เตือนผู้ใช้รถระวังยางราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน หลังทีมท็อปกัน-สมอ. ตรวจร้านจำหน่ายยางรถยนต์ 11 แห่งในย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบยางผิดกฎหมาย 1,341 เส้น มูลค่ากว่า 7.1 ล้านบาท มีทั้งไม่มีเครื่องหมาย มอก. สวมสิทธิ์ใบอนุญาต และลบตรายี่ห้อ เร่งอายัดพร้อมขยายผลถึงแหล่งผลิตและผู้นำเข้า ก่อนยางเถื่อนหลุดสู่ตลาดและกลายเป็นความเสี่ยงบนท้องถนน

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา พลเอก นักรบ บุญบัวทอง ประธานกรรมการเพื่อขับเคลื่อนและติดตามการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือชุดปฏิบัติการพิเศษ ท็อปกัน กล่าวว่า ได้เข้าตรวจสอบโกดังสินค้าของร้านจำหน่ายยางล้อรถยนต์รายใหญ่ในพื้นที่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวม 11 แห่ง ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากปฏิบัติการตรวจยึดยางไม่ได้มาตรฐานใน จ.นนทบุรี   

โดยจากการตรวจสอบ พบยางล้อรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. รวม 1,341 เส้น เป็นยางไม่มีเครื่องหมาย มอก. และ QR Code จำนวน 18 เส้น และยางที่ต้องสงสัยปลอมเครื่องหมาย มอก. และสวมสิทธิ์เป็นสินค้าที่มาจากโรงงานซึ่งได้รับใบอนุญาตแล้ว จำนวน 1,315 เส้น 


เมื่อตรวจสอบและสแกน QR Code พบว่าข้อมูลที่แสดงบนฉลากไม่ตรงกับรายละเอียดในใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังพบยางลบตรายี่ห้ออีก 8 เส้น ซึ่งไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นยางเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว หรือเป็นยางที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ (QC) ของโรงงาน ก่อนถูกนำมาเจียรหรือลบชื่อและโลโก้เดิมออก แล้วปั๊มชื่อยี่ห้อใหม่ทับลงไป 


โดยพฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้ผู้บริโภค หลงเชื่อว่าเป็นยางของแบรนด์นั้นจริง ก่อนนำไปใช้งานโดยไม่รู้ว่ายางมีที่มาอย่างไร ผ่านการควบคุมคุณภาพหรือไม่ และมีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในการขับขี่ หากเกิดความผิดปกติขณะใช้ความเร็ว อาจนำไปสู่อุบัติเหตุเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้


"ขอฝากเตือนผู้บริโภค ก่อนซื้อยางมาใช้งาน ควรตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และสแกน QR Code ก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของผู้ทำหรือผู้นำเข้า และตรวจสอบว่าข้อมูลตรงกับฉลากสินค้าหรือไม่ เพราะยางที่ปลอมเครื่องหมาย มอก. หรือไม่ได้มาตรฐาน จะไม่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามที่มาตรฐานกำหนด ซึ่งผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังนำยางที่ไม่ปลอดภัยมาใช้กับรถของตนเอง"


 นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ  สมอ. กล่าวว่า  ยางล้อที่อายัดได้ในครั้งนี้ เป็นยางสำหรับรถเก๋งและรถกระบะ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2718-2560 ยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง และ มอก. 2721-2560 ยางล้อสูบลม : ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน 

โดยยางที่ได้มาตรฐานจะต้องผ่านการทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยในการขับขี่ หากเป็นยางที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะไม่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพตามที่มาตรฐานกำหนด


ขณะเดียวกัน ยางลบตราก็เป็นสินค้าที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเป็นผู้ผลิต ใครเป็นผู้นำเข้า ผลิตเมื่อใด หรือมีประวัติการใช้งานอย่างไร ซึ่งมักจะนำมาจำหน่ายในราคาถูกเพื่อจูงใจผู้บริโภค อาจต้องแลกด้วยความเสี่ยง เพราะนอกจากคุณภาพและอายุการใช้งานอาจไม่เป็นไปตามที่ควรแล้ว ยังเป็นอันตรายอย่างยิ่งเมื่อนำไปใช้งานบนท้องถนน 

สำหรับผู้ประกอบการรายนี้มีความผิดฐานจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณี ยางลบตรา ผู้ทำมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย สมอ. จะขยายผลไปถึงต้นตอผู้ทำและผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว หากตรวจสอบพบว่า   มีการทำหรือนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน