ข่าว
100 year

10 สุดยอดเครื่องบินขับไล่ประจำปี 2019

ไทยรัฐออนไลน์19 ม.ค. 2562 15:00 น.
SHARE

military-today รวบรวมข้อมูลของเครื่องบินรบที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2019  ซึ่งเป็นเครื่องบินรบสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในด้านของการพรางตัว อาวุธยุทโธปกรณ์ ความเร็ว ความคล่องตัวและเทคโนโลยี ความเห็นของนักบินเกี่ยวกับความสามารถของเครื่องบินรบระหว่างการฝึกบินต่อสู้ เครื่องบินทั้งหมดที่กล่าวถึงในที่นี้มีพลังทำลายล้างสูง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครเคยเห็นเครื่องบนรบทั้ง 10 ลำ ทำการบินสู้รบระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร การวิเคราะห์ของ military-today ใช้ข้อมูลและการเปรียบเทียบทางเทคนิค เนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องบินรบที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับฝีมือทางการบินของนักบินรบ

Nr.1 Lockheed Martin / Boeing F-22 Raptor (USA)
เครื่องบินรบ F-22 Raptor เหนือชั้นกว่าเครื่องบินเจ็ตโจมตีจากการออกแบบรูปทรงและการเคลือบผิวลำตัวเครื่องด้วยวัสดุที่ไม่สะท้อนเรดาร์ เป็นเครื่องบินรบที่ทันสมัยและมีราคาแพงที่สุดในปัจจุบัน F-22 Raptor บินด้วยเซ็นเซอร์และระบบ avionics ที่ทันสมัย F-22 Raptor เริ่มต้นการบินในปี 2003 เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่ไม่เคยส่งออกให้กับลูกค้าหรือแม้แต่พันธมิตรอื่น ๆ รวมถึงกองกำลังนาโต้ ก็ยังไม่มีเครื่องรุ่นนี้ใช้งาน! ปัจจุบัน F-22 Raptor นับเป็นเครื่องบินรบที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมาและมีใช้ฉพาะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น!

เครื่องยนต์ของ F-22 Raptor ออกแบบให้มีพิสัยบินไกลมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มสมรรถนะทางการบินระยะไกล เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F119 ติดตั้งหัวฉีดเชื้อเพลิงแรงดันสูง thrust-vectoring nozzles รวมกับระบบควบคุมการบินแบบ 3D ทำให้ Raptor บินได้อย่างคล่องแคล่ว ความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 2.25 มัค หรือ 2,410 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนความเร็วเดินทางอยู่ที่ 1.82 มัค หรือ 1,963 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 65,000 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการไกล 3,219 กิโลเมตร 

Nr.2 Lockheed Martin F-35 (USA)
F-35 Lightning II เป็นเครื่องบินรบหลายบทบาทหนึ่งในสายพันธุ์ F-35B ขึ้นบินครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2006 และเข้าประจำการสำหรับบินปฏิบัติงานกับหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ เมื่อปี 2015 เครื่องบินรบ F-35 ได้รับการพัฒนาภายใต้โปรแกรม Joint Strike Fighter ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาประจำการแทนเครื่องบินรบยุคเก่า ในอนาคตอันใกล้ F-35 จะเข้ามาแทนที่เครื่องบินรบ AV-8B, A-10, F-16 และ F / A-18 ในกองทัพสหรัฐฯ นอกจากนี้ F-35 Lightning II ยังถูกส่งออกโดยขายให้กับฝูงบินของประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

F-35 ใช้แนวทางการออกแบบคล้ายกับ F-22 ของ Lockheed Martin แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและมีเครื่องยนต์แค่ตัวเดียวแตกต่างจาก F-22 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ถึง 2 ตัว การออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลางตัวหรือ stealth ช่วยลดส่วนตัดเรดาร์และทำให้ตรวจจับได้ยาก F-35 Lightning มีสามสายพันธุ์หลัก ทั้งรุ่น F-35A ที่บินขึ้นและลงจอดแบบทั่วไป F-35B บินขึ้นและลงในแนวดิ่งหรือใช้ทางวิ่งระยะสั้น และ F-35C เครื่องบินรบที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องยนต์เจ็ต Pratt & Whitney F 135 ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้นมาแม้จะมีแค่เครื่องยนต์เดียวก็ยังถือว่าเป็นเครื่องบินรบที่มีศักยภาพสูง กองทัพอากาศอิสราเอลใช้ F-35 บินโจมตีเป้าหมายในซีเรีย โดยใช้ยุทธวิธีบินต่ำเพื่อลักลอบเข้าโจมตีเป้าหมายที่อยู่ใกล้ฐานทัพของรัสเซียในซีเรีย ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีขีดความสามารถมากที่สุดของรัสเซีย เช่น จรวดต่อต้านอากาศยานพื้นสู่อากาศ S-300 และ S-400 ไม่สามารถทำลาย F-35 ของอิสราเอลได้แม้แต่ลำเดียว!

