GAZOO Racing สร้างรถแข่ง "DKR GR FC Hilux" เสร็จแล้ว เตรียมลุยดาการ์แรลลี่ 2027 ประเภท Dakar Future Mission 1000 ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน 2 ชุด ให้กำลังรวม 400 กิโลวัตต์ พร้อมเลือก “ดาเนีย อาคีล” นักแข่งซาอุดีอาระเบีย รับหน้าที่ทดสอบและลงสนามจริง
GAZOO Racing เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันดาการ์แรลลี่ 2027 ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง หรือ FCEV รุ่น DKR GR FC Hilux ซึ่งใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง โดยขณะนี้สร้างรถเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบวิ่งเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงแข่งขัน
โดยรถรุ่นนี้จะเข้าร่วมการแข่งขันประเภท Dakar Future Mission 1000 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้รถทดลองที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ได้ทดสอบสมรรถนะภายใต้สภาพแวดล้อมอันทรหด ถือเป็นครั้งแรกของโตโยต้าที่นำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ
โครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้แนวคิด "การสร้างรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นโดยใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นจุดเริ่มต้น" และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางมัลติพาธเวย์ของโตโยต้า ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนทางเลือกหลายรูปแบบ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านประสบการณ์ทำงานในสนามแข่ง
สำหรับ DKR GR FC Hilux จะไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ จากปลายท่อไอเสียขณะขับขี่ โดยโตโยต้าตั้งเป้าใช้โครงการนี้รวบรวมองค์ความรู้ที่อาจช่วยลดการปล่อย CO₂ จากปลายท่อไอเสีย ทั้งในวงการมอเตอร์สปอร์ตและรถยนต์จำหน่ายทั่วไปในอนาคต
ผนึกทีมพัฒนายุโรป สร้างรถเสร็จแล้ว เริ่มทดสอบก่อนลงสนาม
การพัฒนา DKR GR FC Hilux เป็นโครงการระยะสั้นที่ดำเนินงานอย่างเข้มข้น ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาของโตโยต้าในยุโรป ใกล้กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม, Overdrive Racing ผู้ดำเนินงานทีม TOYOTA GAZOO Racing W2RC และผู้พัฒนา DKR GR Hilux, TOYOTA RACING GmbH ในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ปัจจุบัน ตัวรถสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบวิ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งแรก
เลือก ดาเนีย อาคีล รับหน้าที่นักขับทดสอบและแข่งดาการ์
GAZOO Racing เลือก ดาเนีย อาคีล นักแข่งแรลลี่จากซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้ขับ DKR GR FC Hilux ทั้งในช่วงการทดสอบและการแข่งขันดาการ์แรลลี่ 2027 ประเภท Dakar Future Mission 1000
สำหรับอาคีลเริ่มต้นเส้นทางการแข่งขันแรลลี่เรดในปี 2021 ก่อนพัฒนาฝีมือจนเป็นนักแข่งที่มีประสบการณ์และผลงานโดดเด่น โดยการแข่งขันดาการ์แรลลี่ครั้งแรกของเธอจบด้วยอันดับท็อป 10 ในคลาส T3 และในปี 2025 สามารถคว้าชัยชนะระดับสเตจในประเภทชาเลนเจอร์ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ เธอยังคว้าชัยชนะหลายสเตจในการแข่งขัน W2RC ฤดูกาล 2025 และ 2026 รวมถึงแชมป์คลาสชาเลนเจอร์ในรายการอาบูดาบี เดเซิร์ต ชาลเลนจ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ W2RC อีกทั้งยังขับโตโยต้า ไฮลักซ์ ที่ส่งเข้าแข่งขันโดย Overdrive Racing คว้าแชมป์ FIA Middle East Baja Cup ในปี 2024 และ 2025 รวม 2 สมัย
