยนต์ CVCC II โดยใช้การเผาไหม้จากการจุดระเบิดส่วนกลาง และระบบควบคุมการตอบรับที่ฉับไว เครื่องยนต์ CVCC II ขนาด 1.8 ลิตรตัวนี้ ยังช่วยเพิ่มเติมประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ดี สำหรับเครื่องยนต์ CVCC II ขนาด 1.6 ลิตรนั้น ก็ยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

    Honda Accord Generation 2 1981-1985
    จากความสำเร็จของรถ Honda Accord รุ่นแรก ทำให้ Honda ต้องผลิตรถรุ่นที่ 2 ตามออกมาเพื่อเสริมโมเดลของรถรุ่น Accord ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ในปี 1981 บริษัท Honda เปิดตัวรถ Accord เจนเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยการปรับปรุงบางส่วนที่ไม่สมบูรณ์ให้มีความลงตัวกับการใช้งาน โดยมิติของตัวถังและระบบขับเคลื่อน รวมถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และชุดส่งกำลังถูกปรับแก้ใหม่ทั้งหมด

    นอกจากนั้น Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 2 ยังเพิ่มเติมระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ หรือ Cruise Control สำหรับใช้ในการเดินทางไกล และระบบกันสะเทือนแบบ Auto-Leveling Suspension System ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 1981 วิศวกรของ Honda นำเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีดมาติดตั้งในรถ Accord เจเนอเรชั่นที่ 2 โดยวางลงในรถ Accord รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ขณะเดียวกัน โรงงานประกอบรถยนต์ Honda ที่มลรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มต้นเปิดไลน์ประกอบรถ Accord เป็นครั้งแรกสำหรับตลาดรถซีดานของกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกสุดจากแดนปลาดิบที่ทำการประกอบในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ตามติดด้วยยอดขาย 2 ล้านคันของ Honda Accord เจน 2 มาถึงปี 1983 Honda พัฒนาเครื่องยนต์ Cross Flow 12 Valve และระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก ABS รวมถึงปรับปรุงระบบส่งกำลัง Honda Matic กับนวัตกรรมชุดจ่ายเชื้อเพลิงที่พัฒนามาจากวงการ Formula 1 เช่น หัวฉีดเชื้อเพลิงระบบ PGM-F1 อันลือลั่นนั่นเอง

    Honda Accord Generation 3 1986-1989
    รถ Accord ในเจเนอเรชั่นที่ 3 เติมความสดใหม่ตามสมัยนิยมในยุค 80' ด้วยการใช้ไฟหน้าแบบ Pop-up ซึ่งเป็นระบบส่องสว่างที่กำลังได้รับความนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มรถสปอร์ตของยุโรป Accord เจน 3 วางเครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 1.8-2.0 ลิตร โดยปรับมาใช้แคมคู่แบบ DOHC - ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป เพื่อการตอบสนองในรอบสูงที่ดีขึ้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนแบบดับเบิ้ลวิชโบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นับเป็นการปฏิวัติวงการยนตรกรรม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการนำเอาระบบกันสะเทือนรูปแบบดังกล่าวมาใช้กับรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าเป็นครั้งแรก รถ Honda Accord Generation 3 เปิดผ้าคลุมในปี 1985 ภายใต้แบบของตัวถังที่มีให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้คนในยุคนั้น รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี Japan Car of The Year 1985-1986 ของประเทศญี่ปุ่นตกเป็นของ Accord รุ่นนี้อย่างไม่ยากเย็นนัก

    เครื่องยนต์ของ Accord Generation 3 มีทั้งแบบ 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า PGM-F1 และรุ่น 1.8 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ รวมถึงรุ่น 1.8 ลิตรแบบ SOHC- ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป วางแคมเดี่ยว แท่งเดียวโดดๆ กับชุดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์เดี่ยวที่ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงเท่าไรนัก ต่อมาในปี 1987 ค่าย Honda เปิดตัวรถ Accord แบบไฟหน้าสี่เหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งได้รับความนิยมมากในตลาดรถยนต์ของยุโรป นอกจาก Accord รุ่น 2 ประตูที่ประกอบในโรงงานโอไฮโอแล้ว รุ่น 4 ประตูซีดานก็ยังได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

    Honda Accord Generation 4 1990-1993
    ทศวรรษที่ 1990 ผู้คนทั่วๆ ไป ให้ความนิยมรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่โตเพิ่มมากขึ้น ความต้องการพื้นที่สำหรับใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับห้องโดยสาร ทำให้ Honda จำเป็นต้องปรับขนาดของ Honda Accord Generation 4 ให้มีทรวดทรงที่โตขึ้น ทั้งความกว้าง ความยาว และความสูง ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ แบบ 4WS เครื่องยนต์ทำงานได้ราบเรียบและลื่นขึ้นจากการปรับแก้โดยยังคงพื้นฐานในส่วนที่โดดเด่นเอาไว้ แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ ก็ยังถูกทำให้ดีขึ้นมากกว่ารุ่นที่ผ่านมา Accord เจน 4 ในประเทศไทยถูกเถ้าแก่เต็นท์รถตั้งฉายานามให้อย่างหรูว่า ฮอนด้าตาเพชร จากโคมไฟหน้าที่สว่างสุกใสเปล่งประกายราวกับเพชรเม็ดงามนั่นเอง!  

    ตัวถังของ Honda Accord Generation 4 มีให้เลือกหลากหลายเหมือนเดิม แต่มีความใหญ่โตเข้ามาแทนที่ขนาดที่เคยกะทัดรัด มันมีทั้งรุ่น 2 ประตูคูเป้หรือ Accord LX Coupe รุ่น 4 ประตูแบบซีดาน และรุ่น 5 ประตูแบบสเตชั่นแวกอน ต่อมาในปี 1991 รถ Honda Accord Generation 4 ได้รับการปรับปรุงในด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นในปี 1992 รถ Honda Accord Generation 4 ที่ประกอบในสหรัฐอเมริกา ถูกนำกลับไปขายยังประเทศบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเช่นเดิม

    Honda Accord Generation 5 1994-1997
    GEN5 สานต่อความสำเร็จของโมเดล Accord ด้วยยอดขาย 7.2 ล้านคันใน 130 ประเทศทั่วโลก โดยรถ Honda Accord กลายเป็นยนตรกรรมที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันนานถึง 3 ปี นับจากปี 1989 สำหรับ Accord Generation 5 เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 1993 มันถูกระดมเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าสำหรับยุคสมัยนั้นมาผนวกไว้ในเรือนร่างและสมรรถนะแบบครบครัน ต้นกำลังรุ่นใหม่ เป็นเครื่องยนต์ 2.2 i VTEC หรือ Variable Valve Timing and Lift Electronic Control ใช้ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะที่คิดค้นขึ้นโดย Honda ระบบดังกล่าวได้กลายมาเป็นต้นแบบในการสร้างเสริมความเป็นไดนามิกส์ของตัวรถ โดยกลไกของวาล์วจะปรับองศาของการทำงานกับคาบเวลาที่จะทำงานในการยกตัวแปรผันไปตามความเร็วของรอบเครื่องยนต์ ช่วยให้เครื่องยนต์คายสมรรถนะที่แท้จริงและช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็นจากการเผาไหม้ที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

    เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบดังกล่าว รุ่นที่ 5 แม้จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค (สำหรับรถยนต์ในยุคนั้น) แต่แนวคิดในการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ มนุษย์ และเครื่องจักร ยังคงถูกค่าย Honda นำมาสานต่อเพื่อสร้างยานยนต์สำหรับการเคลื่อนที่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม Accord Generation 5 ยังถูกตั้งชื่อโดยเต็นท์รถมือสองว่า ฮอนด้ารุ่นไฟท้ายก้อนเดียวสำหรับตัวรถเจน 5 รุ่นแรกหรือไฟท้ายสองก้อนในรุ่นที่ตามออกมาทีหลัง เป็นการตั้งชื่อเพื่อการจดจำที่ง่ายขึ้น

    Honda Accord Generation 6 1998-2002
    เรือนร่างที่ใหญ่โตมากขึ้นถูกขัดเกลาให้มีมุมมองที่เพรียวลมจากการออกแบบอันชาญฉลาด รถ Accord GEN6 มาถึงพร้อมๆ กับการเติบใหญ่ของ Honda ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างรถบ้านมากกว่าการผลิตรถสปอร์ตเพื่อเอาอกเอาใจคนกลุ่มใหญ่ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าปกติ เครื่องยนต์ถูกปรับขยายความจุเป็นแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 2.3 ลิตร VTEC LEV ในรุ่นมาตรฐาน และ V6 3.0 ลิตร VTEC LEV ในรุ่นสูงสุด สนองต่อความต้องการของผู้บริหารยุคใหม่ที่ชอบความหรูหราควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการวิ่งทางยาว ระบบกันสะเทือนแบบดับเบิ้ลวิชโบนปรับใหม่ที่เรียกว่า 5 Link ช่วยทำให้ Accord Generation 6 วิ่งได้นิ่มนวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การทรงตัวและการเลี้ยวที่ดีขึ้นทำให้มันติดอันดับรถยอดนิยมอย่างรวดเร็ว

    Accord เจน 6 ในประเทศไทย เมื่อกลายเป็นรถมือสองก็ถูกเถ้าแก่เต็นท์รถตั้งชื่อให้ใหม่ว่า แอคคอร์ดงูเห่า เมื่อมองดูจากรูปลักษณ์แล้วก็ไม่เห็นว่า Accord รุ่นนี้จะมีความเกี่ยวดองกับงูเห่าแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

    Honda Accord Generation 7 2003-2007
    มุมมองที่เคยเพรียวลมถูกออกแบบให้มีความบึกบึนอวบอ้วนขึ้น รถ Honda Accord Generation 7 มาพร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวที่เปลี่ยนมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า EPS หรือ Electric Power Steering ใช้วาล์วควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในการปรับแรงดันน้ำมันหล่อลื่น เพื่อหน่วงน้ำหนักให้แปรผันไปตามความเร็ว พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทางกับเบาะนั่งคู่หน้าแบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร I VTEC DOHC 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว ให้กำลัง 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 22.2 กิโลกรัม-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 5 สปีด

    ส่วนรุ่นสูงสุดวางเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร แคมเดี่ยวแบบ SOHC กับกำลัง 220 แรงม้า พร้อมแรงบิด 29.3 กิโลกรัม-เมตร ระบบควบคุมการทรงตัวที่คอยช่วยเหลือผู้ขับขี่ TCS ระบบความปลอดภัยติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมที่เบาะผู้โดยสารด้านข้าง (ในรุ่น V6) กับอุปกรณ์พิเศษพวกจอมัลติฟังก์ชั่น ระบบโทรศัพท์แบบบลูทูธ กับแผนที่นำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม เรียกว่าจัดมาครบแบบรถผู้บริหารกันเลยทีเดียว

    Honda Accord Generation 8 2008-2012
    รถ Accord GEN8 ขยายขนาดของตัวถังให้มีความยาวมากขึ้น พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่สำหรับวางเท้าภายในห้องโดยมีให้อย่างเหลือเฟือ ไฟหน้าแบบใหม่ กระจังหน้าและสปอยเลอร์หน้าดูมีเหลี่ยมมุมมากกว่ารุ่นที่ผ่านมา ที่โดดเด่นมากคือไฟท้ายแบบสองชิ้นกับห้องโดยสารที่มีความหรูหราเพิ่มมากขึ้น จากอุปกรณ์และรูปแบบของการจัดวางรวมถึงความใส่ใจในการคัดสรรวัสดุที่ใช้ตกแต่ง เมื่อทุกอย่างลงตัวมันจึงกลายเป็นรถซีดานขนาดกลางที่ผู้บริหารไว้วางใจ สำหรับขับขี่ใช้งาน เครื่องยนต์ของ Accord GEN8 มีให้เลือกสามแบบคือเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i VTEC 156 แรงม้า เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร i VTEC แรงม้า และเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร 275 แรงม้า ทุกรุ่นควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อด้วยระบบ Drive By Wire ผ่านสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ สมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน ส่งให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้คนที่ชื่นชอบซาลูนขนาดกลางที่มีความหรูหรา มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่โอ่โถงและมีราคาไม่ไกลจนเกินเอื้อม