F-35 Lightning II  เครื่องบินรบหลายบทบาทลำนี้ สามารถบินปฏิบัติภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิดกับกองกำลังภาคพื้นดินและการทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี เขี้ยวเล็บที่แหลมคมติดตั้งปืนกลอากาศ GAU-22/A สี่ลำกล้องขนาด 25 มม. ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นดินรุ่นล่าสุด เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F 135 ตัวเดียวโดดๆ ทำความเร็วสูงสุดได้ 1.6 มัค หรือ 1,960 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินสูงสุด 50,000 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการ 2,200 กิโลเมตร 

Nr.3 Sukhoi Su-57 (Russia)
Su-57 เป็นเครื่องบินรบรัสเซียแบบ Stealth รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีการแผนแบบเพื่อทดแทนเครื่องบินรบ MiG-29 และ Su-27 และถูกมองว่าเป็นคู่ต่อสู้ของ F-22 Raptor การพัฒนาเครื่อง Sukhoi Su-57 เริ่มต้นขึ้นในปี 2001 และทำการบินครั้งแรกในปี 2010 โดยมีการวางแผนว่าในปี 2018 จะมีการส่งมอบ Sukhoi Su-57 12 ลำไปยังกองทัพอากาศรัสเซีย ในความเป็นจริงเมื่อปีที่ผ่านมา มีเครื่อง Su-57 จำนวนหนึ่งเตรียมพร้อมสำหรับการบินรบในซีเรีย ส่วนการผลิตเต็มรูปแบบของ Su-57 มีแผนที่จะเริ่มในปีนี้ 

Su-57 ปฏิบัติการได้ทั้งการบินขับไล่และเข้าโจมตีภาคพื้นดิน ช่องใส่อาวุธขนาดใหญ่สองช่องติดตั้งคู่กันระหว่างเครื่องยนต์ Su-57 มี hardpoints ทั้งภายในและภายนอก 10 จุดสำหรับติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ, อากาศสู่พื้นผิว, อุปกรณ์ต่อต้านรังสีและลูกระเบิดแบบนำวิถี สามารถบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากถึง 7,500 กิโลกรัม เครื่องยนต์เจ็ต NPO Saturn izdeliye 117 จำนวน 2 เครื่อง ทำความเร็วได้ถึง 2,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินสูงสุด 65,617 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการไกลถึง 5,000 กิโลเมตร 

Nr.4 Chengdu J-20 (China)
J-20 เป็นเครื่องบินรบทรงพลังรุ่นใหม่ของจีน ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับเครื่องบินรบรุ่นที่ห้าของสหรัฐอเมริกาอย่าง F-22 Raptor รวมถึงเครื่องบินรบยุคอนาคตขั้นสูงของรัสเซีย เช่น Su-57 คาดการณ์ว่า การพัฒนาอากาศยานรบรุ่น J-20 ได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท Mikoyan (Russia) การผลิตเบื้องต้นของเครื่องบินรบจีนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Stealth เริ่มต้นในปี 2015 เครื่องบินรบล่องหน J-20 ลำแรกส่งมอบให้กับกองทัพอากาศจีนในปี 2016 และนำมาใช้บินอย่างเป็นทางการในกองทัพอากาศจีนเมื่อปี 2017

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ใช้แนวทางการทหารที่โปร่งใสมากขึ้น แม้ว่าจะมีข้อมูลอย่างเป็นทางการเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้ J-20 เป็นเครื่องบินรบพิสัยปานกลาง มีความสามารถในบินขับไล่ทางยุทธวิธี การโจมตีภาคพื้นดิน นับเป็นเครื่องบินรบอนาคตที่ก้าวล้ำมากที่สุดของ ทอ. จีน  Chengdu J-20 ออกแบบให้มีช่องติดตั้งอาวุธขนาดใหญ่สองตำแหน่ง สำหรับติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลและสองช่องเล็กเพื่อติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะสั้น ขีปนาวุธจะถูกเก็บไว้ในลำตัวเพื่อลดการตรวจจับจากเรดาร์ นอกจากนี้ยังมีถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่สำหรับปฏิบัติการบินระยะไกล J-20 สามารถโหลดเชื้อเพลิงและอาวุธได้มากกว่า  F-22 Raptor และมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการด้วยความเร็วสูง เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน WS-15 จำนวน 2 เครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ 2.0 มัค หรือ 2,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินสูงสุด 59,055 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการไกล 3,400 กิโลเมตร 

