ฮอนด้าประกาศใช้ชื่อ Honda Hybrid  สำหรับระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ พัฒนาต่อยอดจาก e:HEV พร้อมยกระดับเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน และแพลตฟอร์มใหม่ เตรียมทยอยเปิดตัวรถตั้งแต่ปี 2027 ตั้งเป้ารวม 15 รุ่นทั่วโลกภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2030

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด หรือ Honda ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ว่า Honda Hybrid เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเตรียมทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบดังกล่าวตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปตามทิศทางการดำเนินธุรกิจยานยนต์ที่ฮอนด้าประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 โดยบริษัทได้จัดสรรทรัพยากรด้านการพัฒนาและการผลิตให้มุ่งเน้นธุรกิจไฮบริดมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่

สำหรับ Honda Hybrid เป็นระบบไฮบริดที่พัฒนาต่อยอดจาก e:HEV ระบบฟูลไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ของฮอนด้า โดยมุ่งยกระดับทั้งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน สมรรถนะการขับขี่ และการตอบสนองต่อผู้ขับขี่

ฮอนด้าจะใช้ชื่อ Honda Hybrid ทั้งในฐานะชื่ออย่างเป็นทางการของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ และชื่อสำหรับการสื่อสารทางการตลาดทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่าและจุดเด่นของเทคโนโลยีดังกล่าวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบ Honda Hybrid รวม 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2030 หรือปี 2573 โดยมีอเมริกาเหนือเป็นตลาดหลัก

ในด้านการพัฒนา ฮอนด้าจะเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันผ่านการขยายช่วงการทำงานประสิทธิภาพสูงของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและลดขนาดชุดขับเคลื่อน หรือ Drive Unit ให้กะทัดรัดยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน รถยนต์ที่ติดตั้งระบบ Honda Hybrid จะได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมแนวคิดการบริหารจัดการความแข็งแรงของตัวถัง หรือ Body Rigidity Management รูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความแข็งแรงของโครงสร้างและการลดน้ำหนักตัวรถ ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมและเสริมประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำฟังก์ชันและเทคโนโลยีใหม่มาใช้กับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ อาทิ Motion Management System ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีควบคุมแบบบูรณาการที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเอง ตลอดจน e-AWD หรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยไฟฟ้า ที่พัฒนาขึ้นใหม่

เทคโนโลยีเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความแม่นยำและการตอบสนองในการขับขี่ พร้อมเพิ่มความสนุก ความมั่นใจ และคุณภาพการขับขี่ในเส้นทางต่าง ๆ

ย้อนวิวัฒนาการระบบไฮบริดฮอนด้า จาก IMA สู่ Honda Hybrid

ฮอนด้าเริ่มต้นเทคโนโลยีไฮบริดในปี 1999 ด้วยระบบ IMA หรือ Integrated Motor Assist ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน Honda Insight เจเนอเรชันแรก เป็นระบบไฮบริดแบบ Parallel Hybrid ที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ใช้เครื่องยนต์เป็นแหล่งส่งกำลังหลัก ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังขณะออกตัวและเร่งความเร็ว เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมกับความสนุกในการขับขี่

ต่อมาในปี 2012 ฮอนด้าได้ประกาศเทคโนโลยี SPORT HYBRID i-DCD หรือ Intelligent Dual Clutch Drive เป็นระบบไฮบริดแบบมอเตอร์เดี่ยว ทำงานร่วมกับเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด หรือ DCT โดยติดตั้งมอเตอร์กำลังสูงไว้ในชุดเกียร์ เพื่อให้ทั้งความประหยัดน้ำมัน อัตราเร่ง และการตอบสนองที่ฉับไว

ในปีเดียวกัน ยังมีระบบ SPORT HYBRID i-MMD หรือ Intelligent Multi-Mode Drive ซึ่งเป็นระบบไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ประกอบด้วยมอเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้า หรือ Generator Motor และมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ หรือ Traction Motor โดยใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงเป็นกำลังหลักในสถานการณ์การขับขี่ส่วนใหญ่

ระบบ i-MMD สามารถสลับการทำงานระหว่าง 3 โหมดการขับขี่ มอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและนุ่มนวลในลักษณะเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมความเงียบและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน โดยตั้งแต่ปี 2020 ฮอนด้าใช้ชื่อ e:HEV สำหรับการสื่อสารทางการตลาดของเทคโนโลยีไฮบริดนี้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ฮอนด้าประกาศในปี 2012 คือ SPORT HYBRID SH-AWD หรือ Super Handling All-Wheel Drive ระบบไฮบริดแบบ 3 มอเตอร์ ซึ่งผสานการทำงานของเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พร้อมเทคโนโลยีควบคุมแรงบิดผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าอิสระสำหรับล้อซ้ายและขวา เพื่อกระจายแรงขับไปยังทั้ง 4 ล้ออย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่

ล่าสุดในปี 2026 ฮอนด้าประกาศชื่อ Honda Hybrid สำหรับระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ต่อยอดจาก e:HEV ผ่านการยกระดับเครื่องยนต์ ชุดขับเคลื่อน และเทคโนโลยีควบคุมการทำงานของระบบ ก่อนเริ่มทยอยเปิดตัวรถยนต์ที่ติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าวในตลาดโลกตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป