McLAREN SENNA ปิศาจความเร็วลำใหม่ ตัวถัง ปีกท้าย ตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง เพิ่มแรงกด 800 กิโลกรัม เมื่อทำความเร็ว 250 กม./ชม. (155 ไมล์/ชม.) อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม.) ใน 6.8 วินาที และ 0-100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม.) ใน 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม. (211 ไมล์/ชม.)
McLAREN SENNA มาในรูปแบบของรถสปอร์ตตัวเตี้ย โครงช่วงล่างคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Monocage III ตัวถังขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักรถทั้งคันแค่ 1,198 กิโลกรัม เป็นรถถนนที่เบาที่สุดเท่าที่ McLAREN เคยผลิตมานับตั้งแต่ซุปเปอร์คาร์คลาสสิกรุ่นยอดฮิตอย่าง McLAREN F1 กำลังมหาศาลด้วยตัวเลขอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 668 แรงม้าต่อตัน McLAREN SENNA ผลิตจำนวนจำกัดในรูปแบบ Limited Edition จำนวน 500 คันเท่านั้น ทุกคันประกอบด้วยมือช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์การผลิตของ McLAREN ในเมืองเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ ผ่านกระบวนการที่ใช้เวลาถึง 300 ชั่วโมง ทั้งหมดถูกสั่งจองเรียบร้อย!
...
McLAREN เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่น SENNA ในงานมหกรรมยานยนต์นานาชาติเจนีวาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นโมเดลล่าสุดของค่าย McLAREN ในตระกูล Ultimate Series โดยมี DNA ของความเป็นรถแข่ง เพื่อนำเสนอสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ McLAREN SENNA ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น และทุกคันประกอบด้วยมือของช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์การผลิตแมคลาเรน ประเทศอังกฤษ ซึ่งถูกสั่งจองหมดแล้ว สำหรับในประเทศไทยมีผู้สั่งจองและพร้อมส่งมอบรถในเดือนสิงหาคม สะท้อนความประสบความสำเร็จและการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ McLAREN ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
...
McLAREN SENNA มีสมรรถนะระดับตำนานเช่นเดียวกับชื่อของ Ayrton Senna นักแข่งรถชั้นนำที่เสียชีวิตในสนามแข่ง F1 เมื่อปี ค.ศ. 1994 ชื่อรุ่น Senna ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรถสปอร์ตรุ่นใหม่ของค่ายรถอังกฤษ McLAREN SENNA ออกแบบ วางแผน และพัฒนาเพื่อให้เป็นสุดยอดยานยนต์ของ McLAREN สำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่สามารถนำมาวิ่งบนถนนได้ถูกต้องตามกฎหมาย กำลังเครื่องยนต์ 800 แรงม้า แรงบิดจัดอย่างโหดมากถึง 800 นิวตันเมตร (590 ปอนด์-ฟุต) เครื่องยนต์ Twin-turbocharged แบบ V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทำให้ McLAREN SENNA เป็นรถยนต์รุ่นขับขี่บนถนนที่มีเครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน ผสานกับความสามารถของระบบอากาศพลศาสตร์ สร้างแรงกดได้มากถึง 800 กิโลกรัม น้ำหนักตัวรถทั้งคัน 1,198 กิโลกรัม ทำให้ McLAREN SENNA กลายเป็นจักรกลแห่งความเร็วที่มอบสัมผัสของการขับขี่ที่เชื่อมโยงนักขับให้เป็นหนึ่งเดียวกับรถได้อย่างแท้จริง
...
สมรรถนะของ McLAREN SENNA มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม.) ใน 2.8 วินาที เร่งจาก 0-200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม.) ในเวลา 6.8 วินาที อัตราเร่งควอเตอร์ไมล์ (402 เมตร) 9.9 วินาที ด้วยอัตราเร่งบนทางเรียบอันตื่นตะลึง McLAREN SENNA ทำความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม. (211 ไมล์/ชม.) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของรถสปอร์ตในตระกูล Ultimate Series
...