Nr.5 Eurofighter Typhoon (European Union)
ปี 1986 Eurofighter ถูกก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป เช่น เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักรและสเปน เพื่อพัฒนาเครื่องบินรบแบบหลายบทบาทรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการปรับปรุงด้านสมรรถนะทางการบินรบให้มีความเหมาะสมในฐานะเครื่องบินรบโจมตีของกลุ่มนาโต้ Eurofighter Typhoon ติดตั้งขีปนาวุธขั้นสูงที่ออกแบบในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ติดตั้งระบบ avionics ที่ทันสมัยและครอบคลุมการบินปฏิบัติการทางการรบมากที่สุด

Eurofighter Typhoon ถูกแผนแบบให้มีความเหนือชั้นกว่าเครื่องบินรบสมรรถนะสูงอย่าง F-15F, Rafale, Su-27 และเครื่องบินรบแบบอื่น เครื่องยนต์ Euro JET EJ200 Turbofan Engines จำนวน 2 เครื่องยนต์ ให้แรงขับดัน 90kN ต่อเครื่อง เป็นเครื่องยนต์น้ำหนักเบาขนาดเล็กที่มีความแข็งแรงและคงทนต่อการทำงานในอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง Eurofighter Typhoon ทำความเร็วสูงสุดได้ 2,495 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินสูงสุด 64,993 ฟุต และมีพิสัยบินปฏิบัติการไกลถึง 2,900 กิโลเมตร 

Nr.6 Sukhoi Su-35 (Russia)
เครื่องบินรบหลากภารกิจ Sukhoi Su-35 เป็นรุ่นที่แผนแบบมาจากเครื่องบินขับไล่โจมตี Su-27 เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Su-27 และ MiG-29 เครื่อง Su-35 เป็นเครื่องบินรบรุ่น 4 ++ บินเร็วและมีความคล่องแคล่ว รวมถึงขีดความสามารถในการบินปฏิบัติการระยะไกล ความสามารถในบรรทุกอาวุธ ทำให้ Sukhoi Su-35 กลายเป็นภัยคุกคามของฝ่ายตะวันตกไปโดยปริยาย

Su-35 เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีประสิทธิภาพสูง มีขีดความสามารถในการโจมตีภาคพื้นดินด้วยระบบอาวุธที่ทันสมัย เครื่องบินลำนี้สามารถโหลดอาวุธจำนวนมหาศาล จากการออกแบบให้มีจุดติดตั้งอาวุธใต้ปีกและลำตัวรวม 12 จุด สามารถบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นจรวดต่อต้านอากาศยาน ลูกระเบิดนำวิถี หรืออะไรก็ตามที่สามารถล้างผลาญชีวิตของศัตรู ด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 8,000 กิโลกรัม

Su-35 ติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่และทรงพลัง สามารถบินปฏิบัติการรบทางอากาศได้นานกว่าเครื่องบินรบเกือบทุกแบบ นอกจากนี้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังยังเร่งความเร็วเข้าสู่ย่านเหนือเสียงได้โดยไม่ต้องใช้ afterburner เครื่องยนต์ Saturn 117S TVC Turbo-Fans จำนวน 2 เครื่องยนต์ แรงขับดัน 86.3 Kn ต่อเครื่อง มีความเร็วสูงสุด 2.25 มัค หรือ 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 59,100 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการ 3,600 กิโลเมตร 

Nr. 7 Dassault Rafale (France)
Rafale เป็นอากาศยานขับไล่โจมตีของฝรั่งเศส เป็นเครื่องบินที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานในกองทัพอากาศฝรั่งเศสซึ่งยังรวมไปถึงกองทัพเรือของเมืองน้ำหอมอีกด้วย เครื่องบินขับไล่รุ่นนี้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายบทบาทจากระบบควบคุมการบินแบบใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ยังมีมาตรการปรับปรุงการออกแบบลำตัวและใช้เรดาร์แบบพิเศษเพื่อการตรวจจับที่ดีขึ้นของเครื่องบินรุ่นนี้ Dassault Rafale ยังเป็นอากาศยานที่บินได้คล่องแคล่วมาก เรดาร์ประสิทธิภาพสูงของ Rafale สามารถติดตามเป้าหมายแยกย่อยได้มากถึง 40 เป้าหมาย และทำการจู่โจมด้วยอาวุธปล่อยได้ถึง 4 เป้าหมายในเวลาเดียวกัน

เครื่องขับไล่โจมตีทุกกาลอากาศ Dassault Rafale ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน SNECMA M88-2 turbofan engines จำนวน 2 เครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ 1,995 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 49,984 ฟุต มีพิสัยบินปฏิบัติการไกล 1,850 กิโลเมตร เครื่องบินรุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับ F-16 รุ่นใหม่ล่าสุดของอเมริกัน เครื่องบินขับไล่-โจมตี Rafale จะเป็นรากฐานที่สำคัญของกำลังทางอากาศของฝรั่งเศสจนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

Nr. 8 JAS-39 Gripen (Sweden) 
เครื่องบินขับไล่-โจมตีอเนกประสงค์แบบ JAS-39 Gripen ออกแบบและผลิตขึ้นโดยบริษัทอากาศยานเก่าแก่ของสวีเดน นั่นคือ บริษัท SAAB เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบเก่า J35 Darken และ AJS 37 Viggen ของกองทัพอากาศสวีเดน JAS-39 Gripen เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2530 เป็นวันครบรอบ 50 ปีของบริษัท SAAB และขึ้นทำการบินทดสอบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2531 เริ่มเข้าประจำการในกองทัพอากาศสวีเดนในปี 2540 กองทัพอากาศไทยสั่งซื้อจำนวน 6 ลำในลอตแรก และสั่งซื้อในลอตที่สองอีก 6 ลำ ทำการส่งมอบในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเข้าประจำการในฝูงบิน 701

JAS-39 Gripen แผนแบบให้มีสมรรถนะทางการบินรบระดับสูง มีความเหมาะสมกับภูมิประเทศที่มีความหลากหลายของประเทศไทย ทั้งป่าทึบ ชายฝั่ง และอาณาเขตที่กว้างขวางของท้องทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน JAS-39 มีความอ่อนตัวและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศแบบเขตร้อนของไทยที่มีทั้งภูเขา ป่าดิบชื้น ที่ราบลุ่มและชายฝั่งทะเลที่มีความยาวมากว่า 2,000 กิโลเมตร เป็นเครื่องบินรบที่ต้องการอุปกรณ์สนับสนุนในการขึ้นบินน้อยมาก สามารถทำการร่อนลงหรือบินขึ้นบนถนนหลวงทั่วไปโดยใช้ทางวิ่งไม่มากนัก จึงเป็นเครื่องบินที่มีความคล่องตัวสูงที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ

JAS-39 Gripen C/D ถูกพัฒนามาเพื่อการปฏิบัติภารกิจบินรบทางยุทธวิธี เช่นการบินลาดตระเวนรักษาเขตแดนหรือ Combat Air Patrol : CAP การลาดตระเวนทางทะเล การเข้าโจมตีเป้าหมายเหนือผิวน้ำเช่นเรือรบของข้าศึกหรือกองกำลังของฝ่ายตรงข้ามที่รุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ป่าทึบ เครื่อง Gripen C/D สามารถบินปฏิบัติการได้นานถึง 5 ชั่วโมงจากการติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ รวมถึงการบินทางยุทธวิธีที่ไม่ติดถังเชื้อเพลิงสำรองได้นาน 90 นาที ระบบเรดาร์รุ่นล่าสุด Electronically Scanned Array มีรัศมีกว้างไกล ครอบคลุมและกำลังเป็นที่นิยมของเครื่องบินรบยุคใหม่ในกองกำลังของนาโต้ เทคโนโลยีของระบบเอวิโอนิกส์กับขีดความสามารถในการบินรบของ Gripen C/D ถือได้ว่าไม่เป็นรองใคร แม้จะมีพิสัยบินเพียง 1200 กิโลเมตร แต่ก็ชดเชยด้วยระบบอาวุธปล่อยนำวิถีที่มีระยะยิงไกลมาก เช่น จรวดนำวิถีรุ่น KEPD-150 ระยะทำการไกลถึง 350 กิโลเมตร จรวด S15F ระยะยิงหวังผล 111 กิโลเมตร เพื่อต่อตีเป้าขนาดใหญ่เช่นเรือรบผิวน้ำ ระบบเรดาร์แบบ PS-50/A สามารถทำการตรวจจับเป้าหมายทางภาคพื้นดินได้ไกล 90 กิโลเมตร และเป้าหมายที่เป็นเครื่องบินรบฝ่ายตรงข้าม 120 กิโลเมตร เรียกได้ว่ายังไม่ทันเห็นก็สั่งยิงอาวุธได้แล้ว ส่วนการใช้จรวดนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศ เครื่อง Gripen C/D สามารถทำการสั่งยิงพร้อมกันทั้ง 4 ลูก ต่อเป้าหมายถึง 4 ตำแหน่ง มันมีตำบลการติดตั้งอาวุธทั้งบริเวนใต้ปีกและใต้ลำตัว ซึ่งสามารถเลือกใช้ระบบอาวุธของยุโรป (กองกำลังนาโต้) อิสราเอล รวมถึงสหรัฐอเมริกา