อาคีล กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่จะได้เรียนรู้ว่าเทคโนโลยีใหม่ในโลกยานยนต์พัฒนาขึ้นได้อย่างไร การได้สัมผัสความพยายามบุกเบิกจากที่นั่งคนขับเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า เป็นทั้งเกียรติและความยินดี ขณะที่ข้อเสนอแนะจากการขับขี่ของเธอยังสามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีได้โดยตรง
"สำหรับการแข่งขันแรลลี่เรด จุดแข็งที่สุดของนักขับคือความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย พร้อมปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่นและแม่นยำ ฉันคิดว่านี่เป็นสนามที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทดสอบความน่าเชื่อถือและความทนทานของรถยนต์และเทคโนโลยีใหม่จนถึงขีดจำกัด"
เธอยังเชื่อว่า การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับทักษะและทำให้เติบโตขึ้นในฐานะนักขับด้วย
ใช้เซลล์เชื้อเพลิง 2 ชุด กำลังรวม 400 กิโลวัตต์
ด้านโครงสร้าง DKR GR FC Hilux ใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานเดียวกับ DKR GR Hilux โดยนำโครงสร้างแชสซีแบบท่อ โครงสร้างนิรภัยปกป้องห้องโดยสาร ระบบกันสะเทือน และระบบเบรกมาใช้
ระบบขับเคลื่อนติดตั้งชุดเซลล์เชื้อเพลิง 2 ชุด หรือทวินสแต็ก ทำงานร่วมกันเป็นระบบกำลังสมรรถนะสูง ให้กำลังรวม 400 กิโลวัตต์ ควบคุมด้วยกล่อง IAV ECU พร้อมใช้ถังไฮโดรเจนแรงดันสูงแบบเดียวกับ MIRAI จำนวน 4 ถัง บรรทุกไฮโดรเจนได้รวม 8.4 กิโลกรัม
รถยังติดตั้งชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า e-Axle เฉพาะรุ่น กล่องควบคุม IAV Dragoon ECU และระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ รวมถึงระบบระบายความร้อนใหม่สำหรับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง
ขณะเดียวกัน มีการนำแผงวัสดุเส้นใยธรรมชาติมาทดแทนชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์บางส่วน และเลือกใช้ยาง TOYO TIRE รุ่น OPEN COUNTRY M/T-R สำหรับการลงสนาม
ข้อมูลจำเพาะหลักของ DKR GR FC Hilux
แชสซี : โครงสร้างแบบท่อ
ตัวถัง : คาร์บอนไฟเบอร์และเส้นใยธรรมชาติ
ระบบขับเคลื่อน :ชุดเซลล์เชื้อเพลิง 2 ชุด หรือทวินสแต็ก ควบคุมด้วย IAV ECU
กำลังขับรวมของระบบ : 400 กิโลวัตต์
เชื้อเพลิง : ก๊าซไฮโดรเจนอัด
ปริมาณเชื้อเพลิงที่บรรทุก : ถังไฮโดรเจนแรงดันสูงสำหรับ MIRAI จำนวน 4 ถัง รวม 8.4 กิโลกรัม
การระบายความร้อน : สำหรับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง
ระบบกันสะเทือน : ดับเบิลวิชโบน ระยะยุบตัว 350 มิลลิเมตร
ความยาว : 4,500 มิลลิเมตร
ความกว้าง : 2,300 มิลลิเมตร
ความสูง : 2,100 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถรวม : ต่ำกว่า 2,500 กิโลกรัม
ยาง : OPEN COUNTRY M/T-R
ใช้สนามแข่งต่อยอดรถจำหน่ายจริงและเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง
GAZOO Racing ระบุว่า การผสมผสานชิ้นส่วนจากรถยนต์ที่ผลิตจำหน่ายจริงเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง จะเปิดโอกาสให้ทีมทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมอันท้าทายของ Dakar Future Mission 1000 โดยประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ได้รับจะนำไปใช้สนับสนุนการพัฒนารถยนต์จำหน่ายทั่วไป รวมถึงการประยุกต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิงในอนาคต
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Jameel Motorsport ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ พร้อมพันธมิตร ได้แก่ DENSO, TOYO TIRE และ IAV เพื่อเดินหน้าสำรวจศักยภาพของเทคโนโลยีไฮโดรเจนและเซลล์เชื้อเพลิงในวงการมอเตอร์สปอร์ต


