YellowTire เปิดข้อมูลตลาดยางออนไลน์เดือนมิถุนายน 2569 เผย 4 รุ่นรถที่มีการค้นหายางมากที่สุด ได้แก่ Toyota Fortuner, Honda HR-V, BYD Dolphin และ BYD ATTO 3 สะท้อนความต้องการยางที่ครอบคลุมทั้งรถ PPV, SUV, Crossover และรถยนต์ไฟฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า YellowTire.com เปิดเผยรายงาน Thailand Tires Market Review ช่วงครึ่งปีแรก 2569 ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน พบว่า สัดส่วนการค้นหายางสำหรับรถ EV บนแพลตฟอร์มในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 67.54% จาก 37.62% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดยางออนไลน์ของไทยกำลังเข้าสู่ยุค EV อย่างเต็มตัว ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็เริ่มเลือกซื้อยางจากความเหมาะสมกับรถ สมรรถนะ ราคา และรูปแบบการใช้งาน มากกว่าการยึดติดกับชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม YellowTire ระบุว่า ข้อมูลนี้สะท้อนพฤติกรรมการค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าภายในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ตัวเลขยอดขายรวมของตลาดยางรถยนต์ไทย
รถน้ำมันยังไม่หาย รถเก๋ง-กระบะเริ่มฟื้นความสนใจ
แม้รถ EV จะครองสัดส่วนการค้นหาสูง แต่ความสนใจในรถยนต์กลุ่มอื่นก็เริ่มกลับมา โดยรถยนต์นั่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 14.02% ส่วนรถกระบะเพิ่มเป็น 12.68% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ความต้องการยางไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะรถ EV เท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังรถยนต์นั่ง รถกระบะ SUV และ PPV ซึ่งยังมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากในประเทศไทย
สำหรับขนาดยางที่ได้รับความสนใจสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ ขนาด 265/60R18 ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน โดยเป็นขนาดที่ใช้กับรถกระบะและ PPV หลายรุ่น เช่น Toyota Fortuner, Hilux Revo, Isuzu D-Max, MU-X, Ford Everest และ Mitsubishi Pajero Sport
ขณะที่ยางขนาด 185/60R15 ซึ่งเป็นขนาดหลักของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดรถยนต์นั่งยังคงมีฐานผู้ใช้แข็งแกร่ง แม้กระแสรถ EV จะเติบโตอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ความสนใจยางขอบ 19 และ 20 นิ้วยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดรถ SUV รถ Crossover และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่นิยมใช้ล้อขนาดใหญ่ขึ้น
เปิดชื่อ 4 รุ่นรถ คนค้นหายางมากที่สุด
สำหรับรถยนต์ที่มีการค้นหายางมากที่สุดบนแพลตฟอร์มในเดือนมิถุนายน 2569 ประกอบด้วย
- Toyota Fortuner
- Honda HR-V
- BYD Dolphin
- BYD ATTO 3
รายชื่อดังกล่าวสะท้อนความต้องการจากรถยนต์ 3 กลุ่มหลัก ทั้งรถ PPV และ SUV รถ Crossover รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทในตลาดยางทดแทนมากขึ้น
โยโกฮามา ขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรก แบรนด์ทางเลือกเริ่มแย่งส่วนแบ่ง
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแข่งขันระหว่างแบรนด์ยางที่กระจายตัวมากขึ้น โดยผลการวิเคราะห์ Consideration Share หรือส่วนแบ่งด้านความสนใจบนแพลตฟอร์ม พบว่า Yokohama ขึ้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยสัดส่วน 13.48% ตามด้วย Bridgestone 9.50% และ Michelin 8.46%
ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งความสนใจรวมของ 3 แบรนด์หลักลดลงจากมากกว่า 40% ในปี 2568 เหลือประมาณ 27% ในเดือนมิถุนายน 2569 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์ยางทางเลือกมากขึ้น
แบรนด์ระดับกลางและกลุ่ม Value เช่น Otani, Maxxis, Toyo Tires, Continental, Goodyear และ Lenso มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า สมรรถนะ และความเหมาะสมกับรถ มากกว่าพิจารณาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
นายวิทยา คุณาวิชยานนท์ ผู้ก่อตั้ง YellowTire กล่าวว่า ข้อมูลครึ่งปีแรกสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยไม่ได้เลือกซื้อยางจากแบรนด์หรือราคาถูกที่สุดเท่านั้น แต่เริ่มค้นหายางที่เหมาะกับรถ เปรียบเทียบราคา อ่านข้อมูล และเลือกร้านที่พร้อมให้บริการจริง
ดังนั้น การมีตัวตนบนช่องทางออนไลน์และการใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านยาง
แนะร้านยางเร่งปรับตัว 4 ด้าน รับกำลังซื้อชะลอ
ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว YellowTire แนะนำให้ผู้ประกอบการร้านยางปรับตัวใน 4 ด้าน ได้แก่
1. เพิ่มการมองเห็นบนช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนค้นหาและเปรียบเทียบ
2. ใช้ข้อมูลความต้องการของแต่ละพื้นที่บริหารสต็อก แทนการพึ่งพาประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
3. เตรียมสินค้าให้รองรับรถ EV ที่กำลังเข้าสู่รอบเปลี่ยนยางชุดแรก
4.จัดพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทั้งระดับ Premium, Medium และ Value
รายงานยังพบว่า ความต้องการค้นหายางออนไลน์ในต่างจังหวัดเติบโตต่อเนื่อง โดยสัดส่วนจากกรุงเทพฯ ลดลงเหลือ 35.22% ขณะที่นครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น มีปริมาณการค้นหาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ถือเป็นโอกาสของร้านยางในหัวเมืองภูมิภาคที่จะเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากกว่าเดิม
ตลาดแบบหว่านอาจไม่พอ ต้องเจาะถึงรุ่นรถ-พื้นที่-ระดับราคา
สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า รายงานมองว่าการทำตลาดแบบ Mass Marketing อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งการเลือกตามรุ่นรถ ขนาดยาง พื้นที่ และงบประมาณ
YellowTire จึงเสนอแนวทางทำตลาดแบบ Car Model × Tire Size × Region × Price Tier หรือเจาะกลุ่มตามรุ่นรถ ขนาดยาง ภูมิภาค และระดับราคา เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจังหวะที่กำลังค้นหาและตัดสินใจซื้อจริง
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ศึกตลาดยางรถยนต์ไทยกำลังไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องราคาและชื่อแบรนด์อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่สนามแข่งขันด้วยข้อมูล ความพร้อมของสินค้า และความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าบนโลกออนไลน์ โดยมีการเติบโตของรถ EV เป็นตัวเร่งสำคัญของตลาดในช่วงต่อจากนี้