JAS-39 Gripen ติดตั้งเครื่องยนต์ Volvo Aero Corporation RM 12 Turbofan จำนวน 1 เครื่อง ให้แรงขับ 18,100 ปอนด์ พื้นฐานเครื่องยนต์จาก General Electric F404 มีความเร็วสูงสุด 2,205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 50,000 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการไกล 3,200 กิโลเมตร 


Nr.9 Boeing F/A-18E/F Super Hornet (USA)
ปัจจุบัน F/A-18 Super Hornet เป็นเครื่องบินรบอเนกประสงค์ที่มีขีดความสามารถมากที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นเครื่องบินรบที่สามารถโจมตีเป้าหมายทางอากาศและพื้นผิวได้อย่างหลากหลาย Super Hornet ยังถูกนำมาประจำการในกองทัพอากาศของออสเตรเลียในฐานะเครื่องบินรบหลักอีกด้วย

F/A-18E/F เป็นอนุพันธ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีความสามารถมากกว่า F/A-18C/ D เจ้า Super Hornet ติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ และออกแบบจุดยึดใต้ปีกเพิ่มเติมเพื่อบรรจุขีปนาวุธได้มากขึ้น F/A-18E/F ยังมีการขยายขนาดของลำตัวสำหรับห้องเก็บเชื้อที่ใหญ่ขึ้น มีการปรับปรุงระบบทำการบินแบบใหม่ และใช้มาตรการบางอย่างบนผิวพื้นของลำตัวเครื่องเพื่อลดการตรวจจับจากเรดาร์ เครื่องยนต์ General Electric F414 GE400 จำนวน 2 เครื่องยนต์ ทำความเร็วสูงสุดได้ 1,911 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 44,890 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการไกล 1,095 กิโลเมตร

Nr. 10 Lockheed Martin F-16 Viper (USA) 
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 Lockheed Martin เปิดตัว F-16 รุ่นใหม่ในงาน Singapore Airshow 2012 F-16 Viper จะมีการปรับปรุงส่วนต่างๆ รวมถึงเรดาร์ตรวจการณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (AESA)  คอมพิวเตอร์ภารกิจและรูปแบบลำตัวที่ได้รับการอัพเกรด รวมถึงการปรับปรุงห้องนักบิน เป็นการเพิ่มเติมขีดความสามารถโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ สำหรับลูกค้าต่างประเทศในอนาคต การปรับปรุง F-16 เวอร์ชั่นใหม่ถูกขนานนามว่า "Viper" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการบินรบ โปรแกรมการอัพเกรด  F-16 "Viper" คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 สำหรับความสนใจของพันธมิตร ทอ. เกาหลีใต้มีแผนที่จะอัพเกรดฝูงบิน F-16 จำนวน 134 ลำเป็น F-16Viper ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 

ในเดือนกันยายน 2017 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้อนุมัติการขาย F-16 Viper จำนวน 19 ลำให้กับทัพฟ้าของประเทศบาห์เรน และอัพเกรด F-16 block 40 ที่มีอยู่เดิมอีก 20 ลำให้เป็น F-16 Viper 

F-16 Viper ติดตั้งเครื่องยนต์ได้สองแบบคือ Pratt & Whitney F100-PW-229 และ General Electric F110-GE-129 turbofan ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 2.0 มัค หรือ 2,414 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุดมากกว่า 60,000 ฟุต พิสัยบินปฏิบัติการพร้อมถังเชื้อเพลิงสำรองแบบสลัดทิ้ง 4,220 กิโลมตร

อาวุธ
จรวดต่อต้านอากาศยาน AIM-9 Sidewinder, Magic II  ASRAAM short-range AAMs,  AIM-7, Sky Flash  AIM-120 medium-range AAMs AIM-9X, Python IV, AIM-132 ASRAAM  IRIS-T  AGM-119/AGM-84/AGM-65G anti-ship missiles AGM-65 Maverick air-to-ground tactical missile, , GBU-15


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยานยนต์รถยนต์เครื่องบินขับไล่อากาศยานอาคม รวมสุวรรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้