McLAREN SENNA รถซุปเปอร์คาร์ที่ไม่เหมือนใครจากรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตการปรับตั้งให้มีความสอดคล้องกับกฎระเบียบเพื่อขับบนถนนปกติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้นเพื่อการพุ่งทะยานในสนามแข่ง ทุกองค์ประกอบของรถสปอร์ตในตระกูล Ultimate Series มุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงสุด เพื่อการเชื่อมโยงนักขับกับรถให้เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงการสัมผัสกับประสบการณ์การในสนามแข่งขันที่มีเพียง McLAREN เท่านั้นที่ทำได้” มร.ไมค์ เฟลวิทท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร McLAREN กล่าว
McLAREN SENNA นำเอาคุณสมบัติของโครงสร้างน้ำหนักเบา กำลังเครื่องระดับสูงสุด เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ก้าวล้ำ และระบบกันสะเทือนแบบแอ็กทีฟที่พัฒนาใหม่หมด การตอบสนองและความเป็นหนึ่งเดียวกับยานยนต์ที่ดีที่สุดจากผู้ผลิตรถสปอร์ตคาร์และซุปเปอร์คาร์ของอังกฤษ
การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์
McLAREN SENNA มีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวเพื่อเหนี่ยวนำกระแสอากาศให้สอดคล้องตามข้อกำหนดด้านอากาศพลศาสตร์ การออกแบบ McLAREN SENNA บ่งบอกถึงความดุดันแตกต่างจากรถ McLAREN รุ่นก่อน เพื่อการนำเสนอประสิทธิภาพการขับขี่ให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ McLAREN ต้องยกระดับการผลิตให้สูงเหนือกว่ารุ่น McLaren P1
อากาศปะทะส่วนหน้ารถจะเข้าสู่ระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศในทันที เมื่อปะทะกับพื้นผิวทั้ง 4 ส่วนของหน้ารถ ได้แก่ สปลิตเตอร์หน้า, แถบรับลม Aero Blades แบบแอ็กทีฟ, แถบรับลม Aero Blades และช่องเปิดระหว่างไฟหน้ากับไฟเดย์ไลท์ ซึ่งอากาศจะถูกเบนทิศทางโดยชิ้นส่วนเหล่านี้ไปตามลำดับ ดีไซน์ส่วนท้ายของตัวรถถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์และข้อกำหนดในเรื่องการหล่อเย็นเครื่องยนต์ ปีกที่ยื่นออกจากช่องบานเกล็ดซ้อนชั้นจะเบนอากาศออกจากท้ายรถและไหลลงสู่ด้านข้าง ทำให้ส่วนที่มีแรกกดต่ำดึงอากาศร้อนออกจากหม้อน้ำรถยนต์และห้องเครื่องยนต์ ซึ่งบานเกล็ดซ้อนชั้นจะช่วยทำให้การไหลของอากาศไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของปีกหลัง ท่อไอเสียดีไซน์ตัดเฉียงยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ ด้วยการวางตำแหน่งและองศาที่เหมาะสมช่วยขจัดการรบกวนที่จะเกิดกับส่วนปีกและดิฟฟิวเซอร์หลังได้เป็นอย่างดี
ท่อไอเสียถูกวางตำแหน่งให้อยู่ส่วนท้ายรถ (เมื่อวัดจากขอบท้าย) ที่ต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแมคลาเรนรุ่นวิ่งบนท้องถนนทุกรุ่น โดยต่ำกว่าตระกูล Super Series ถึง 18 เซนติเมตร ซึ่งตรงกันข้ามกับส่วนปีกหลังคาร์บอนไฟเบอร์สองชั้นที่ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างแรงกดให้ตัวรถ กลับถูกติดตั้งให้อยู่ในตำแหน่งสูงและสามารถปรับองศาได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงกดสูงสุดและรักษาสมดุลอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้เหมาะสม โดยชิ้นส่วนปีกมีน้ำหนักเพียง 4.87 กิโลกรัม แต่สามารถเสริมน้ำหนักแรงกดได้มากกว่า 100 เท่าเลยทีเดียว
