DJI Agriculture จัดงาน "นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางเกษตร 
พลิกวิถี คืนกำไร" เปิดประสบการณ์โดรนเกษตรในสวนทุเรียนจริง  ภายใต้แนวคิด "เทคโนโลยีที่เข้าใจสวน ยกระดับวิถีเกษตรกรให้ยั่งยืน" 

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา Niki Shen, Head of DJI Agriculture Marketing กล่าวว่า เราได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีผ่านปัญหาและเงื่อนไขการทำงานจริงของสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านแรงงาน ความสูงและความหนาแน่นของทรงพุ่ม ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานตลอดจนต้นทุนในการบริหารจัดการสวน โดยมีการสาธิตโดรนเกษตร DJI AGRAS T100, T70P และ T55 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นแนวทางการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับลักษณะงาน ขนาดพื้นที่ และเป้าหมายในการใช้งาน

โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการเปรียบเทียบการพ่นแบบดั้งเดิมกับการพ่นด้วยโดรน DJI Agriculture โดยติดตั้งกระดาษวัดละอองน้ำในตำแหน่งต่าง ๆ ของต้นทุเรียน เพื่อสังเกตการกระจายตัวของละออง การเข้าถึงใต้ใบ และการเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ภายในทรงพุ่ม ตลอดจนเปรียบเทียบขั้นตอนการทำงาน ระยะเวลา จำนวนผู้ปฏิบัติงาน และปริมาณน้ำที่ใช้


สำหรับการสาธิตดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรและผู้ให้บริการประเมินเทคโนโลยีจากข้อมูลและสิ่งที่สังเกตได้จริงภายในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามลักษณะต้นไม้ สภาพอากาศ รูปแบบการบิน การตั้งค่าอุปกรณ์ และเงื่อนไขการปฏิบัติงาน โดยการสาธิตภายในงานจะใช้เฉพาะน้ำสะอาดหรือสารติดตามชนิดละลายน้ำ และไม่มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชจริง

ภายในงานยังมีการสาธิตระบบยกด้วยโดรน ตั้งแต่การติดตั้งอุปกรณ์ การตรวจสอบความพร้อม ไปจนถึงการยกถุงปุ๋ยน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เพื่อแสดงให้เห็นแนวทางและความเป็นไปได้ของการประยุกต์ใช้โดรนกับภารกิจด้านการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของภายในพื้นที่เกษตร

กิจกรรมนี้เป็นการสาธิตโดยนักบินและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญภายใต้พื้นที่ควบคุม ผู้เข้าร่วมจะไม่ได้เป็นผู้ควบคุมการบิน และต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การนำระบบยกไปใช้งานจริงจำเป็นต้องพิจารณาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง น้ำหนักบรรทุก สภาพอากาศ ลักษณะพื้นที่ และความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานในแต่ละภารกิจ


นอกจากการสาธิตภาคสนาม งานนี้ Ziv Deng (Sales Manager of Thailand) ยังนำเสนอแนวทางคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI สำหรับงานพ่น (T100 single battery version with 2pcs of DB2160/2122 batteries, the investment will be recovered by 3100 rai. ) 

โดยพิจารณาจากต้นทุนการดำเนินงาน จำนวนงาน อัตราค่าบริการ ค่าแรง ค่าพลังงาน และค่าบำรุงรักษา เพื่อช่วยให้เกษตรกรและผู้ให้บริการประเมินจุดคุ้มทุนได้อย่างเหมาะสมการคำนวณ ROI ภายในงานจะเน้นเฉพาะกรณีงานพ่น ส่วนระบบยกจะนำเสนอในฐานะกรณีการใช้งานเพิ่มเติม และจะไม่รวมอยู่ในการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้

สำหรับงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางเกษตร พลิกวิถี คืนกำไร  สะท้อนแนวทางของ DJI Agriculture ภายใต้แนวคิด เทคโนโลยีที่เข้าใจสวน ยกระดับวิถีเกษตรกรให้ยั่งยืน ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับความต้องการของภาคการเกษตร ผ่านการพิสูจน์ในพื้นที่จริง การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และการพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรไทยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต


ถูกใจไบค์เกอร์ : ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเหล่าไบค์เกอร์สายลุยร่วมเปิดประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดสุดท้าทายกับกิจกรรม ‘DIRT Xperience 2026’ ที่จัดเต็มตลอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2569 ณ สนามนวภพ มอเตอร์สปอร์ต อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้พัฒนาทักษะและสัมผัสสมรรถนะของรถคู่ใจอย่างเต็มที่ ทั้งสาย Enduro, Adventure และ CUB House ผ่านการฝึกทักษะในสนามควบคู่กับการออกไปสนุกบนเส้นทางจริง ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและเส้นทางที่พร้อมเติมความสนุกให้ทุกจังหวะการขับขี่ 

เริ่มต้นความมันส์ในวันแรกกับเหล่าไบค์เกอร์สาย Enduro ที่มาพร้อมรถตระกูล CRF Series อย่าง Honda CRF450RL, CRF300L และ CRF300RALLY โดยผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนทักษะการขับขี่ Enduro ภายในสนาม เพื่อสามารถนำทักษะที่ได้ไปต่อยอดกับการขับขี่บนเส้นทางฝึกหัดรูปแบบ Enduro เพื่อเพิ่มความมั่นใจและเรียนรู้การควบคุมรถในสภาพเส้นทางที่หลากหลาย พร้อมแบ่งระดับผู้ขับขี่ออกเป็นกลุ่ม Rookie และ Experienced ให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของแต่ละคน

ต่อเนื่องในวันที่สองกับประสบการณ์สำหรับสาย Adventure ที่ยกทัพรถหลากหลายรุ่นมาร่วมกิจกรรม ทั้ง Honda CRF1100L, CRF1000L, XL750, X-ADV, CB500X และ NX500 โดยเริ่มจากการฝึกทักษะ Adventure ภายในสนาม ก่อนออกไปสัมผัสเส้นทางจริงและนำเทคนิคที่เรียนรู้มาใช้งานอย่างเต็มที่ โดยตลอดกิจกรรมมีทีมครูฝึกมืออาชีพ รวมถึงทีม Marshal และ Service จากไทยฮอนด้าคอยดูแล เพื่อให้เหล่าไบค์เกอร์ทุกคนได้สนุกกับการพัฒนาทักษะการขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ


พร้อมกันนี้ ยังเติมสีสันด้วยเหล่าไบค์เกอร์จาก CUB House กับรถสุดไอคอนิกอย่าง Honda Monkey 125, Dax125 และ CT125 ที่มาร่วมสนุกในสไตล์ Fun Riding เริ่มจากการขับขี่ในฐานฝึกทักษะ ก่อนออกเดินทางไปสนุกกับเส้นทางลุยในแบบ CUB Style ถ่ายทอดอีกมุมของประสบการณ์ DIRT ที่ไม่ได้มีเพียงความท้าทาย แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่หลากหลายสไตล์ได้ออกมาสนุกกับรถคู่ใจในแบบของตัวเอง

ปิดท้าย DIRT Xperience 2026 ด้วยการมอบของที่ระลึก Finisher ให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม หลังผ่านทั้งการฝึกทักษะและเส้นทางขับขี่ตลอดทั้งสองวัน สะท้อนอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไทยฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์การขับขี่นอกเหนือจากการใช้งานบนท้องถนน พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าไบค์เกอร์ได้พัฒนาทักษะ สัมผัสศักยภาพสูงสุดของตัวรถ และสนุกไปกับประสบการณ์การขับขี่ในโลกของ DIRT อย่างเต็มที่