    Honda Accord Generation 9 2014-2018
    วิศวกรของ Honda ได้ทำการรวบรวมจุดเด่นและสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงของรถ Accord รุ่นเก่า แล้วทำการทดสอบเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น งานออกแบบตัวถังที่ผ่านกาลเวลามายาวนานขัดเกลาให้ Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 มีความปราดเปรียวเพรียวลมมากขึ้น สิ่งที่ถูกนำมาประเมินผล นอกจากเรือนร่างที่ต้องสวยงามและโดนใจลูกค้าแล้ว ความเงียบของห้องโดยสาร ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ทัศนวิสัยที่ดีและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลงคือเป้าหมายที่ Accord เจน 9 จะต้องผ่านไปให้ได้ โครงสร้างตัวถังแบบ Unit-Body เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงแซสซีมากขึ้น มันสามารถทนต่อแรงบิดตัวและรับแรงเค้นที่เข้ามากระทำได้ดีกว่า Accord ทุกๆ โมเดลที่เคยมีมา แซสซีที่แข็งแกร่งขึ้นยังส่งผลไปถึงการควบคุมที่ดีขึ้น มิติของตัวถังที่อวบอ้วนในรุ่นที่แล้วถูกปรับให้เพรียวลมสมส่วนด้วยการลดความสูงและขนาดของความยาว ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ถูกปรับใหม่หมดบนเรือนร่างที่ลงตัวยังช่วยลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของอากาศ ซึ่งมีตัวแปรเป็นกระแสลมที่เข้ามาปะทะกับตัวถังทั้งด้านหน้าและด้านข้างบริเวณใต้ท้องรถมีวัสดุปิดกั้นเพื่อลดกระแสลมหมุนวนอันจะส่งผลไปถึงการควบคุมเมื่อใช้ความเร็ว ไฟหน้าแบบ LED และไฟหรี่ Daytime Runing เข้ามาเสริมสำหรับการให้แสงสว่างสำหรับการขับขี่ในตอนกลางวันรวมถึงไฟเลี้ยว ที่อยู่ในกรอบกระจกมองข้างกับกล้องมองด้านข้างในรุ่น 2.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบซิงเกิ้ลแคมหรือแคมเดี่ยว SOHC i-VTEC 4 วาล์วต่อสูบ เครื่องยนต์มีปริมาตรความจุ 1997 ซีซี กระบอกสูบกว้าง 81.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 96.9 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.6:1 ให้กำลังสูงสุด 114 กิโลวัตต์ หรือ 155 แรงม้า ที่ 6500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร หรือ 19.4 กิโลกรัม-เมตร ที่ 4300 รอบต่อนาที จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแบบมัลติพอยต์ PGM-F1 รองรับเชื้อเพลิง E85 ราคาไม่แพง ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีด ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold Control รุ่น 2.0EL ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift เหมือนรุ่น 2.4EL

    สำหรับ Accord Gen 9 รุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และระบบเสริมแรงบิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในระบบส่งกำลัง ขุมกำลังเบนซินแถวเรียงดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ผลิตจากอะลูมินัมอัลลอยน้ำหนักเบาวางตามขวางมีชุดเกียร์ติดอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ส่งกำลังผ่านล้อคู่หน้าด้วยแรงบิดของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องทวินแคมตัวนี้ใช้กลไกการทำงานแบบ Atkinson-Cycle i-VTEC มอเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในเกียร์ CVT ใช้ขับเคลื่อนล้อหน้าผสานไปกับเครื่องยนต์ ระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์ตัวนี้ยังถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการทำตัวเป็นรถยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์ให้กำลัง 145 แรงม้า พร้อมแรงบิด 175 นิวตันเมตร หรือ 17.8 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที กำลังในรูปของแรงบิดถ่ายเทผ่านเกียร์ E-CVT Electronically Variable Transmission ซึ่งมาพร้อมกับชุดล็อกอัพคลัตช์ที่สามารถตอบสนองการขับขี่สไตล์สปอร์ตได้ดั่งใจ โหมดขับเคลื่อนหลักๆ สามโหมดหลัก คือ EV Drive Mode ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เพียวๆ Hybrid Mode ผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ กับ Engine Drive Mode ที่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์แต่เพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อน สวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ EV ระบบ ECON Mode ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ระบบ Eco Coaching แสดงผลการขับขี่ของคุณว่าประหยัดหรือซดก็ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนและฝ่าเท้าของคุณเอง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ส่วนแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผสานกับแรงบิดของเครื่องยนต์นั้นมากถึง 315 นิวตันเมตร หรือ 32.1 กิโลกรัม/เมตร แบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนมีความจุ 1.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถขับแบบจัดหนักหรือขับแบบหวานเย็นก็ได้ทั้งนั้นตามที่คุณต้องการ

    สำหรับท่านที่กำลังสนใจ Honda New Accord 2019 เจนเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งมีเครื่องยนต์ 2 แบบให้เลือก ทั้งเบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบและ เบนซิน 2.0 ลิตรไฮบริด เชิญติดตามรีวิวทดสอบในคอลัมน์ยานยนต์ไทยรัฐออนไลน์ Testdrive ได้เลยครับ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      HONDAHONDA ACCORDACCORDอาคม รวมสุวรรณฮอนด้า

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 06:18 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์