ดิฟฟิวเซอร์ 2 ชั้นที่ส่วนท้ายรถนับว่ามีบทบาทสำคัญมากเช่นกัน โดยแต่ละชิ้นทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และติดตั้งที่ใต้ส่วนเพลาท้าย ทำหน้าที่เพิ่มกำลังเร่งของลมที่ไหลออกจากบริเวณข้างใต้รถให้สูงขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดโซนแรงกดต่ำและ “ดูด” ตัวรถให้แนบไปกับถนนเพื่อแรงยึดเกาะในระดับสูงสุด
โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์
เทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์ในรถแข่งฟอร์มูล่าวันและโครงสร้างคาร์บอนแบบ Monocage III ใน McLAREN SENNA มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 เมื่อ Monocage III เริ่มใช้ใน McLaren MP4/1 ซึ่งเป็นรถแข่งฟอร์มูล่าวันรุ่นแรก โดยโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Monocage III เป็นโครงสร้างตัวถังวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบไร้โครงที่แข็งแรงที่สุดที่สร้างสรรค์โดยแมคลาเรนสำหรับใช้ในรถยนต์รุ่นวิ่งบนท้องถนนและนำเสนอส่วนท้ายรถแบบสองชั้นรุ่นใหม่ที่มีโครงเหล็กเสริมพิเศษสำหรับป้องกันห้องโดยสารได้ในตัวเอง นอกจากนี้ Monocage III ยังเป็นโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ McLAREN SENNA มีน้ำหนักเพียง 1,198 กิโลกรัม กลายเป็นรถสปอร์ตรุ่นใช้งานปกติบนถนนที่เบาที่สุดเท่าที่ McLAREN เคยผลิตมานับตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนารถแข่งฟอร์มูล่าวัน
โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ของ McLAREN SENNA โดยเฉพาะในส่วนของแผงตัวถังจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งของโครงสร้างสูง เนื่องจากต้องรองรับแรงกระทำจากระบบอากาศพลศาสตร์ในขณะขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงในสนามแข่ง เมื่อคำนวณรวมแล้วแผงตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์มีน้ำหนักไม่ถึง 60 กิโลกรัม วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และ Alcantara® ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งภายใน แผงหน้าปัด ประตู และองค์ประกอบที่ปรากฏต่อสายตาของโครงสร้าง Monocage III ถูกออกแบบให้เปลือยผิวคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วน Alcantara® (วัสดุหนัง) ใช้หุ้มถุงลมด้านข้าง โดยลดชิ้นส่วนการตกแต่งภายในเพื่อทำให้รถมีน้ำหนักเบา เผยให้เห็นโครงสร้างของประตูทั้งสองด้าน แม้แต่แท่นยึดประตูที่ทำสีให้สอดรับกับคาลิเปอร์เบรกและแถบลมแอร์โรแอ็กทีฟด้านหน้า แต่กลับเปลือยให้เห็นโครงสร้าง เพื่อลดน้ำหนักลงแม้เพียงไม่กี่กรัมก็ถือว่ามีความสำคัญมาก
ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง Monocage III ทำให้วิศวกรผลิตโครงเสาหลังคาได้บางขึ้น ทำให้ผู้ขับสามารถมองเห็นภายนอกผ่านทางกระจกหน้าขนาดใหญ่และบังโคลนหน้าได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ขับผ่านมุมแคบได้ง่ายขึ้น เป็นการปรับปรุงคุณภาพของทัศนวิสัยที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เจ้าของรถสามารถเลือกประตูได้ทั้งแบบบุกระจกทั้งส่วนบนและส่วนล่างแทนแผงคาร์บอนไฟเบอร์มาตรฐานได้ ช่วยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามายังห้องโดยสารได้มากขึ้น
การออกแบบห้องโดยสาร
เบาะนั่งคนขับสามารถเลื่อนปรับได้ด้วยรางโดยแป้นเหยียบซึ่งติดตั้งในตำแหน่งตายตัว นับเป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุดในการลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนและน้ำหนัก ส่วนการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Drive, Neutral และ Reverse ติดตั้งอยู่ตรงที่นั่งของผู้ขับและจะเลื่อนไปตามการปรับตำแหน่งของเบาะ กลไกการเปิดประตูและสวิตช์หน้าต่างถูกย้ายมาอยู่กลางตัวรถบนแผงควบคุมที่ติดกับหลังคา พวงมาลัยแบบสามแกนซึ่งตกแต่งด้วยหนัง Alcantara® ปราศจากปุ่มและสวิตช์ใด ๆ เพื่อให้ผู้ขับมีสมาธิอยู่กับการขับได้อย่างเต็มที่ การจับพวงมาลัยได้รับการปรับปรุงให้กระชับถนัดมือยิ่งขึ้นไม่ว่าจะสวมหรือไม่สวมใส่ถุงมือ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในสนามแข่งขัน อีกทั้งพวงมาลัยยังถูกออกแบบให้มีดีไซน์เหมือนกับล้อรถอีกด้วย พวงมาลัยติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์คาร์บอนไฟเบอร์ทำผิวแบบซาติน ที่เชื่อมต่อกับสวิตช์แบบกระดกด้านหลังพวงมาลัยอย่างกลมกลืน
ผู้ขับสามารถดูข้อมูลจากจอแสดงผลแบบพับได้สไตล์ McLaren Folding Driver Display จอระบบอินโฟเทนเมนท์กลาง เมื่อใช้งานแบบ Full Display Mode จอแสดงผลแบบพับได้จะแสดงข้อมูลบนจอแบบ TFT ด้วยเลย์เอาท์ที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบขึ้นอยู่กับผู้กำลังใช้โหมดการขับขี่แบบ Comfort, Sport, Track หรือ Race เมื่อตั้งค่ากับแผงควบคุม Active Dynamics Panel หรือควบคุมเองเองแบบอิสระ จอแสดงผลจะสามารถพับลงเป็นแบบ Slim Display Mode เพื่อแสดงผลเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และเกียร์ที่เลือกใช้ การวางตำแหน่งจอรูปแบบนี้ได้รับการออกแบบให้เหมาะสำหรับการแข่งขันในสนามแข่งเพื่อให้มองเห็นแทร็คข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับผู้ขับที่ชอบการแสดงผลแบบเรียบง่าย
จอแสดงข้อมูลสามารถพับขึ้นในแนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในโดยทำมุมเอียงออกด้านนอกและพับตั้งตรงขึ้นโดยหันหน้าเข้าหาผู้ขับให้มองเห็นได้ง่ายในระดับสายตาเมื่อสวมใส่หมวกกันน็อก กระจกหน้าแบบเต็มขอบให้ความรู้สึกสอดรับกับแผงควบคุม Active Dynamics Panel และจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วได้อย่างลงตัว ในการแสดงข้อมูลการทำงานของรถยนต์ทั้งระบบเสียง สื่อ การนำทาง และการทำงานอื่นๆ ซึ่งสามารถควบคุมได้ผ่านทางจอ TFT
เจ้าของ SEANA สามารถเลือกออพชั่นเพื่อเพิ่มความหรู มีทั้งการหุ้มหนังคุณภาพสูง รวมถึงชุดการตกแต่งเบาะนั่งคาร์บอนไฟเบอร์แบบซูเปอร์-ไลท์เวทสไตล์ “ทัวริ่ง (Touring)” หลากหลายรูปแบบ พร้อมเพิ่มออพชั่นเซนเซอร์ช่วยจอดรถและกล้องส่องหลังโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม McLAREN SENNA ร่วมมือกับบริษัทเครื่องเสียงติดรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Bowers & Wilkins ในการสร้างสรรค์ระบบเสียงซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อ McLAREN SENNA โดยเฉพาะ ระบบเสียงของซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้นำเสนอในรูปแบบออพชั่นเสริม ลำโพง 7 ตำแหน่งน้ำหนักเบาพิเศษ โดยมีน้ำหนักแค่ 7.32 กิโลกรัมเท่านั้น
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง M840TR
เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ รหัส M840TR ใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ระบบหล่อลื่นปรับแต่งเลียนแบบมาจากรถแข่ง ใช้ส่วนเชื่อมก้านสูบและลูกสูบน้ำหนักเบาเพื่อการลดมวลในระบบส่งกำลัง ตัวเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Twin-scroll แรงเฉื่อยต่ำน้ำหนักเบาพิเศษและตัวควบคุมแรงดันไอเสียที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าช่วยให้คนขับสามารถลดรอบเครื่องได้อย่างฉับไว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองของเครื่องยนต์ เพลาลูกเบี้ยวและลูกสูบน้ำหนักเบาถือเป็นจุดเด่นของ McLAREN SENNA ดัมพ์วาล์วที่เปลี่ยนตำแหน่งอยู่ภายนอกยังถือเป็นอุปกรณ์เฉพาะของรุ่น SENNA เท่านั้น รวมไปถึงการตรวจจับอิออนด้วยเซนเซอร์ในลูกสูบแต่ละตัว ยังช่วยให้เกิดแรงดันและอุณหภูมิสูงกว่าเครื่องยนต์รุ่นอื่นๆ ของ McLAREN
การทำงานของไดนาโมมิเตอร์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพในการควบคุมพลังงานที่สมบูรณ์แบบ ช่วยมอบกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดได้ตามต้องการ แรงบิด 700 นิวตันเมตร (516 แรงปอนด์ฟุต) ในรอบเครื่องยนต์แค่ 3,000 รอบต่อนาที โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 800 นิวตันเมตร (590 แรงปอนด์ฟุต) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ 5,500-6,700 รอบต่อนาที ปลดปล่อยแรงม้ามากถึง 789 แรงม้า โดยมีกำลังเครื่องสูงสุดที่ 7,250 รอบต่อนาที
ท่อไอเสียอินคอเนลและไทเทเนียมเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักในระบบส่งกำลังประสิทธิภาพสูงของ McLAREN SENNA ผ่านการติดตั้งและพัฒนามาอย่างรัดกุมเพื่อลดน้ำหนักให้น้อยที่สุด ท่อไอเสียแบบใหม่นำเสนอทั้งระบบท่อคู่หรือระบบสามท่อตามข้อกำหนดของประเทศต่างๆ ท่อไอเสียให้เสียงดังและแผดแหลม เหมือนเสียงของเครื่องมอเตอร์ไซค์แข่งขันที่กำลังโลดแล่นในสนามอย่างดุเดือด เสียงของท่อระบายถูกปรับแต่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากรถ McLAREN รุ่นอื่นอย่างชัดเจน โดยเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆครางกระหึ่มจะปลุกเร้าให้คนขับใช้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น ระดับเสียงจะดังได้ถึง 100 เดซิเบลเมื่อเครื่องยนต์ทำงานทุกๆ 2,000 รอบต่อนาทีในขณะไต่ขึ้นสู่กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์
กระปุกเกียร์ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่พร้อมการเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหล ถ่ายเทแรงบิดทั้งหมดลงไปที่ล้อหลัง โหมดการส่งกำลังปกติจะเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ เจ้าของ McLAREN SENNA สามารถเลือกการควบคุมคันเกียร์แบบแมนนวลทั้งหมดได้ผ่านทางแผงควบคุม Active Dynamics Panel ที่อยู่ภายในจอแสดงผลที่ติดตั้งอยูตรงกลาง สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยใช้แป้นคาร์บอนไฟเบอร์ที่ติดตั้งบนคันโยกหลังพวงมาลัย ซึ่งแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift นี้ยังสามารถใช้ได้ทั้งในขณะสวมใส่และไม่สวมใส่ถุงมือนักแข่งรถ
ระบบกันสะเทือน RaceActive Chassis Control II
ยางและระบบเบรกรุ่นใหม่
McLAREN บุกเบิกการใช้เทคโนโลยีกันสะเทือนแบบแปรผันมาตั้งแต่ช่วงริเริ่มพัฒนารถยนต์รุ่น MP4 12C ด้วยการนำเสนอระบบการควบคุมแชสซีแบบ ProActive Chassis Control สำหรับระบบกันสะเทือนมาตรฐานสนามแข่งรุ่นล่าสุดที่เริ่มใช้ใน McLAREN SENNA เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยนำมาใช้กับรถยนต์ ระบบ RaceActive Chassis Control II (RCC II) ใช้ปีกนกคู่ทั้งหน้าและหลัง พร้อมตัวหน่วงการสั่นสะเทือนที่ปรับได้ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยระบบไฮดรอลิกทั้งระหว่างซ้ายกับขวาและหน้ากับหลัง ข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ รวมถึงมาตรความเร่งของล้อทั้งสี่ เซนเซอร์แรงดันสองตัวต่อหนึ่งตัวหน่วงการสั่นสะเทือน และเซนเซอร์ที่ตัวรถจะทำหน้าที่วิเคราะห์ปรับปฏิกิริยาตอบสนองภายในเวลา 2/1000 วินาที เพื่อให้ระบบการหน่วงมีการตอบสนองที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งระบบที่แปรผันอย่างต่อเนื่องนี้มอบการควบคุมที่ล้ำหน้าดังที่เคยถูกใช้ในรุ่น McLaren 720S โดยผสานการทำงานกับโหมดการขับขี่แบบ Race Mode เพื่อมอบระบบกันสะเทือนที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผ่านการปรับความสูงของพื้นรถให้ต่ำลงและตั้งจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลงเช่นกัน
ความเร็วสูงสุดของ McLAREN SENNA ไม่ได้จำกัดที่การขับขี่ในแบบ Race Mode เท่านั้น แต่สามารถเพิ่มได้เร็วกว่า 250 กม./ชม. (155 ไมล์/ชม.) โดยแถบรับลม Aero blade และปีกหลังถูกติดตั้งเพื่อให้เกิดแรงกดกับตัวรถในระดับสูงสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วและแบ่งเบาน้ำหนักส่วนเกินที่กระทำบนระบบกันสะเทือนและยางรถ โดยนักขับสามารถปรับพารามิเตอร์เสถียรภาพการบังคับรถได้ ผ่านทางแผงควบคุม Active Dynamics Panel เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่แบบ Comfort, Sport และ Track Mode โดยสามารถเลือก Race Mode ได้ด้วยปุ่มบนแผงควบคุมด้านบนที่ติดกับหลังคารถ
เพื่อสมรรถนะขั้นสูง McLAREN SENNA ใช้ยางสั่งผลิตซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ผ่านการร่วมมือกับ Pirelli พันธมิตรด้านเทคนิคของ McLAREN ในการผลิตยางรุ่น The Pirelli P ZERO™ Trofeo R ขนาด 245/35 ZR19 สำหรับล้อหน้า และ 315/30 ZR20 สำหรับล้อหลัง Pirelli ออกแบบยางสำหรับแข่งในสนามแบบแห้งและยังผ่านการอนุมัติให้สามารถใช้งานบนถนนตามปกติ ด้วยลวดลายการทอเส้นใยแบบอสมมาตร ทำให้การยึดเกาะด้านข้างดีเยี่ยม โครงสร้างยางแบบพิเศษทำให้ขับเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม นอกจากนี้ ยังมีการคิดค้นพัฒนาสารประกอบเพื่อลดระยะการเบรกให้สั้นลง เพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งทางเรียบ สร้างปฏิกิริยาตอบสนองที่คงที่ระหว่างเพลาหน้าและหลัง และเพิ่มการตอบสนองของการเลี้ยวรอบจุดศูนย์กลาง
ราคาของ McLAREN SENNA อยู่ที่ 750,000 ปอนด์ ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 500 คัน ทุกคันประกอบด้วยมือของช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์การผลิต McLAREN ในเมืองเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ ทั้งหมดถูกสั่งจองหมดแล้วในปัจจุบัน โดยคันสุดท้ายถูกประมูลไปเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017 ในงานประมูลส่วนบุคคลสำหรับลูกค้าขอ งMcLAREN โดยราคาชนะการประมูลอยู่ที่ 2 ล้านปอนด์ รายได้จากการประมูลจะส่งมอบให้แก่สถาบัน Ayrton Senna Institute ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีภารกิจเพื่อมอบการศึกษาแก่เยาวชนและเด็กวัยรุ่นผู้ด้อยโอกาสกว่า 2 ล้านคนในประเทศบราซิล.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/